Category: ทั่วไป

  • พ่อแม่ใจสลาย ตี 1 ยังป้อนนมลูก เช้ามาพบร่างแข็งทื่อ เสียชีวิต คาดอากาศหนาวจัด พ่อกอดศพอาลัย

    เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน รับแจ้งเหตุเด็กทารกเสียชีวิตภายในบ้าน พื้นที่บ้านห้วยทรายขาว หมู่ 1 ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน หลังรับแจ้งได้ประสานหน่วยกู้ภัยสมาคมอัมรินทร์ใต้ ตอบโต้ภัยพิบัติลำพูน และกู้ชีพศรีบัวบาน ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักในพื้นที่ภูเขา สภาพอากาศหนาวเย็นจัด ภายในบ้านพบศพทารกเพศชาย อายุประมาณ 2 เดือน เสียชีวิตอยู่ในอ้อมกอดของนายวานิช (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เป็นพ่อ ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนักต่อการจากไปของบุตรชายจากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใดสอบถามมารดาของเด็กให้การว่า ช่วงเย็นวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ได้ออกไปดื่มสุราแก้หนาวกับเพื่อนบ้านจนดึก โดยเวลาประมาณ 01.00 น. ยังได้ป้อนนมให้ลูกตามปกติ ก่อนจะเข้านอน กระทั่งช่วงเช้าพบว่าลูกมีร่างกายแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด ทำให้เด็กทารกทนความหนาวไม่ไหว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำศพส่งโรงพยาบาลลำพูน เพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไปทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนผู้ปกครอง โดยเฉพาะในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ให้ดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น.ข่าวที่น่าสนใจหญิงลี ตัดสินใจ ไม่ยื่นเปิดหีบ ให้ผู้ชนะได้ทำงาน ให้14 คะแนนเป็นความทรงจำหัวใจสลาย! “เก่ง วงเฟลม”…

  • น้ำลดรถโผล่! เจ้าของอู่รถหายจากบ้าน 2 ปี พบอีกทีรถจมน้ำเหลือแต่โครงกระดูก

    หนุ่มไรเดอร์จอดรถดูคนตกปลาคลองชลประทาน พบเก๋งวีออสหลังคาโผล่พ้นน้ำ ตร.ตรวจสอบในรถเจอโครงกระดูกที่เบาะคนขับ ญาติมาดูคาดเป็นเจ้าของอู่รถชื่อดังที่หายออกจากบ้านไป 2 ปีเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง รับแจ้งเหตุพบรถเก๋งจมอยู่ก้นคลองชลประทาน ด้านข้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เขตเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงได้ประสานอาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นคลองชลประทานส่งน้ำที่เชื่อมต่อกับเขื่อนแม่กลอง บริเวณก้นคลองชลประทานซึ่งระดับน้ำลดลงเหลือไม่ถึง 1 เมตร พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา จมน้ำอยู่ สภาพรถบริเวณกระจกด้านหน้าและกระจกหลังมีร่องรอยแตกขนาดใหญ่ทำให้น้ำไหลเข้าไปท่วมในตัวรถ ขณะที่สภาพรถส่วนอื่นไม่พบร่องรอยความเสียหายแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ต้องประสานรถเครนมาช่วยยกรถเก๋งคันดังกล่าวขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบ ภายในรถพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่บริเวณเบาะที่นั่งฝั่งคนขับ เมื่อตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่พบจึงทราบว่าเป็นรถของนายพัฒนศักดิ์ กาญจนโชคชัย อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถชื่อดังในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานญาติของนายพัฒนศักดิ์ให้เดินทางมายังที่เกิดเหตุโดยเมื่อญาติของนายพัฒนศักดิ์เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถคันดังกล่าวถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า นายพัฒนศักดิ์ได้หายตัวออกไปจากบ้านในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกาตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.66 หลังจากนายพัฒนศักดิ์หายตัวไป ครอบครัวได้ออกตามหาแต่ก็ไม่มีใครได้เบาะแส ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่ามะกา กระทั่งมีผู้มาพบรถและพบโครงกระดูกที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของนายพัฒนศักดิ์จมอยู่ก้นครองชลประทานดังกล่าวเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายพัฒนศักดิ์น่าจะขับรถผ่านมาบริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทานและเกิดประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง โดยไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ทำให้นายพัฒนศักดิ์ติดอยู่ในรถและจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากทางครอบครัวของนายพัฒนศักดิ์ที่ระบุว่านายพัฒนศักดิ์ไม่มีศัตรูหรือมีปัญหาความขัดแย้งกับใครมาก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการส่งโครงกระดูกดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นโครงกระดูกของนายพัฒนศักดิ์หรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไปขณะที่หนุ่มไรเดอร์ที่เป็นผู้พบรถคันดังกล่าวเป็นคนแรกให้ข้อมูลว่า ขณะขี่รถผ่านมาบริเวณถนนเลียบคันคลองตั้งใจจะมาดูคนตกปลา กระทั่งมาพบหลังคารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมา เนื่องจากในช่วงนี้ทางกรมชลประทานงดปล่อยน้ำทำให้ระดับน้ำในคลองลดต่ำลงมาก จึงพบหลังคารถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการตรวจสอบ ซึ่งหากกรมชลประทานไม่ได้งดการปล่อยน้ำ ระดับน้ำในคลองชลประทานสายนี้จะสูงจนมองไม่เห็นหลังคารถที่จมอยู่ก้นคลองอย่างแน่นอน

  • ทัวร์ลงยับ! หนุ่มอิตาลี ดูถูกแท็กซี่ไทย กินข้าวถุงเหมือนหมา ชาวเน็ตรุมซัดไร้มารยาท

    ทัวร์ลงยับ! นักท่องเที่ยวอิตาลี ถ่ายคลิปดูถูกแท็กซี่ไทย กินข้าวถุงเหมือนหมา ท้าทายไม่สนใคร เพื่อนร่วมชาติยังรับไม่ได้รุมประณามเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้แชร์คลิปวิดีโอที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีรายหนึ่งที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย โดยระบุว่า“นายคนนี้ไปเที่ยวไทยแล้วใช้คำพูดดูถูกพี่ขับรถ taxi ว่ากินข้าวจากถุง เหมือนหมากิน ในเฟสยังลงคลิปด่าอีกหลายคลิปหลายหลายโพสต์ ถ้าไม่ชอบเมืองไทยแล้วมาเที่ยวที่นี่ทำไมวะ มีชาวอิตาลีด้วยกันเข้าไปตักเตือนว่าไม่ควรพูดแบบนี้ เจ้าตัวก็ด่ากลับรัวรัวเลยเว้ยขนาดคนอิตาลีด้วยกัน”ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพโชเฟอร์แท็กซี่กำลังยืนทานอาหารจากถุงพลาสติกบริเวณท้ายรถที่เปิดอยู่ โดยนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีได้พูดบรรยายขณะถ่ายคลิป ซึ่งถูกแปลโดยชาวเน็ตไทยรายหนึ่งว่า “ดูคนขับรถของเราสิ เขากำลังกินข้าวอยู่… กินจากถุงเหมือนพวกหมาเลย พวกหมากับพวกเขานี่เหมือนกันเปี๊ยบเลยไม่สิ ผมรักหมานะ แต่ไอ้คนพวกนี้มันน่ารังเกียจ จริงไหมบ๊อบบี้? (หันไปพูดกับหมา) พวกเขาเรียกนายว่า ‘คาราเต้’ สินะ”” พร้อมกับระบุแคปชันว่า “เชิญมีความสุขกับไทยแลนด์กันให้เต็มที่ มื้อเที่ยงของหมอนี่กลายเป็นไวรัลไปแล้ว มาดูสาเหตุกัน”FB/ Drama-addictการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับชาวเน็ตไทยและชาวอิตาลี โดยมีชาวอิตาลีรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ว่า “แทนที่จะมาด่าว่าคนในประเทศเจ้าบ้านที่เขาต้อนรับคุณ เอาเวลาไปคิดเรื่องปัญหาที่บ้านเกิดตัวเองดีกว่า พอได้ยินคนแบบคุณพูดแล้ว ผมละอายใจจริงๆ ที่เกิดมาเป็นคนอิตาลี”ด้านเจ้าของคลิปตอบโต้กลับว่า “สำหรับผม ไม่มีใครมาเลี้ยงดูปูเสื่อต้อนรับผมทั้งนั้น ผมมาที่นี่ก็ควักเงินตัวเองจ่ายล้วนๆ ไม่ได้ใช้เงินคนอื่น เก่งมากครับ คุณนั่นแหละที่ควรจะละอายใจที่เป็นคนอิตาลี แต่ดันไม่รู้สึกรู้สา เพราะจริงๆ แล้วคุณมันพวกที่อยู่ในอิตาลีไม่ได้ เก่งแต่ไปมุดหัวใช้ชีวิตอยู่ที่อื่นไงล่ะ”ชาวเน็ตจำนวนมากต่างรุมประณามพฤติกรรมอันไร้มารยาทนี้ โดยระบุว่า “คุณนี่มันน่าโดนแจ้งจับจริงๆ และโชคดีมากนะที่คนขับแท็กซี่เขาฟังไม่ออกว่าคุณพูดอะไร…

  • เกินคาด อาชีพแท้จริง เมียน้อย 4 ผัว สามีตัวจริงเล่าฉ่ำหมดเปลือก

    ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง หลังรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ซับซ้อนของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งมีชายหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนก่อให้เกิดข้อสงสัยและการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวงกว้างกรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากภรรยาของทหารยศนายสิบ ที่นำหลักฐานออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของสามี หลังพบความผิดปกติจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย ก่อนจะทราบว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เรื่องราวกลับซับซ้อนมากขึ้น เมื่อพบว่าหญิงสาวคนเดียวกันมีความสัมพันธ์กับชายหลายคน ไม่เพียงเฉพาะสามีของฝ่ายภรรยาเท่านั้นในรายการมีการพูดคุยกับชายวัย 39 ปี ซึ่งเชื่อมาโดยตลอดว่าตนเองเป็นคู่หมั้นของฝ่ายหญิง และได้มีการทำพิธีผูกข้อมือตามประเพณีแล้ว แต่ต้องมารับรู้ความจริงภายหลังว่า ตนอาจเป็นเพียงหนึ่งในชายหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับหญิงสาวในช่วงเวลาทับซ้อนกันหลักฐานสำคัญที่ถูกนำมาเปิดเผยในรายการ คือภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นมือของชายและหญิงเกี่ยวก้อยกัน โดยฝ่ายภรรยาของทหารนายสิบยืนยันว่า สามารถจดจำรายละเอียดได้ว่าเป็นมือของสามี ขณะที่ฝ่ายชายวัย 39 ปีก็ยืนยันเช่นกันว่า เป็นมือของฝ่ายหญิงจากลักษณะเล็บและสิ่งของส่วนตัว ภาพดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า ชายอย่างน้อยสองรายมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อพิธีกรพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อหาข้อเท็จจริง ฝ่ายชายวัย 39 ปี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากตนเองและทหารยศนายสิบแล้ว ยังมีนายทหารยศผู้พัน และนายตำรวจระดับผู้บังคับการ เข้ามาเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์นี้ด้วย รวมแล้วพบว่ามีชายพัวพันถึง 4 ราย ซึ่งสร้างความตกใจให้กับผู้ร่วมรายการและผู้ชมเป็นอย่างมากฝ่ายชายวัย 39 ปี ยืนยันว่า เคยใช้ชีวิตร่วมกับฝ่ายหญิงในลักษณะคู่ครอง และเชื่อว่าตนเองมีสถานะชัดเจนตามประเพณี แต่ช่วงหลังเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมฝ่ายหญิงเริ่มห่างเหิน และเกิดปัญหาจนต้องออกจากบ้านในที่สุด ขณะที่ข้อมูลจากฝั่งภรรยาของทหารนายสิบ ระบุว่า หลังทราบความจริงจึงพยายามติดต่ออีกฝ่าย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจนเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผยทั้งนี้…

  • รื้อคดีส่วยคาราโอเกะ “โจ๊ก” บททดสอบความกล้ากวาดบ้านของ ป.ป.ช. ?! ** “สิงห์น้ำเงิน” จัดทัพรับศึกเลือกตั้ง ย้ายอีก 244 เก้าอี้ ปลัดจังหวัด-นายอำเภอ

    ข่าวปนคน คนปนข่าว++ รื้อคดีส่วยคาราโอเกะ "โจ๊ก" บททดสอบความกล้ากวาดบ้านของ ป.ป.ช. ?!คดีเก่า … แต่เงายังตามหลอนย้อนกลับไปหลายปีก่อน คดี “ส่วยคาราโอเกะ” สมัยที่ "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ยังดำรงตำแหน่งผู้กำกับ กลายเป็นหนึ่งในคดีที่ถูกพูดถึงไม่รู้จบเพราะบทสรุปของสำนักงาน ป.ป.ช.ในเวลานั้น ชี้ว่า "ไม่มีความผิด" ทั้งที่ฝ่ายผู้ร้อง มองว่า “ขัดสายตา” อย่างแรงคดีนี้เอง ที่ถูกใช้เป็นตัวอย่างอธิบายได้ดีว่า…เหตุใด "โจ๊ก" จึงมักดิ้นทุกวิถีทาง ให้คดีของตนต้องอยู่ในมือป.ป.ช. เท่านั้นเรื่องราวนี้เหมือนจะล่องลอยไปตามสายลมป.ป.ช. แต่ก็ถูกเขย่าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2567เมื่อ “พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กัญจน์ชัยกิจ” รอง ผบก.กองร้องทุกข์ สตช. ทำหนังสือถึงสำนักงานป.ป.ช. ขอให้ “รื้อสำนวน” คดีส่วยคาราโอเกะภาคอีสาน ขึ้นมาพิจารณาใหม่เหตุผลสำคัญอยู่ที่รายงานการสืบสวนของ “พ.ต.อ.วิรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร” รอง ผบก.อก.จต. ทำหน้าที่ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวนี้ ซึ่งระบุชัดว่า "โจ๊ก" กระทำผิดจริง ถึง 4 ข้อหา และขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับคำวินิจฉัยของ คณะอนุกรรมการ…

  • สาวโวย! ป้ายหาเสียงบังทางเดิน ชาวเน็ต งง “รูแค่นั้น เดินได้จริงเหรอ?”

    วันที่ 12 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ Drama-addict ออกมาเผยข้อความร้องเรียนจากแฟนเพจ กรณีป้ายหาเสียงเลือกตั้งบังทางเดินเท้า บริเวณถนนเพชรเกษม 69 โดยระบุว่า “จ่าคะถ้าเราจะแจ้งเรื่องป้ายหาเสียงให้เค้าปรับนี่เราแจ้งได้ทางไหนคะอันนี้ในเพชรเกษม 69 ค่ะ อยู่หน้า CJ More พอดีฟุตบาทมันแคบ แล้วป้ายก็ติดไม่ได้สูงพอ ต้องมุด ไม่ก็เดินอ้อม (ซึ่งเดินอ้อมก็จะตกถนนเอาค่ะ)”ด้านชาวเน็ตที่เห็นภาพ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณดังกล่าวมีเสาและสายไฟร้อยท่อกีดขวางอยู่แล้ว ทำให้ช่องทางเดินแคบจนแทบไม่สามารถเดินผ่านได้ พร้อมตั้งคำถามว่า รูแค่นั้นเดินได้จริงหรือ?ขณะที่บางส่วนชี้ว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากป้ายหาเสียง แต่เป็นปัญหาโครงสร้างทางเท้าและการตั้งเสาไฟที่ไม่เอื้อต่อคนเดินเท้า

  • คลิป อดีตทหารเกณฑ์ แฉ “ทหารมีไว้ทำไม” เช็ดอึ-เช็ดฉี่นาย เยี่ยงทาสในเรือนเบี้ย

    ไวรัลดัง Tiktok อดีตพลทหารผลัด 1/58 เผยเบื้องหลังคำถามเสียดแทงใจ “มีทหารไว้ทำไม” ย้อนเล่าประสบการณ์สุดช้ำ จากทหารเกณฑ์สู่คนรับใช้บ้านนาย โดนเหยียดศาสนา-ใช้งานเยี่ยงทาส จนต้องบอกลูกตัวเองว่า “อย่าเป็นเลยทหาร”กำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกออนไลน์ เมื่ออดีตทหารเกณฑ์ผลัด 1/58 (บัญชี TikTok dyrieqo5f452) ออกมาอัดคลิปเล่าความในใจยาวกว่า 10 นาที เพื่อตอบโต้กระแสสังคมที่โถมใส่พรรคการเมืองที่เสนอปฏิรูปกองทัพ โดยเขายืนยันว่าเข้าใจคำพูดของ “พิธา” ที่ว่า “มีทหารไว้ทำไม” เป็นอย่างดี ว่าไม่ได้หมายถึงทหารชั้นผู้น้อย แต่หมายถึงนายพลยศสูง ๆ ที่กินภาษีประชาชน ซึ่งเรื่องราวของเขาคือประจักษ์พยานที่ดีที่สุดโดนซ่อมเพราะ “เถียงนาย” หลังถูกกดขี่มานานในวันนี้ อดีตทหารเกณฑ์คนดังกล่าว เขาคือพ่อค้าขายบัวลอยและขนมหวานตามตลาด ที่ตัดสินใจออกมาพูดความจริงแม้จะกลัวกระทบยอดขายหรือความปลอดภัย แต่เขาเลือกที่จะพูดเพื่ออนาคตที่ดีกว่า เขายอมรับว่าทุกวันนี้เมื่อลูกชายมาบอกว่า “อยากเป็นทหารเหมือนพ่อ” เขาต้องรีบห้ามและบอกลูกทันทีว่า “อย่าเป็นเลย มันไม่ดีหรอก”เพราะสิ่งที่เขาได้กลับมาจากการรับใช้ชาติ ไม่ใช่เกียรติยศ แต่คือ “แผลใจ” และหนี้สิน จากคนที่เคยทำงานมีเงินเดือน 15,000-16,000 บาท ต้องเหลือเงินเดือนเพียง 7,000 บาท ซ้ำร้ายหลังปลดประจำการ น้องสาวของนายยังโทรมาเสนอเงิน 10,000 บาท…

  • ฮือฮา! “กุหลาบดำ” นักมวยดังศึก ONE ชนะเลือกตั้งสมาชิกอบต.ท้องถิ่น

    “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย นักมวยจากสังเวียนดังศึก ONE Championship สู่บทบาทใหม่สนามการเมืองท้องถิ่น ขอบคุณชาวสุรินทร์วางใจ นั่งแท่นสมาชิก อบต. ป้ายแดงสนามการเมืองท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์กลับมาคึกคัก ! เมื่อยอดนักชกขวัญใจ นายสมบูรณ์ มีสิทธิ์ดี หรือที่แฟนมวยรู้จักกันในนาม “กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย” (หรือชื่อในวงการล่าสุด ราชสห์อีสาน เหล่าโชคเจริญราชสีห์) ตัดสินใจก้าวลงจากเวทีผ้าใบมาชิมลางในสนามการเมืองระดับรากหญ้า และประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) เขตหมู่ที่ 4 ตำบลราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า “เจ้าของฉายาซ้ายอุกกาบาต” สามารถชนะใจประชาชนในพื้นที่ กวาดคะแนนเสียงไปได้ 236 คะแนน ส่งผลให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิก อบต.ราม หน้าใหม่ป้ายแดงอย่างเป็นทางการหลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กุหลาบดำ ซึ่งปัจจุบันสังกัดค่ายใหญ่อย่าง PK. แสนชัย ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียด้วยข้อความสั้นๆ แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นว่า “ผ่านแล้วครับ ขอบคุณที่ไว้วางใจผมครับ”ทั้งนี้ในส่วนของตำแหน่งนายกอบต.ราม ผู้สมัครที่ชนะคะแนนครั้งนี้ ได้แก่ นายคำสิงห์ ชอบมี ผู้สมัครเบอร์…

  • “ลมหนาว” ใกล้หมดแล้ว เตรียมเจอฝุ่น PM2.5 ต่อ ภาคเหนือระวังฝนหลงฤดู 15-17 ม.ค.

    “ลมหนาว” ระลอกนี้เตรียมสิ้นสุดแล้ว คาด 13-20 ม.ค. อากาศจะอุ่นขึ้น 2–5 องศาฯ ช่วงเปลี่ยนผ่านลมอ่อน ทำให้ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสะสมเพิ่ม โดยเฉพาะในเขตเมืองหลังประเทศไทยเผชิญอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนมกราคม สัญญาณจากแบบจำลองอากาศล่าสุดชี้ว่า ลมหนาวกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่สภาพอากาศที่อุ่นขึ้น พร้อมความท้าทายใหม่ ทั้งฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มสะสมมากขึ้น และฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ช่วงกลางเดือนนี้ช่วงวันที่ 11–12 ม.ค. ถือเป็นระยะสุดท้ายของลมหนาว โดยมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม อากาศเย็นดังกล่าวทำหน้าที่คล้าย “ฝาหม้อ” กดอากาศใกล้พื้น ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ถูกกักเก็บและระบายออกได้ยาก โดยเฉพาะในเขตเมืองและพื้นที่ลุ่ม จากนั้นในช่วง 13–20 ม.ค. ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ลมหนาวอ่อนกำลังลง อุณหภูมิจะปรับสูงขึ้นประมาณ 2–5 องศาเซลเซียส แต่การไหลเวียนอากาศที่อ่อนลงจะยิ่งเอื้อต่อการสะสมของฝุ่น PM2.5 ทำให้หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังคุณภาพอากาศมากขึ้นขณะเดียวกัน ช่วงวันที่ 15–17 มกราคม ภาคเหนืออาจเผชิญฝนผิดฤดู จากอิทธิพลของคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่พาความชื้นเข้ามา แม้ปริมาณฝนจะไม่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณของความแปรปรวนของสภาพอากาศในช่วงเปลี่ยนฤดูส่วนภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 17–20 ม.ค.…

  • แบงก์ชาติ ชี้แจง สาเหตุ ปชช.แห่ถอนเงินสดสูงผิดปกติในเดือน ก.ย. 68

    จากกรณี นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เผยว่า พบสถิติการถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในช่วง ก.ค. 2568 – พ.ย. 2568 นั้นแบงก์ชาติ ชี้แจง สาเหตุ ปชช.แห่ถอนเงินสดสูงผิดปกติในเดือน ก.ย. 68ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจง ตามที่มีกระแสข่าวกรณีการถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในช่วงเดือนกันยายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอชี้แจงว่า การเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นผลจากความกังวลต่อการขยายผลของมาตรการอายัดบัญชีม้า ที่ทำให้ประชาชนถอนเงินสดออกมาเก็บและใช้จ่ายแทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์ อีกทั้งร้านค้าหลายแห่งก็หันมารับชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดมากขึ้น โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้น ๆ และการชำระเงินของประชาชนได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมสำหรับการดูแลปริมาณเงินสดที่อาจเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด โดย ธปท. จะบริหารจัดการควบคุมการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายที่แท้จริงของประชาชน ที่รวมความต้องการเงินสดที่ปกติจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยแล้ว รวมทั้งได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ให้ติดตามดูแลการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัดและรายงาน ธปท. ทราบด้วย