Category: ทั่วไป

  • ด่วน! “ภูมิธรรม” ถึงไทย รอโทรศัพท์ “ทรัมป์” ยกหูคุยหลังเจรจาหยุดยิงกับกัมพูชา

    เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 28 ก.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยนายภูมิธรรม ได้เดินเข้าห้องรับรองเพื่อรอรับโทรศัพท์จากนายโดนัล ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ประสานมาว่าจะโทรศัพท์มาพูดคุย หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย โดยยังไม่ระบุเวลาที่ชัดเจน ขณะเดียวกันได้รับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ภายหลังการเจรจาพูดคุย ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เดินทางกลับก่อนwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO

  • โฆษก สธ. เผย คลิปสยบดราม่า ขบวนรถนายกฯ ไม่ได้ขวางผู้ป่วย

    โฆษก สธ. เผย คลิปสยบดราม่า ขบวนรถนายกฯ ไม่ได้ขวางผู้ป่วยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์แสดงความไม่พึงพอใจ กรณีผู้รับบริการนำรถเก๋งส่วนบุคคลวิ่งขึ้นมาบนทางลาดอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ในขณะที่รถนำขบวนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กำลังเคลื่อนขบวนรถออกจาก รพ.ดังกล่าว เมื่อในวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมานั้นว่ามีข้อเท็จจริงดังนี้1.ผู้ป่วยรายดังกล่าวถูกนำส่งมายังห้องฉุกเฉิน รพ.สุรินทร์ โดยรถเก๋งส่วนบุคคล เมื่อเวลา 13.31 น. โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลตามขั้นตอนทันที และผู้ป่วยได้รับการประเมินอาการและรักษาทันที ในเวลา 13.34 น.2.จากการตรวจของแพทย์พบว่า ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะและมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย (BP160/73) ระดับสติสัมปชัญญะปกติ ไม่พบแขนขาอ่อนกำลัง ตรวจร่างกายระบบอื่นไม่พบความผิดปกติ3.ภายหลังการให้ยาบรรเทาอาการ สังเกตอาการภายในห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในบ่ายวันนั้นทันที“ทั้งนี้ บริเวณที่จอดรถของทีมนายกรัฐมนตรีได้จอดชิดทางเลนขวา ซึ่งมีเลนทางซ้ายที่ยังว่างอยู่ โดยรถของผู้ป่วยคันนี้อยู่ทางเลนซ้ายสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่ติดขัดและไม่มีการสั่งการให้ปิดกั้นรถแต่ประการใด โดยมีภาพจากเหตุการณ์จริงตามที่ปรากฏ” น.ส.ตรีชฎากล่าวอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฆษก สธ. เผย คลิปสยบดราม่า ขบวนรถนายกฯ ไม่ได้ขวางผู้ป่วยติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website…

  • สรุปลำดับเหตุการณ์ไทย–กัมพูชา จากชายแดนตึงเครียดสู่ข้อตกลงหยุดยิง 28 ก.ค.

    ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาที่เริ่มต้นจากประเด็นปราสาทตาเมือนธม ปะทุรุนแรงช่วงปลายกรกฎาคม 2568 จนเข้าสู่การเจรจาหยุดยิงที่มาเลเซีย ติดตามไทม์ไลน์ความขัดแย้งที่นำไปสู่จุดเปลี่ยนนี้ลำดับเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ตึงเครียดถึงหยุดยิงความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี 2568 ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่เป็นผลสะสมจากหลายเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ สะสมความตึงเครียดตลอดหลายเดือน จนกระทั่งลุกลามเป็นการปะทะด้วยอาวุธในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ความรุนแรงตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงควรถูกพิจารณาในภาพรวมของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องช่วงก่อนเกิดความรุนแรงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568ทหารไทยขัดขวางนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่พยายามร้องเพลงชาติในบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิพาท จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้สร้างกระแสไม่พอใจอย่างมากในกัมพูชา และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่จุดชนวนทางสัญลักษณ์และความรู้สึกทางประวัติศาสตร์วันที่ 28 พฤษภาคม 2568เกิดเหตุปะทะสั้น ๆ ที่บริเวณสามเหลี่ยมมรกต จังหวัดอุบลราชธานี โดยกินเวลาประมาณ 10 นาที มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางตามแนวชายแดนการตอบโต้ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมวันที่ 17 มิถุนายน 2568รัฐบาลกัมพูชาประกาศห้ามนำเข้าสินค้าจำพวกผลไม้และเนื้อหาสื่อบันเทิงจากไทย โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคงทางวัฒนธรรมและสถานการณ์ชายแดนระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 มิถุนายน 2568ประเทศไทยสั่งปิดจุดผ่านแดนหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่กัมพูชาตอบโต้ด้วยการปิดชายแดนฝั่งตนเองและระงับการนำเข้าน้ำมันจากไทย ทำให้เศรษฐกิจชายแดนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบในวงกว้างวันที่ 4 กรกฎาคม 2568เกิดเหตุเผชิญหน้าทางวาจาระระหว่างทหารไทยและกัมพูชาบริเวณเขตพิพาทจังหวัดศรีสะเกษ แม้ไม่มีการใช้กำลังแต่เป็นอีกหนึ่งจุดที่บ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงการปะทะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันที่ 23 กรกฎาคม 2568รัฐบาลไทยประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา พร้อมกับเรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับประเทศวันที่ 24 กรกฎาคม…

  • อดีตรองแม่ทัพภาค 2 แฉ! เพื่อน “ฮุน มาเนต” เป็นที่ปรึกษาทรัมป์ – เตือนรัฐไทยต้องระวังเกมเจรจาชายแดน

    อดีตรองแม่ทัพภาค 2 เปิดปากเตือนรัฐบาลไทย อย่าประมาทเกมเจรจาชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบเพื่อนสนิท “ฮุน มาเนต” แทรกตัวในทีมที่ปรึกษาทรัมป์ พร้อมชงยกเลิก MOU43 หวั่นกระทบอธิปไตยพล.ต.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการเจรจาหยุดยิงฉุกเฉินระหว่างไทยและกัมพูชาในมาเลเซีย ครั้งนี้อาจข้ามขั้นตอน "ดั้งเดิม" และมีความไม่สมดุลด้านอำนาจระหว่างผู้เจรจาพล.ต.ท.กนกชี้ว่ากรณีปกติ หลังเกิดไฟสงคราม ทหารทั้งสองฝ่ายต้องหยุดยิงก่อนจึงจะเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่ในการประชุมครั้งนี้กลับมีการเจรจาก่อน และไม่ได้เตรียมข้อมูลเรื่องการสูญเสียประชาชน ความเสียหาย หรือหลักฐานอื่นจากแนวชายแดนเพื่อใช้เจรจาเขาย้ำว่า “ไทยไม่ควรตกลงอะไรในระหว่างการเจรจาโดยไม่รับรองเป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่อยากเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย” รวมถึงแนะนำให้เก็บข้อมูลเหตุการณ์จริงจากแนวชายแดนก่อนนำขึ้นโต๊ะเจรจาด้านอำนาจต่อรองที่ไม่เท่าเทียมพล.ต.ท.กนกมองว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประสบการณ์ทางทหารและความรู้จริงในสนามรบ จึงสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการเจรจได้ ขณะที่ฝ่ายไทยซึ่งเป็นรักษาการนายกฯ อาจขาดข้อมูลเชิงลึก และทำให้เสียเปรียบ“ฮุนมาเนตเป็นผู้บัญชาการรบ จึงเคลื่อนไหวข้อมูลและเชื่อมโยงเรื่องได้ดีกว่า แม้ไม่ใช่ข้อมูลจริงก็ตาม”ห่วงจีนหรือสหรัฐฯ เข้าช่วยฝ่ายกัมพูชาอดีตรองแม่ทัพ 2 ยังตั้งข้อสังเกตว่า จีนอาจเข้ามาช่วยเหลือกัมพูชาในการเจรจา เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น ท่าเรือเรียม และอ้าแขนให้จีนใช้เป็นฐานทัพในทะเลจีนใต้ ขณะที่สหรัฐฯ ผ่านเทคให้ฮุนมาเนตเข้าร่วมในฐานะที่ปรึกษา และอาจตอบแทนด้วยผลประโยชน์บางอย่าง จึงกดดันให้ฝ่ายไทยต้องระมัดระวังเตือนยกเลิกข้อตกลง MOU43– ใช้หลักสี่เหลี่ยมในการเจรจาพล.ต.ท.กนกเรียกร้องให้ยกเลิก MOU43 ซึ่งระบุว่าห้ามสู้รบ แต่มีเงื่อนไขข้ามข้อตกลงนี้…

  • ทหารไทยสละชีพอีก 2 ราย ก่อนหยุดยิง! สมรภูมิปราสาทตาควาย

    สดุดีผู้กล้า!! ทหารไทยสละชีพอีก 2 รายก่อนถึงเวลาหยุดยิง หลังเขมรวางทุ่นระเบิด สู้รบสมรภูมิปราสาทตาควายจากกรณีเหตุปะทะตามแนวชายแดนระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.ค. ในหลายพื้นที่ ก่อนที่จะมีข้อตกลงหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไขในเวลาเที่ยงคืนวันนี้นั้นล่าสุด วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ข้อความแจ้งว่า “ทหารไทย สละชีพ อีก 2 ราย รบวันสุดท้าย ก่อนหยุดยิง สมรภูมิปราสาทตาควาย เขมรวางทุ่นระเบิดทำทหารไทยบาดเจ็บอีก 3 นายโดยเวลา 20.00 น. กองทัพบก รับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา 2 นาย คือ- พลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8- จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว สังกัด กองพันปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้ข่าวที่เกี่ยวข้องผลเจรจายุติเหตุปะทะไทย-กัมพูชา “หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข” แพทย์ทหารไทย ส่งร่างทหารกัมพูชากลับบ้านเกิดอีก 5 ศพ! จารึกชื่อวีรบุรุษ!!…

  • “ผู้พันเบิร์ด” ฝากถึง “ฮุน มาเนต” แต่ละประโยคฟังแล้วเจ็บ

    จากกรณีเหตุการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ ล่าสุด พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พลตรีวันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปรมน. เผยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไทยไม่ได้มีการใช้อาวุธเคมีตามคำกล่าวอ้าง และไม่ได้รุกล้ำพื้นที่กัมพูชาแต่อย่างใดโดย พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า ไทยไม่ได้ใช้อาวุธเคมีอย่างแน่นอน เพราะกองทัพปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกฎกติกาสากลเท่านั้น ไม่มีอะไรเพลี่ยงพล้ำในเรื่องนี้ และกรอบกติกาเราแข็งแรงมาก “ทางการทหารเราสามารถเอาชนะได้ในระบบที่มีอยู่ ไม่ต้องหาอะไรอย่างอื่นเลย เราต่อสู้ภายใต้กติกาที่มี ไม่มีนอกกติกา ยืนหยัดสู้ด้วยระบบกติกาที่มี” โฆษก กองทัพบก กล่าว…ขณะที่ พลตรีวันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปรมน. กล่าวเพิ่มเติมว่า “โฆษกกลาโหมเขา ส่วนมากเกิน 90% โกหก ไม่เป็นความจริง ส่วนอีก 10% ที่เหลือ พูดความจริง แต่พูดไม่หมด ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เขาไม่เคยยืนยันหลักฐานเชิงประจักษ์ให้สังคมโลกรู้เลย หลักฐานการประท้วง ก็ไม่มี พูดก็พูดลอยๆ โกหกอีกหน้าด้านๆ…

  • ลูกจ้างสาวช็อกร่ำไห้ สูญเสียนายจ้าง เหตุยิงตลาด อ.ต.ก. เล่านาทีหนีตาย

    ลูกจ้างสาวช็อกร่ำไห้ สูญเสียนายจ้าง เหตุยิงตลาด อ.ต.ก. เล่านาทีหนีตาย ไม่กล้าเหลียวหลัง เจ๊หลบใต้โต๊ะโดนลูกหลงดับ เผยคนร้ายชอบมีปากเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจากกรณีเกิดเหตุยิงกลางตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 ราย บาดเจ็บ 2 คน โดยผู้ก่อเหตุคือนายน้อย อายุ 61 ปี อดีตเจ้าของร้านขายผลไม้แปรรูปในตลาดเดียวกัน ซึ่งใช้ปืนพก 9 มม. ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและแม่ค้าภายในตลาด ก่อนปลิดชีพตัวเองจบชีวิตลง เมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค. 2568ล่าสุดวันเดียวกัน นางสาววาวาเวง อายุ 36 ปี ลูกจ้างร้าน นางสาวจรรยณัณ หนึ่งในผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนทำงานกับเจ๊มา 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จึงรีบบอกเจ๊ให้รีบวิ่งหนีตามตนออกมา ตอนนั้นตนกำลังพยายามจะพาเจ้หนีด้วยกันต่อมาตนวิ่งนำออกมาก่อน ตนไม่กล้าเหลียวหลังเพราะเสียงปืนยังดังอยู่ พอพ้นจุดอันตรายมาได้ มารู้ทีหลังว่าเจ๊ไม่ได้วิ่งออกมาด้วย แต่เลือกหลบอยู่ใต้โต๊ะบริเวณร้านใกล้ ๆ แล้วก็โดนลูกหลง…

  • สุดเศร้า.. กำลังพลเสียชีวิต 2 นาย รบวันสุดท้าย ก่อนหยุดยิง

    ขอสดุดีแด่กำลังพล "กองทัพบก" รับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา 2 นาย โดยเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหารโพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า.. "ทหารไทย สละชีพ อีก 2 รบวันสุดท้าย ก่อนหยุดยิง สมรภูมิปราสาท ตาควาย เขมร วางทุ่นระเบิด ทำทหารไทย บาดเจ็บ อีก 3 วันนี้ (28 ก.ค. 68 เวลา 20.00 น.) กองทัพบก รับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา 2 นาย คือพลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว สังกัด กองพันปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้า เหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้"

  • เขมรยังไม่หยุดยิงปืนใหญ่ ระดมกำลังหวังยึดพื้นที่ก่อนเที่ยงคืน ไทยส่ง F-16 บินทิ้งบอมบ์รอบ2

    เขมรยังไม่หยุดยิงปืนใหญ่ ระดมกำลังหวังยึดพื้นที่ก่อนเที่ยงคืน ไทยส่ง F-16 บินทิ้งบอมบ์รอบ2 พื้นที่ ประสาทตาเมือนธม และประสาทตาควายวันที่ 28 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนถึงเวลาหยุดยิงเวลา 00.00 น. คืนนี้ ตามที่ไทย-กัมพูชาได้ข้อสรุปร่วมกัน ที่ประเทศมาเลเซีย โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางฝั่งกัมพูชาก็ยังใช้อาวุธหนัก ยิงเข้ามาฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง กองทัพอากาศ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติภารกิจพื้นที่ ประสาทตาเมือนธม และประสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ รอบที่2โดยรอบแรกเกิดขึ้นในช่วงเช้า ที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายพร้อมกับฐานปฏิบัติอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับช่วงเช้าที่ผ่านมาโดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม – ปราสาทตาควาย พบว่าฝ่ายกัมพูชายังคงความมุ่งมั่นในการยึดและพยายามเข้าควบคุมพื้นที่ พบการรวมกำลังและเพิ่มเติมกำลังขึ้นมาจากพื้นที่ตอนในของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เขมรยังไม่หยุดยิงปืนใหญ่ ระดมกำลังหวังยึดพื้นที่ก่อนเที่ยงคืน ไทยส่ง F-16 บินทิ้งบอมบ์รอบ2ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website :…

  • ร้องไห้แบบนี้ ก็ต้องโดนซะหน่อย!! ไพรวัลย์ ซัด บุน ราคี ไม่มีใครดีเท่าลูกกับผัวมึxแล้ว

    ไพรวัลย์ เหน็บแรงบุนรานี ร้องไห้ ด่าประเทศไทยเป็นต้นเหตุผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ภายหลังจากที่สื่อกัมพูชา เผยภาพ บุนรานี ภรรยาของ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภาฯ กำลังใจปาดน้ำตา ขณะลงพื้นที่เยี่ยมและแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นให้แก่ชาวบ้านล่าสุดไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ออกมาโพสต์วิจารณ์อย่างอดไม่ได้ว่าบุน ราคี คิ้วปลิง ร่ำไห้ บอกกองทัพไทยเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนกัมพูชาต้องอพยพ ซัดบรรพบุรุษไทยฝ่ายไหนเป็นคนสร้างปราสาทแถวเขตชายแดนปล.ไม่มีใครดีเท่าลูกกับผัวมึงแล้วค่ะ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS