Category: ทั่วไป
-
น่ากลัวมาก! รถขนแบตเตอรี่ระเบิด เพลิงลุกท่วม ทางด่วนเสียหายหนัก สั่งปิดจราจร
นาทีไฟไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) เสียงระเบิดดังสนั่น เปลวเพลิงรุนแรงทำโครงสร้างทางด่วนแตกร้าว สั่งปิดจราจรขาเข้า กทม. รอประเมินความปลอดภัยเกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกสิบล้ออย่างรุนแรงบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.40 ช่องทางด่วน ขาเข้า กทม. หมู่ 6 ต.บางวัว อ.บางปะกง เมื่อค่ำคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.30 น. ล่าสุด ร.ต.ท.ยุทธพงษ์ วรศาสตร์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางปะกง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางวัวคณารักษ์และพื้นที่ข้างเคียงรวม 8 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์รถคันเกิดเหตุคือรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว เกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เปลวเพลิงพุ่งสูงเลยทางด่วนบูรพาวิถี และมีการระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำและใช้โฟมเพื่อดับไฟแต่ไม่เป็นผล ภายหลังเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุที่ลุกไหม้คือ แบตเตอรี่ลิเธียม จึงต้องปรับวิธีดับไฟใหม่ โดยใช้วิธีฉีดน้ำควบคุมสถานการณ์ และทำการคุ้ยกองแบตเตอรี่ลงจากรถบรรทุกจนสามารถดับไฟได้ทั้งหมดความร้อนจากเปลวไฟเผาทำลายโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถีอย่างหนัก มีเศษปูนแตกร้าวและร่วงลงมาด้านล่างตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางปะกง สั่งปิดการจราจรเลนทางด่วนขาเข้า กทม. ทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ถนนไฟไหม้รถขนแบตลิเธียมขณะที่คนขับรถบรรทุกอายุ 55 ปี เล่าว่า ตนมีหน้าที่รับจ้างขับรถเพียงอย่างเดียว บรรทุกสินค้าจากอำเภอแปลงยาวเพื่อเดินทางไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร…
-
คอมมานโด แฟนหนุ่ม ตร.หญิง โดน ร.ต.ท. พาเข้าม่านรูด ชี้แจง มีภรรยาเพียงคนเดียว
คอมมานโด แฟนหนุ่ม ตร.หญิง โดน ร.ต.ท. พาเข้าม่านรูด ชี้แจง มีภรรยาเพียงคนเดียว แจงตามข่าวที่ปรากฏในสื่อหลายสำนัก มีความคลาดเคลื่อนวันที่ 3 พ.ค.69 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงรายหนึ่ง สังกัด บช.สอท. ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังถูกตำรวจชายรายหนึ่ง ซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานธุรการคดี สังกัด สภ.ปากเกร็ด พาเข้าโรงแรมม่านรูดย่านถนนคลองประปา เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่ตำรวจหญิงรายนี้จะส่งข้อความไปหาแม่เพื่อขอความช่วยเหลือจนสุดท้าย ฝ่ายตำรวจคอมมานโดแฟนหนุ่มของตำรวจหญิงรายนี้ทราบเรื่อง จึงสืบเสาะหาเบอร์มือถือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ดคนก่อเหตุ และโทรไปต่อว่าจนทำให้ฝ่ายตำรวจชาย สภ.ปากเกร็ดพาตำรวจหญิงออกจากโรงแรมแล้วนำตัวมาส่งที่หน้าห้างสรรพสินค้าบนถนนศรีสมานแทนหลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดแฟนหนุ่ม ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงแฟนสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจธุรการปากเกร็ดผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่าน แต่คดีไม่คืบหน้าจึงตัดสินใจร้องไปยังรายการข่าวจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมาต่อมามีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางตำรวจคอมมานโดซึ่งเป็นแฟนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงรายนี้ กับ ร.ต.ท. คนก่อเหตุต่างฝ่าย ต่างก็มีภรรยากันอยู่แล้ว และเมื่อไปออกรายการดังกล่าวแล้ว ทำให้ภรรยาของทั้งคู่ต่างทราบความจริงและเตรียมฟ้องชู้กับอีกฝ่ายที่นอกใจไปคบซ้อนนั้นล่าสุดทางตำรวจคอมมานโด ออกมาชี้แจงว่า ตามข่าวที่มีการเสนอออกไปก่อนหน้าตามสื่อหลายสำนัก มีความคลาดเคลื่อน โดยตนเองมีภรรยาคนเดียวคือตำรวจหญิงที่เป็นผู้เสียหายข่าวที่เกี่ยวข้องส่อวุ่น ปม ร.ต.ท. พา ตร.หญิง เข้าม่านรูด แฟนหนุ่มคอมมานโด ตามเอาเรื่อง พบมีเมียอยู่แล้วทั้งคู่เปิดตัวพยานบุคคล…
-
สุดเศร้า! เผาศพไรเดอร์เหยื่อนศ.เมาขับ BMW ภรรยาร่ำไห้แทบขาดใจ แฉคู่กรณีไร้จิตสำนึก
พิธีฌาปนกิจไรเดอร์หนุ่มสุดเศร้า ภรรยาปล่อยโฮหน้าเมรุ แฉแหลกครอบครัวนศ.เมาขับ BMW เมินเฉย แชตแจ้งกำหนดการงานศพกลับไม่ตอบ-ไม่มาแม้แต่วันเดียว ลั่นสู้คดีให้ถึงที่สุดทวงความยุติธรรมให้สามีเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่วัดสวนกล้วย ต.กุ่มหัก อ.หนองแค จ.สระบุรี ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนไรเดอร์จำนวนมากได้ร่วมกันประกอบพิธีฌาปนกิจ นายอลงกรณ์ บางกระ อายุ 27 ปี ไรเดอร์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถเก๋ง BMW พุ่งชนบริเวณถนนสายบางชัน-เชียงราก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะในช่วงเคลื่อนร่างเวียนรอบเมรุ น.ส.สุภาวี มุขแก้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิต ร้องไห้เสียใจจนแทบขาดใจและเกือบเป็นลมจนญาติๆ ต้องคอยหามลงมาพักผ่อน ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิตอยู่ในอาการเดินไม่ไหวด้วยความตรอมใจน.ส.สุภาวี ได้เปิดเผยหลักฐานต่อผู้สื่อข่าว เป็นข้อความแชตที่พยายามติดต่อไปยังครอบครัวของ "นายภูมินท์" นักศึกษาผู้ก่อเหตุ เพื่อแจ้งกำหนดการพิธีฌาปนกิจและถามหาความรับผิดชอบ แต่ปรากฏว่า "ไม่มีการอ่านหรือตอบกลับ" และไม่มีตัวแทนจากฝั่งคู่กรณีมาร่วมงานศพแม้แต่วันเดียวภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า "เขาไม่มีจิตใต้สำนึก ไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความรับผิดชอบอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากความไม่รับผิดชอบในพิธีศพแล้ว ทางครอบครัวยังตั้งข้อสงสัยต่อรูปคดีที่ฝั่งผู้ก่อเหตุอ้างว่ารถไม่มีกล้อง โดยมองว่ารถยนต์ระดับ BMW เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีกล้องบันทึกภาพ ส่วนที่พ่อผู้ก่อเหตุอ้างว่าลูกชายสื่อสารภาษาไทยไม่ถนัด ทางครอบครัวมองว่าเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะผู้ก่อเหตุเรียนและใช้ชีวิตในไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังกังวลว่าคนจนจะเข้าไม่ถึงความยุติธรรม เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวอย่างรวดเร็วในข้อหาเมาสุราขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"ก่อนส่งร่างสามีเข้าสู่เตาเผา น.ส.สุภาวี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จะสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อให้สามีได้รับความเป็นธรรม และต้องการให้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ใช้ข้ออ้างเพื่อพ้นผิด…
-
ฟิตเวย์เรียกค่าเสียหายเพจดังกว่า 3 ล้าน ภาพปกโปรตีนตกฉลากทำเข้าใจผิด กระทบทีมงานนับร้อยชีวิต
เจ้าของผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์เรียกค่าเสียหายจากเฟซบุ๊กเพจแห่งหนึ่งกว่า 3 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปทำสินค้า Freebies แก่ลูกค้าแทนคำขอบคุณที่เชื่อมั่นแบรนด์ พร้อมปฏิเสธทำคอนเทนต์ร่วมกันตามที่เพจดังกล่าวเสนอ เหตุเนื้อหาคลิปทำความเสียหายแก่ทีมงานนับร้อยชีวิต ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นโปรตีนตกฉลากวันนี้ (4 พ.ค.) จากกรณีพิพาทระหว่างแดนนี่ ดนุพล ชิลลี่ เจ้าของผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์ กับเฟซบุ๊กเพจที่ชื่อว่า "GURUCHECK เช็ค กับ กูรู" หลังเพจดังกล่าวทำคลิปหัวข้อ "โปรตีนตกฉลากอีกแล้ว" ปรากฏว่ามีกระปุกผลิตภัณฑ์โปรตีนของฟิตเวย์อยู่ในปกด้วย ทำลูกค้าพากันแตกตื่นและแบรนด์เสียหาย แม้เพจดังกล่าวจะลงคลิปชี้แจง ขอโทษทางแบรนด์ที่ทำให้คนเข้าใจผิด อ้างว่าส่งตรวจหลายยี่ห้อ แต่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่พบว่าโปรตีนตกฉลาก จุดประสงค์ในการทำคลิปเพื่อเตือนให้เช็กผลแล็บก่อนที่จะกิน ส่วนโปรตีนในภาพปกเป็นการเท้าความคลิปที่แล้ว ที่ส่งเวย์ไปตรวจแล้วคนดูกำลังรอผล แต่แดนนี่มองว่าไม่ได้ตั้งใจขอโทษจริง ไม่ยอมรับโดยตรงว่าเอาแบรนด์ของตนขึ้นปกเพื่อเรียกเอนเกจ และขอให้ชี้แจงว่าที่เคยรีวิวผลิตภัณฑ์หนึ่ง มีพยานหลักฐานใดทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นโปรตีนที่บริสุทธิ์ ปราศจากน้ำตาลและไขมันล่าสุด เพจที่ชื่อว่า "GURUCHECK เช็ค กับ กูรู" ลงคลิประบุว่า ขอโทษแดนนี่และผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์จากใจจริงต่อความผิดพลาดในการทำคลิปโปรตีนตกฉลาก ซึ่งมีรูปภาพของแบรนด์ฟิตเวย์อยู่ในนั้น เจตนาไม่ได้ต้องการสื่อสารออกไปแบบนั้น แต่ภาพออกไปแล้ว ความผิดเกิดขึ้นแล้ว ตนไล่อ่านคอมเมนต์แล้วเห็นว่ามันร้ายแรงจริง สื่อสารไปทางนั้นได้จริง ตนขอยืนยันว่าแบรนด์ฟิตเวย์ไม่ใช่โปรตีนตกฉลากที่พูดถึงในคลิปแน่นอน ตนขอช่องทางการติดต่อของนายแดนนี่ไป เพราะอยากจะโทร.ไปขอโทษด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนควรจะทำ ส่วนตัวมองว่าถ้ามีอะไรที่พอจะทำได้ เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดต่อแบรนด์…
-
ระทึก! ‘ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส’ พุ่งเฉี่ยวเสาไฟขณะลงจอด ทำเสาไฟ-รถบรรทุกบนทางหลวงเสียหาย
เครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเสาไฟ ขณะกำลังลดระดับลงจอดที่สนามบินนานาชาตินวร์ก ทำให้เสาไฟและรถบรรทุกที่วิ่งอยู่บนทางหลวงใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ตามข้อมูลจากหน่วยงานการท่า (Port Authority) แห่งรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ระหว่างกำลังลดระดับลงเพื่อลงจอดที่สนามบินนานาชาตินวร์กลิเบอร์ตี เที่ยวบินที่ 169 ของยูไนเต็ดแอร์ไลน์สได้ชนกับเสาไฟบนทางด่วนนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ตามรายงานของสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA)FAA ยืนยันว่า เครื่องบินโบอิ้ง 767-400 ซึ่งพาผู้โดยสาร 221 คนและลูกเรืออีก 10 คน เดินทางมาจากเมืองเวนิสของอิตาลี ลงจอดได้อย่างปลอดภัย"ทีมซ่อมบำรุงของเรากำลังประเมินความเสียหายของเครื่องบิน" โฆษกของยูไนเต็ดกล่าว "เราจะดำเนินการสอบสวนความปลอดภัยการบินอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และลูกเรือของเราถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ"หน่วยงานการท่ายืนยันว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บบนเครื่องบิน และพบความเสียหายเล็กน้อยต่อเครื่องบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่สนามบินตรวจสอบทางวิ่งเพื่อหาเศษซาก และสนามบินสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติอย่างรวดเร็วด้านคนขับรถบรรทุกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย และได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วชัค พาเทอราคิส รองประธานอาวุโสของบริษัท H&S Bakery ระบุว่า รถบรรทุกของบริษัท "ไม่ได้รับความเสียหาย" แต่ "ล้อของเครื่องบินโดยสารพุ่งชนกระจกหน้าต่างคนขับ" ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุการณ์ดังกล่าวFAA และคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) อยู่ระหว่างสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วโฆษกของ NTSB กล่าวว่า ผู้สอบสวนของ NTSB มีกำหนดเดินทางไปถึงเมืองนวร์กในวันจันทร์ (4 พ.ค.) พร้อมสั่งให้สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์เก็บรักษาและส่งมอบทั้งเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึกข้อมูลการบินเพื่อสนับสนุนการสอบสวนที่มา:…
-
เฉลยแล้วสาเหตุ อยู่ๆเมียดมกลิ่นกางเกงในผัว ก่อนโป๊ะแตก
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียล สำหรับกรณีเมียหลวงจับโป๊ะสามีจาก “กลิ่นกางเกงในที่เปลี่ยนไป” จนนำไปสู่การฟ้องร้องชู้สาว หลายคนตั้งคำถามและถกเถียงกันว่า กลิ่นที่ว่านั้นคือกลิ่นอะไร และเป็นกลิ่นของใครกันแน่?ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายบอย หัวหน้าทีมนักสืบเอกชน เพื่อขอคำอธิบายในเชิงลึก หลังจากพยายามติดต่อ “ทนายหงส์ หัทยา” แต่ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากติดภารกิจและต้องตอบคำถามสื่อจำนวนมากนายบอย ได้เปิดเผยความลับหลังบ้านของเคสนี้ว่า กลิ่นที่เป็นปมปัญหานั้นเกิดจากการปะปนของกลิ่นบุคคลที่สาม โดยระบุว่า“พี่ๆ นักข่าวถามกันมาเยอะว่าสรุปมันคือกลิ่นของใคร ระหว่างบุคคลที่ 1 (ภรรยา) บุคคลที่ 2 (สามี) หรือบุคคลที่ 3 (หญิงชู้) ผมบอกได้เลยว่ามันคือกลิ่นของสามีนั่นแหละครับ แต่เป็นกลิ่นที่มี ‘กลิ่นสาบจากจุดอื่น’ ของบุคคลอื่นมาปะปนอยู่ด้วย ทำให้ภรรยาซึ่งคลุกคลีกันมานานสังเกตเห็นความผิดปกติว่านี่ไม่ใช่กลิ่นที่ตัวเองคุ้นเคย จนนำมาสู่การดมกางเกงในสามี พิสูจน์และรวบรวมหลักฐานในที่สุด”ทั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า “สัญชาตญาณเมียหลวง” และ “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ฉบับพื้นบ้าน” อย่างกลิ่นกาย สามารถนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างเหลือเชื่อ
-
รีวิว ทุเรียนพิมรี่พาย 12 กก. 1.8 พันบาท ซื้อเพราะ ซุปเปอร์จี มาช่วยโฆษณา แต่ได้ของมาแล้วผิดหวัง
รีวิว ทุเรียนพิมรี่พาย 12 กก. 1.8 พันบาท ซื้อเพราะ ซุปเปอร์จี มาช่วยโฆษณา แต่ได้ของมาแล้วผิดหวังรีวิว ทุเรียนพิมรี่พาย 12 กก. 1.8 พันบาท ซื้อเพราะ ซุปเปอร์จี มาช่วยโฆษณา แต่ได้ของมาแล้วผิดหวัง ทั้งเละ ทั้งเปรี้ยว ขอเคลมยังไม่ได้รับอนุมัติหลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมโปรโมท ทุเรียน ลูกละ 100 บาท กับ แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย ทำให้ชาวสวนทุเรียน บางส่วน และ ประชาชนออกมาตั้งคำถามถึงการขายทุเรียนในราคาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อชาวสวนหรือไม่ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภครีวิว ทุเรียนจาก พิมรี่พาย ความว่า ทุเรียนพิมรี่พาย ได้รับก็แกะในวันเดียวกันลูกแรกเละลูกสองโอเค (รับได้)ลูกสามลูกใหญ่สุดพูสวยแต่เปรี้ยวทำเคลมใน TikTok ช่องทางที่ซื้อ แต่ไม่อนุมัติ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ใครจะคิดว่าปลอกทุเรียนแล้วต้องคอยถ่ายวีดีโอด้วย แต่ทุเรียนที่เปรี้ยวยังเก็บให้ทีมงานชิมอยู่นะคะ ส่วนลูกที่เละ กลิ่นมันฟุ้งบ้าน…
-
สถานทูตออสเตรเลีย เตือนเขมร!! ใช้อำนาจจำคุกผู้นำฝ่ายเขมร
สถานทูตออสเตรเลียในเขมร เรียกร้องเขมร คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน หลังตัดสินจำคุกผู้นำฝ่ายค้านผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สถานทูตออสเตรเลียประจำกัมพูชา โพสต์ข้อความ ระบุว่าการตัดสินใจในวันนี้ที่ยืนยันคำพิพากษาลงโทษนายเค็ม โซคา เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง อุปทูตออสเตรเลีย พร้อมด้วยผู้แทนทางการทูตท่านอื่นๆ ได้ร่วมสังเกตการณ์คำตัดสินในวันนี้ ออสเตรเลียได้แสดงความกังวลมาโดยตลอดเกี่ยวกับการใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม ผลลัพธ์ในวันนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลเหล่านี้ เราขอเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อขยายพื้นที่ทางสังคมและเสรีภาพทางการเมือง และสร้างเงื่อนไขสำหรับการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างแท้จริง#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
ได้จีน-รัสเซียหนุน!อิหร่านคึกขีดเส้นให้ทรัมป์’เลือกเอา’ ปฏิบัติการทหาร’ที่เป็นไปไม่ได้’กับ’ข้อตกลงแย่ๆ’
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในวันอาทิตย์(3พ.ค.) ชี้ว่าสหรัฐฯจำเป็นต้องเลือกระหว่างปฏิบัติการทางทหาร "ที่เป็นไปไม่ได้" หรือ "ทำข้อตกลงแย่ๆ" กับสาธารณรัฐอิสลามสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเปิดฉากโดยสหรัฐฯและอิสราเอลเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หยุดนิ่งมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน และมีการเจรจาสันติภาพกันไปแล้ว 1 รอบ ในปากีสถาน แต่ล้มเหลวนับตั้งแต่นั้นการเจรจาหยุดชะงัก ในขณะที่สหรัฐฯหันมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือต่างๆของยูเครน ส่วนอิหร่านยังคงปิดตายช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่สำนักงานข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน กล่าวว่าประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "ปฏิบัติการทางทหารที่เป็นไปไม่ได้หรือข้อตกลงแย่ๆกับสาธารณรัฐอิสลาม" ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ที่นำเสนอต่อโดยสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐข้อความที่โพสต์ระบุต่อว่าหน้าต่างสำหรับการตัดสินใจของสหรัฐฯ "แคบลงแล้ว" อ้างถึงสิ่งที่พวกเขาให้คำจำกัดความว่าเป็น "สุ้มเสียงที่เปลี่ยนไป" จากจีน รัสเซียและยุโรป ที่มีต่อวอชิงตัน เช่นเดียวกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเส้นตายของอิหร่าน เกี่ยวกับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของอเมริกา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมAxios สื่อมวลชนสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าว 2 คนที่ใกล้ชิดกับข้อเสนอของอิหร่านที่ยื่นถึงอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้ รายงานว่าเตหะราน "ขีดเส้นตาย 1 เดือนสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หยุดการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และยุติสงครามในอิหร่านและเลบานอนอย่างถาวร"ในวันอาทิตย์(3 พ.ค.) ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล ระบุว่าเขากำลังทบทวนข้อเสนอล่าสุดของอิหร่าน แต่ระบุว่าเขา "ไม่อาจจินตนาการได้ว่า จะยอมรับข้อเสนอนี้"สื่อมวลชนอิหร่าน ในนั้นรวมถึงทาสนิมและฟาร์สนิวส์ รายงานเกี่ยวกับเนื้อหารายละเอียดในข้อเสนอดังกล่าว เมื่อวันเสาร์(2พ.ค.)ทาสนิม ระบุว่าอิหร่านเน้นย้ำว่าประเด็นปัญหาสำคัญๆระหว่าง 2 ฝ่าย…
-
กระชากหน้ากาก! สหรัฐฯ ทุ่มสรรพกำลังมหาศาล อาวุธที่โฆษณาว่าล้ำสมัยเหนือโลกกลับไม่สามารถเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่านได้
อ.อุ๋ย ชี้ อวสานพญาอินทรี เมื่อ นิติสงคราม และความพ่ายแพ้ในอิหร่านกระชากหน้ากากมหาอำนาจเบอร์หนึ่งที่โลกเคยยำเกรงผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ. อุ๋ย) นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่าง และ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ระบุว่า…ในแวดวงกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจประกาศต่อสภาคองเกรสว่าสงครามกับอิหร่านได้ "สิ้นสุดลง" นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแจ้งเพื่อทราบตามระเบียบงานสารบรรณ แต่นี่คือ "รอยร้าว" ขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงการล่มสลายของระเบียบโลกขั้วเดียว (Unipolar World) อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดหากเราพิจารณาด้วยสายตาของนักกฎหมายและนักยุทธศาสตร์ จะพบว่าการประกาศนี้มีนัยยะแอบแฝงที่น่าสมเพชยิ่งกว่าที่ตาเห็น เพราะมันคือการใช้ "นิติสงคราม" (Lawfare) เพื่อหาทางลงให้ตัวเองจากการติดหล่มทางทหารที่ตนเองเป็นผู้ก่อนิยามของ "มหาอำนาจเบอร์หนึ่ง" ในทางรัฐศาสตร์คือการมี "อำนาจนำ" (Hegemony) ที่สั่งให้ใครซ้ายหันขวาหันได้ตามใจปรารถนา และมีแสนยานุภาพที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองผ่านกำลังทางทหารได้ทุกเมื่อแต่ภาพที่ปรากฏในกรณีอิหร่านกลับย้อนแย้งกับภาพลักษณ์ "ตำรวจโลก" อย่างสิ้นเชิง สหรัฐฯ ทุ่มสรรพกำลังมหาศาล อาวุธที่โฆษณาว่าล้ำสมัยเหนือโลกกลับไม่สามารถเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่านได้ ไม่สามารถควบคุมความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกได้ความล้มเหลวนี้พิสูจน์แล้วว่า "หน้ากาก" แห่งความไร้เทียมทานนั้นถูกกระชากออก และแท้จริงแล้วอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้าง "มายาคติ" เพื่อข่มขวัญนานาชาติเท่านั้น เมื่อต้องปะทะกับยุทธศาสตร์การรบที่ยืดหยุ่นและอุดมการณ์ที่แข็งแกร่ง แสนยานุภาพที่เคยถูกยกยอจึงดูไม่ต่างจาก "ลูกแกะที่หุ้มหนังสิงโต"ในเชิงกฎหมาย การประกาศสิ้นสุดสงครามต่อสภาคองเกรสนั้นเป็นเพียง "กลเม็ดทางกฎหมายภายใน" (Internal Legal Maneuver)…