Category: ทั่วไป
-
หมอแอร์ เตือน คนแข่ง HYROX หลังมี นักกีฬาหัวใจวาย แนะอาการที่ต้องหยุดทันที รีบแจ้งแพทย์
หมอแอร์ เตือน คนแข่ง HYROX หลังมี นักกีฬาหัวใจวาย แนะอาการที่ต้องหยุดทันที รีบแจ้งแพทย์หมอแอร์ เตือน คนแข่ง HYROX หลังมี นักกีฬาหัวใจวาย แนะหากมีอาการสัญญาณเตือนจากร่างกายเหล่านี้ ให้หยุดทันทีและแจ้งทีมแพทย์ในงานกรณีเพจ พลอยขอเล่า – Ploy Talk โพสต์ภาพพร้อมเขียนข้อความบรรยายระบุว่า ผู้เข้าแข่งขัน Hyrox กำลังถูกปั๊มหัวใจ และสุดท้ายคือต้องนำส่งโรงพยาบาลต่อมา หมอแอร์ หรือ นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา เป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจและผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์หัวใจกีฬา (Sports Cardiology) โพสต์ข้อความผ่านเพจ Akanis Srisukwattana ถึงคนแข่ง Hyrox ความว่า ถึงคนแข่ง HYROX ทุกคน มีข่าวนักกีฬาหัวใจวายการเกิดหัวใจวายขณะแข่งกีฬา สถิติอยู่ที่ 1 ต่อแสน สำหรับประชากรทั้งหมด แต่สำหรับคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว สถิติอาจจะอยู่ที่ 1 ต่อ 5,000 ได้เลยในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่บอกว่า Hyrox…
-
สุดเศร้า “ฟ้าใส” อดีตไอดอลวงดัง จากไปอย่างสงบ หลังเพิ่งยุติบทบาท
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 กลายเป็นข่าวเศร้าสะเทือนใจวงการไอดอล เมื่อเฟซบุ๊กIC45 Entertainment ค่ายเพลงไอดอล ได้ออกประกาศแจ้งข่าวการจากไปของ “ฟ้าใส Isekai” (อิเซไก) หรือ อัญญา แก้วนพคุณ ไอดอลสาวสมาชิกวง Isekai พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยทางค่ายระบุว่า IC45 Entertainment และศิลปินทุกวงในสังกัด ขอร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของฟ้าใส พร้อมส่งกำลังใจให้กับ ใบเตย Isekai และครอบครัว ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียและยากลำบากนี้พร้อมกันนี้ ทางค่ายยังกล่าวขอบคุณ “ฟ้าใส” และ “ใบเตย Isekai” สำหรับความทุ่มเทในการทำงานตลอดระยะเวลาที่ร่วมเป็นศิลปินในสังกัด โดยทั้งคู่ต่างตั้งใจและใส่ใจกับผลงานทุกชิ้น รวมถึงร่วมสร้างสรรค์บทเพลงและผลงานต่าง ๆ ให้กับแฟนคลับมาโดยตลอดขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมและจัดการพิธี โดยทางค่ายเปิดโอกาสให้แฟนคลับสามารถร่วมส่งกำลังใจและสมทบทุนเพื่อใช้ในการจัดงาน ผ่านบัญชีของใบเตยที่ระบุไว้ใต้โพสต์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งฟ้าใสเป็นครั้งสุดท้ายทาง IC45 Entertainment ยังกล่าวขอบคุณแฟนคลับ ทีมงาน และทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานของ Isekai รวมถึงศิลปินทั้งสองคนอย่างใบเตยและฟ้าใส พร้อมส่งข้อความถึงเธอเป็นครั้งสุดท้ายว่า“ขอให้การเดินทางต่อจากนี้เป็นเส้นทางที่สวยงาม”หลังข่าวการจากไปเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและผู้ติดตามต่างเข้ามาแสดงความอาลัยต่อ “ฟ้าใส Isekai” กันเป็นจำนวนมาก หลายคนรู้สึกใจหายกับการสูญเสียครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเธอยังมีอายุน้อย และเป็นศิลปินที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก…
-
รพ.มุกดาหาร แจงแล้ว ชายวัย 65 ปวดท้องหนักจนเสียชีวิต รอรักษา 4 ชม.
จาการณี ครอบครัวชาย วัย 65 ปี ปวดท้องรุนแรง รอรักษาที่โรงพยาบาลนานกว่า 4 ชั่วโมง สุดท้ายเสียชีวิตที่โรงพยาบบาลของรัฐในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งต่อมาลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้มาโพสต์ตัดพ้อ พร้อมกับสะท้อนถึงปัญหาหาในการรักษาล่าช้าจนทำให้พ่อของตนเองเสียชีวิต ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569รพ.มุกดาหาร แจงแล้ว ชายวัย 65 ปวดท้องหนักจนเสียชีวิต รอรักษา 4 ชม.เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลมุกดาหารเพื่อขอคำชี้แจง โดยมีแพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล แพทย์หญิงนภาพรกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมชี้แจงว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล นายชามได้รับการคัดกรองเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินระดับที่ 2 หรือสีชมพู ซึ่งมีความเร่งด่วนรองจากระดับที่ 1 หรือสีแดง อันเป็นกลุ่มวิกฤตสูงสุดตามแนวทาง ผู้ป่วยระดับสีชมพูควรได้รับการประเมินอาการซ้ำทุก 30 นาที แต่กรณีนี้มีช่วงห่างของการติดตามประมาณ 1 ชั่วโมง จึงยอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่กำหนดผู้อำนวยการโรงพยาบาลอธิบายว่า ขณะนั้นมีผู้ป่วยระดับสีแดงเข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ ผู้ถูกงูเห่ากัดซึ่งมีอาการรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้บุคลากรต้องเร่งช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะคุกคามต่อชีวิตก่อน อย่างไรก็ตาม แพทย์หญิงนภาพรย้ำว่า…
-
เลยพิทยาคมส่งไลน์ด่วนถึงผู้ปกครองหยุดเรียน1วันหลังพบแชต นร.ม.2ขู่กราดยิงที่โรงเรียน
เลย- เลยพิทยาคมสั่งปิดเรียนด่วน 1 วันวันนี้(14ส.ค.)หลังคืนที่ผ่านมาพบแชตของนักเรียนชายชั้น ม.2 คุยกับเพื่อนว่าเตรียมก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเลียนแบบเหตุสลดนนทบุรี โดยทางโรงเรียนส่งข้อความเข้ากลุ่มไลน์ผู้ปกครองให้เด็กเรียนออนไลน์แทนจนกว่าทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประกาศจากโรงเรียนเลยพิทยาคม แจ้งเข้ากลุ่มไลน์ผู้ปกครองนักเรียน ว่าในวันนี้( 14 ส.ค.)ทางโรงเรียนหยุดทำการเรียนการสอนชั่วคราว 1 วัน หลังจากพบว่า มีแชทนักเรียนชายรายหนึ่งชั้น ม. 2 พูดคุยกับเพื่อนว่ากำลังเตรียมก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงในโรงเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมเลียนแบบเหตุการณ์สลดที่จังหวัดนนทบุรี ทางโรงเรียนสั่งให้นักเรียนเรียนแบบออนไลน์ ส่วนครูและบุคลากรก็ให้เวิร์คฟอร์มโฮม ลงเวลาแบบออนไลน์ จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติโดยในช่วงเช้าวันที่ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าว พบว่าบรรยากาศหน้าโรงเรียนเลยพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดเลย เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงผู้บริหารโรงเรียนมาคอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าประตูทางเข้า พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ช่วงเย็น มีเพื่อนของนักเรียนชายคนดังกล่าวนำเรื่องมาบอกครูว่า มีการพูดคุยผ่านแชทในโซเชียลมีเดียว่ากำลังเตรียมการก่อเหตุร้ายเพื่อความปลอดภัย คณะผู้บริหารจึงได้สั่งหยุดการเรียนการสอนในวันนี้ไว้ก่อน โดยทางนายอำเภอเมืองเลย และฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เข้ามาประชุม เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันเหตุการณ์กราดยิงผู้บริหารโรงเรียนรายนี้เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าเด็กนักเรียนคนนี้ เมื่อสองเดือนก่อน เคยถูกครูลงโทษกรณีที่นำปืนของเล่นเสมือนจริงไปเล่นกับเพื่อน และพบว่ามีพฤติกรรมชอบอาวุธปืน ซึ่งจะได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนรายนี้มาพูดคุยดูแลเป็นกรณีพิเศษต่อไปทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เด็กนักเรียนชายรายนี้ล่าสุดได้โพสต์รูปอาวุธปืนจริง นำมาล้าง พร้อมโพสต์ภาพใช้ปืนจ่อขมับตัวเอง และภาพนอนข้างๆปืนบนที่นอนด้วย.website : mgronline.comfacebook :…
-
หมอลำสาว สุดช็อก ทางมะพร้าวร่วงใส่รถ ทิ่มทะลุกระจก แฟนคลับแห่เป็นห่วง พร้อมส่องทะเบียน
หมอลำสาว สุดช็อก มันเกิดขึ้นได้ไง ทางมะพร้าวร่วงใส่รถ ทิ่มทะลุกระจก ทั้งที่ดูดีแล้วว่าปลอดภัย เล่าสาเหตุต้องมาจอดตรงนี้ ก่อนไปทำงาน แฟนคลับแห่คอมเมนต์เป็นห่วง พร้อมส่องป้ายทะเบียนวันที่ 13 ส.ค.69 ทำเอาแฟนๆ ช็อกเมื่อเห็นรูปที่ ใบบอน แสงทอง หมอลำสาวโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว แทบไม่เชื่อสายตาว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ทางมะพร้าวทิ้งก้ามตกลงมาเสียบกระจกรถ โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า "เดือนนี้แฮกหมาน"พร้อมกับโพสต์รถเก๋งสีดำ ทะเบียน 1484 ยโสธร จอดอยู่ใกล้ต้นมะพร้าว โดยที่กระจกหลังถูกทางมะพร้าวทั้งก้านตกลงมาเสียบกระจกจนทะลุเข้าไปข้างใน แล้วปักคาตั้งตระหง่านอยู่แบบนั้น เจ้าตัวถึงกับช็อกมากซึ่งหมอลำสาว เล่าว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว และหลังเกิดเรื่องก็ได้ขับรถไปทำบุญ อาบน้ำมนต์ ให้หลวงพ่อเจิมประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ เผื่อว่าสิ่งไม่ได้จะผ่านพ้นไป อย่าได้ย่างกรายเข้ามาอีกและเธอยับอกอีกว่า วันเกิดเหตุก็ขับรถเก๋งคันดังกล่าวไปทำงานร้องเพลงตามปกติ โดยบริเวณปลูกต้นมะพร้าวไว้ตลอดทาง จึงเลือกจอดจุดที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่มีต้นมะพร้าวน้อยมาก และตอนลงรถก็มองซ้ายมองขวาดูว่าปลอดภัยดีแล้วจึงได้จอด แต่ก็มาเรื่องไม่คาดคิดจนได้ มันคืออุบัติเหตุขณะเดียวกัน แฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ถือว่าฟาดเคราะห์ไป รวมทั้งยังหวังลุ้นเลขทะเบียนรถคันนี้จะให้โชคกันบ้างอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอลำสาว สุดช็อก ทางมะพร้าวร่วงใส่รถ ทิ่มทะลุกระจก แฟนคลับแห่เป็นห่วง พร้อมส่องทะเบียนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website :…
-
อดีตผอ.รพ.สต. ขับกระบะเสียหลักชนพังยับ ไม่ยอมออกจากรถ โวยจนท.
อดีตผอ.รพ.สต. ขับกระบะเสียหลักชนพังยับ ไม่ยอมออกจากรถ โวยจนท.อดีตผอ.รพ.สต. ขับกระบะเสียหลักพุ่งชนรถจอดอยู่พลิกตะแคงข้างพังยับเยิน บาดเจ็บ พบมีอาการคล้ายคนเมา ไม่ยอมออกจากรถ นั่งเล่นมือถือ โวยใส่เจ้าหน้าที่เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 14 ส.ค.2569 พ.ต.ท.วิจิตร เกื้อรุ่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ บนถนนสายบ้านควนถบ บริเวณโค้งหักศอก ม.4 ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุงที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน พัทลุง สภาพพลิกคว่ำตะแคงข้าง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ภายในรถพบ นายสุขวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง สภาพบาดเจ็บบริเวณใบหน้า มีบาดแผลฉีกขาดจากเศษกระจกบริเวณกระจกหน้ารถอดีตผอ.รพ.สต.อดีตผอ.รพ.สต. ขับกระบะเสียหลักพุ่งชนรถจอดอยู่พลิกตะแคงข้างพังยับเยิน บาดเจ็บ พบมีอาการคล้ายคนเมา ไม่ยอมออกจากรถ นั่งเล่นมือถือ โวยใส่เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและนำตัวออกจากรถเพื่อส่งโรงพยาบาล แต่ผู้ประสบเหตุยังไม่ยอมออกจากรถ และมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งมีการเอะอะโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ โดยยังนั่งอยู่ภายในรถและเล่นโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมอยู่นานหลายนาที ก่อนจะยอมออกจากรถและให้เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอดีตผอ.รพ.สต.จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า…
-
ถึงว่าอยากได้ เปิดภาพดาวเทียม เห็นทำเลชัดๆ “วัดป่าอดุลยาราม”
จากกรณีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินของ วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น หลัง "นายเฮียง" เจ้าของที่ดินประมาณ 21 ไร่ ได้นำที่ดินถวายเพื่อใช้สร้างวัด ต่อมาภายหลังเจ้าตัวเสียชีวิต กลุ่มทายาทได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ โดยอ้างว่าสัญญาสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าของที่ดินเสียชีวิต และต้องคืนที่ดินให้แก่ทายาทตามกรรมสิทธิ์ จนกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ถูกจับตามองล่าสุด เพจ “PropCons” ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม พร้อมวิเคราะห์ถึงทำเลและมูลค่าที่ดิน โดยระบุว่า 21 ไร่ 3,400 ล้าน! ไม่แปลกใจที่ทีมลูกหลานสู้กันสุดชีวิตขนาดนี้วัดป่าอดุลยาราม หนึ่งในเคสพิพาทที่ไม่รู้จะจบยังไง แต่ส่วนตัวแอดว่ายาก ซึ่งถ้าดูที่ดินแล้วไม่แปลกใจว่าทำไมลูกหลานอยากได้ เพราะอยู่ใน Block ที่ดีที่สุด block นึงของขอนแก่นตอนนี้เลย ใกล้ทั้ง Central Campus ขอนแก่นที่เพิ่งเปิด และศูนย์การแพทย์ รวมถึง มข.ขณะที่แปลงอื่นๆย่านนี้ asking หรือราคาประกาศขายกันไร่ละ 80-120 ล้านเลย จบจริงอาจจะต่ำกว่าหน่อย แปลงนี้ถ้าตีตามมูลค่าตลาดจริงก็น่าจะ 60 ล้านได้ ก็แตะหลัก 1 พันกว่าล้านแหละ แต่คงไม่ถึง 3,400 ล้านอย่างที่ป้าๆ ญาติๆเค้าให้ข่าวครับขอบคุณ PropCons
-
รวบแล้ว 7 เยาวชนอายุ 13-17 ปี รุมทำร้าย ปล้นทรัพย์ “ครูชาวญี่ปุ่น” มาเที่ยวไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบแล้ว 7 เยาวชนอายุ 13-17 ปี รุมทำร้าย-ปล้นทรัพย์ ครูชาวญี่ปุ่น ที่มาเที่ยวประเทศไทย ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บยันยังรักประเทศไทยจากกรณีที่ กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น หลังขับจักรยานยนต์มาเทียบแล้วตะโกนบอก “มันนี่, มันนี่” บริเวณใกล้สถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตลิงก์ เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว มีบาดแผลที่หลังใบหู เย็บ 4 เข็ม , บาดแผลถูกต่อยที่บริเวณปาก เย็บ 3 เข็ม และบาดแผลถลอกที่บริเวณต้นขาขวา ก่อนได้ประชาชนพลเมืองดีช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้นล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ร่วมกับ สน.ดินแดง คุมตัวเยาวชนชาย 7 คน อายุระหว่าง 13-17 ปี ที่ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น มาสอบปากคำที่ สน.มักกะสัน หลังจับกุมได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ในแฟลตข้าง สน.ดินแดง พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง 2 คันโดยหลังจากได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนี จนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาที่บริเวณแยกประชาสงเคราะห์ ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่แฟลตข้าง…
-
ถึงกับตกใจ รู้แล้วเป็นสายไหน “ป้าดา” หลังบุกทวงสิทธิ์ที่ดินวัด
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา สำหรับกรณีของ “ดารุณี” หรือ “ป้าดา” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.ขอนแก่น หลังปรากฏตัวในรายการโหนกระแส และมีช่วงโต้เถียงกับ หนุ่ม กรรชัย เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่ดินบริเวณ วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่นปัจจุบันป้าดาพักอาศัยอยู่ใกล้กับวัดดังกล่าว และออกมาอ้างสิทธิ์ในที่ดิน พร้อมนำเอกสารและหลักฐานต่างๆ มาแสดง โดยระบุว่าที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและเคยดำเนินการมอบที่ดินเพื่อใช้สร้างวัดอย่างไรก็ตาม ป้าดาอ้างว่า การมอบที่ดินในอดีตมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการไว้ และเมื่อเงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ตกลง จึงเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน กระทั่งมีการต่อสู้คดีกันในชั้นศาล และเรื่องราวดำเนินไปถึง ศาลฎีกา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการปิดทางเข้า-ออกพื้นที่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมล่าสุด รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของนายเฮียง โดยระบุว่า นายเฮียงและภรรยา หรือ “นางนาง” มีบุตรรวมทั้งหมด 9 คนขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างป้าดากับครอบครัวนายเฮียงนั้น มีการระบุว่า ภรรยาของนายเฮียงมีน้องสาว และน้องสาวของภรรยานายเฮียงมีบุตร ก่อนจะมีหลานอีกทอดหนึ่งคือ “ป้าดา”จึงทำให้ป้าดามีความเกี่ยวข้องกับนายเฮียงในฐานะ หลานสาวในเครือญาติ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างห่างกัน มากกว่าลูกๆทั้ง 9 คน ที่เป็นสายสายตรงของนายเฮียงกับนางนาง
-
เอาแล้ว คนพื้นที่แฉทุกอย่างปมที่ดินวัดป่า-ป้าดา งานนี้ส่อพลิก
วันนี้ (13 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายไทกร พลสุวรรณ นักวิชาการอิสระ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี โดยระบุว่า การออกมาให้ข้อมูลครั้งนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะคนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับวัด และตนเกิดและเติบโต และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองขอนแก่น และบ้านอยู่ห่างจากวัดเพียง 30 กิโลเมตรเอาแล้ว คนพื้นที่แฉทุกอย่างปมที่ดินวัดป่า-ป้าดา งานนี้ส่อพลิกเอาแล้ว คนพื้นที่แฉทุกอย่างปมที่ดินวัดป่า-ป้าดา งานนี้ส่อพลิกสำหรับประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวข้องกับที่ดินกว่า 20 ไร่ หรือประมาณ 21 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีการประเมินว่าที่ดินมีมูลค่าสูงถึงระดับหลักพันล้านบาท จากการขยายตัวของชุมชนและอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ข้อพิพาททางกฎหมายเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายทายาทเจ้าของที่ดินเดิมกับวัดป่าอดุลยาราม และคดีดังกล่าวศาลฎีกาตัดสินแล้วตนอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2512 และเติบโตมากับชุมชนดังกล่าว จึงรับรู้ประวัติความเป็นมาของพื้นที่มาโดยตลอด โดยจากสิ่งที่ตนพบเห็น พื้นที่แห่งนี้เริ่มต้นจากการนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ทางศาสนา ก่อนพัฒนาจากป่าช้าเป็นที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และยกฐานะขึ้นเป็นวัดในเวลาต่อมาเอาแล้ว คนพื้นที่แฉทุกอย่างปมที่ดินวัดป่า-ป้าดา งานนี้ส่อพลิกโดยช่วงประมาณปี 2513-2515 ตนเคยไปดูโทรทัศน์ที่บ้าน “ตาเฮียง” เนื่องจากบ้านดังกล่าวมีโทรทัศน์เครื่องแรก ๆ ในละแวกนั้น โดยต้องจ่ายเงินให้ภรรยาของตาเฮียงเพื่อเข้าไปดูรายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการไอ้มดแดงในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์…