Category: ทั่วไป

  • ถึงว่าไฟลุกลามเร็ว รู้แล้วร้านค้าขายอะไรโดนไหม้ในตลาดจตุจักร

    เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดนัดจตุจักร สร้างความเสียหายให้ร้านค้าจำนวนมาก โดยเพจ Fire & Rescue Thailand รายงานว่า เมื่อเวลา 22:42 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าและสายด่วน 199 รับแจ้งเหตุไฟไหม้ร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร บริเวณประตู 1 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน พร้อมด้วยสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดุสิต เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ที่เกิดเหตุอยู่ภายในตลาด โครงการ 17 ซอย 9/2 – 9/4 ลักษณะเป็นร้านค้าแบ่งเป็นล็อก ๆ รวม 48 ล็อก โครงสร้างเหล็กชั้นเดียว หลังคาสังกะสี เปิดขายเสื้อผ้าและเซรามิก พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากร้านขายเสื้อผ้าในซอย 9/2 ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังร้านค้าใกล้เคียงในซอย 9/3 และ 9/4 เจ้าหน้าที่เร่งระดมวางสายฉีดน้ำ ใช้หัวฉีดอย่างน้อย 2 หัว ควบคุมเพลิง ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้รายงานระบุว่า…

  • “ย้อนอดีตเลือกตั้งไทย” สกปรกที่สุด! อุจจาระป้ายหน้าบ้าน ดูผลลัพธ์ได้นับใหม่ไหม

    26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ได้ชื่อว่าเป็น “การเลือกตั้งสกปรก” โดยพบความผิดปรกติ อาทิ การมีชื่อคนตายแล้วในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เปลี่ยนชายให้เป็นหญิง หญิงให้เป็นชาย เพิ่มเติมชื่อเอาเองโดยให้อยู่ในบ้านใดบ้านหนึ่งหากจะพูดถึงบาดแผลทางประชาธิปไตยที่ลึกที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทย คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งเมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ถูกขนานนามว่า “การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด”การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 นั้น เกิดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดกว่า 8 ครั้งที่ผ่านมา โดยมีผู้มาใช้สิทธิถึง 57.5% แสดงให้เห็นว่าราษฎรมีความสนใจและตื่นตัวทางการเมืองกันมากรัฐบาลแปลก พิบูลสงคราม หรือ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” ได้ประกาศให้มีเลือกตั้งทั่วไป ในวันดังกล่าวขึ้น โดยเป็นการเลือกตั้งแบบรวมเขตจังหวัด ซึ่งเป็นการช่วงชิงเก้าอี้ในสภาทั้งสิ้น 160 ที่นั่ง และมีพรรคการเมืองลงสนามเลือกตั้งถึง 23 พรรค ข้อมูลจาก สถาบันพระปกเกล้า ระบุ เป็นการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า “สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์”โดยก่อนหน้าเลือกตั้งจะเกิดขึ้น จอมพล…

  • “เท้ง ณัฐพงษ์” หลั่งน้ำตา เผยนาทีส่งข้อความหาเพื่อน สส.

    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” โดยในช่วงหนึ่งของรายการถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ระหว่างเปิดใจถึงผลการเลือกตั้งและการทำงานของพรรคในช่วงที่ผ่านมานายณัฐพงษ์ เริ่มต้นด้วยการย้ำจุดยืนของพรรคและประชาชนที่กำลังตั้งคำถามต่อกระบวนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ไม่ใช่เพราะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ หรือพยายามดิ้นรนเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งให้เป็นฝ่ายชนะ แต่เป็นการยืนหยัดบนหลักการของความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม“ผมเชื่อว่าทุกคนไม่ได้อยากพลิกผล เราแค่อยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทุกคะแนนเสียงต้องได้รับการปกป้อง” นายณัฐพงษ์ กล่าวจากนั้น ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ นายณัฐพงษ์ถึงกับเสียงสั่น น้ำตาคลอ ยอมรับว่า แม้ภาพรวมพรรคจะได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกผิดในฐานะหัวหน้าพรรค โดยเฉพาะกับผู้สมัครบางคนที่ไม่ได้รับเลือก ซึ่งตนได้ส่งข้อความส่วนตัวไปหาแต่ละคนเพื่อแสดงความเสียใจ“ผมพิมพ์แชตไปบอกเขาว่าผมรู้สึกเสียใจ นึกถึงหน้าเขา แล้วผมจะไม่ได้เจอเขาในสภาฯ อีก ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ผมมีส่วนหรือเปล่า” นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น ก่อนเผยว่า ผู้สมัครทุกคนต่างตอบกลับมาให้กำลังใจ และยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของเขาเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก โดยคลิปช่วงนี้ถูกนำไปแชร์ต่ออย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ พร้อมชื่นชมในความรับผิดชอบ ความจริงใจ และความผูกพันที่นายณัฐพงษ์มีต่อลูกพรรคอย่างล้นหลาม

  • ผันผวนหนักมาก! ราคาทองวันนี้ ปรับครั้งที่ 22

    ผันผวนหนักมาก! ราคาทองวันนี้ ปรับครั้งที่ 22ราคาทองคำประจำวันที่ 9 ก.พ.2569 โดยราคาทองรูปพรรณขยับมาอยู่ที่บาทละ 75,100.00 บาท อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก สมาคมค้าทองคำ ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อเวลา 15:19 น. ปรับ(ครั้งที่ 22)ราคาทองวันนี้ 9 ก.พ.2569เมื่อเวลา 15:19 น. ปรับ(ครั้งที่ 22)ทองแท่งรับซื้อ บาทละ74,100.00 บาทขายออก บาทละ 74,300.00 บาททองรูปพรรณรับซื้อ บาทละ 72,616.40 บาทขายออก บาทละ 75,100.00 บาท

  • เท้ง หลั่งน้ำตากลางรายการ ยอมรับรู้สึกผิด พาเพื่อนเข้าสภาไม่ครบ

    การออกอากาศรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” เช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดและสะเทือนใจ เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดใจถึงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พร้อมยอมรับความรู้สึกผิดที่เก็บไว้ภายในใจมาตลอดนายณัฐพงษ์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า แม้ผลการเลือกตั้งในภาพรวม พรรคจะได้รับการตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก แต่ในฐานะหัวหน้าพรรค เขากลับรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถพาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสภาได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยยอมรับตรงไปตรงมาว่า ความรู้สึกดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย และยังคงติดอยู่ในใจแม้เวลาจะผ่านไปเท้ง หลั่งน้ำตากลางรายการ ยอมรับรู้สึกผิด พาเพื่อนเข้าสภาไม่ครบเท้ง หลั่งน้ำตากลางรายการ ยอมรับรู้สึกผิด พาเพื่อนเข้าสภาไม่ครบช่วงหนึ่งของการสนทนา นายณัฐพงษ์มีน้ำตาคลอและน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมเปิดเผยว่า เพื่อน สส. หลายคนได้ส่งข้อความมาให้กำลังใจ และย้ำกับเขาอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของหัวหน้าพรรค แต่เป็นผลจากสถานการณ์และปัจจัยทางการเมืองที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าในฐานะผู้นำ ยังคงอดโทษตัวเองไม่ได้เหตุการณ์ดังกล่าวถูกถ่ายทอดสดและมีการนำคลิปช่วงสำคัญไปเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้กับหัวหน้าพรรคประชาชน โดยมองว่าเป็นภาพสะท้อนของนักการเมืองที่กล้าแสดงความรู้สึก และแบกรับความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายเสียงในโลกโซเชียลระบุว่า ภาพของนายณัฐพงษ์ในรายการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันของบทบาทผู้นำทางการเมือง ที่ต้องเผชิญทั้งความคาดหวังของประชาชน และความผูกพันต่อทีมงานและลูกพรรค พร้อมจับตาการทำงานของพรรคประชาชนหลังจากนี้อย่างใกล้ชิดเท้ง หลั่งน้ำตากลางรายการ ยอมรับรู้สึกผิด พาเพื่อนเข้าสภาไม่ครบ

  • ชัดเจน “วิโรจน์” ตัดสินใจโพสต์ เรื่องเสียงของคน กทม. และ ตจว. แล้ว

    "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" โพสต์ข้อความ ล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุ[ทุกเสียงมีค่าเท่ากัน ]………………………………✅ในสังคมประชาธิปไตย สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องไม่คิดว่าใครมีคุณค่าเหนือกว่าใคร ต้องไม่คิดว่าคนที่มีการศึกษาสูงกว่า หรืออาศัยในเมืองที่ใหญ่กว่า จะมีศักดิ์ศรีเหนือกว่า.✅ผมต้องย้ำว่า มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีและสิทธิ์เท่าเทียมกัน เสียงของคนกรุงเทพฯ หรือจังหวัดไหนๆ ต้องมีค่าเท่ากัน.✅การเลือกตั้งไม่ใช่การสอบวัดประเมินผลประชาชน แต่คือกระบวนการที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสะท้อนประสบการณ์ชีวิต ความต้องการ และความหวังของตัวเองออกมาอย่างเท่าเทียมกัน.✅ความแตกต่างหลากหลายของวิถีชีวิตและความต่างกันของโอกาส ไม่ใช่ความต่างของคุณค่า.✅ประชาธิปไตยไม่ได้เรียกร้องให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่เรียกร้องให้เราเคารพสิทธิของกันและกันในการคิดต่าง ถ้าเชื่อในความเท่าเทียม จะต้องไม่เชื่อว่าเสียงของบางกลุ่ม “มีคุณภาพมากกว่า”.✅เพราะประชาธิปไตยตั้งอยู่บนหลักการว่า หนึ่งคน = หนึ่งเสียง = หนึ่งศักดิ์ศรี ไม่ว่าคนนั้นจะมาจากจังหวัดไหน มีรายได้เท่าไร หรือมีการศึกษาแค่ไหน.การเคารพผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนอื่น จะเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้สังคมก้าวหน้า และทำให้สังคมมีความปรองดอง สมานความแตกแยกที่มีอยู่ให้สนิทขึ้น.✅สังคมประชาธิปไตย เราต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงง่ายๆ คือ ไม่มีใครมีคุณค่าเหนือกว่าคนอื่น และไม่มีเสียงของใครที่ด้อยค่าไปกว่าเสียงของเรา.✅อย่าปล่อยให้ความผิดหวัง ทำให้จุดยืนสำคัญของหลักประชาธิปไตยต้องสั่นคลอนครับ

  • ทำถึง!! “PENCOM” ขอบคุณคนไทย หลังปากกาแบรนด์ไทยเขียนลื่นจนแจ้งเกิดเป็นไวรัลวันเลือกตั้ง 69

    ของดีบอกต่อ! จากกระแส “ปากกาเขียนดีจนอยากได้กลับบ้าน” ในวันเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำเอาชาวเน็ตสืบหากันให้ควั่ก ล่าสุดเจ้าของแบรนด์ตัวจริง PENCOM ออกมาโพสต์ซึ้ง ยืนยันเป็นปากกาที่ออกแบบและผลิตในไทย 100% ปลื้มใจคนไทยให้การต้อนรับดีเกินคาดควันหลงวันเลือกตั้ง ส.ส. และ ประชามติ 2569 รอบที่ผ่านมา นอกจากผลการเลือกตั้งจะเป็นที่จับตาแล้ว หลายคนยังให้ความสนใจกับ ปากกา ที่ใช้ในคูหาเลือกตั้ง จนกลายเป็นไวรัลว่าปากกาเขียนดี จนอยากซื้อตามล่าสุด วันนี้ (10 ก.พ.) เพจ “Pencom-เพ็นคอมพ์ จำกัด” ได้ออกมาโพสต์ขอบคุณทุกคนที่ใส่ใจและให้ความสนใจกับ ปากกา PENCOM ของเราหลายคนอาจได้มีโอกาสหยิบไปใช้ หรือพบเจอกันใน งานเลือกตั้งครั้งที่ 69 ที่ผ่านมาPENCOM เป็นแบรนด์ที่ภูมิใจออกแบบและผลิตในประเทศไทย อาจจะยังเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูสำหรับบางคน แต่เชื่อว่าหลายคนอาจเคยเห็น เคยใช้ และค่อยๆ ทำความรู้จักกันมาแล้วหากได้ลองใช้แล้วรู้สึกว่าดี ฝากบอกต่อกันด้วยนะครับ นั่นคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของเรา ขอบคุณทุกคนจากใจจริงครับพิกัดสั่งซื้อ CPS01 (ปากกาเลือกตั้ง) https://shopee.co.th/Pencom-CPS01-หัวปากกา-1.0-MM.-ปากกาหมึกน้ำมันแบบกด-(รับใบเสร็จรบกวนแจ้งในหมายเหตุและส่งชื่อที่อยู่ในช่องแชท)-i.68457033.21145046640รู้จักแบรนด์ของเราให้มากขึ้น เว็บไซต์ : pencom-sunrain.comInstagram : @pencomstationerywebsite : mgronline.comfacebook…

  • คลิปไวรัล “ไฟดับ” ตอนนับคะแนน #เลือกตั้ง69 ปชช.อึ้งเพราะขนาด “พัดลมยังส่ายหน้าเลย”

    คนไทยจะรั่ว! มิติใหม่นับคะแนน #เลือกตั้ง69 โซเชียลจับโป๊ะ! ไฟดับกลางคูหานับคะแนนเลือกตั้ง แต่ "พัดลม" หมุนติ้ว ชาวเน็ตแห่แซว "สงสัยใช้ไฟคนละเส้น?"เกิดเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที หลังผู้ใช้ TikTok เผยคลิปนาที "ไฟดับ" ระหว่างนับคะแนนเลือกตั้งกลางดึก แต่ชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็น "พัดลม" ยังทำงานปกติ แห่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและมาตรฐานการนับคะแนน(9 ก.พ. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้งาน TikTok บัญชี @kunmungkorn ซึ่งได้โพสต์เหตุการณ์ระทึกระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้งในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาโดยในคลิปเผยให้เห็นบรรยากาศภายในหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่ง (ไม่ระบุพิกัด) ที่จู่ๆ ไฟส่องสว่างภายในคูหาเกิดดับลง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนับคะแนนท่ามกลางความมืดสลัวและแสงไฟสำรอง แต่จุดที่ทำให้คลิปนี้กลายเป็นไวรัล คือการที่ชาวเน็ตสังเกตเห็นว่า "พัดลม" ที่ตั้งอยู่ด้านหลังเจ้าหน้าที่ยังคงหมุนทำงานได้ตามปกติ แม้ไฟจะดับก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความมึนงงและข้อสงสัยให้กับประชาชนจำนวนมาก จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างถล่มทลาย โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตเรื่องระบบไฟฟ้าและความโปร่งใสในการนับคะแนน อาทิ:"ไฟดับแต่พัดลมข้างหลังติดอยู่ กูจะรั่ว""เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ไฟดับแต่นับคะแนนได้""ขนาดไฟสว่างยังเถียงกันแทบตายว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย แล้วมืดแบบนี้มองเห็นได้ไง หรือนึกอยากจะบอกยังไงก็ได้?""สงสัยพัดลมรุ่นนี้ใช้พาวเวอร์แบงค์""ร้อยวันพันปีไม่ดับ มาดับวันเลือกตั้งตอนนับคะแนน""ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย"ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวยังคงถูกแชร์ต่อและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยประชาชนต่างเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุใดระบบไฟฟ้าจึงขัดข้องเฉพาะส่วนแสงสว่าง และการนับคะแนนในที่มืดเช่นนี้ถือว่าโปร่งใสหรือไม่

  • ตรีรัตน์ โทษ!! ทั้งหมดนี้ เพราะการตระบัติสัตย์ของพรรคเพื่อไทย

    ตรีรัตน์ ชี้ ปี 66 ประชาชนมีความหวัง แต่เพราะการตระบัติสัตย์ นึกแต่พาพ่อกลับบ้าน จนเพื่อไทยตระบัติสัตย์ ห่วงแต่จะเอาพ่อกลับบ้านผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตรองเลขาธิการ พรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไม่อยากจะพูด แต่ทั้งหมดนี้ เกิดจากการตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทยเพียงครั้งเดียวย้อนการเลือกตั้งปี 66 เป็นปีที่ประชาชนมีหวังมากที่สุด เพราะเป็นชัยชนะของฝั่งประชาธิปไตย สู่การพยายามตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ของ 7 พรรคการเมืองที่ตกลงกันว่าจะยืนต่อต้านเผด็จการ ร่วมกันโค่นล้มกลุ่มอำนาจเก่าที่ฝังรากลึกอยู่กับการเมืองไทยมายาวนานซึ่งแม้วันนั้นมีกลไกสว.ที่คอยสกัดกั้นแต่หากพรรคฝั่งปชต.จับมือกันให้มั่น อะไรก็มาทลายไม่ได้ และฝั่งตรงข้ามถึงแม้ว่ามีสว.สมัยลุงอยู่ในมือ ถึงจะช่วยดันตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็จะไม่มีทางสร้างความเสถียรภาพได้จากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยซึ่งในวันนั้นพวกเราถือไพ่ตายแล้วครับ ชนะทุกประตูแต่คุณกลับรอไม่ได้ เพราะดีลที่มันช่างหอมหวาน พาคุณพ่อกลับบ้าน โดยคุณไม่รู้เลยว่ามันคือหลุมพรางที่กลุ่มอำนาจเก่าเขาวางเกมไว้ เพื่อตั้งใจล่อคุณเข้ามาติดกับดัก โดยจุดมุ่งหมายมีแค่อย่างเดียวคือการฆ่าส้มและแดงมาจนวันนี้พวกเขาทำสำเร็จแล้วฆ่าส้ม > ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิ์พิธาและกก.บห.ฆ่าแดง > ปลดนายกนิด ปลดนายกอิ๊ง และส่งนายกทักษิณเข้าเรือนจำผมพิมพ์ทั้งหมดนี้ด้วยความเสียดาย และเสียใจเหมือนที่ประชาชนคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศกำลังรู้สึก เพราะอะไรหรอ? เพราะพวกเราตั้งความหวังกับรัฐบาล MOU นั้นไว้มาก ว่าเราชนะแล้ว เรามีความหวังกับประเทศไทยได้จริงๆแล้วความอกหักในวันนั้น มาสู่ผลการเลือกตั้งในวันนี้ มันเจ็บช้ำในใจลงลึกมาก และหวังจริงๆที่จะเห็นพรรคที่ต่อสู้กับกลุ่มอำนาจเก่ากลับมาจับมือสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนได้อีกครั้งเพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO…

  • กัมพูชาไม่ปลื้ม!เตือนมีสิทธิ์ปะทะรอบ3-4 หลังพรรค’อนุทิน’ขี่กระแสแค้นเขมรชนะเลือกตั้งไทย

    พวกนักวิเคราะห์กัมพูชาเตือนว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็วๆนี้ของไทย อาจโหมกระพือความตึงเครียดตามแนวชายแดน อ้างถึงวาทกรรมชาตินิยมและประเด็นพิพาทที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งก่อความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ ตามหลังพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายกิน เพีย (Kin Phea) นักวิเคราะห์การเมือง บอกว่าผลงานที่แข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย สะท้อนถึงกระแสชาตินิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในไทย ในนั้นรวมถึงความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์กับกัมพูชา"ผลเลือกตั้งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากความโกรธแค้นของฝ่ายชาตินิยมในหมู่บรรดาผู้มีสิทธิ์ออกเสียงชาวไทย" เขากล่าว พร้อมเผยว่านโยบายหาเสียงของนายอนุทิน ยังรวมไปถึงถ้อยคำที่แข็งกร้าวต่อกัมพูชา และเตือนว่าบรรยากาศหลังการเลือกตั้งยังคงไม่แน่นอน เพิ่มความเสี่ยงของการปะทะติดอาวุธมากขึ้นไปอีก "ไม่แน่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถัดจากนี้ เหตุปะทะรอบ 3 หรือกระทั่งรอบ 4 มีความเป็นไปได้"เขาบอกว่าการสู้รบรอบใหม่อาจก่อความปั่นป่วนแก่เศรษฐกิจไทย โหมกระพือภาวะไร้เสถียรภาพทางสังคมและเชื้อเชิญแรงกดดันจากนานาชาติ ในส่วนกัมพูชา กิน เพีย แนะนำว่าต้องเตรียมสำหรับทุกความเป็นไปได้ ในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนและเกียรติศักดิ์ศรีของประเทศชาตินักวิเคราะห์รายนี้ยังเตือนด้วยว่า อย่าได้คาดหวังว่าท่าทีของไทยจะเปลี่ยนไปตามหลังการเลือกตั้ง "โดยไม่พิจารณาว่าพรรคไหนจะก้าวเข้าสู่อำนาจ ความทะเยอทะยานของไทยที่มีต่อกัมพูชายังคงไม่เปลี่ยนแปลง กัมพูชาจำเป็นต้องพึ่งความเข้มแข็งของตนเอง"Thong Mengdavid ผู้บรรยายจากมหาวิทยาลัยพนมเปญ กล่าวว่าบ่อยครั้งที่ตัวแสดงทางการเมืองของไทย ใช้ข้อพิพาทตามแนวชายแดน ปรับตัวเป็นแนวร่วมกับกองทัพ หรือเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาต่างๆภายในประเทศ พร้อมเน้นว่าบ่อยครั้งเช่นกันที่กัมพูชาได้รับผลกระทบจากการให้เรื่องชายแดนเป็นประเด็นทางการเมืองนอกจากนี้แล้ว Mengdavid ยังบอกด้วยว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองที่กระจัดกระจายของไทย นั่นหมายความว่าไม่มีพรรคไหนสามารถบริหารประเทศได้เพียงลำพัง ต้องได้รับการสนับสนุนจากแนวร่วม เพื่อบรรลุเป้าหมาย 251 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลแต่กระนั้น เขาเตือนว่าชายแดนกัมพูชา-ไทย ยังคงเป็นอุปสรรคระยะยาวขัดขวางสันติภาพและเสียรภาพ…