Category: ทั่วไป
-
“พลทหาร” วัย 22 ดับปริศนาในเรือนจำ มบท. หลังเผาศพพบ “ช้อนสั้น” ปนอยู่กับกระดูก
ภาพไฮไลต์"น้ำ นิชนันท์" อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เผยปม "พลทหาร" วัย 22 ปี ดับปริศนาระหว่างถูกควบคุมตัวใน เรือนจำมณฑลทหารบกฯ ญาติพบพิรุธหลายอย่าง ไม่มีประวัติการรักษา – ใบเอกซเรย์ให้ดู หลังเผาศพเจอ "ช้อนสั้น" ปนอยู่กับกระดูกวันที่ 22 ก.พ. 69 มีรายงานว่า มีที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก น้ำ-นิชนันท์ วังคะฮาต-Nitchanan Wangkahat อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 10 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า พิกัดค่ายทหาร จ.ปราจีนบุรี พลทหาร อายุ 22 ปี เสียชีวิต 11 พ.ย. 68ถูกทำโทษ : ลากลับบ้านเกินกำหนด ถูกสั่งขังที่เรือนจำมณฑลทหารบกฯ 15 วัน เสียชีวิตวันที่ 10 ในเรือนจำ เกิดอาการล้มลง ชักเกร็ง แล้วหมดสติ…
-
พลทหาร เสียชีวิตหลังถูกสั่งขัง อึ้งหนักหลังเผาศพ เจอช้อนสั้น ปนอยู่ในเถ้ากระดูก ตรงข้อสงสัยสัปเหร่อ
พลทหาร เสียชีวิตหลังถูกสั่งขัง อึ้งหนักหลังเผาศพ เจอช้อนสั้น ปนอยู่ในเถ้ากระดูก ตรงกับสัปเหร่อสงสัย อะไรแข็งๆ อยู่ในปาก แต่ไม่ได้เปิดดู พิรุธหลายอย่าง ไม่ให้ดูใบเอ็กซเรย์ บอกแค่ผลชันสูตรวันที่ 21 ก.พ.69 น้ำ นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โพสต์การเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของพลทหารนายหนึ่ง หลังถูกสั่งขังเรือนจำเพราะลากลับบ้านเกินกำหนด แต่แล้วกลับเจอเรื่องพิศวงตอนเผา สงสัยหนักเข้ามาอยู่ได้ยัง โดยน้ำ นิชนันท์ ระบุว่าพิกัด : ทบ. โดยกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี พลทหารเพชรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี เสียชีวิตวันที่ 11 พ.ย.68 ถูกทำโทษเพราะลากลับบ้านเกินกำหนด ถูกสั่งขังที่เรือนจำ มณฑลทหารบกที่12 จำนวน 15 วัน เสียชีวิตวันที่ 10 ในเรือนจำเกิดอาการล้มลง ชักเกร็ง แล้วหมดสติ เพื่อนผู้ต้องขังปฐมพยาบาล แล้วนำส่งโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ คุณหมอแจ้งว่าคนไข้ไม่มีชีพจรแล้ว…
-
ผอ.เขตมาเอง มีรึ! จะรอด!! ขอปชช.อย่าเอาอาหารมาให้!!
ผอ.เขต ปทุมวัน ขอความร่วมมือประชาชน กรุณาอย่านำอาหารและเครื่องดื่มมาแจก ซึ่งเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีจำนวนคนไร้ที่พึ่ง ไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย นายนนทพันธ์ เถาลอย เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจลงพื้นที่กวดขันคนเร่ร่อน กวดขันคนเร่ร่อน มิให้นอนในพื้นที่สาธารณะ ถนนพระรามที่ 1 พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ได้มีการเก็บข้อมูลของคนเร่ร่อน เพื่อส่งต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อน เช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งกลับภูมิลำเนาโดยกรุงเทพมหานคร มีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร บ้านมิตรไมตรีกรุงเทพ ที่คอยรองรับ ให้ที่พักอาศัย รวมถึงโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เพื่อให้คนเร่ร่อน มีงานอาชีพที่ดี สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ และหากพบเห็นคนเร่ร่อน สามารถแจ้งไปที่สายด่วน ของ (พม.) โทร 1300 ได้ตลอด 24 ชม.ณ เกาะกลาง ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวันโดยคนเร่ร่อน มักมีพฤติกรรมรักอิสระ ชอบเก็บของเก่า สะสมของเก่า ของที่คนทิ้ง ไม่ได้ใช้งาน บางคนทำงานรับจ้างทั่วไปหรือเก็บขยะขายในช่วงกลางวัน ตอนกลางคืนไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ต้องอาศัยในพื้นที่สาธารณะ…
-
ถล่มไลก์ไปครึ่งแสน “ไอซ์ รักชนก” โพสต์ตรง ๆ หลังเห็นผลเลือกตั้ง
"ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork ระบุสิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุด หลังเห็นผลการเลือกตั้งคือ โอกาสที่พรรคประชาชนจะได้เข้าไป ‘ล้างบาง’สำนักงานประกันสังคม ก็มันจางหายไปด้วยเพราะการเอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการต้องใช้ 250 สส. ยกมือโหวตให้ร่าง พรบ.ผ่านในสภาการจะมีเสียง สส. 250 แปลว่าเราต้องเป็นรัฐบาลการทำให้สำนักงานประกันสังคมดีขึ้น โปร่งใสขึ้นคนเก่าๆที่เคยมาแทะกินทำได้ยากขึ้น เราต้องใช้รัฐมนตรีที่มีเจตจำนง ที่จะเข้ามาชำระสะสางความเน่าเฟะใน สปส.เริ่มจากเปิดเผยข้อมูลการประชุม บันทึกการประชุม มติที่ประชุมเปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เห็นว่าทุกๆโครงการถูกชงมาจากใคร ทำเพื่อประโยชน์ผู้ประกันหรือแค่อ้างมาบังหน้าเปิดรายชื่อของทุกบอร์ด เปิดรายชื่อของทุกอนุฯต้องกล้าเอาผิดกับข้าราชการเลวๆ เพื่อปกป้องข้าราชการดีดีให้เค้ากล้าที่จะตั้งใจทำงานอย่างตรงไปตรงมาได้การจะส่งรัฐมนตรีเช่นนี้ไปมีอำนาจ แปลว่าเราต้องเป็นรัฐบาลการจะหยุดยั้งความล่มสลายที่จะเกิดขึ้นในอีก 25ปีข้างหน้าการจะหยุดยั้งการใช้เงินแบบเละเทะ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายการจะหยุดยั้งการลงทุนแบบไร้อนาคต เอาเงินผู้ประกันตนไปถลุงเราต้องหยุดยั้งการล้มระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมซึ่งนัยหนึ่งคือการรัฐประหารอำนาจผู้ประกันตนลดทอนสิทธิ์จากที่เคยเลือกได้ 1 ใน 3 ของบอร์ดเลือกได้ 7 คนจาก 21 คน ไปเหลือสิทธิ์แค่ 1 ใน 21จริงๆเราก็อาจทำได้ง่ายๆ เพราะระเบียบเป็นอำนาจรัฐมนตรีแต่พอดีเราไม่ได้เป็นเราอยากมีอำนาจเพราะเราอยากทำเรื่องพวกนี้ให้สำเร็จทำให้ประเทศนี้ได้เห็นว่า คำว่าเลือกใครมาก็เหมือนกัน มันไม่จริงแต่เราทำไม่สำเร็จ ขอโทษที่ยังทำดีไม่พอค่ะจากนี้เราก็จะทำได้แค่ ตะโกนบอกท่าน เหมือนที่เราทำมาตลอดแต่น่าเสียดายที่ปัญหาก็จะไม่ถูกแก้ไข หรือแก้ได้น้อยเหลือเกินและพวกคนหน้าด้าน ก็จะยังลอยหน้าอยู่ในสำนักงานเต็มไปหมดรัฐบาลหน้าเดิม…
-
เจ็บแสบ! ศิธา สวน! ไม่ใช่เหาะเกินลงกา แต่เป็นเหาะเกินกะลา
ศิธา ย้อนคำพูด! บวรศักดิ์ ลั่น วิษณุ เหาะเกินกะลามากกว่าผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า"เหาะเกินลงกา"กุนซือบวรศักดิ์ฯน่าจะเขียนผิดอ่ะครับกูรูวิษณุฯ ท่านน่าจะ"เหาะเกินกะลา"มากกว่า#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
เปิดบ้าน ‘น.ส.ปอง’ 1 ในสีกาสัมพันธ์ ‘เจ้าอาวาสวัดดัง’ พบย้ายของออกเกลี้ยง
เปิดบ้าน น.ส.ปอง 1 ใน 4 สีกาที่มีสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสวัดดัง นนทบุรี หลังตกเป็นข่าว พบใกล้หมดสัญญาเช่า เก็บข้าวของย้ายออกไปก่อนหน้านี้ ยันเคยมีพระมาช่วงกลางคืนกรณีโลกโซเชียลวิจารณ์สนั่นเรื่องราวฉาววงการสงฆ์ เมื่อ 2 สาวเปิดศึกปะทะคารม ปมสัมพันธ์สวาทเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น‘พระพยอม’ ติงศึก 2 สีกาชิงเจ้าอาวาส เหมือนผีเน่ากับโลงผุ นึกว่าขุนแผนกลับชาติมาเกิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเช่าของ น.ส.ปอง หนึ่งในสีกาที่มีสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสวัด พบเป็นบ้านเดี่ยวติดริมคลองภายในบ้านไม่มีใครอยูพบแต่รองเท้ากองเอาไว้หน้าประตูทางเข้าบ้าน ซึ่งทางผู้สื่อข่าวเข้าสอบถามญาติเจ้าของบ้านเช่าและให้ข้อมูลว่า น.ส.ปอง เข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่กับลูกชาย 4 คน เช่าอยู่ช่วงต้นปี 2565 โดย น.ส.ปอง อายุประมาณ 37-38 ปี เป็นคนหน้าตาดี รูปร่างดีผิวขาวพูดจาดีแต่อย่าให้โมโห ซึ่งน.ส.ปอง ก็เข้านอกออกในวัดตลอดและรับธงที่เป็นรูปพระมาทำและทำทุกอย่างเกี่ยวกับในวัดขณะเดียวกันทางญาติเจ้าของบ้านเช่าเปิดประตูบ้านเช่าพาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูในบ้านและเผยอีกว่า น.ส.ปอง ได้ขนของย้ายออกจากบ้าเช่าได้เดือนกว่าแล้ว…
-
ช็อก! “แม่ตั๊ก กรกนก” หย่าผัวแล้ว โพสต์ทิ้งท้ายสุดเจ็บ “ถ้ายังเสียเวลากับความทุกข์ เมื่อไหร่จะมีความสุข”
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที หลังจากเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 “แม่ตั๊ก” กรกนก สุวรรณบุตร แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองเรื่อง “การหย่า” จนถูกจับตาว่าอาจสื่อถึงการยุติความสัมพันธ์กับ “ป๋าเบียร์” คู่ชีวิตที่หลายคนคุ้นเคยกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที หลังจากเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 “แม่ตั๊ก” กรกนก สุวรรณบุตร แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองเรื่อง “การหย่า” จนถูกจับตาว่าอาจสื่อถึงการยุติความสัมพันธ์กับ “ป๋าเบียร์” คู่ชีวิตที่หลายคนคุ้นเคยล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เพจเฟซบุ๊ก Kornkanok Suwanbut ได้เผยแพร่ข้อความของเธอ ระบุว่า“การหย่า ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต แต่มันทำให้เราได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะถ้าเราจะยังเสียเวลากับความทุกข์ต่อไป แล้วเมื่อไหร่ เราจะมีความสุข”ก่อนหน้านี้ แม่ตั๊กยังได้โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกันว่า“เจ็บให้มันสุด ไปให้มันสุด จนความเจ็บนั้นมันเป็นเรื่องที่เราไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว เริ่มชินชากับมัน กลับมารักตัวเอง กลับมาดูแลหัวใจตัวเอง หยุดจมกับอดีต บังคับตัวเองให้เดินหน้า”ถ้อยคำดังกล่าวถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตคู่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งให้กำลังใจและชื่นชมทัศนคติที่มุ่งเน้นการรักและดูแลตัวเองอย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ตั๊กกับป๋าเบียร์ ทำให้ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่ติดตามของชาวเน็ตต่อไป.
-
เรื่องราวสุดหดหู่ อดีตวีรบุรุษเขาค้อ กลายเป็นคนเร่ร่อน ไร้บำเหน็จบำนาญ ต้องมาอยู่ข้างถนน
เรื่องราวสุดหดหู่ จากนักรบสู่คนเร่ร่อน อดีตวีรบุรุษเขาค้อ ไปรบอยู่หลายปี รอดตายกลับมา ไร้บำเหน็จบำนาญ สุดท้ายต้องมาอยู่ข้างถนน เหลือแต่เพียงความภาคภูมิใจวันที่ 21 ก.พ.69 สมาชิกเฟซบุ๊ก "Korakot Ketkaew" โพสต์เล่าเรื่องราวสุดหดหู่ของอดีตทหารพราน ทพ.ปีติ บำเพ็ญรัตน์ อดีตทหารพรานร้อย 920 ชค.513 ค่ายปักธงชัย จากนักรบสู่คนเร่ร่อน โดยระบุว่าอดีตทหารพรานร้อย 920 นักรบเขาค้อ เขาเป็นอดีตทหารพรานจู่โจมร้อย 920 ไปรบเขาค้อหลายปี รอดตายกลับมาไม่มีบำเหน็จบำนาญแม้แต่บัตรทหารผ่านศึกก็ไม่ได้ผมได้นำเรื่องราวของเขาลงยูทูบ ต่อมาทหารทัพภาค 2 โคราชได้ไปตามหาเจอเขาแถววัดศาลาลอยโคราช ต่อมาทางผ่านศึกนครราชสีมาทราบเรื่องจึงได้เข้าไปหาประวัติพบว่าเป็นอดีตทหารพรานที่ไปรบเขาค้อจริงจึงได้ทำบัตรทหารผ่านศึกให้ แต่เขาก็ยังเป็นคนเร่ร่อนนอนข้างถนนเช่นเดิม เพราะไม่มีบำเหน็จบำนาญไม่มีบ้านอยู่พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว เขาไม่ได้บ้าแต่เขาไม่มีบ้านไม่มีลูกเมีย เขาไม่พูดกับใครนอกจากทหารด้วยกันเท่านั้น นี่คือเรื่องจริงของนักรบทหารผ่านศึกบัตรชั้น 3 มีเพียงความภาคภูมิใจที่ได้รบเพื่อชาติรักษาแผ่นดินไว้ให้คนรุ่นหลังได้อยู่ชีวิตหลังการรบหลายคนเป็นแบบนี้ เพราะช่วงหนุ่มมัวแต่ไปรบรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแผ่นดินไทย ลืมนึกถึงว่าหลังเลิกรบจะอยู่อย่างไร พอถึงเวลานั้นร่างกายก็ไม่ไหวแล้วอายุมากแก่เฒ่าแล้วจึงเป็นแบบนี้ ผมจะไปเยี่ยมเขาสักวันเพราะรู้ว่าเขายังเร่ร่อนนอนอยู่ข้างถนนเช่นเดิมอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรื่องราวสุดหดหู่ อดีตวีรบุรุษเขาค้อ กลายเป็นคนเร่ร่อน ไร้บำเหน็จบำนาญ ต้องมาอยู่ข้างถนนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website :…
-
แห่แชร์สนั่น จ.ส.ต.หนุ่มยื่นใบลาออก เห็นเหตุผลถึงกับนับถือใจ
โลกโซเชียลแห่แชร์ภาพใบลาออกจากราชการของ จ.ส.ต.อาทิตย์ บุตรแสนคม หลังเจ้าตัวระบุเหตุผลในการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า มีความประสงค์จะอุปสมบทตลอดชีวิต เพื่อประพฤติพรหมจรรย์ ขจัดกิเลส แสวงหาทางพ้นทุกข์ มุ่งสู่มรรคผลนิพพาน และหลุดพ้นจากวัฏสงสารในชาตินี้ สร้างความสนใจและชื่นชมจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมากโดย จ.ส.ต.อาทิตย์ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “อาทิตย์ บุตรแสนคม” เล่าถึงเส้นทางชีวิตตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ความฝันในวัยหนุ่มที่อยากประสบความสำเร็จ มีหน้าที่การงานมั่นคง ครอบครัวพร้อมหน้า มุ่งมั่นอ่านหนังสือสอบนายสิบ ผ่านทั้งความสมหวังและผิดหวัง ฝึกฝนเรียนรู้อย่างหนัก ด้วยความอดทนและพยายาม จนสามารถรับราชการทหารได้ยาวนานถึง 9 ปีเจ้าตัวย้ำว่า การตัดสินใจลาออกไม่ได้เกิดจากความเบื่อหน่ายในอาชีพหรือระบบราชการ พร้อมยืนยันว่าตลอดระยะเวลาการทำงาน ได้ทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ รักษาวินัย และไม่เคยสร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วย อีกทั้งยังถ่ายทอดประสบการณ์และสิ่งดี ๆ ให้กับน้องพลทหารมาโดยตลอดอย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้เผชิญกับความทุกข์ทางโลก ความผิดหวัง และความสูญเสีย ทำให้เริ่มตั้งคำถามกับชีวิต และค้นหาทางออกจากความทุกข์ กระทั่งได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จึงตระหนักว่า ทุกสิ่งไม่เที่ยง ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราจริง ๆ นำไปสู่การตัดสินใจปล่อยวาง และเลือกเส้นทางธรรม โดยได้ปรึกษาครอบครัวเรียบร้อยแล้วจ.ส.ต.อาทิตย์ ระบุทิ้งท้ายว่า เหตุผลของการลาออกจากราชการ เพื่ออุปสมบทตลอดชีวิต เป็นความตั้งใจแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตนให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร มุ่งสู่มรรคผลนิพพานในชาตินี้…
-
ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ ครูบาชัยวัฒน์ ก่อนถูกตรวจสอบปมรุกที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 2,000 ไร่
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากมีรายงานล่าสุด ชี้แจงอาการอาพาธของครูบาชัยวัฒน์ หลังมีอาการป่วยกะทันหันและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จึงทำให้ไม่สามารถมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง ปมถือครองที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 2 พันไร่ สร้างบ้านพักขายหลังละ 5 แสน หลังนัดสื่อฯ ไว้วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากมีรายงานล่าสุด ชี้แจงอาการอาพาธของครูบาชัยวัฒน์ หลังมีอาการป่วยกะทันหันและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จึงทำให้ไม่สามารถมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง ปมถือครองที่ดิน ส.ป.ก. กว่า 2 พันไร่ สร้างบ้านพักขายหลังละ 5 แสน หลังนัดสื่อฯ ไว้โดยครูบาชัยวัฒน์นั้น เส้นทางชีวิตและการเผยแผ่ธรรมภายหลังชื่อของท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยภายในระยะเวลาเพียง 2-3 ปี มีผู้สนใจศึกษาธรรมะผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีผู้เข้าบวชที่วัดป่ารักษาใจ ซึ่งครูบาชัยวัฒน์ดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์ ทั้งพระภิกษุและแม่ชีรวมหลายสิบคน แม้วัดจะเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานข้อมูลจากเว็บไซต์มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ระบุว่า ในวัยเยาว์ครูบาชัยวัฒน์เคยบรรพชาเป็นสามเณร และตั้งใจจะอุทิศชีวิตในเพศบรรพชิต ทว่าในเวลาต่อมาต้องลาสิกขาเพื่อกลับไปศึกษาต่อ ตามคำขอของครอบครัวและครูอาจารย์ด้านการศึกษา ครูบาสำเร็จการศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา สถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2550…