Category: ทั่วไป

  • สูญเสียทหารกล้าอีก 1 ราย ‘พลทหารญาณพัฒน์’ เสียชีวิต ถูกสะเก็ดระเบิดปะทะวันแรก

    สูญเสียทหารกล้าอีก 1 ราย ‘พลทหารญาณพัฒน์’ เสียชีวิต ถูกสะเก็ดระเบิดปะทะวันแรกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการกองทัพ (บก.ทบ.)รับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 1 นาย คือ พลทหาร ญาณพัฒน์ โคตรสาขา สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารที่ 3กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้วันเดียวกัน มณฑลทหารบกที่ 25 จัดพิธีส่งศพ 3 ทหารกล้า ที่ได้สละชีวิตปกป้องอธิปไตยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน เพื่อนำร่างกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา ได้แก่ สิบเอก กฤษฎา น้อยโคตร สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 สิบเอก จิรายุ สิงห์อ้น สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 สิบเอก นพพล บุญเลิศ สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6ขณะที่เพจกองพันย่าโม เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่…

  • กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ชุมนุมเรียกร้อง ‘หยุดยิงทันที’ ยุติรบไทย-กัมพูชา ปลุกปั่นชาตินิยม

    กลุ่มแนวร่วมองค์กรสังคมนิยมแรงงาน ชุมนุม เรียกร้องยุติสงครามไทย-กัมพูชาเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่สวนสันติภาพ กลุ่มแนวร่วมองค์กรสังคมนิยมแรงงาน จัดกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกัมพูชา“หยุดยิงทันที! ประซาซนไม่ต้องการสงคราม!” โดยระบุว่า เสียงปืนและระเบิดที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้พรากชีวิตพลเรือนและทหารชั้นผู้น้อยของทั้งสองฝั่ง สร้างความเศร้าสลดแก่ผู้รักสันติภาพเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอแสดงจุดยืนของเราอย่างหนักแน่นเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาบานปลายมากกว่านี้ ต้อง “หยุดยิงทันที” เราขอเรียกร้องต่อผู้รักความเป็นธรรม รักสันติภาพในไทย กัมพูชา และประชาคมอาเขียนให้ช่วยกันสนับสนุนข้อความนี้ เราไม่สามารถไว้ใจผู้นำรัฐบาล กองทัพของไทยและกัมพูชา ปลุกปั่นลัทธิชาตินิยมในสื่อโชเชียลมีเดียและการขานรับจากสื่อกระแสหลักมาตั้งแต่แรกด้วยแฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด และ #เราจะไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ไม่ใช่วิสัยที่ควรจะทำแต่อย่างใด เพราะมันนำมาซึ่งความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ทำลายความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคือ “แรงงานชาวกัมพูชาในไทย”เราเชื่อมั่นว่า การสร้างขบวนการต้านสงครามโดยประชาชนผู้รักสันติเป็นหลักประกันที่จะกดดันให้ผู้นำของทั้งสองประเทศหยุดยิงและถอนกำลังออกจากพื้นที่ปะทะโดยทันที รวมทั้งประชาชนและแรงงานทั้งสองฝั่งต้องสมานฉันท์กัน โดยร่วมกันแสดงออกถึงความต้องการสันติภาพ และคัดค้านสงครามสร้างพื้นที่พูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพถาวร ที่ไปไกลกว่าแนวทาง “ชาตินิยม”อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน ชุมนุมเรียกร้อง ‘หยุดยิงทันที’ ยุติรบไทย-กัมพูชา ปลุกปั่นชาตินิยมติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th

  • ด่วน ทอ.ส่ง F-16 และกริพเพน บินทิ้งบอมบ์รอบ 2 พื้นที่ทางทหารกัมพูชา จุดปราสาทตาควาย

    ด่วน ทอ.ส่ง F-16 และกริพเพน บินทิ้งบอมบ์รอบ 2 พื้นที่ทางทหารกัมพูชา จุดปราสาทตาควายด่วน ทอ.ส่ง F-16 และกริพเพน บินทิ้งบอมบ์รอบ 2 พื้นที่ทางทหารกัมพูชา จุดปราสาทตาควาย ภารกิจลุล่วงไปด้วยดีตามเป้าหมายเมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ และกริพเพน จำนวน 2 ลำ ออกปฏิบัติการเป็นรอบที่ 2 ของวันนี้โดยได้โจมตีทำลายพื้นที่ของทหารกัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดง จ.สุรินทร์ โดยภารกิจรอบ 2 ของวันนี้ลุล่วงไปด้วยดีตามเป้าหมาย และกลับฐานปฏิบัติโดยปลอดภัยสำหรับพื้นที่บริเวนนี้ ทหารไทย และทหารกัมพูชา ปะทะกันดุเดือด สลับกันรุกกันรับ โดยทหารไทยพยายามทำลายพื้นที่กัมพูชาที่วางกำลังไว้หลายระลอกขณะที่กัมพูชาโต้กลับและมีการระดมกำลังทหารมาเพิ่มเติม ส่งผลให้พื้นที่บริเวนนี้มีการปะทะดุเดือดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.จนถึงวันนี้อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด่วน ทอ.ส่ง F-16 และกริพเพน บินทิ้งบอมบ์รอบ 2 พื้นที่ทางทหารกัมพูชา จุดปราสาทตาควายติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…

  • เปิดขีดความสามารถ “PHL-03” จรวดพิสัยไกลที่สุดของเขมร อาวุธพลิกเกมที่คุกคาม 9 จังหวัดชายแดนไทย!

    “รู้จัก PHL-03” จรวดพิฆาตจากจีน ยิงไกล 150 กม. ระดมถล่มเป้าหมายได้ในพริบตา ใช้เวลาแค่ไม่ถึงนาที! อานุภาพรุนแรง พัฒนาจากระบบโซเวียต แต่ยกระดับเทคโนโลยีจีน ใช้งานเร็ว แม่นยำ ครอบคลุมพื้นที่กว้างในสนามรบเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ภายหลังกองทัพภาคที่ 2 ประกาศเตือนระวังอันตรายจาก “ขีปนาวุธ PHL-03” ยิงไกลได้ถึง 130 กิโลเมตร หลังมีรายงานว่ากัมพูชาได้เคลื่อนย้ายขีปนาวุธดังกล่าวออกมาล่าสุดเพจ thaiarmedforce.com ซึ่งให้ความรู้ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ได้อธิบายคุณสมบัติของอาวุธดังกล่าวไว้ว่าข้อมูลเพิ่มเติมของ PHL-03/AR2 ซึ่งกัมพูชามีใช้งานจำนวนหนึ่ง และเป็นจรวดหลายลำกล้องที่มีระยะยิ่งไกลสูงสุด 130 กิโลเมตร และมีความเป็นไปได้ที่กองทัพกัมพูชาจะใช้งานกับไทยดังเช่นที่กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนในวันนี้ ส่วนความแม่นยำไม่ต้องพูดถึง ยิ่งวัดจากการใช้งานจรวดของกัมพูชาที่ยิงใส่แต่โรงพยาบาลบ้าง บ้านคนบ้างแบบนี้ อยากให้ทุกคนระวังตัว ถ้ามีประกาศอพยพควรอพยพโดยเร็วที่สุดครับPHL-03 คือระบบจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) ที่ถือเป็นอาวุธพิสัยไกลที่สุดในคลังแสงของกัมพูชา พัฒนามาจากพื้นฐานของ BM-30 Smerch ของโซเวียต ซึ่งเป็นระบบที่ทรงอานุภาพและสร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเป็นอย่างมากขีดความสามารถที่น่าจับตาของ PHL-03:ระยะยิง: สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 70-130 กิโลเมตรขนาดและท่อยิง: ใช้ลูกจรวดขนาด 300…

  • อ.อ๊อด เช็กเส้นทาง! ให้เครื่องบินรบ กริพเพน แล้ว!!

    อ.อ๊อด ลากเส้น ระยะ ให้กริพเพน จาก กองบิน 7ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ “อ.อ๊อด” อาจารย์ นักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์ และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…ปัจจุบัน: เครื่อง Gripen รุ่น C/D ถูกประจำการที่ กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ดูระยะแล้ว ไม่ไกลจากบ้านไอ้วุ้นเส้นที่พนมเปญ นัก#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • เปิดชัด ๆ “พรรคประชาชน” ออกแถลงการณ์ล่าสุด ถึง “รัฐบาลไทย” แล้ว

    เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People's Party ได้มีการโพสต์ข้อความล่าสุด ระบุว่าข้อเสนอพรรคประชาชนต่อรัฐบาลไทย นำ ฮุน เซน ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศฐานอาชญากรรมสงครามจากสถานการณ์การปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เปิดฉากยิงโดยกองทัพกัมพูชา และมีการโจมตีไม่เลือกหน้าด้วยอาวุธยิงพิสัยไกลต่อเป้าหมายพลเรือน ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ บ้านเรือน จนทำให้พลเรือนไทยเสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 29 คนฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียส่วนตัว ยืนยันว่าตนเป็นผู้บัญชาการโจมตีอันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ชาวไทยด้วยตัวเองพรรคประชาชนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของฮุน เซน เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม การโจมตีพลเรือนโดยเจตนา ถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างชัดแจ้งในกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งธรรมนูญกรุงโรมแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ มาตรา 8(2)(b)(i) และอนุสัญญาเจนีวา ตามมาตรา 147 ซึ่งนำไปสู่หลักเขตอำนาจศาลสากล (Universal Jurisdiction) ที่อนุญาตให้ทุกรัฐสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ดำเนินการยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อเอาผิด ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศแม้ประเทศไทยจะยังไม่ได้ให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรม แต่กัมพูชาเป็นรัฐภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2002 ศาลจึงมีเขตอำนาจเหนือคดีได้โดยตรง หากผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลสัญชาติกัมพูชารัฐบาลไทยจึงมี…

  • แตกตื่น! ผีพนันเขมรวิ่งหนีตายจากกาสิโน หลังปืนใหญ่ถล่มชายแดนสุรินทร์! F-16 ไทยโต้เดือด!

    ชายแดนสุรินทร์เดือด! ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงปืนใหญ่กว่า 60 ลูก จากหลังบ่อนกาสิโน ชาวกัมพูชาวิ่งหนีตายอลหม่าน! F-16 ไทยขึ้นบินโต้กลับสนั่น! กระสุนตกใกล้บ้านเรือนไทย วัวตาย 1 ตัว ประชาชนอพยพหนีตายเกือบหมดวันที่ 26 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงปืนใหญ่ใส่ไทย จากฝั่งกัมพูชา ดังสนั่นหวั่นไหว บริเวณหลังบ่อนกาสิโน ในพื้นที่ของทุนจีนที่กำลังก่อสร้างอาคาร ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ก่อนที่ทหารไทยจะยิงตอบโต้กันไปมา กระสุนปืนใหญ่วิ่งผ่านข้ามหัว ผู้นำชุมชน ชรบ. และชาวบ้านในพื้นที่ บางส่วนยังอยู่เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง ระหว่างพากันวิ่งหลบภัยในบังเกอร์อย่างจ้าละหวั่น จนถึงเวลานี้เวลาบ่าย 2 โมง เสียงปืนใหญ่ยังคงดังจากทั้งสองฝ่าย รวมมากกว่า 60 ลูกแล้ว พบกระสุนปืนใหญ่กัมพูชาพุ่งมาตกข้างกำแพงบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่าของผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ในพื้นที่บ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง อีกด้วยหลังจากเสียงปืนสงบสักระยะ ผู้นำชุมชนและ ชรบ.หมู่บ้านด่าน ได้เข้าไปดูพื้นที่กระสุนตกและถ่ายรูปไว้ ก่อนจะพากันวิ่งเข้าหลุมหลบภัยอีกครั้ง หลังมีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นอีกระลอกขณะที่พบคลิปชาวกัมพูชาที่โพสต์โซเชียล พากันวิ่งหนีออกจากพื้นที่บ่อนกาสิโนทั้งสองแห่งฝั่งกัมพูชา ใกล้กับจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมอย่างจ้าละหวั่น และมีรายงานว่า ปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา…

  • “หมอเหรียญทอง” ขอลั่นชัด ๆ เผยสิ่งที่ “กัมพูชา” ต้องชดใช้

    "หมอเหรียญทอง" พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา ระบุการเจรจาสงบศึก ทุกชีวิตของประชาชน ทหาร จะต้องได้รับการชดใช้ด้วยการกำหนดให้กัมพูชายกดินแดนที่เคยเป็นของไทยก่อนที่จะมีประเทศกัมพูชาคืนให้ไทยกัมพูชาจะแค่ยอมถอยออกไปจากพื้นที่ปะทะตามแนวชายแดน แล้วจบๆกันง่ายๆไม่ได้นะครับนี่เป็นเรื่องเอกราชและอธิปไตยของชาติและประชาชน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแบบไอ้กุ๊ยเกเรหาเรื่อง ถูกกระทืบสั่งสอน แล้วขอกราบตีXก็เป็นอันจบกันนะครับพลตรี เหรียญทอง แน่นหนา25 ก.ค.68 เวลา 21.49 น.หมอเหรียญทอง ขอลั่นชัด ๆ เผยสิ่งที่ กัมพูชา ต้องชดใช้

  • ไทยใช้การทำลายทางลึกเหมาะสม หลังกัมพูชาใช้ขีปนาวุธวิถีไกล

    สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจากกรณี กองทัพภาคที่ 2 เตือนเฝ้าระวังกัมพูชายิง ขีปนาวุธ PHL-03 วิถีไกล 130 กิโลเมตร เพื่อพุ่งเป้าหมายพื้นที่ยุทธศาสตร์ และที่ตั้งทหารนั้นล่าสุดพล.ต.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร ระบุว่า การขยับ ขีปนาวุธ PHL-03 เป็นการขู่ และถือเป็นภัยคุกคาม ดังนั้นถ้าไทยใช้การทำลายทางลึกถือว่าเหมาะสมจากการที่กัมพูชากล่าวหาไทยว่า ใช้ปฏิบัติการทางอากาศเกินกว่า ไทยไม่ทำเกินกว่าเหตุ แต่สิ่งที่ทำดังกล่าวเป็นเหตุผล เพราะฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนกำลังจำนวนมากมาประชิดชายแดนใช้อาวุธยิงระยะไกลทำร้ายประชาชนของไทย ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีบริการน้ำมัน ทำให้ประชาชนชาวไทยบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากการมีภาพข่าวการเคลื่อนอาวุธยิงระยะไกล ถือว่าเป็นการข่มขู่คุกคามความมั่นคงของไทยอย่างชัดเจน ดังนั้นการปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อลดการสูญเสีย เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด“การปฏิบัติการทางอากาศของเราทำลายเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และมีความแม่นยำ”

  • ผบช.ภ.9 สั่งเด้ง “พล.ต.ต.ไมตรี” ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เซ่นไฟใต้นราธิวาส

    25 กรกฎาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ในฐานะ รอง ผบช.ปฎิบัติราชการแทน ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า และ ผบช.กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหนังสือคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ที่ 109/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการและรักษาราชการแทนโดยระบุในหนังสือคำสั่ง ด้วยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา มีการก่อเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่ชาติส่วนหน้า ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้วางนโยบายและแนวทางการปฏิบัติตลอดจนประชุมกำชับ และแจ้งเตือนให้หัวหน้าหน่วย ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ จนถึงหัวหน้าสถานีตำรวจไปควบคุม แต่ปรากฏว่าในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีการก่อเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส อย่างต่อเนื่องและมีความซ้ำซ้อนกันหลายพื้นที่ เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ข้าราชการตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการตำรวจและครอบครัวขาดขวัญกำลังใจเพื่อให้การบริหารราชการ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบของตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า…