Category: ทั่วไป
-
เปิดเหตุผล ศาลสั่งคืนทรัพย์ 74 ล้าน ให้ทนายตั้ม-ภรรยา คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย
24 ก.พ. 2569 ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด กรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม จำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดิน ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อยกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อันเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(18) และความผิดฐานฟอกเงิน มาตรา 5 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ยึดและอายัดจำนวน 26 รายการ ของทั้งสองสำนวน รวมราคาประเมินทั้งสิ้น 74,198,527 บาทพร้อมดอกผล ไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่าพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมามีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้องผู้ร้อง มีพันตำรวจตรีธรินทร์ กังวลบุตร ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ…
-
8 นักท่องเที่ยวเสียชีวิตพร้อมกันทันที เห็นสภาพได้แต่สะเทือนใจ
เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนประสบอุบัติเหตุตกลงไปในรอยแยกน้ำแข็ง บริเวณ ทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) ทางตอนใต้ของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 รายรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รถบัสคันหนึ่งซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวสัญชาติจีน ได้ขับข้ามผิวน้ำแข็งของทะเลสาบไบคาล ก่อนจะตกลงไปในรอยแยกน้ำแข็งกว้างประมาณ 3 เมตร ทำให้รถจมลงสู่ใต้น้ำในระดับความลึกราว 18 เมตรเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรัสเซียได้ระดมกำลังเข้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ โดยใช้การดำน้ำพร้อมกล้องใต้น้ำ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 ราย สามารถหนีออกจากรถบัสได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่ต่อมาได้กู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา 8 ราย แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 7 ราย และคนขับรถชาวรัสเซีย 1 ราย โดยในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 14 ปี รวมอยู่ด้วยด้านสำนักงานอัยการประจำภูมิภาค Irkutsk ได้เริ่มการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ เบื้องต้นสำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นระบุว่า รถบัสคันดังกล่าวให้บริการโดยผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องขณะที่ อิกอร์ โคบเซฟ (Igor Kobzev) ผู้ว่าราชการภูมิภาคอีร์คุตสค์ ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมย้ำเตือนนักท่องเที่ยวให้ใช้บริการเฉพาะบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยระบุว่า “การออกไปบนผิวน้ำแข็งของทะเลสาบไบคาลในขณะนี้ไม่เพียงถูกห้าม แต่ยังเป็นอันตรายถึงชีวิต”ขณะเดียวกัน เซอร์เกย์…
-
ดาบแรกเชือดแล้ว!ผู้การฯนครสวรรค์ เซ็นให้ออกราชการไว้ก่อน “ดาบตำรวจ”อุ้ม-ขัง-รีดเงินยาเสพติด
นครสวรรค์ – ลงดาบแรกเชือดแล้ว..ผู้การฯ ตร.ปากน้ำโพ เซ็นสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน “ดาบตำรวจ ช.สภ.เมืองนครสวรรค์” อุ้ม-ขัง-รีดเงินยาเสพติด หลัง สภ.ชุมตาบง ท้องที่เกิดเหตุสอบแล้วพบหลักฐานทำผิดจริง พร้อมตั้ง กก.เรียกสอบทั้ง สว.-รองฯและชุดจับกุมอีก 2 นาย เผยเจ้าตัวเคยอยู่ทีม “อดีต ผกก.โจ้”มาก่อนกรณีมีการร้องทุกข์กล่าวหา ดาบตำรวจ ช. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พัวพันพฤติกรรมอุ้มกักขังและเรียกรับเงินแลกกับการปล่อยตัวในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ โดยผู้เสียหาย 2 รายเข้าแจ้งความยืนยันว่า ถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจควบคุมตัวออกจากบ้านไปกักขังหลายพื้นที่ใน อ.ชุมตาบง ต่อเนื่องถึงเขต อ.เมืองนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 2–3 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนถูกเรียกเงินรวม 50,000 บาท ซึ่งมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับดาบตำรวจรายหนึ่งต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการต่อ สถานีตำรวจภูธรชุมตาบง ทำให้ผู้กำกับการ สภ.ชุมตาบง รายงานเรื่องดังกล่าวไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมทั้งมีพยานให้การถึงพฤติการณ์ข่มขู่ กดดันไม่ให้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีเอกสารระบุรายชื่อผู้เกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด วันนี้(23 ก.พ.69)…
-
ฉาวโซเชียล! นทท.อัดคลิปแฉ ‘ทริคเอาตัวรอดในภูเก็ต’ ใส่เสื้อไรเดอร์ตบตา-เลี่ยงด่าน ย้ำมีเงินทำได้ทุกอย่าง
เพจ Phuket Times เผยคลิปนักท่องเที่ยวแนะทริค "ใส่เสื้อไรเดอร์สีเขียว" อำพรางตัวเลี่ยงด่านตรวจ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดเจ็บ "ที่นี่เงินซื้อได้ทุกอย่าง" สะท้อนภาพลักษณ์คอร์รัปชันและค่าครองชีพพุ่งจนคนต้องหนีไปกินข้าวร้านสะดวกซื้อเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เพจ "Phuket Times ภูเก็ตไทม์" ออกมาโพสต์ข้อความมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเอาตัวรอดเมื่อมาเยือนเกาะภูเก็ต โดยเนื้อหาในคลิปมีการระบุถึงกลเม็ดต่าง ๆ ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการทำงานของเจ้าหน้าที่1. สูตรลับเลี่ยงด่าน นักท่องเที่ยวรายนี้แนะนำว่า หากต้องการขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ให้หา "แจ็กเก็ตสีเขียว" มาสวมใส่เพื่อให้ดูคล้ายกับพนักงานรับส่งอาหาร (Rider) นอกจากนี้ยังแนะเทคนิคว่า หากขี่รถไปแล้วเห็นด่านตรวจอยู่ข้างหน้า ให้รีบเลี้ยวกลับหรือหาทางลัดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า2. ในด้านการใช้ชีวิต เขาแนะนำให้พักอาศัยใกล้กับร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากหาของกินง่ายและราคามาตรฐาน ไม่ถูกโก่งราคาเหมือนร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมทั้งระบุว่า "สิ่งมอมเมา" หรืออบายมุขต่าง ๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายมากในพื้นที่นี้3. สิ่งที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุด คือคำกล่าวที่ว่า "หากคุณมีเงิน คุณก็สามารถทำได้ทุกอย่าง" พร้อมทั้งกล่าวอ้างในเชิงลบว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ "หิวกระหายเงิน" ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านลบเกี่ยวกับการทุจริตและการใช้อำนาจในทางที่มิชอบคลิปดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น ช่องโหว่ของการบังคับใช้กฎหมาย ที่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่ได้ง่ายดายความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ราคาอาหารและบริการที่พุ่งสูงจนนักท่องเที่ยวต้องหนีไปพึ่งร้านสะดวกซื้อภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ที่ฝังรากลึกจนถูกนำมาพูดถึงอย่างเปิดเผยในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเหตุการณ์นี้กำลังถูกจับตามองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตจะมีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างไร เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและจัดระเบียบการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดและโปร่งใสมากขึ้นwebsite :…
-
ลูกคนตายโทรด่า “ทนายเกิดผล” คดีคนค้ำรัวยิงลูกหนี้ดับ สวนกลับเจ็บ “สมเป็นผู้สืบสันดาน”
ดราม่าเดือดภาคต่อ ลูกคนตายต่อสายตรงด่า “ทนายเกิดผล” คดีคนค้ำรัวยิงลูกหนี้ดับ ทนายสวนกลับเจ็บ “สมเป็นผู้สืบสันดาน”ร้อนฉ่าต่อเนื่องจากเมื่อวาน หลังจากคดีสะเทือนใจสิงห์นักค้ำประกัน ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ “รอลงอาญา” จำเลย (ผู้ค้ำประกัน) ก่อเหตุใช้ปืนยิงลูกหนี้จนเสียชีวิต เนื่องจากถูกหยามเกียรติและข่มเหงจิตใจอย่างรุนแรง ล่าสุดเรื่องนี้มีควันหลงดราม่าตามมาติดๆสายตรงจากลูกผู้ตาย ถึง ทนายเกิดผลเมื่อคืนที่ผ่านมา ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความฝั่งจำเลย ได้ออกมาอัปเดตความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลังจากที่ตนโพสต์เล่าผลคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้รอลงอาญาในคดีนี้ออกไป ปรากฏว่าลูกของผู้ตาย ได้โทรศัพท์มาด่าทอด้วยความโกรธแค้น ต่อว่าทนายความด้วยประโยคที่รุนแรงว่า “พวกฆาตกรฆ่าพ่อกู”งานนี้ทนายเกิดผลไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย แต่ได้โพสต์ทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้นๆ ที่เจ็บจี๊ดลึกถึงทรวงว่า “อืม.. สมกับคำว่า ‘ผู้สืบสันดาน’ จริงๆ” ซึ่งคำว่า ผู้สืบสันดาน แม้จะเป็นศัพท์ทางกฎหมายที่หมายถึงทายาทสายตรง (เช่น ลูก หลาน เหลน ลื้อ) แต่ในบริบทนี้ ชาวเน็ตต่างตีความว่าเป็นการใช้คำเสียดสีพฤติกรรมได้อย่างเจ็บแสบเลยทีเดียวย้อนรอยคดี ทำไมศาลถึงปรานีให้ “รอลงอาญา”สำหรับใครที่พลาดข่าวนี้ไป คดีนี้มีที่มาที่ไปจากความเจ็บช้ำของผู้ค้ำประกันที่ถูกหักหลัง จำเลยไปเซ็นค้ำประกันเงินกู้ 4 สัญญา รวม 5 ล้านบาทให้ผู้ตาย แต่ผู้ตายตั้งใจเบี้ยวหนี้ ปล่อยให้คนค้ำถูกฟ้อง ถูกยึดที่นาทำกิน จนเครียดสะสมและล้มป่วยเมื่อจำเลยเดินทางไปเจรจาขอให้ผู้ตายมารับผิดชอบหนี้ ผู้ตายกลับไม่แคร์…
-
ตร.ออกหมายเรียก 5 ทรชน-แม่เล้า หลังลวง ด.ญ.14 มอมเหล้า ย่ำยี ใช้พอต-โช๊คจยย.อนาจาร
ตร.ออกหมายเรียกแล้ว 5 ชายทรชน-แม่เล้า หลังลวง ด.ญ.วัย 14 มอมเหล้า ย่ำยี ใช้พอต-โช๊คจยย.อนาจาร ถ่ายคลิปประจาน ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง รุดช่วย ชี้คนก่อเหตุลอยหน้าลอยตา แต่เหยื่อต้องอยู่หลบๆ ซ่อนๆวันที่ 23 ก.พ.69 ที่ สภ.เนินขาม จ.ชัยนาท “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง นำผู้เสียหายเป็นหญิงสาววัย 14 ปี ถูกรุ่นพี่ลวงไปมอมเหล้าให้กลุ่มเพื่อนชาย 5 คน อายุประมาณ 13-16 ปี ล่วงละเมิดฯ ใช้พอตบุหรี่ไฟฟ้า – โช๊ครถจยย. ยัดช่องคลอดถ่ายคลิปประจาน แบล็กเมล หลังไม่ยอมไปขายตัว และข่มขู่ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.เนินขาม จ.ชัยนาท อ่านข่าว แม่เล้าวัย 16 ลวง ด.ญ.14 ให้ 5 โจ๋ทรชน มอมเหล้า-ละเมิด คลิปว่อนอำเภอ วิปริตใช้ทั้งพอตทั้งโช๊คจยย.เบื้องต้นเจ้าหน้าที่…
-
สุดเศร้า สาววัย26 ถูก กิ่งต้นยางนายักษ์ ร่วงใส่เสียชีวิตแล้ว
สุดเศร้า สาววัย26 ถูก กิ่งต้นยางนายักษ์ ร่วงใส่เสียชีวิตแล้วสุดเศร้า สาววัย26 ถูก กิ่งต้นยางนายักษ์ ร่วงใส่เสียชีวิตแล้ว หลังบาดเจ็บสาหัสหมดสติกลางถนน ด้าน ครอบครัวเตรียมสร้างกุศลยิ่งใหญ่ บริจาคอวัยวะต่อชีวิตผู้อื่นวันที่ 24 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ร.ต.อ.ธนัง วรรณศิริ พนักงานสอบสวน สภ.สารภี ได้รับแจ้งเหตุ กิ่งต้นยางนายักษ์ ร่วงใส่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สัญจรบนถนนบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนเชียงใหม่-ลำพูน ม.4 หน้าสำนักงานที่ดินสารภี ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยหนองผึ้ง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาเมื่อไปถึงพบผู้บาดเจ็บสาหัสนอนหมดสติชื่อ น.ส.สุกานต์ดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการปฐมพยาบาล และรีบนำส่งโรงพยาบาลราชเวช นอกจากนี้ ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน เชียงใหม่ ต่อมาทราบว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสได้เสียชีวิตในเวลาต่อมากิ่งต้นยางนายักษ์สุดเศร้า สาววัย26 ถูก กิ่งต้นยางนายักษ์ ร่วงใส่เสียชีวิตแล้ว หลังบาดเจ็บสาหัสหมดสติกลางถนน ด้าน ครอบครัวเตรียมสร้างกุศลยิ่งใหญ่…
-
หมอสาว เล่านาทีชีวิต ไรเดอร์พาฝ่าไฟแดงชนสนั่น ร่างกระแทกแบริเออร์
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 แพทย์หญิงรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ Fawn Tangkanangnukul เล่านาทีชีวิตหลังนั่งซ้อนท้ายไรเดอร์จากแอปพลิเคชันดัง เพื่อเดินทางไปทำงานที่คลินิก แต่กลับประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงบริเวณสี่แยกอโศกบาดเจ็บสาหัสหมอสาว เล่านาทีชีวิต ไรเดอร์พาฝ่าไฟแดงชนสนั่น ร่างกระแทกแบริเออร์โดยทางด้าน หมอสาว เล่าว่า กลางสี่แยกอโศก แพทย์หญิงซ้อน … bike ไปทำงานคลินิกแบบ "ไม่รีบ" แต่จู่ๆ พี่คนขับก็ฝ่าไฟแดงความเร็วประมาณ 70 km/hr ชนกับมอไซค์อีกคันที่ไฟเพิ่งเขียวแล้วพุ่งออกมา! ภาพก่อนชนชัดมากจากนั้นสลบไป 20 นาที สิ่งแรกที่ทำตอนตื่นคือ เซลฟี่ตัวเองค่า 5555 (น่าจะทำบ่อยจนชิน) รูปคือเลือดไหลออกจากปาก นอนตะแคงอยู่กลางถนน จากนั้นก็พูดวนไปหลายสิบครั้ง "พาไปรพ.จุฬาฯ ไปจุฬาฯนะ อย่าจับคอ อย่าจับหลัง" มาทราบทีหลังจากดูคลิปกล้องว่า MC เราชนเสร็จล้ม ซีกขวาทั้งซีกของเราครูดไปกับพื้นด้วยความเร็ว 70 km/hr แล้วโดนเหวี่ยงหลุดจากมอไซค์ กระแทกกับ barrier ปูนเกาะกลางถนน แรงมากบน ambulance ตายังลืมไม่ขึ้นแต่กลัว spinal cord…
-
อุบัติเหตุหรือจงใจ? อดีตแฟนขับกระบะตู้ทึบเสยท้าย จยย. ทับร่างดับ 2 ศพ ญาติแฉเคยพยายามชนมาแล้ว
อุบัติเหตุหรือจงใจ? อดีตแฟนขับกระบะตู้ทึบเสยท้าย จยย. ทับร่างดับ 2 ศพ ญาติแฉเคยพยายามชนมาแล้ว ตำรวจบางเสาธง เร่งตรวจสอบวงจรปิด คลี่ปมอุบัติเหตุครั้งนี้เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะตู้ทึบชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนเทพารักษ์ กม.25 ช่วงคลองหัวเกลือ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางซ้าย พบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว ทะเบียน บษ 236 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้ากันชนพังเสียหาย ใต้ท้องรถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายวิเชษฐ์ อายุ 44 ปี สภาพถูกเหล็กแหนบรถเสียบติดคาใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถนำร่างออกมาได้ ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1…
-
ฮือฮา! “ต๊อด ปิติ” เปิดเลขขันน้ำมนต์ “หลวงปู่ศิลา” พิธีบวงสรวงใหญ่
">เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งงานบุญใหญ่ที่สร้างกระแสศรัทธาอย่างล้นหลาม เมื่อ “ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” ผู้บริหารหนุ่มแห่งอาณาจักรสิงห์ และสามีของนางเอกดัง “นุ่น วรนุช” เดินทางไปร่วมพิธีบวงสรวงและพลีมวลสารมงคล ณ วัดสวนธรรมปีติ จังหวัดกาฬสินธุ์ภายในงานมีศิษยานุศิษย์ของ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งอีสาน เข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย คือภาพหยดเทียนในขันน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากพิธี ซึ่ง ต๊อด ปิติ ได้เผยให้เห็นชัดเจนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำเอาแฟนคลับแห่กดไลค์สนั่นหวังลุ้นโชคจากเลขมงคลที่ได้จากพิธีครั้งนี้