Category: ทั่วไป
-
เพจดังชี้ช่องหากเห็นอินฟลูฯทำคอนเทนต์ ชวนทำร้ายคนเขมรที่ไม่รู้เรื่องให้แจ้งเบาะแสมาได้
“เพจดัง” ชี้ช่องหากพบอินฟลูฯ คนใดทำคอนเทนต์ให้เกลียดชังคนกัมพูชาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ให้ส่งข้อมูลมา เพราะเข้าข่ายเฮทสปีช เพื่อส่งต่อให้เฟซบุ๊กดำเนินการทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ผู้ใช้เพจชื่อดัง Drama-addict ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนสติสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าเห็นอินฟลูคนใดทำคอนเทนต์ชวนทำร้ายคนเขมรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ส่งเบาะแสมาได้ เฟซบุ๊กกำลังดำเนินการ พวกนี้อาจโดนแบนเข้าข่ายเฮทสปีชสุดอาลัย ‘พลทหารน้องแม็ก’ เหยื่อกระสุนชายแดน พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่…คำเตือนจาก Drama-addict ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการใช้สื่ออย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์เปราะบาง การปลุกปั่นความเกลียดชังต่อกลุ่มชาติพันธุ์ใดๆ ไม่เพียงเป็นภัยต่อสังคม แต่ยังอาจขัดต่อกฎหมายทั้งในและต่างประเทศขณะที่เพจthaiarmedforce.com โพสต์ข้อความ ระบุว่า คนไทยอย่าทำตัวเลวทรามด้วยการไปไล่กระทืบคนกัมพูชาในไทย ใครเจอคนทำพฤติกรรมแบบนี้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปจัดการครับ #ชายแดนไทยกัมพูชา
-
ย้อนตำนาน “คำสาปชัยวรมัน” ยิ่งฟังยิ่งขนลุกตรงหลายข้อเลย
ด้วยสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ยังตึงเครียด ทำให้หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า การปะทะกันครั้งนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่ ไทย จะชนะการศึก หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่ กัมพูชา จะเป็นฝ่ายประกาศชัยชนะ และจากการประเมินสถานการณ์นั้น ต้องยอมรับจริงๆ ว่า กัมพูชา ไม่มีทางที่จะชนะไทยได้เลย ทั้งในด้านอาวุธ กำลังรบ และ ประวัติศาสตร์วันนี้ ไทยนิวส์ จะพาไปย้อนรอยสำหรับความมั่นใจว่า "กัมพูชาไม่มีทางชนะไทยอย่างแน่นอน" เพราะหากว่ากันตามความเชื่อ คนโบราณที่ได้เอ่ยคำสาปแช่งไว้ด้วยความโกรธแค้น มักจะมีส่งผลทำให้คำสาปแช่งนั้นยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างเช่น"คำสาปของพระเจ้าชัยวรมัน""คำสาปของพระเจ้าชัยวรมัน" ที่ทรงเอ่ยปากสาปแช่งผู้ที่จะทำลายอาณาจักรของพระองค์ ทำให้เกิดความเสื่อมถอยและความแตกแยก ซึ่งคำสาปนี้ถูกสลักอยู่ที่ ศิลาจารึก ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ คำสาปในศิลาจารึก ที่มักถูกอ้างอิงถึง เป็นศิลาจารึกที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งจารึกเมื่อ พ.ศ. 1563 ในสมัย "พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1" (ครองราชย์ พ.ศ. 1545 – 1593) ไม่ใช่พระเจ้าชัยวรมันทั้งนี้หากสันนิษฐานจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จึงอาจมีการตีความหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำสาป "ชัยวรมัน" และ "สุริยวรมัน" ซึ่งปรากฏในศิลาจารึกปราสาทตาเมือนธม ซึ่งระบุถึงการบริหารจัดการและการถวายทรัพย์สินแด่เทวสถาน โดยคำสาปมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากการถูกทำลายเท่านั้น)สำหรับ"คำสาปชัยวรมัน" เป็นตำนานเรื่องเล่าตามความเชื่อที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางการ…
-
เขมรกว่า 4,000 คนแห่กลับบ้านทะลักจุดผ่านแดนบ้านแหลม หลัง กปช.จต.สั่งปิดด่านทั้งทางบก-ทะเล
จันทบุรี8203; -8203; เขมรกว่า 4,000 คนแห่เข้าคิวกลับบ้านทะลักจุดผ่านแดนบ้านแหลม หลัง กปช.จต.ออกคำสั่งปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเลในพื้นที่จันทบุรีและตราด หลังสถานการณ์8203;เริ่มตึงเครียด โดยมี น.ย.เร่งอำนวยความสะดวกเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (25 ก.ค.)8203; ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ว่าได้มีชาวกัมพูชากว่า 4,000 คน ทยอยมารวมตัวกันเพื่อเดินทางกลับประเทศหลังกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (เฉพาะ) ได้ประเมินสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่รับผิดชอบแล้วว่า เริ่มมีสถานการณ์8203;ตึงเครียดดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย อธิปไตยของชาติ และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากสถานการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพบริเวณชายแดนระหว่าง 2 ประเทศจึงกำหนดให้ปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเล ในพื้นที่ จ.จันทบุรีและตราด โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงดังนี้1.งดการผ่านเข้า-ออก ของยานพาหนะทุกประเภท2. งดการเดินทางผ่านเข้า-ออก ของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ3. งดการสัญจรทางทะเลในเขตน่านน้ำประเทศไทย (พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด)พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องโปรดติดตามประกาศและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ออกคำสั่งพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวไทยและชาวกัมพูชาที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศของตนเอง ให้สามารถผ่านแดนได้ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 15.00…
-
เปิดยอด “ทหารเขมร” เสียชีวิต หลังสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา รวม 19 ศพ
ภาพไฮไลต์เปิดยอด "ทหารเขมร" เสียชีวิต หลังสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.- เช้า 25 ก.ค. 68 รวม 19 ศพ หลังโดนอาวุธทหารหนักไทยถล่มกลับวันที่ 25 ก.ค. 68 รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคง กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยผลสรุปความเสียหาย เหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 24 ก.ค. 68 จนถึงช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ค. 68 ว่า มีทหารกัมพูชาสูญเสียในพื้นที่ บริเวณด้านหน้าปราสาทตาเมือนธม มีทหารกองพลน้อย ร.42 เสียชีวิต 1 ศพ พื้นที่ใต้ปราสาทตาเมือนธม พบผู้เสียชีวิต 8 ศพ เป็นทหาร 3 ศพ ประชาชน 4 ศพ และพระสงฆ์ 1 ศพเครื่องบินโจมตี 3 บก.พลที่ 8,…
-
จักรภพ โพสต์หลังได้รับแต่งตั้ง บ้านเมืองมีปัญหาจะให้นั่งอยู่เฉยได้หรือ!!
จักรภพ พร้อมลุย! เพื่อบ้านเมือง ลั่น ทำงานตำแหน่งอะไรก็ได้ ขอให้ได้ทำงานผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า จากกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรีล่าสุด นายจักรภพ เพ็ญแข ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์หรือเอ็กซ์ ระบุว่าแต่งตั้งที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลบ้านเมืองมีปัญหาถึงขนาดนี้จะให้นั่งเฉยได้หรือตำแหน่งอะไรก็ช่างเถอะครับ ขอให้ได้ทำงานและได้แก้ปัญหาตรงจุด#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
แจ้งเตือน วัยรุ่นเขมร ไล่เก็บยอด คนไทยในปอยเปต กลางดึก ระวังตัวด่วน
แจ้งเตือน วัยรุ่นเขมร ไล่เก็บยอด คนไทยในปอยเปต กลางดึก ระวังตัวด่วนวันที่ 25 ก.ค.2568 วงกลางดึกเวลาประมาณ 02.00 น.ที่ผ่านมา กลุ่มช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนและปอยเปต นำภาพคลิปคนไทยถูกคนกัมพูชารุมทำร้าย โดยระบุว่า ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปคนไทยไปหาเรื่องคนกัมพูชาในโซเชียล ทำให้คนกัมพูชาเกิดความโมโห ที่หน้าคาสิโนในปอยเปต มีคนไทยโดนทำร้าย กำลังมีเรื่องกันอยู่จึงแจ้งเตือนคนไทยด้วยกัน พยายามอย่าออกไปนอกสถานที่เด็ดขาด และเตือนว่า คนไทยในปอยเปตช่วงนี้ขอให้พัก พยายามหรือห้ามออกเที่ยวยามวิกาล อย่าเกาะกลุ่มบริเวณข้างทาง ให้รีบทำงานแล้วกลับที่พักทันทีคลิปคนไทยที่ถูกทำร้าย 2 พิกัด ระบุว่า คนไทยโดนวัยรุ่นเขมร รุมเก็บยอด คือ 1.ซอยโอ (ขอสงวนนามสกุล) และ 2.พลามิงโก้ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งมีการแจ้งข่าวกันในกลุ่มคนไทย บอกว่า เมื่อกี้บองมาส่งของให้ เตือนว่า อย่าออกไปไหนเด็ดขาด มันขับโมโตกันมา 50 กว่าคัน ตามล่าหาคนไทย ใครคนไทยมันใส่หมด ระวังตัวด้วยนะครับหลังจากมีคนไทยบางคนโพสต์ว่า จะกระทืบพวกเขมรที่อยู่ในไทย ฝั่งไพลิน คนไทยโดนกัมพูชาทำร้ายค่ะ ฝั่งนั่นดูแลตัวเองด้วยนะคะ ข้อความแจ้งเตือนกันภายในกลุ่ม ซึ่งมีภาพคลิปยืนยันว่า มีคนไทยถูกดักรุมทำร้ายจริง โดยเฉพาะพิกัดซอยโอ…
-
ทั่วโลกประณามเขมรตรงกัน “เป็นฝ่ายเปิดศึก ยิงก่อน” ทำพลเรือนไทยบาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก
ทั่วโลกรายงานตรงกัน! กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อนในความขัดแย้งชายแดน ส่งผลให้พลเรือนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก สื่อต่างประเทศประณามหนัก จี้หยุดโจมตีเป้าหมายพลเรือนทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.ค. สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ทวีความรุนแรงขึ้น หลังการปะทะด้วยอาวุธส่งผลให้พลเรือนไทยจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ทั่วโลกต่างจับตาเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และรายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า “กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน”จากการรวบรวมรายงานข่าวในหลายประเทศ พบว่า: ประเทศไทย รายงานชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน มีการใช้กำลังอย่างรุนแรง จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากในฝั่งไทยสื่ออังกฤษ ระบุว่า "กัมพูชาเริ่มสงครามและยิงก่อน" พร้อมรายงานความเสียหายที่เกิดกับพลเรือนไทยจีน และ ไต้หวัน รายงานตรงกันว่า กัมพูชาคือฝ่ายเริ่มเปิดฉากความขัดแย้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมียนมา, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, รัสเซีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, และ สวีเดน ต่างประณามการกระทำของกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการโจมตีพลเรือนและพื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรงขณะที่ สวีเดน ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงว่า “การโจมตีพลเรือนและโรงพยาบาลโดยกัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไปในทิศทางเดียวกันจากนานาประเทศ รัฐบาลไทยยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันในการเร่งชี้แจงสถานการณ์ และเรียกร้องให้สังคมโลกแสดงจุดยืนต่อการใช้กำลังในลักษณะนี้จากฝ่ายกัมพูชาทั้งนี้ การต่อสู้ในศึกข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) จึงไม่ต่างจากสมรภูมิจริง ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมีท่าทีที่ชัดเจนและเข้มแข็ง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและความมั่นคงของชาติ
-
ด่วน! เตือนประชาชนแนวชายแดนไทย-เขมร อพยพจากพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในระยะยิง 20-40 กม.
“กองทัพภาคที่ 2” ออกประกาศเตือนขอความร่วมมือประชาชน ที่อยู่แนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชาให้อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นเขตที่มีความเสี่ยงสูงจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักพิสัยไกลจากกรณีกองทัพไทยเปิดบันทึกเหตุการณ์การปะทะบริเวณชายแดน 24 ก.ค. กัมพูชา ใช้ UAV บินล้ำเข้ามาสำรวจเขตปราสาทตาเมือนธม พร้อมส่งทหาร 6 นาย อาวุธครบมือเข้ามาประชิด ยิงถล่มฐานไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งพลเรือนและทหาร ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้อ่านข่าวต่อ : กองทัพไทย เปิดบันทึกเหตุปะทะชายแดน กัมพูชาเปิดฉาก บินล้ำ ยิงถล่มฐานไทยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ "กองทัพภาคที่ 2" ได้ออกมาโพสต์ขอความร่วมมือประชาชน ที่อยู่แนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชาให้อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นเขตที่มีความเสี่ยงสูงจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักพิสัยไกลโดยเพจกองทัพภาคที่ 2 ระบุข้อความว่า"ขณะนี้เกิดการปะทะในพื้นที่ตามแนวชายแดนหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดน" พร้อมกับแนบภาพที่ระบุข้อความว่า "แจ้งเตือน ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมืออพยพจากพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย อยู่ในระยะยิง 20-40 กม. โดย BM-21 ยิงได้ 20 กม., PHL-81 และ Type-90B ยิงได้ถึง 40 กม."อย่างไรก็ตาม…
-
อัปเดตสถานการณ์สู้รบ กัมพูชา โจมตีฐานฟ้าลั่น ไทยสูญเสียทหาร อีก 1 นาย
22 ก.ค. 2568 อัปเดตสถานการณ์สู้รบ ชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา กองทัพกัมพูชา ระดมยิงอาวุธหนักเข้าใส่ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น(เขาสัตโสม) อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ "จ่าโต๋" จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา ตำแหน่งนายสิบลาดตระเวน ปืนใหญ่ที่ 6 พัน.106 เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.อ.ยงยุทธ พิมพกรรณ์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า ขณะนี้รู้สึกตัวดี ตอบสนองได้ด้าน กองทัพบก ได้รับรายงานจากหน่วยในพื้นที่ว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. ได้เกิดการปะทะบริเวณ ช่องบกฯ และภูมะเขือ จ.อุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาได้ ระดมยิงด้วยอาวุธหนัก ทั้ง ปืนใหญ่สนาม และ จรวด BM-21 (Grad Rocket) เข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาปัจจุบันฝ่ายไทยได้ ตอบโต้การกระทำดังกล่าวอย่างชอบธรรม โดยใช้อาวุธสนับสนุนตามสถานการณ์ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ความคืบหน้าและท่าทีของฝ่ายไทย…
-
แฉ ‘เขมร’ งัดอาวุธเด็ด RM-70 ขนาด 122 มม. อานุภาพทำลายล้างแรงกว่า BM-21
ทำความรู้จัก RM-70 ขนาด 122 มม. จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (24 ก.ค.) ทหารกัมพูชา เปิดฉากใช้จรวด BM-21 โจมตีเป้าหมายพลเรือน 11 พื้นที่ ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บอีก 20 ราย โดยได้เร่งอพยพชาวบ้านที่เหลือเข้าหลุมหลบภัยทำความรู้จักจรวด ‘BМ-21’ อาวุธเขมร เปิดศักยภาพยิงไปได้ไกลขนาดไหนล่าสุด ช่วงเช้าของวันนี้ ฝ่ายทหารกองทัพกัมพูชา ได้เปิดฉากยิงอีกครั้ง โดยใช้จรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) ระดมยิง ซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่า BM-21สำหรับเครื่องยิงจรวด RM-70 ระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "จรวดหลายลำกล้อง" เป็นระบบอาวุธที่พัฒนาโดยเชโกสโลวาเกีย โดยมีพื้นฐานมาจากระบบ BM-21 Grad แต่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า…