Category: ทั่วไป

  • ปรับรพ.เอกชน ล้านสอง ปม ถุงโตเกียว ทำจากเวชระเบียน ผิด PDPA

    กรณีอุทาหรณ์ รพ.เอกชน ทำข้อมูลเวชระเบียบรั่วไหล กลายเป็นถุงใส่โตเกียว โดนปรับอ่วม เหตุข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่กฎหมายให้ความคุ้มครองโดยการทำข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลถือว่ามีโทษด้วยเช่นกันล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(สคส.) แถลงถึงบทลงโทษ'โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่' ทำข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยรั่วไหลหลังโซเชียลได้แชร์ภาพ ถุงกระดาษใส่ขนมโตเกียว ทำจากเวชระเบียน ใน จ.อุบลราชธานีโดย สคส. แถลงวานนี้(1ส.ค.) ว่า จากการตรวจสอบพบว่า โรงพยาบาลดังกล่าว ในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล(Data Controller) ทำสัญญากับกิจการขนาดเล็กซึ่งมีลักษณะเป็นธุรกิจครอบครัว ให้ทำหน้าที่ทำลายเอกสารเวชระเบียนดังกล่าว แต่ไม่ได้มีการติดตาม ควบคุม หรือตรวจสอบกระบวนการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทำให้เอกสารเวชระเบียนกว่า1,000 ฉบับรั่วไหลในส่วนของเอกชน(บุคคลธรรมดา) ผู้รับจ้างทำลายเอกสาร ก็ได้นำเวชระเบียนที่ได้รับจากโรงพยาบาลกลับไปพักไว้ที่บ้านของตนเอง โดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ตกลงไว้ และไม่ได้แจ้งเหตุการรั่วไหลให้โรงพยาบาลทราบ จึงเข้าข่ายเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(Data Processor) อันนำไปสู่บทลงโทษครั้งนี้เหตุการณ์นี้แบ่งการลงโทษออกเป็น2 กรณีบทลงโทษที่1 – โรงพยาบาล ในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล(Data Controller) ถูกลงโทษปรับ1,210,000 บาทบทลงโทษที่2 – บุคคลธรรมดา ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(Data Processor) ถูกลงโทษปรับ16,940 บาทรวมมูลค่าการลงโทษปรับทางปกครองกว่า1,226,940 บาท"จากเหตุการณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่า PDPA เอาจริงกับทุกภาคส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชนหากยังละเลยการปฏิบัติตามกฎหมาย บทลงโทษครั้งถัดไปอาจเป็นคุณ" สคส.…

  • “หมออั้ม” ตัดสินใจลั่นตรง ๆ ถึง “ดาราหน้าโง่” อ่านจบ คนเมนต์สนั่น

    "หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ" แสดงความเห็นล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก อั้ม อิราวัต อารีกิจ ระบุว่าน้องจอนฯ ขอโทษแบบนี้น่าจะจบแล้วท่านายกฯ และพ่อ ไม่เอาความอยู่แล้วแต่ยังมีดาราหน้าโง่ อีกคนนึง ที่ยังไม่รู้ตัวว่าฝ่ายกฎหมายท่าน ไม่ยอม เพราะไม่สำนึกคนนี้เคยโพสต์ขอโทษ นายกฯกับพ่อ ไปแล้วรอบนึงเพราะเสือ…ไปแท็กชื่อ พาดพิงท่าน แบบไร้สาระแต่หลังจากนั้น ก็พยายามโพสต์เขียนนิทานต่อไปโยงท่าน เรื่องเงินไม่สุจริต Fake Newsก็กรรมใครกรรมมัน มึงเอ้ย หนักเลย..เป็นดาราสลิ่ม ที่โง่กฎหมายจริงๆก็สมควร.หมออั้ม ตัดสินใจลั่นตรง ๆ ถึง ดาราหน้าโง่ อ่านจบ คนเมนต์สนั่น

  • ต๊ะ นารากร เห็นต่างภาพชู้สาว มาลี – ฮุน เซน ชี้ไม่สมควร ชาวเน็ต ลั่น เค้าเรียกว่ากรรม 5G

    ต๊ะ นารากร เห็นต่างภาพชู้สาว มาลี – ฮุน เซน ชี้ไม่สมควร ชาวเน็ต ลั่น เค้าเรียกว่ากรรม 5Gกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อชาวเน็ตไทยออกมาแสดงความไม่พอใจต่อ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ที่มักออกมาแถลงข่าวบิดเบือนใส่ร้ายทหารไทยในช่วงสถานการณ์ชายแดนชาวเน็ตไทยจึงได้โต้กลับด้วยการสร้างภาพจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล้อเลียนในเชิงชู้สาวระหว่าง พลโทหญิงมาลี กับ ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในฝั่งกัมพูชาอย่างหนัก โดยมีคอมเมนต์หนึ่งกล่าวว่า นี่เป็นข้อมูลลับที่ถูกขโมยไปหรือไม่ ฉันสงสัยว่าทำไมมาลีถึงละทิ้งความภักดีต่อภรรยาของผู้นำ กัมพูชาควรทบทวนอนาคตของมาลีล่าสุด วันที่ 1 ส.ค.68 ต๊ะ นารากร ติยายน นักข่าวชื่อดัง โพสต์แสดงความเห็นในเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก นารากร ติยายน ว่า ถึงแม้จะไม่ชอบพฤติกรรมของโฆษกหญิงกัมพูชา แต่ไม่เห็นด้วยกับการโต้กลับด้วยการสร้างภาพเท็จในเชิงเสียหายพร้อมย้ำว่าทหารไทยต่อสู้อย่างสุภาพบุรุษในกรอบกติกาสากล ทำให้ประเทศไทยเรายืนหยัดสู้ชาวโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ว่าเราไม่เล่นนอกกติกา คนไทยมีปัญญามากกว่าพวกเค้า เราอย่าสร้างภาพเท็จแบบนี้เลย สู้กันด้วยข้อเท็จจริงดีกว่า ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะโพสต์ของเธอจุดกระแสถกเถียงในโซเชียลถึงเรื่องนี้ รวมถึงเพจดังและชาวเน็ตจำนวนหนึ่งที่เห็นต่าง ระบุว่า ไม่เกี่ยวกับทหารนะคุณต๊ะ ภาพพวกนี้ชาวเน็ตเค้าทำกันเอง มันเป็นความอัดอั้นที่เราถูกโจมตี ใส่ร้ายจากทางการเค้ามาตลอดที่ประชาชนใช้โต้กลับข่าวปลอมที่กัมพูชาเผยแพร่ตลอดช่วงที่ผ่านมา…

  • ทบ.เผยยึดช่องอานม้าได้ไม่ 100% ชี้เป็นพื้นที่ร่วมตามข้อตกลง ไม่จำกัดเวลาเข้า-ออก

    ทบ.เผยยึดช่องอานม้าได้ไม่ 100% ชี้เป็นพื้นที่ร่วมตามข้อตกลง ไม่จำกัดเวลาเข้า-ออกวันนี้ (2 สิงหาคม) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชายึดพื้นที่ดังกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุปะทะเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 กำลังทหารฝ่ายไทยไม่เคยสามารถเข้าไปในพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอมได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาวางกำลังตรึงพื้นที่ไว้ฝ่ายเดียวมาตลอด ซึ่งผิดหลักธรรมชาติ แต่ปัจจุบันหลังปะทะและหยุดยิง ฝ่ายไทยสามารถเข้าพื้นที่ได้ ตามเงื่อนไขที่ทหารทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันสำหรับกรณีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 กองทัพกัมพูชาได้นำคณะทูตทหารจาก 13 ประเทศเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ จะพบว่าพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอม ขณะนั้นมีทหารไทยได้ควบคุมพื้นที่อยู่ ตามแนวปฏิบัติร่วมในพื้นที่อ้างสิทธิ์บริเวณ ‘ช่องอานม้า’ ที่หน่วยทหารในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแนวทางปฏิบัติร่วมกันไว้ ดังนี้จัดกำลังฝ่ายละ 5 นาย โดยแต่ละฝ่ายส่งเจ้าหน้าที่ 5 นายเข้าไปในพื้นที่ร่วม/พื้นที่ที่ต่างฝ่ายได้อ้างสิทธิ์ไม่มีการพกพาอาวุธเจ้าหน้าที่ทุกนาย ต้องงดเว้นการพกพาอาวุธในขณะปฏิบัติภารกิจมีการลาดตระเวนร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายร่วมเดินลาดตระเวนบริเวณรอบ ‘ตาอม’ (ฝั่งกัมพูชา) และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเวลา 15 นาทีต่อครั้งไม่จำกัดช่วงเวลาในการเข้า-ออกพื้นที่สามารถเข้าปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนได้ ตลอดเวลา โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา“ปัจจุบันกองทัพไทยสามารถควบคุมสถาปนาพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น หลายพื้นที่สามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่ที่รุกล้ำอธิปไตยไทยได้สมบูรณ์ รวมถึงเข้ายึดพื้นที่ในแนวจุดยุทธศาสตร์ทางทหารที่สำคัญได้หลายจุด เมื่อยึดพื้นที่ได้แล้ว ฝ่ายไทยได้จัดกำลังตรึงพื้นที่เฉพาะในเขตที่มั่นใจว่าเป็นดินแดนของไทย และสามารถครอบครองได้โดยชอบธรรม…

  • เผยสภาพความเป็นอยู่ ทหารกล้า ‘ธีรยุทธ กระจ่างทอง’ เสียชีวิตในสนามรบ

    เผยสภาพความเป็นอยู่ ทหารกล้า 'ธีรยุทธ กระจ่างทอง' เสียชีวิตในสนามรบเผยสภาพความเป็นอยู่ ทหารกล้า 'ธีรยุทธ กระจ่างทอง' หลังเสียชีวิตในสนามรบ ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ครอบครัวเตรียมพิธีฌาปนกิจวันนี้วันที่ 2 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศพของพลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง หรือ ส.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง ซึ่งตั้งไว้ที่วัดบ้านยางโป่งสะเดา ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เตรียมจะฌาปนกิจศพเวลา 15.00 น.วันนี้หลังจากเสียชีวิตจากการปะทะกับทหารกัมพูชาเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ โดยบรรยากาศในงานศพตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านในหมู่บ้านและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาร่วมงานศพเป็นจำนวนมากเผยสภาพความเป็นอยู่ ทหารกล้า 'ธีรยุทธ กระจ่างทอง' หลังเสียชีวิตในสนามรบ ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ครอบครัวเตรียมพิธีฌาปนกิจวันนี้เผยสภาพความเป็นอยู่ ทหารกล้า 'ธีรยุทธ กระจ่างทอง' หลังเสียชีวิตในสนามรบ ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ครอบครัวเตรียมพิธีฌาปนกิจวันนี้โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1…

  • “สารวัตรเอก” รับไม่ได้ ล่าสุด ลั่นตรง ๆ แล้ว ไอ้เลว ลาออกไป

    "สารวัตรเอก" เอกราช หุ่นงาม โพสต์เดือดล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก Aggarach Hoonngaum ระบุว่ามีเพจหนึ่งลงคลิปว่า เอาของขึ้นไปบริจาคทหารที่รบอยู่ชายแดนเขมร พอขากลับเจอด่านตรวจ จนท.เขาพูดว่าสารวัตรเอก รับไม่ได้ ล่าสุด ลั่นตรง ๆ แล้ว ไอ้เลว ลาออกไป“บ้านรวยมากนักรึ ตัวเองเอาให้รอดก่อน ไม่กลัวตุยรึ พ่อแม่ตัวเองเลี้ยงให้รอดก่อน” โอ้โห เจ้าหน้าที่รัฐ ช่างสรรหาคำพูดชั่วๆ มาได้หลายคำเลย แต่ไม่น่าจะต้องสรรหาหรอก ความคิดชั่วๆ พวกนี้มันคงจะฝังอยู่ในหัวสมองมันมาตั้งแต่เกิด จนกลายเป็นสันดานมันไปแล้วอยากรู้จริงๆ ว่าด่านอะไร ที่ไหน แม่vใครมันเป็นคนพูด ตำแหน่งแค่ไหน ฝากไปถึงมันด้วยนะว่า มึvเกิดมาเสียชาติเกิดจริงๆ ไอ้เลว ลาออกไปเถอะ..สารวัตรเอก รับไม่ได้ ล่าสุด ลั่นตรง ๆ แล้ว ไอ้เลว ลาออกไป

  • “หมดตัว-หมดหวัง” กลับเขมรไม่มีจะกิน! ยอมกู้จ่าย 6,000 ให้นายหน้านำเข้าไทย สุดท้ายถูกทิ้งกลางทาง

    “หวังทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว” ชาวบ้านยอมจ่าย 6,000 เข้าชายแดนไทย สุดท้ายถูกหลอก ไม่ได้งาน-ไม่มีแม้ข้าวจะกินเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา, พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 สั่งการให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย ทพ.1201 นำกำลังพลไปตรวจลาดตระเวนในพื้นที่โซนตั้งแต่หลังตลาดการค้าตลาดโรงเกลือขึ้นฝั่งเหนือตามจุดเสี่ยงล่อแหล่มที่เป็นป่ารกทึบ ต่อมาได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 16 คน (ชาย 6 หญิง 6 เด็กชาย 4) กำลังเดินเท้าจากช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย ที่บริเวณบ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด และไม่มีหนังสือเดินทาง สอบถามทั้งหมดสารภาพว่า เดิมเคยขายของอยู่ในตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ แต่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากกลัวเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่ภายหลังจากกลับไปที่บ้านเกิดเป็นเวลาหลายวัน ทั้งหมดก็ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ อีกทั้งลูกๆ ของพวกเขาก็ยังเรียนอยู่ในประเทศไทย และกำลังจะมีการสอบในสัปดาห์หน้า ทำให้ทั้งหมดตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยได้ว่าจ้างผู้นำพาชาวกัมพูชาในราคาคนละ…

  • กองทัพบกยืนยันควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้เพิ่มขึ้น-ผลักดันกัมพูชาจุดรุกล้ำ

    โฆษกกองทัพบก ยืนยันควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้เพิ่มขึ้น-ผลักดันกัมพูชาพ้นพื้นที่รุกล้ำ พร้อมตรึงกำลังทหารในพื้นที่รักษาความได้เปรียบทางยุทธวิธีวันที่ 2 ส.ค.2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่ากรณีในพื้นที่ “ช่องอานม้า” ก่อนเกิดเหตุการปะทะ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2568 กำลังทหารฝ่ายไทยไม่เคยสามารถเข้าไปในพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอมได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาวางกำลังตรึงพื้นที่ไว้ฝ่ายเดียวมาตลอดซึ่งผิดหลักธรรมชาติ แต่ปัจจุบันหลังปะทะ และหยุดยิง ฝ่ายไทยสามารถเข้าพื้นที่ได้ ตามเงื่อนไขที่ ทหารทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันสำหรับกรณีเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 กองทัพกัมพูชาได้นำคณะทูตทหารจาก 13 ประเทศเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ จะพบว่า พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอมขณะนั้นมีทหารไทยได้ควบคุมพื้นที่อยู่ แต่ด้วยแนวปฏิบัติร่วมในพื้นที่อ้างสิทธิ์บริเวณ “ช่องอานม้า” หน่วยทหารในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแนวทางปฏิบัติร่วมกันไว้ ดังนี้:1. จัดกำลังฝ่ายละ 5 นาย โดยแต่ละฝ่ายส่งเจ้าหน้าที่ 5 นายเข้าไปในพื้นที่ร่วม/พื้นที่ที่ต่างฝ่ายได้อ้างสิทธิ์2. ไม่มีการพกพาอาวุธเจ้าหน้าที่ทุกนายต้องงดเว้นการพกพาอาวุธในขณะปฏิบัติภารกิจ3. มีการลาดตระเวนร่วมกันทั้งสองฝ่ายร่วมเดินลาดตระเวนบริเวณรอบ “ตาอม” (ฝั่งกัมพูชา) และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเวลา 15 นาทีต่อครั้ง4.ไม่จำกัดช่วงเวลาในการเข้า-ออกพื้นที่สามารถเข้าปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนได้ ตลอดเวลา โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาปัจจุบันกองทัพไทยสามารถควบคุมสถาปนาพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น หลายพื้นที่สามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่ที่รุกล้ำอธิปไตยไทยได้สมบูรณ์ รวมถึงเข้ายึดพื้นที่ในแนวจุดยุทธศาสตร์ทางทหารที่สำคัญได้หลายจุด โดยเมื่อยึดพื้นที่ได้แล้ว ฝ่ายไทยได้จัดกำลังตรึงพื้นที่…

  • “ม็อบรวมพลังแผ่นดิน” จี้ “แพทองธาร” ลาออก ไม่ต้องรอศาลตัดสิน

    ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยรวมตัวรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ เรียกร้อง 3 ข้อ ต่อรัฐบาล พร้อมเปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยชาวบ้านชายแดน-ให้ทหารแนวหน้ากลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เปิดเวทีปราศรัยแสดงพลังห่วงใยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีการปราศรัยทั้งภาษาไทยและภาษากัมพูชาโดยประชาชนที่เข้าร่วม เพื่อส่งเสียงสะท้อนไปถึงสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาสำหรับบรรยากาศในช่วงเช้า เริ่มมีประชาชนบางส่วนทยอยเข้าจับจองพื้นที่ พร้อมชูธงชาติเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด และคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมราว 10,000 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังรักษาความปลอดภัยไว้โดยรอบพื้นที่จัดงาน 2,000 นายโดยกิจกรรมวันนี้ จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเวลา 12.00 น.จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. ซึ่งจะมีแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายในงานยังมีจุดเปิดรับบริจาคสิ่งของ (เมืองหลวงห่วงชายแดน) เพื่อนำไปบริจาคให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ยังปฏิบัติงานตามแนวชายแดนด้วย สำหรับข้อเรียกร้องสามข้อของกลุ่มผู้ชุมนุม1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องลาออกจากตำแหน่ง โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสิน2.พรรครวมรัฐบาล ถอนตัวจากรัฐบาลทันที3.แสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตย

  • เอาจริง! PDPA สั่งปรับรพ.เอกชน 1.2 ล้านบาท ถุงขนมโตเกียวรียูส จากเวชระเบียนผู้ป่วย

    เอาจริง! PDPA สั่งปรับรพ.เอกชน 1.2 ล้านบาท ถุงขนมโตเกียวรียูส จากเวชระเบียนผู้ป่วยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. แถลงบทลงโทษ“โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่” ทำข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยรั่วไหล แล้วเอกสารดังกล่าวถูกนำไปเป็นซองขนมโตเกียว เกิดเป็นข่าวและกระแสในสื่อสังคมออนไลน์จากการตรวจสอบพบว่า โรงพยาบาลดังกล่าว ในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ทำสัญญากับกิจการขนาดเล็กซึ่งมีลักษณะเป็นธุรกิจครอบครัว ให้ทำหน้าที่ทำลายเอกสารเวชระเบียนดังกล่าว แต่ไม่ได้มีการติดตาม ควบคุม หรือตรวจสอบกระบวนการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทำให้เอกสารเวชระเบียนกว่า 1,000 ฉบับรั่วไหลในส่วนของเอกชน (บุคคลธรรมดา) ผู้รับจ้างทำลายเอกสาร ก็ได้นำเวชระเบียนที่ได้รับจากโรงพยาบาลกลับไปพักไว้ที่บ้านของตนเอง โดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ตกลงไว้ และไม่ได้แจ้งเหตุการรั่วไหลให้โรงพยาบาลทราบ จึงเข้าข่ายเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) อันนำไปสู่บทลงโทษครั้งนี้เหตุการณ์นี้แบ่งการลงโทษออกเป็น 2 กรณีบทลงโทษที่ 1 – โรงพยาบาล ในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ถูกลงโทษปรับ 1,210,000 บาทบทลงโทษที่ 2 – บุคคลธรรมดา ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ถูกลงโทษปรับ 16,940…