Category: ทั่วไป

  • “ทนายแก้ว” ยังไม่แถลงข่าว แจงติดสืบพยาน ไม่ได้หนีสื่อ

    ภาพไฮไลต์ทีมข่าวโทรสอบถาม "ทนายแก้ว" ถึงประเด็นดราม่ากับสาว 19 เจ้าตัวบอกยังไม่แถลงข่าว แจงติดสืบพยาน ไม่ได้หนีสื่อจากกรณี โซเชียลมีการเผยแพร่เรื่องราวของทนายคนดัง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสาวอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านสูทแห่งหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมา “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับผิด และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษทุกฝ่าย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่จะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด ทีมข่าวไทยรัฐทีวี ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ทนายแก้ว ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่ง ทนายแก้ว รับสายแล้วอ้างว่า ตอนนี้ติดสืบพยานจึงยังไม่มีการแถลงข่าว ถ้ามีการแถลงข่าวจะติดต่อมา ยืนยันตัวเองไม่ได้หลบสื่อความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ทนายแก้ว" ยังไม่แถลงข่าว แจงติดสืบพยาน ไม่ได้หนีสื่อ ข่าวที่เกี่ยวข้องทนายแก้ว เปิดสาเหตุ ต๊อด-นุ่น ฟ้อง อ.อุ๋ย เผยดาราดังหลายคนก็โดนกล่าวอ้างทนายแก้ว ชี้แจงแสดงจุดยืน เสียใจอย่างสุดซึ้ง ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียดใด ๆทนายแก้ว เผยคดี BMW ชน…

  • เปิดไทม์ไลน์แชต “ทนายดัง-สาว 19” เจอประโยคเด็ด “คำขอโทษไม่พอ รับเป็นเงินเท่านั้น”

    เฟซบุ๊ก ท่านเป กางหลักฐานบทสนทนา 8 ก.ย. – 19 ต.ค. 2568 ชี้พิรุธ ไทม์ไลน์แชต หลังวันเกิดเหตุยังคุยงานปกติ-นัดเจอที่ร้านพ่อ แถมไร้เงาบทสนทนาเรื่อง จกมหากาพย์ทนายดังลวนลามสาว 19 ส่อเค้าโอละพ่อ? เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ท่านเปา ได้โพสต์สรุปไทม์ไลน์การสนทนาทาง LINE ที่ระบุว่าเป็นของ ทนายดัง และ ฝ่ายหญิง โดยเนื้อหาครอบคลุมช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2568 ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจและขัดแย้งกับข่าวก่อนหน้านี้ในบางจุดสรุปไทม์ไลน์แชต จากคนสนิท สู่การเจรจาเงิน8 ก.ย. 68 เริ่มต้นคุยกันในไลน์ ทนายส่งรูปอวดไลฟ์สไตล์ (รูปคู่ดารา/ออกรายการ) และขอดูรูปฝ่ายหญิง อ้างว่าดูแล้วสบายใจ ซึ่งทั้งคู่มีการแลกเปลี่ยนรูปชีวิตประจำวันกัน12 ก.ย. 68 (วันนัดพบ) นัดเจอกันที่ร้านกาแฟย่านพระราม 3 ช่วงบ่าย-เย็น จุดสังเกตคือ หลังแยกย้ายกลับบ้าน ฝ่ายหญิงยังตอบแชตด้วยท่าทีปกติ ไม่มีการโวยวายถึงเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ13 ก.ย. 68 ฝ่ายหญิงเริ่มเปลี่ยนท่าที ไม่ตอบแชตเช้า มาตอบทีหลังว่า…

  • ไม่เคยบอกใคร! เบ๊น อาปาเช่ เล่าหมดเปลือก ปมทนายความดังกับสาววัย 19 ปี

    ไม่เคยบอกใคร! เบ๊น อาปาเช่ เล่าหมดเปลือก ปมทนายความดังกับสาววัย 19 ปีวันที่ 22 ม.ค. 2569 กำลังเป็นที่จับตาอย่างมากสำหรับทนายแก้ว ที่กำลังมีประเด็นอยู่ตอนนี้ ล่าสุด เบ๊น อาปาเช่ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Benz Apache – เบ๊น อาปาเช่โดยระบุว่า จริงๆก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเดือนแล้วครับ ไม่ได้บอกใครเลย แต่ในเมื่อมีชื่อในข่าวแล้วก็ขอชี้แจงไว้สักครั้งนึงครับ วันแรกที่รู้เรื่องนี้คือ ปลายปีที่แล้ว พี่ที่เป็นพ่อของน้องเป็นพี่ชายที่สนิทกันจากการไปเที่ยวอังกฤษด้วยกันแล้วก็มาดื่มที่ร้านกันบ่อย แกมาระบายให้ฟังว่าเกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็ตกใจครับ แกก็โกรธและโมโหมาก แกมาปรึกษาว่าจะทำยังไงดี ในเรื่องรายละเอียดมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนผมขอไม่เอ่ยถึงนะครับ แต่ก็บอกตรงๆเลยว่าทั้งพี่แก้วก็รู้จักกันในฐานะพี่น้อง ตอนนี้อยู่ในฐานะคนกลางแล้วเราก็ฟังความข้างเดียวด้วย ก็เลยเลือกโทรหาพี่หนุ่มคนแรกและคนเดียว เล่าให้แกฟังว่ามันเกิดแบบนี้ แกก็ตกใจมากจริงๆ สบถด่าเลยแต่ก็เห็นตรงกันว่าต้องประสานให้เค้าสองคนคุยกัน เราฟังความข้างเดียวไม่ได้ แล้วเราก็ไม่ใช่ศาลไปตัดสินใครผิดถูกด้วย หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ไปตามเรื่องตามราวต่อเลยครับแค่มีหน้าที่ประสานให้ทั้งสองฝ่ายได้คุยกัน มีหลายเคสเลยครับที่มีคนเดือดร้อนแล้วทักมาขอความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ผมก็ช่วยเต็มที่เท่าที่ผมทำได้ มันก็เลยมีชื่อในข่าวบ่อยเท่านั้นเองครับ มันก็ประมาณนี้ครับ แค่บังเอิญดันเป็นผมอีกแล้วเท่านั้นเองเรียบเรียงโดย มุมข่าว

  • สาวประเภทสองแฉ! ถูกลวงไปรุมโทรม-ขืนใจ ลั่นไม่ว่าเพศไหนก็ไม่ควรถูกกระทำ

    สาวประเภทสอง โพสต์เล่าประสบการณ์สะเทือนใจ ถูกชักชวนไปกินข้าวแต่กลับถูกพาเข้าห้องพัก ก่อนเผชิญเหตุไม่ยินยอม ถูกรุมบังคับขืนใจ พร้อมย้ำชัด “ไม่ว่าสาวสองหรือไม่ ก็ไม่สมควรถูกบังคับจิตใจทำร้าย”วันนี้ (22 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า เหตุการณ์เริ่มจากการถูกชักชวนไปกินข้าว แต่ภายหลังอีกฝ่ายอ้างว่าจะไปเอากระเป๋าที่ห้อง ก่อนเปิดประตูเข้าไปและพบชายอีก 2 คนอยู่ภายใน โดย ผู้โพสต์เล่าว่า ขณะพยายามจะเดินออกจากห้อง กลับถูกหนึ่งในนั้นกอดรั้ง ปิดปาก และพยายามกระทำโดยไม่ยินยอม แม้จะร้องขอให้ปล่อยและยกมือไหว้อ้อนวอน แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ ก่อนที่เหตุการณ์จะยุติลงและทั้งสองคนหลบหนีออกไปต่อมา บุคคลที่เป็นผู้ชักชวนในตอนแรกได้เข้ามาพูดจาขอร้อง อ้างว่าทำไปเพราะความหลงใหล พร้อมขอให้ผู้โพสต์ช่วยทำทีเหมือนยินยอม เพื่อพาไปส่งที่บ้าน ซึ่งผู้โพสต์ยอมทำตามทั้งน้ำตา ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้าย และเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกในโพสต์ล่าสุด ผู้เสียหายได้ออกมาย้ำจุดยืนอีกครั้งว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การเป็น “สาวสองหรือไม่ใช่สาวสอง” แต่คือการไม่สมควรถูกกระทำโดยปราศจากความยินยอม พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้บอกชัดเจนแล้วว่าเพียงไปกินข้าว และอีกฝ่ายรับรู้ทุกอย่าง แต่ยังเลือกกระทำเช่นนั้น ผู้โพสต์ทิ้งท้ายด้วยข้อความสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมติดแฮชแทกว่า #ไม่ว่าจะเพศไหนก็มีความรู้สึกเหมือนกันทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวยังคงถูกจับตาในสังคมออนไลน์ โดยหลายเสียงเรียกร้องให้เกิดความตระหนักเรื่อง “ความยินยอม” และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตามwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter…

  • เปิดภาพ ‘โรงอาหารกระทรวงแรงงาน’ งบปรับปรุงจากประกันสังคม 12 ล้านบาท

    เปิดภาพ ‘โรงอาหารกระทรวงแรงงาน’ งบปรับปรุงจากประกันสังคม 12 ล้านบาทในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เกิดประเด็นถกเถียงขึ้นในสังคมกรณีการนำงบประมาณจากกองทุนประกันสังคม มูลค่าราว 12 ล้านบาท มาใช้ในการปรับปรุงอาคารโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน สืบเนื่องจากการตั้งข้อสังเกตของ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ชลิต รัษฐปานะ จากทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 2 คน ได้เปิดเผยข้อมูลความผิดปกติของการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมดังกล่าว โดยชี้ว่า การตัดหรือลดการใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 2,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการที่ใช้เงินจากกองทุนฯ มาใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะการสร้างโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงานสำหรับโรงอาหารดังกล่าว เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 ในสมัย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เผยว่า ได้ใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 12 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงให้โรงอาหารให้เหมือนกับโรงอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดังนำมาสู่การตั้งคำถามว่า การนำเงินของผู้ประกันตนมาปรับปรุงสถานที่ราชการนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากเป็นการนำเงินกองทุนมาใช้แทนงบประมาณแผ่นดินที่ควรใช้ในโครงการของรัฐทั่วไป ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ต่อมาวันที่ 21 มกราคม กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า…

  • “ทนายนิด้า” ตัดสินใจเมนต์กลางเฟซ “ทนายแก้ว” แบบตรง ๆ แล้ว

    จากกรณี ข่าวดังวงการทนาย โดย เมื่อคืนที่ผ่านมา “ทนายแก้ว” ได้ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์แถลงจุดยืน ขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ย้ำขอใช้กระบวนการที่เหมาะสม หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับตัวเองออกมา ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น(อ่านข่าว "ทนายแก้ว" ตัดสินใจโพสต์แล้ว หลังว่อนข่าวเกี่ยวกับตัวเอง ล่าสุด)โดยในโพสต์ดังกล่าวนั้น ได้มี ทนายชื่อดังอย่าง "ทนายนิด้า" ได้เข้ามาแสดงความเห็น ระบุว่าพอเป็นข่าวเองแล้วรู้สึกยังไงคะ ว่ามันมีความบิดเบือนไปเกินกว่าความเป็นจริงอย่างนี้ใช่ไหมคะ เราทำนิดเดียวแต่สื่อเล่นข่าวว่าทำเยอะ แล้วเรารู้สึกยังไง จะเหมือนกับมักกะโรนีของลูกความนิด้าไหมคะพี่ว่ายังไงเป็นกำลังใจให้ข้ามผ่านมันไปด้วยดีนะคะ ไม่ได้มาซ้ำเติม แต่มาขอโอกาสนี้ให้พี่ทบทวนวิกฤติไปในมิติอื่นๆด้วยเลยค่ะ ด้วยความเคารพทนายนิด้า ตัดสินใจเมนต์กลางเฟซ ทนายแก้ว แบบตรง ๆ แล้ว ทนายนิด้า ตัดสินใจเมนต์กลางเฟซ ทนายแก้ว แบบตรง ๆ แล้ว

  • พ่อสาว 19 โพสต์เหตุผลต้องลุกขึ้นสู้ แม้มีคนบอกให้หยุด ภาวนาให้ลูกเข้มแข็ง

    ภาพไฮไลต์พ่อสาว 19 เจ้าของร้านสูท ที่กำลังมีประเด็นกับ “ทนายแก้ว” โพสต์เหตุผลต้องลุกขึ้นสู้ แม้มีคนบอกให้หยุด ภาวนาให้ลูกเข้มแข็ง บอกถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่โทรตามลูกมาที่ร้านจากกรณี โซเชียลมีการเผยแพร่เรื่องราวของทนายคนดัง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสาวอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านสูทแห่งหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมา “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับผิด และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษทุกฝ่าย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่จะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสูท และเป็นพ่อของสาววัย 19 ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ช่วงนี้ คือมรสุมลูกใหญ่ในชีวิตเลย ตอนที่ทราบเรื่อง มีหลายคนบอกให้หยุด ให้มันผ่านไป ถือเป็นบทเรียน แต่สิ่งที่ผมพยายามลุกออกมาสู้จนถึงวันนี้ ซึ่งมันยังไม่จบหรอก ผมอยากจะบอกว่า ผมรักลูกมากๆ จริงๆ ตั้งแต่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก เค้าไม่เคยต้องลำบากในการใช้ชีวิต แต่ผมจะสอนลูกเสมอให้รู้จักความลำบาก หน้าที่ตนเอง การเห็นอกเห็นใจคนอื่น สิ่งที่ผมอาจจะสอนน้อยไปหน่อยคือ การไว้ใจคนอื่น เพราะบางครั้งแม้แต่ตัวเราเองยังพลาดเลยในเรื่องการไว้ใจคนอื่นจนถึงตอนนี้สมมติเรื่องแย่ๆ…

  • แชตหลุด ทนายดัง vs พ่อนักศึกษา 19 ปี ถ้าลูกคุณโดนล้วงทำไง (มีคลิป)

    เปิดแชตสนทนา ทนายดัง กับ พ่อของนักศึกษาผู้เสียหาย ด้าน พุทธ อภิวรรณ เปิดประโยคเด็ด “ถ้าลูกสาวคุณโดนล้วงจะทำไง”จากกรณีเฟซบุ๊ก ท่านเปา เปิดข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ ทนายชื่อดัง ลวนลามนักศึกษาสาววัย 19 ความแตกครอบครัวฝ่ายหญิงเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ต่อรองจนเหลือ 2.5 ล้านเพื่อจบเรื่องล่าสุด 22 ม.ค. 2569 เฟซบุ๊ก พุทธ อภิวรรณ โพสต์ข้อความและคลิปเกี่ยวกับ ทนายดัง ล้วงนักศึกษา หรือ ลวนลามนักศึกษาสาววัย 19 ปีว่า ทนายดังขอโทษครอบครัวนักศึกษาสาว อ้างแค่กอดหอมโต้เรื่องล้วงจำไม่ได้ รอแถลงข่าวพรุ่งนี้แจ้ง! อัยการโทรหาครอบครัวนักศึกษาสาว อยากให้คุยกับทนายดัง เลยเจอสวน “ถ้าลูกสาวคุณโดนล้วงจะทำไง” สรุปอัยการ เงียบ!เปิดแชตสนทนา ทนายดัง กับ พ่อของนักศึกษาผู้เสียหายโดย พุทธ อภิวรรณ เผยคลิปจากรายการ พุทธ อภิวรรณ ดังนี้ผมขอโทษไม่อยากให้เรื่องนี้ขยายวงกว้างพ่อนักศึกษา : ผมไม่ได้เล่าให้ใครฟัง คนรู้ก็เป็นเพื่อนสนิทกันเท่านั้นถ้าหากว่าเรื่องนี้กลายเป็นวงกว้าง จะทำให้คนมาโจมตีไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์สาดโคลนใส่กัน…

  • ล้อมจับ ‘สิบโท ปรีชา’ มือปืนชื่อดัง หนีคดีซุกปีก ‘นักการเมืองสงขลา’

    พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท..ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. จับกุม สิบโทปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก และ เครื่องกระสุนขนาดเดียวกันอีกจำนวนมาก โดยจับกุมตัวได้ที่ ศาลาอเนกประสงค์ วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลาสืบเนื่องจากเมื่อปี 2566 สิบโทปรีชา ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหาร ได้บุกก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองกระหน่ำยิงใส่ นายอรุณ อดีตผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 5 นัด จนเสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ก่อนจะขโมยอาวุธปืนพกและรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขี่หลบหนีไป โดยชนวนเหตุการลงมือครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า มาจากปมบาดหมางส่วนตัว ที่ผู้ตายเคยตบหน้าผู้ก่อเหตุ รวมถึงพูดจาข่มเหงต่างๆนานา จึงเกิดเป็นความแค้นสะสมเรื่อยมา แต่ด้วยพฤติกรรมการก่อเหตุที่เหี้ยมโหดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย…

  • สุดทน! นักธุรกิจหนุ่มขึ้นป้ายประชดโจรแสบรื้อร้านวอด 2 ล้าน ท้าให้มายกหลัง

    นักธุรกิจหนุ่มบุรีรัมย์ เข่าทรุด เตรียมรีโนเวทร้านอาหาร เจอโจรรื้อเกลี้ยงเหลือแต่ซาก สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท สุดทนขึ้นป้ายประชด เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลหลังพบป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดอยู่หน้าร้านอาหารร้าง ริมถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยระบุข้อความสุดประชดประชันถึงโจรว่า "เรียนคุณโจรผู้มีอุดมการณ์ แวะมาแล้วอย่าเกรงใจ รื้อไปทั้งหลังเลยก็ได้" พร้อมทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้เสร็จสรรพ สร้างความฉงนแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมากผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบนายอชิตะ สมบูรณ์ธรรม อายุ 40 ปี นักธุรกิจเจ้าของร้าน เปิดเผยความช้ำใจว่า เดิมทีร้านนี้ปิดชั่วคราวในช่วงโควิด-19 และตนตั้งใจจะกลับมาปรับปรุงร้านเพื่อเปิดกิจการใหม่หวังสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ แต่เมื่อส่งคนมาดูสถานที่กลับต้องช็อก เพราะสภาพร้านพังยับเยินเหมือนถูกถล่มด้วยระเบิด สายไฟ ซิงค์ล้างจาน ขอบวงกบอะลูมิเนียม และอุปกรณ์ทุกอย่างที่ขายเป็น "ของเก่า" ได้ ถูกโจรแสบรื้อเอาไปเกลี้ยงร้าน คาดมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทนายอชิตะ ระบุเพิ่มเติมว่า จุดที่ตั้งร้านอยู่ห่างไกลชุมชนและไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้ไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ชัดเจน แต่จากลักษณะการรื้อที่ดูเชี่ยวชาญ รู้ว่าส่วนไหนมีราคา เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มที่ตระเวนหาของเก่าขาย หรืออาจเป็นกลุ่มวัยรุ่นติดยาในพื้นที่ จึงตัดสินใจขึ้นป้ายประชดประชันด้วยความคับแค้นใจ เพราะตอนนี้เหมือนเหลือเพียงโครงสร้างเปล่าๆ ที่ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป