Category: ทั่วไป
-
ฮือฮา ขายบ้านแถมสิงโต บ้านหรูหลังใหญ่ ราคา7หลัก เนื้อที่กว้าง ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะทำพูลวิลล่า
ฮือฮา ขายบ้านแถมสิงโต บ้านหรูหลังใหญ่ ราคา 7 หลัก เนื้อที่กว้าง ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะทำพูลวิลล่า มีรั้วรอบขอบชิด โซนสัตว์เลี้ยงพร้อมใช้งานวันที่ 17 ส.ค.2568 เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ประกาศขายบ้านลงในกลุ่ม ซื้อขายบ้านและที่ดินใน จ.เชียงใหม่ และ ภาคเหนือ โดยแชร์ภาพมุมต่างๆของบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า ขายบ้านแถมสิงโต (มีเอกสารและสถานที่เลี้ยงถูกต้องตามกฎหมาย)ขายบ้านโซน #หนองผึ้ง อำเภอสารภี ขายขาดทุน (ต่ำกว่าราคาประเมิน) เครดิตดี เงินเหลือ 7 ล้านอัพ++ รายละเอียดบ้าน บ้านเนื้อที่: 1-3-86 ไร่ (786 ตร.ว.) โฉนด น.ส4 พร้อมโอน ราคาประเมิน 14,xxx,xxx บาท ขายเพียง 7.3 ล้านบาท (ค่าโอนคนละครึ่ง)จุดเด่น• เหมาะทำพูลวิลล่า / บ้านพักสัตว์พิเศษ / ฟาร์มสัตว์ / บ้านตากอากาศ•…
-
สลด! ปู่วัย 80 ปีจบชีวิตทิ้งจดหมาย “อยู่กันให้สบาย ปิดบัญชี ธ.ก.ส. แล้ว”
พบศพคุณปู่วัย 80 ปี จมแม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลก เขียนจดหมายลาตายสุดสะเทือนใจ “ทุกอย่างก็ให้ไปแล้ว อยู่กันให้สบาย ปิดบัญชี ธ.ก.ส. แล้ว” ก่อนตัดสินใจกระโดดน้ำจบชีวิตเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ร.ต.อ.สาลี ดวงอุประ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งพบศพชายสูงวัยลอยน้ำอยู่หน้าวัดจูงนาง หมู่ 5 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย นพ.ณัฐสิทธิ เจริญสันติ แพทย์เวร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานที่เกิดเหตุพบศพชายสูงวัย อายุ 80 ปี ชาว จ.ระยอง ซึ่งเป็นผู้สูญหายตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยญาติแจ้งว่าผู้ตายเดินทางมาหาหลานที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งปกติจะมาเดือนละ 1 ครั้ง และเช้าวันที่ 15 ส.ค. มีนัดพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามนัดก่อนติดต่อไม่ได้ จึงไปตามหาตัวที่โรงแรมที่เคยพักประจำ ก็พบจดหมายลาตายในรถยนต์ ระบุข้อความว่า “80 ปีพอแล้ว ชีวิตที่เกิดมา ไม่ต้องตามหาศพ…
-
อาลัย อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยอายุ 93 ปี
วันที่ 17 ส.ค. 68 มีรายงานว่า นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 93 ปี ณ บ้านพัก ถนนแจ้งวัฒนะ ส่วนกำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศล จะมีการแจ้งให้ทราบต่อไปอาลัย อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยอายุ 93 ปีโดยทางด้านเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เผยว่า นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 93 ปี ณ บ้านพัก ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 00.11 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2568 กำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศล จะมีการแจ้งให้ทราบต่อไปนายสวัสดิ์ โชติพานิช เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2474 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย ทั้งประธานศาลฎีกา , ประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่…
-
วัดพระบาทน้ำพุ แจงปมตึกร้าง-ทิ้งของบริจาค ยันอยู่ระหว่างบูรณะอาคาร-เป็นของหมดอายุ
วัดพระบาทน้ำพุ แจงปมตึกร้าง-ทิ้งของบริจาค ยันเป็นของหมดอายุ อยู่ระหว่างทำความสะอาด บูรณะอาคาร เตรียมใช้ประโยชน์ในอนาคต ชี้เคยใช้รองรับผู้ป่วยจริง แต่ลิงเข้ามารบกวนทำอาคารพังทีมข่าว PPTV เดินสำรวจภายในวัดพระบาทน้ำพุ จนพบเข้ากับอาคารเมตตาธรรม สูง 4 ชั้น โดยพบว่าแต่ละชั้นมีสภาพทรุดโทรม ไม่ได้ใช้งาน ชั้นหนึ่งพบแพมเพิร์สผู้ใหญ่ สำลี และของใช้อื่น ๆ สภาพยังดูใหม่ ใช้งานได้ชั้นสองพบห้องเปล่า ๆ สภาพเละ มีเศษกระจก เศษปูนแตกละเอียดหล่นอยู่ตามพื้น บางห้องเคยเป็นที่พักสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ และพบหน้ากากอนามัยหล่นเกลื่อนอยู่ภายในห้องชั้นที่ 3 พบห้องเปล่า ๆ หลายห้องเหมือนกับชั้น 2 แต่มีห้องริมบันได พบหนังสือพระ หนังสือเรียนกองทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนชั้นที่ 4 เป็นดาดฟ้าซึ่งทางวัดให้ข้อมูลกับทีมข่าว ยอมรับว่า อาคารดังกล่าวเคยเป็นที่รองรับสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อจริง แต่ลิงเข้ามารบกวน ทำอาคารพัง จนต้องย้ายออกส่วนข้าวของต่างๆที่เห็นวางเกลื่อน ก็เป็นของที่ชาวบ้านมาบริจาคในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่หมดอายุแล้ว ทางวัดอยู่ระหว่างดำเนินการนำไปทิ้งและทำความสะอาดบูรณะอาคาร เพื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตพร้อมยืนยันว่า ไม่ได้นำของบริจาคมาทิ้งแต่อย่างใดข่าวที่เกี่ยวข้อง"หลวงพ่ออลงกต" เลื่อนชี้แจง-แถลงข่าวไม่มีกำหนด ด้าน ตร.เชื่อ หมอบี ยังไม่หลบหนี ปปป.…
-
“หมอเหรียญทอง” โพสต์สรุป คดี ระหว่างตน กับ “สิระ เจนจาคะ” แบบชัด ๆ
"หมอเหรียญทอง" พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุในฐานะที่ผมกลายเป็นบุคคลสาธารณะ จึงขออนุญาตสรุปคำพิพากษาคดีอาญา ระหว่างผม กับ สิระ เจนจาคะ เพื่อให้สาธารณชนทราบสถานะคำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องดังต่อไปนี้1. คดีที่ผมเป็นโจทก์…คดีถึงที่สุดแล้ว ตั้งแต่ศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์-และศาลฎีกา พิพากษาให้จำคุก สิระ เจนจาคะ โดยไม่รอลงอาญา …ปัจจุบัน สิระ เจนจาคะ มีสถานะเป็นนักโทษชาย หรือคำย่อนำหน้าชื่อในเรือนจำว่า น.ช.2. คดีที่ สิระ เจนจาคะ เป็นโจทก์…คดียังไม่ถึงที่สุด สถานะคำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องดังต่อไปนี้2.1 คดีที่ 1 : คดีอาญา หมายเลขดำ อ.1919/2564 หมายเลขแดง อ.2741/2565 มีลำดับโดยสรุปดังนี้2.1.1 ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำคุกผม 3 ปี แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษ และให้ปรับผม 300,000 บาท …ผมได้ขออุทธรณ์2.1.2 ศาลอุทธรณ์ กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามข้อ 2.1.1 เป็นยกฟ้อง ไม่ถือว่าผมกระทำความผิด ไม่ต้องจำคุก ไม่ต้องเสียค่าปรับ2.1.3 สิระ…
-
กัณวีร์ เคียงข้างหมอสุภัทร!! ถ้าคนแบบนี้จะถูกปลด จะหารือผ่านไปยังรัฐมนตรี ไม่ชอบคนทำงานหรอ?
กัณวีร์ ออกโรงป้องหมอสุภัทร ตั้งคำถามถึงระบบความเป็นธรรมในข้าราชการไทยผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าถ้าข้าราชการอย่างหมอสุภัทร ถูกให้ออกจากราชการ เราคงต้องตั้งคำถามดังๆ ถึงระบบราชการแล้วล่ะครับตั้งแต่ผมเข้าทำงานการเมืองแรกๆ ก่อนจะได้มาเป็น สส. ภาคประชาชนกลุ่มแรกๆ ที่ผมทำงานด้วยน่าจะเป็น เครือข่าวจะนะรักษ์ถิ่น พี่น้องชาว อ.จะนะ จ.สงขลา ที่ต่อสุ้คัดค้านการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งที่นั่น ทำให้ผมได้พบกับพี่หมอจุ๊ก หรือ คุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ทำให้ผมทึ่ง และนับถือใจพี่หมอจุ๊ก มาตลอด เพราะไม่คิดว่า จะมีข้าราชการ โดยเฉพาะแพทย์ ที่จะทุ่มเททำงานเพื่อสังคมมายาวนานเหมือนพี่หมอจุ๊ก เพราะถ้าย้อนกลับไปพี่หมอจุ๊ก ก็ทำงานร่วมกับพี่น้องจะนะมาตั้งแต่ยุคโรงไฟฟ้าจะนะการได้พูดคุย และแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง ทำให้ผมชื่นชมวิธีคิดการทำงานของพี่หมอจุ๊กมาตลอด และทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ อ.จะนะ ก็จะแวะเวียนไปพูดคุยกันเสมอ ตั้งแต่ที่พี่หมอจุ๊กยังอยู่ที่ โรงพยาบาลจะนะ จนกระทั่งย้ายไป รพ.สะบ้าย้อย ล่าสุดผมก็ได้พบกับพี่หมอจุ๊ก ในการไปรับฟังปัญหาเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เรื่องเงิน 20 ล้านบาท !!ไม่เพียงแต่งานที่ทำกับภาคประชาชน งานในฐานะแพทย์ ในฐานะแพทย์ชนบท ในฐานะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หมอสุภัทร…
-
งามไส้! จับ 16 คนไทย ลักลอบข้ามเขมร ไปทำงานแก๊งคอลฯ จะมีรถ 2 คันขับมารับ
16 คนไทย เตรียมลักลอบข้ามแดนไปทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ประเทศกัมพูชา กกล.บูรพา สะกัดจับ ทันควัน!ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า กกล.บูรพา โดย ฉก.ตาพระยา ร่วมกับ พัน.ร.ยก.เบาที่ 1 ฉก.ร.111 , สภ.ทัพไทย, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอตาพระยา, ชรบ.บ.คลองเเผง ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อมาถึงบริเวณ บ.คลองเเผง ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระเเก้ว ได้ตรวจพบชาวไทย จำนวน 6 คน (ช.6)เตรียมการลักลอบข้ามแดน ตามทางช่องทางธรรมชาติ โดยผิดกฎหมาย(ขาออก)จึงได้เข้าควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบ ทั้งหมดให้การว่า พวกของตนมาด้วยกันทั้งหมด 16 คน โดยมีผู้นำพาเป็นคนในพื้นที่แต่เมื่อพบ จนท.ผู้นำพาได้หลบนีไปก่อน ซึ่งจากการตรวจสอบคาดว่าเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากทั้งหมดได้ติดต่อหางานจากเพจเฟสบุ๊ค ภายหลังติดต่อเสร็จได้ไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วจะมีรถมารับแล้วนำมาส่งพักคอยที่บ้านแสนสบาย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วจากนั้นจะมีรถยนต์กระบะบรรทุกยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู จำนวน 2 คัน ขับมารับแล้วนำมาส่งพักคอยที่รีสอร์ท ในพื้นที่ ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว…
-
รวบลุงคลั่งปลิดชีพหลาน นักศึกษาพยาบาล ฟังคำสารภาพแทบรับไม่ได้
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2568 เหตุเกิดลุงคลั่งใช้ไม้หน้าสามตีหัวหลานสาวแท้ๆ น้องเชียร์ วัย 21 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 จนเสียชีวิตภายในบ้านพัก ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไปรวบลุงคลั่งปลิดชีพหลาน นักศึกษาพยาบาล ฟังคำสารภาพแทบรับไม่ได้ต่อมาช่วงค่ำวานนี้ ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง ได้ปิดล้อมตรวจค้นบริเวณเขาคลองมวน จนสามารถจับกุม นายสุริยัณห์ หรือ เด่น อายุ 44 ปี ผู้ก่อเหตุได้ พร้อมไม้หน้าสามที่ใช้ก่อเหตุความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร ที่มีคราบเลือดติดอยู่พร้อมเสื้อเปื้อนเลือดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้นำตัวมาสอบปากคำและดำเนินคดีที่ สภ.ห้วยยอดรวบลุงคลั่งปลิดชีพหลาน นักศึกษาพยาบาล ฟังคำสารภาพแทบรับไม่ได้จากการสอบสวน นายเด่น ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่ามีปัญหาขัดแย้งกับผู้ตายมาโดยตลอด มักมีปากเสียงและทะเลาะกันบ่อยครั้ง ช่วงเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน หลานนอนในห้องตนเองไปเคาะประตูเรียก เมื่อหลานสาวเปิดประตู ตนก็ได้ถีบประตูเข้าไปในห้องทันที จากนั้นตนเข้าไปล็อกคอ แต่ถูกกัดที่ข้อมือจนเป็นแผล ตนเองจึงใช้ไม้หน้าสามที่เตรียมไปตั้งแต่ต้นตีเข้าที่บริเวณท้ายทอย 6–7 ครั้งจนเสียชีวิต แล้วรีบหลบหนีออกจากบ้านรวบลุงคลั่งปลิดชีพหลาน นักศึกษาพยาบาล ฟังคำสารภาพแทบรับไม่ได้ทั้งนี้ ผู้ต้องหาบอกว่าเคยทำงานเป็นช่างสักตามเกาะท่องเที่ยว อาทิเกาะพะงัน และเกาะพีพี แต่มีปัญหาจึงกลับมาอยู่บ้านแม่…
-
“วินธัย” เย้ย โฆษกกลาโหมกัมพูชา ยอมรับแล้ว ปมใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายไทย
“โฆษก ทบ.” เย้ย “มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา ยอมรับเขมรใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายไทย ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก รับเงินสนับสนุนจำนวนมาก แต่ไม่ยอมทำลาย จากกรณี พลโทหญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกลาโหมกัมพูชา แถลงอ้างว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค หรือ RBC กัมพูชาได้ย้ำถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ และสามารถพิจารณาได้ในพื้นที่ที่มีการปักปันเขตแดนแล้ว หรือในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ตามที่คณะกรรมการJBC ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกัน เพราะRBCไม่มีอำนาจตัดสินใจ ควรนำไปหารือในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ตอบโต้ว่า การที่กัมพูชากล่าวในลักษณะดังกล่าว ย่อมแสดงถึงการยอมรับว่าฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดคุกคามทำร้ายฝ่ายไทยจริงอย่างชัดเจน โดยกัมพูชาแสดงท่าทีที่จะดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดนี้ ก็ต่อเมื่อข้อตกลงหยุดยิงสมบูรณ์แล้ว ซึ่งในสภาพความเป็นจริง หากฝ่ายกัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดอยู่ ข้อตกลงหยุดยิงจะมีความสมบูรณ์ได้อย่างไร เพราะสิ่งนี้ยังเป็นอาวุธที่กัมพูชาใช้คุกคามทำร้ายฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลาเพียงฝ่ายเดียว มีปรากฏหลักฐานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ซึ่งพิจารณาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในห้วงที่ผ่านมาพลตรีวินธัย กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังดูย้อนแย้งกับบทบาทในเวทีนานาชาติที่เข้าใจว่า กัมพูชาเอาจริงเอาจังในการต่อต้านทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ทั้งที่กัมพูชาเป็นประเทศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดจากนานาชาติปีละจำนวนมาก แต่กลับเพิกเฉยในสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะกระทบภาพลักษณ์กัมพูชาต่อสายตานานาชาติ โดยเฉพาะภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา และผู้ให้เงินทุนสนับสนุนกับกัมพูชา
-
สาวป่วยมะเร็งขอรับบริจาค ยอดพุ่ง 1.6 ล้าน รพ.โต้ไม่เก็บค่ารักษา เจ้าตัวขอโทษ-พร้อมคืนเงิน
กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนบนโลกโซเชียล กรณีของ “บิว” หญิงสาวผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 ที่ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอรับบริจาคเงินช่วยค่ารักษา โดยระบุอาการและการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งหลังจากโพสต์เพียงไม่ถึงวัน ก็มีประชาชนแห่โอนเงินสมทบความช่วยเหลือจนยอดทะลุเกือบ 1.6 ล้านบาทแต่แล้วเรื่องกลับไม่จบง่ายๆ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ออกแถลงการณ์ ยืนยันชัด ว่าการรักษาผู้ป่วยมะเร็งอยู่ในสิทธิที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามระบบ ไม่ได้มีการเรียกเก็บค่ารักษาใดๆ จากคนไข้ตามที่เข้าใจกันจากแถลงดังกล่าวทำให้สังคมเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด หลายคนตั้งคำถามถึงความจริงใจ และจุดประสงค์ของการโพสต์รับบริจาคครั้งนี้ ต่อมา “บิว” เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ชี้แจงอีกครั้ง ยอมรับว่าอธิบายรายละเอียดไม่ชัดเจน จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พร้อมทั้ง กล่าวขอโทษ และประกาศว่าจะคืนเงินให้กับทุกคนที่โอนเงินมาช่วยเหลือ