Category: ทั่วไป
-
อินฟลูฯสลิ้งแตก! ทักไปขอรีวิวอาหารร้านดังหวัง ‘กินฟรี’ โดนปฏิเสธ ขู่ให้ 1 ดาวร้าน
อินฟลูฯสลิ้งแตก! ทักไปขอรีวิวอาหารร้านดังหวัง 'กินฟรี' โดนปฏิเสธ บอกปกติคิดค่ารีวิว 25,000 พร้อมขู่ให้ 1 ดาวร้าน บอกเดี๋ยวร้านคุณยับแน่นอน24 ต.ค. 69 – ผู้ใช้ TikTok ชื่อ Saro Vibe เจ้าของร้านอาหารประกายคาเฟ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ออกมาแฉว่าถูกอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก 3 แสนคน และผู้ติดตามใน TikTok 1.2 แสน ทักแชตมาหาเพจร้านอาหารเพื่อเสนอตัวขอรีวิวให้ฟรี แต่ทางร้านต้องสปอนเซอร์อาหารและเครื่องดื่มให้โดยเพจดังกล่าว ได้มีการลิสต์รายการเครื่องดื่มและอาหารฟรีถึง 7 อย่าง โดยอ้างว่านำมาถ่ายรูปให้รีวิวให้ พร้อมยังขอสิทธิสั่งอาหารหน้างานเองเพิ่มอีก 6 อย่าง ทว่าร้าน ประกายคาเฟ่ ได้ตอบกลับไปว่าทางร้านไม่มีนโยบายให้ทานฟรีแลกกับรีวิวแต่อย่างใด อีกทั้งทางร้านไม่ได้เป็นฝ่ายติดต่อไปจ้างรีวิวกับเพจอย่างไรก็ตาม ทางเพจรีวิวได้พิมพ์ข้อความสวนกลับมาว่า "ปกติถ้าไม่สนับสนุนค่าอาหารจะคิดค่ารีวิว 25,000 บาท" แม้ทางร้านจะตอบกลับย้ำว่า "ทางร้านยังไม่สะดวกมาให้รีวิว"แต่ทางเพจรีวิวได้ตอบกลับมาว่า "ถ้าจ่ายเงินเองแล้วไม่อร่อย จะทำคลิปรีวิวให้ร้านคุณเสียเลย 1 ดาวให้แล้วมันขึ้นยาก แค่ค่าอาหารไม่กี่บาท ทำให้คุณได้ลูกค้าจากเพจเราเยอะเลยนะ"ซึ่งทางร้านได้ตอบกลับว่า "ขอบคุณ…
-
หัวใจแตกสลาย “บุ๋ม ปนัดดา” โพสต์แล้ว สามีถูกโยงรุกป่าสงวน 100 ไร่
กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา หลังเพจดัง CSI LA ออกมาเปิดประเด็นว่า สามีกล้ามโตของพิธีกรชื่อดัง มีการรุกพื้นที่ป่าสงวน 100 ไร่ ในพื้นที่ ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก จนหลายคนพุ่งเป้าไปปที่ "ก๊อต อธิป" สามีของ "บุ๋ม ปนัดดา" ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเคลื่อนไหวแล้วโดย "บุ๋ม ปนัดดา" ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" โดยระบุข้อความว่า"บุ๋มกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อชี้แจงในวันอังคาร หลายเรื่องบุ๋มก็เพิ่งทราบพร้อมทุกคน และตอนนี้หัวใจมันแตกสลายไปหมด สิ่งนึงที่บุ๋มสามารถยืนยันได้ในตอนนี้ คือทุกคนไม่ได้ใว้ใจคนผิด มีแต่บุ๋มคนเดียวที่พลาดเพราะความเชื่อใจ"หลังข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมส่งกำลังใจให้บุ๋ม ปนัดดา ท่ามกลางกระแสจับตาว่า เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงพร้อมหลักฐานอย่างไรในวันอังคารนี้
-
เจ้าของร้านกาแฟสวนรถไฟ เปิด CCTV โต้กลับอินฟลูฯ-ยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยว
หนังคนละม้วน! เจ้าของร้านกาแฟสวนรถไฟ เปิด CCTV โต้กลับอินฟลูฯสาว-ยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยว ชี้คู่กรณีตกลงไว้ว่าจะมาขอตั้งบูธแจกกาแฟ แต่วันจริงเปิดขายครบวงจร วอนจบเรื่องเอาเวลาไปทำมาหากิน หากไม่หยุดพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดวันที่ 24 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ พร้อมด้วยน้องสาวและผู้จัดการร้าน ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ หลังเกิดกระแสดรามาในโลกออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา จากกรณีที่ "กอล์ฟ" อินฟลูเอนเซอร์สาวสายกีฬาชื่อดัง ที่ได้ออกมาโพสต์คลิปร่ำไห้ โดยอ้างว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขู่บังคับให้โพสต์ประจานตัวเองโดยเจ้าของร้านเปิดเผยว่า เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา โดย "กอล์ฟ" พร้อม "โอ๊ต" แฟนหนุ่ม ได้เข้ามาติดต่อขอตั้งบูธเพื่อแจกกาแฟและทำคอมมูนิตี้สำหรับนักวิ่ง ตอนแรกฝ่ายอินฟลูฯ พยายามขอเช่าพื้นที่และเสนอแบ่ง GP แต่ทางร้านได้ปฏิเสธ โดยอ้างเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อตัดรำคาญ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการทำกิจกรรมแจกเครื่องดื่มเพื่อนักวิ่งจริงๆ ทางร้านก็ยินดีสนับสนุน โดยไม่มีการตกลงเรื่องขอใช้น้ำหรือไฟ และไม่มีการพูดคุยรายละเอียดเชิงลึกหรือวางแผนล่วงหน้า 2 เดือนตามที่ถูกกล่าวอ้าง มีเพียงการคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์เท่านั้นด้านผู้จัดการร้านระบุว่า เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. ฝ่ายอินฟลูฯ ได้เข้ามาตั้งเต็นท์เปล่าเตรียมงาน กระทั่งช่วงเช้าตรู่วันที่ 17 ต.ค.…
-
ซีพี ออกแถลงการณ์! ยันจดกะเพรา 4 พันธุ์เป็นของ “ซีพีแรม” โต้ผูกขาด จ่อฟ้องคนบิดเบือน
24 ตุลาคม 2569 เครือเจริญโภคภัณฑ์ออกแถลงการณ์ ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและการกล่าวหาพาดพิงเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานอาวุโส เกี่ยวกับการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวหา บิดเบือนข้อเท็จจริงและพาดพิงถึง เครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส กรณี บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) จดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์ ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้จดคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืชใบกะเพราทั้งประเทศ จนทำให้เกษตรกรและชาวบ้านไม่สามารถที่จะปลูกกะเพรา และซื้อขายได้เองโดยไม่ขออนุญาตจากซีพี ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความตื่นตระหนก และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเครือเจริญโภคภัณฑ์และบุคคลที่ถูกพาดพิงนั้นเครือเจริญโภคภัณฑ์ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การริเริ่มพิจารณา และตัดสินใจเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาและการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ รวมทั้งการยื่นคำขอหรือการเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในพันธุ์พืชดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) และมิได้ดำเนินการโดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่อย่างใดบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ…
-
รู้แล้วทึ่ง ผู้การซ่า บุกชาร์จชายคลั่ง ดีกรีผ่านหลักสูตรสุดโหด
จากกรณีเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดจี้ลูกชายตัวเองเป็นตัวประกัน บริเวณใต้สะพานข้ามแยกยมราช ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทุกวินาทีมีความหมาย ก่อนจะมีการเปิดเผยภาพนาทีสำคัญที่นายตำรวจระดับผู้บังคับการตัดสินใจเข้าช่วยเหลือตัวประกันด้วยตัวเอง จนได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนเป็นจำนวนมากโดยบุคคลที่ปรากฏในคลิปคือ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ผู้การซ่า" ซึ่งตัดสินใจเข้าช่วยเหลือตัวประกันด้วยตัวเอง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลาล่าสุดเพจ NBT Connext เปิดเผยว่า พาไปรู้จัก ‘ผู้การซ่า’ นายตำรวจผู้สยบชายคลั่งด้วยมือเปล่า ทำเอาได้รับเสียงชื่นชมทั่วสารทิศ ถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาดและสภาพร่างกายที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา โดยประวัติบอกเลยไม่ธรรมดา ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยก็เป็นหัวหน้านักเรียน ผ่านหลักสูตรสุดโหดของบชน.อย่าง อรินทราช26 แลพหลักสูตรสุดหินของ ตชด.อย่าง free fallเมื่อช่วงสายของวันนี้ (24ต.ค.) ที่เกิดเหตุพบชายมีอาการคลุ้มคลั่ง มือถืออาวุธมีดอยู่ในอาการตื่นตระหนก และกำลังควบคุมตัวภรรยาพร้อมกับลูกชายเอาไว้ จนพล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร ผบก.น.1 ะเข้าบัญชาการสถานการณ์พร้อมร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ก่อเหตุด้วยความสุขุม ทว่าสถานการณ์เริ่มจวนตัวและเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตตัวประกัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ จึงตัดสินใจแสดงความเด็ดขาด กระโดดเข้าชาร์จช่วยเหลือตัวประกันด้วยตนเอง จนสามารถเข้าควบคุมตัวชายคลุ้มคลั่งรายนี้ไว้ได้ทันท่วงที ช่วยเหลือเด็กและภรรยาออกมาได้อย่างปลอดภัยซึ่ง NBT Connext ได้รายงานไปแล้วพร้อมกับมีเสียงชื่นชมการทำงานที่เด็ดขาดรวดเร็วพร้อมกับชื่นชมร่างกายที่แข็งแรงของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร ที่สามารถระงับเหตุได้ทันที คราวนี้ NBT Connext…
-
เปิดยอดขาย “เจ๊ฟ้า” หลังทุ่ม 4.5 แสนประมูลล็อก 3 วันรายได้เกินคาด
กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนของงานประเพณีรับบัว บางพลี ประจำปี 2569 ที่หลายคนจับตา สำหรับการแข่งขันค้าขายของสองร้านดังอย่าง “เจ๊ฟ้า ทะเลดอง” และ “แม่เกด” หลังต่างฝ่ายต่างมีเรื่องราวให้พูดถึงจากกรณีประมูลล็อกขายสินค้า ซึ่งเจ๊ฟ้าทุ่มเงินสูงถึง 450,000 บาท เพื่อคว้าทำเลที่แม่เกดเคยขายกาละแม สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าการลงทุนครั้งนี้จะเริ่มเห็นผลตอบแทนที่น่าจับตา เพราะหลังเปิดร้านเพียง 3 วัน เจ๊ฟ้าออกมาเผยยอดขายที่สามารถคืนทุนค่าประมูลล็อกได้แล้ว!สำหรับงานประเพณีรับบัว บางพลี ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–27 ตุลาคม ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวบางพลีสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยมีไฮไลต์สำคัญคือพิธีโยนบัวในวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งประชาชนจะร่วมกันโยนดอกบัวลงเรือหลวงพ่อโต เพื่อสักการะและขอพรตามความเชื่ออย่างไรก็ตาม นอกจากบรรยากาศความคึกคักของงานประเพณีแล้ว ปีนี้ยังมีประเด็นดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างมาก นั่นคือกรณีการประมูลล็อกขายสินค้า หลัง “เจ๊ฟ้า ทะเลดอง” ทุ่มเงินสูงถึง 450,000 บาท คว้าทำเลที่ “แม่เกด” เคยขายกาละแม มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความผูกพันกับครอบครัวแม่เกดมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนทำให้แม่เกดถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลังไม่สามารถสู้ราคาประมูลที่สูงขนาดนี้ได้หลังจากเปิดร้านวันแรก เจ๊ฟ้า…
-
ด่วน!! แม่ทัพน้อยที่ 2 โพสต์ล่าสุดถึงชายแดน
วันที่ 23 ต.ค. 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mammoth S Nutt หรือ พล.ท.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 2 ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ชายแดนโดยระบุว่าวันที่ 23 ต.ค. 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mammoth S Nutt หรือ พล.ท.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 2 ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ชายแดนโดยระบุว่า ชายแดนปกติดีทุกอย่างครับ อย่าสนใจหมาเห่า
-
สาวหน้าตาดีเกือบ 10 รายรุมแฉ ‘หนุ่มอินฟลูฯชื่อดัง’ บังคับมีเพศสัมพันธ์-ยืมเงินนับแสนไม่ยอมคืน
อดีตแฟนสาวหนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ทางดนตรีชื่อดัง แฉมีผู้หญิงเกือบ 10 ราย ติดต่อให้ข้อมูลถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยืมเงินไปนับแสนบาทยังไม่ยอมใช้คืน ขณะเดียวกันมีผู้เสียหายเป็นสาวหน้าตาดีอีกหลายราย ออกมาเปิดเผยเคยชวนไปถ่ายคอนเทนต์ฟิวแฟนแต่กลับถูกลวนลามเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ตั้งเพจสายไหมต้องรอด น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ซึ่งสวมเสื้อสีขาว เปิดเผยว่า เคยพบเจอกับหนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ทางดนตรีชื่อดัง โดยระบุว่า ตนเป็นติ๊กต็อกเกอร์สายดนตรีและเล่นดนตรีสดตามร้านอาหารในช่วงกลางคืน วันหนึ่งขณะไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ มีชายคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชักชวนให้ไปเล่นดนตรีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนแรกตนตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายในสายงาน จึงตัดสินใจตอบรับคำชวนเมื่อเดินทางไปถึงร้าน ชายคนดังกล่าวเข้ามาพูดคุยและพยายามโอ้อวดว่ารู้จักศิลปินหลายคน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ระหว่างที่ตนขึ้นไปเล่นดนตรี ชายคนดังกล่าวพยายามเข้ามาสัมผัสร่างกายและจับบริเวณเอว ทำให้ตนรู้สึกตกใจ เนื่องจากเพิ่งรู้จักกันได้เพียงวันเดียว อีกทั้งยังเห็นว่าชายคนดังกล่าวมีแฟนสาวมานั่งอยู่ที่ร้านด้วย หลังเล่นดนตรีเสร็จ ชายคนดังกล่าวโอนเงินค่าจ้างให้ ก่อนจะเดินตามมาชักชวนให้ร่วมงานกันอีกครั้ง พร้อมพูดโอ้อวดเรื่องรถยนต์ให้ฟัง ทำให้ตนรู้สึกอึดอัดและพยายามขอตัวกลับทันทีหลังจากนั้นชายคนดังกล่าวยังคงส่งข้อความมาชวนพูดคุย เสนองานเล่นดนตรีตามร้านอาหารในช่วงกลางคืน และชวนออกไปรับประทานอาหารหลายครั้ง แต่ตนปฏิเสธมาโดยตลอด เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนตัดสินใจบล็อกช่องทางการติดต่อของชายคนดังกล่าวทั้งหมด กระทั่งต่อมาเห็นข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียน จึงตัดสินใจนำข้อมูลมาเปิดเผยกับเพจสายไหมต้องรอดขณะที่ น.ส.บี อายุ 26 ปี อดีตแฟนสาวของหนุ่มอินฟลูฯ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับฝ่ายชายเมื่อปี 2566 ระหว่างเดินทางไปเดินป่า…
-
อาลัย อั้ม นางโชว์ชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ในวัย 35 ปี เผยสาเหตุสุดเศร้า
วันที่ 24 ตุลาคม 2569 โลกออนไลน์ร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ นายวรเทพ ล้วนแก้ว หรือ อั้ม อายุ 35 ปี นางโชว์ชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ โดยมีรายงานว่าร่างกายไม่สามารถทนรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้อีกต่อไป ทำให้เพื่อนพ้อง ญาติ และผู้ที่รู้จักต่างรู้สึกโศกเศร้ากับการสูญเสียครั้งนี้วันที่ 24 ตุลาคม 2569 โลกออนไลน์ร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ นายวรเทพ ล้วนแก้ว หรือ อั้ม อายุ 35 ปี นางโชว์ชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ โดยมีรายงานว่าร่างกายไม่สามารถทนรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้อีกต่อไป ทำให้เพื่อนพ้อง ญาติ และผู้ที่รู้จักต่างรู้สึกโศกเศร้ากับการสูญเสียครั้งนี้ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สิริดลญา พลเมืองดี ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัย โดยระบุว่า ชีวิตของอั้มกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีและอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ แต่กลับต้องหยุดลงเพราะโรคมะเร็ง แม้จะเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการฉายแสงแล้ว แต่ร่างกายกลับไม่สามารถรับไหว พร้อมกล่าวอำลาด้วยความอาลัยว่า ชีวิตกำลังรุ่งสุด ๆ เลย แต่ทุกอย่างต้องมาสะดุดเพราะมะเร็ง แล้วระหว่างขั้นตอนการรักษาด้วยคีโมและการฉายแสง ร่างกายก็รับไม่ไหวอีก เดินทางล่วงหน้าพี่ไปก่อนนะหนู ขอให้อยู่ที่ตรงนั้นอย่างมีความสุขนะคะ หลับให้สบายนะคะ สักวันเราคงได้เจอกันนะหลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตและผู้ที่รู้จักอั้มเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง…
-
ปิดฉากการรอคอย 6 ปี ศาลอุบลฯ สั่ง วันเฉลิม เป็นบุคคลสาบสูญแล้ว
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญมูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากที่วันเฉลิม ถูกบังคับสูญหายที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 โดยในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของวันเฉลิม ได้เดินทางติดตาม ร้องเรียน และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐไทยและกัมพูชา รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ติดตามตัววันเฉลิม แต่ไม่เป็นผล มารดาและพี่สาวของวันเฉลิมจึงตัดสินใจยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และศาลได้นัดไต่สวนพยานและมีคำสั่งให้วันเฉลิมเป็นบุคคลสาบสูญ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569คำสั่งของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่า “นายวันเฉลิม ออกจากบ้านไปอาศัยอยู่ที่ประเทศกัมพูชาแล้วไม่กลับบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีอีก หลังจากนั้นไม่มีผู้ใดพบและสามารถติดต่อนายวันเฉลิมได้ ผู้ร้องหรือมารดาจึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่านายวันเฉลิม หายตัวไป มารดาและญาติออกตามหานายวันเฉลิม แต่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ปัจจุบันนายวันเฉลิม ออกจากบ้านที่เป็นภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลามากกว่าห้าปี ไม่มีบุคคลใดทราบว่า…