Category: ทั่วไป
-
น้ำตาแตก แม่เพิ่งรู้ความจริง ลูกชายไปรบชายแดน ปิดบังนาน 4 เดือน
กลายเป็นคลิปไวรัล เมื่อผู้ใช้ TikTok ชื่อ @aum1857 ซึ่งเป็นทหาร ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะเดินทางกลับมาเซอร์ไพรส์ครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเจ้าตัวโพสต์แคปชั่นเล่าความในใจ ระบุว่า "การกลับบ้านครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง" พร้อมขอโทษพ่อแม่ที่ไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรกเจ้าของคลิปเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ปิดบังความจริงกับแม่และญาติๆ โดยบอกเพียงว่าไปฝึกอยู่ที่อำเภอปราณบุรี เนื่องจากไม่อยากให้ครอบครัวเป็นห่วง แต่ความจริงแล้วเขาถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจรบในพื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเวลานานถึง 4 เดือนเต็มในคลิปวิดีโอปรากฏภาพขณะที่ทหารหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์กลับมาถึงบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองปีใหม่ คุณแม่รีบวิ่งออกมากอดลูกชายด้วยความดีใจ ขณะที่ญาติพี่น้องร่วมถือธงชาติต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างความซาบซึ้งให้กับผู้ที่ได้รับชมเป็นอย่างมากต่อมาเจ้าตัวได้อัปเดตคลิปเพิ่มเติมด้วยน้ำตาซึม พร้อมข้อความขอโทษพ่อแม่อีกครั้ง ระบุว่า "ผมต้องขอโทษพ่อกับแม่นะ ที่ผมไม่ได้บอก วันแรกกที่ไปผมอยากโทรบอกมากๆ แค่อยากบอกว่าถ้าผมเป็นอะไรไปไม่ต้องเสียใจแต่ให้ภูมิใจในตัวลูกคนนี้นะ"ขอบคุณ @aum1857
-
แรง! เปิดผลสอบ “ครูบี๋” แอบมีความสัมพันธ์ชู้สาว “ทหารยศนายสิบ”
ไปกันต่อ สำหรับเรื่องราวของ "ครูบี๋" ล่าสุด 8 ม.ค.2569 น.ส.น้ำตาล พร้อมทีมทนายความ เดินทางยื่นเรื่องร้องเรียนถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยข้าราชการครู ที่เข้ามามีสัมพันธ์กับสามีกรณีจับได้ว่าสามีซึ่งเป็นทหารยศนายสิบ แอบไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับครูสาวในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด โดยมีหลักฐานเป็นแชทการสนทนา และจีพีเอสของสามีที่ระบุตำแหน่งบริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งจึงตัดสินใจเดินหน้าทางวินัยและกฎหมายกับครูสาว เนื่องจากขาดมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพครู โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการกพฐ. เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนโดย น.ส.น้ำตาล กล่าวว่า ตนเดินทางมาที่ศธ.ครั้งนี้ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองและลูกที่อยู่ในครรภ์ อีกทั้งครูสาวคนดังกล่าวก็ไม่สมควรที่จะเป็นข้าราชการครูสอนนักเรียนได้อีกต่อไป เพราะขาดจรรยาบรรณวิชาชีพครู ทำให้ไม่สามารถมาเป็นครูได้ดังนั้นตนต้องการให้ครูสาวคนดังกล่าวที่มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับสามีของตนต้องออกจากการเป็นข้าราชการทันที เพราะสามีของตนที่เป็นทหารก็ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้แล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งตนขอถามไปยังข้าราชการครูทุกคนว่า ครูสาวคนดังกล่าวที่มีพฤติกรรมเป็นชู้กับคนที่มีครอบครัวอยู่แล้ว และยังมีทะเบียนสมรสด้วยเป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่ โดยครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ศิษย์ ไม่ควรมีพฤติกรรมผิดศีลธรรมเช่นนี้ด้าน นายนายพิเชฐร์ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว และสพฐ.มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันทีที่ทราบเรื่อง โดยขณะนี้ผลสอบข้อเท็จจริงสรุปผลออกมาแล้ว พบครูสาวมีพฤติกรรมกระทำผิดจริง ดังนั้นจึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที ขอให้น.ส.น้ำตาลไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวล สพฐ.ยืนยันให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เพราะการเป็นข้าราชการครูจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมข่าวที่เกี่ยวข้องโหบี๋! ทำความรู้จัก "ครูบี๋" ประวัติขวัญใจชาวโหนกระแส ปมแอบแซ่บ "ทหารยศสิบเอก""ครูบี๋" โดนแน่ๆ ล่าสุด ผอ.โรงเรียน สั่งสอบ –…
-
โลกเดือดจริง! “ดร.ธรณ์” สะเทือนใจ เมลเบิร์นร้อน 41 องศา โคอาลาไขมันละลาย กลายเป็นค่างแว่น
">วันที่ 8 ม.ค.69 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า…ห๊ะ เมลเบิร์น 41 องศา โคอาลาไขมันละลายกลายเป็นค่างแว่น โลกเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย !ภาพที่เพื่อนธรณ์เห็นคือพยากรณ์อากาศวันศุกร์ที่จะถึง เมลเบิร์น เมืองที่อยู่ทางใต้ของออสเตรเลีย ในความคิดของเราคือต้องหนาว แต่ทำไมร้อนระเบิดเช่นนี้จริงอยู่ ออสเตรเลียอยู่ซีกโลกใต้ กำลังอยู่ในหน้าร้อน แต่ 41 องศาเนี่ยนะ !ในโลกปรกติ อุณหภูมิในเดือนมกราคมของเมลเบิร์นอยู่ที่ 16-26 องศาแต่ในโลกไม่ปรกติ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน อุณหภูมิพุ่งขึ้นไป 41 องศาคลื่นความร้อนระดับซูเปอร์ฮีทกำลังถล่มออสเตรเลียอยู่ครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Adelaide เมืองหลักของรัฐออสเตรเลียใต้ อุณหภูมิขึ้นไปถึง 43 องศา หมีแพนด้าที่อยู่ในสวนสัตว์ถึงขั้นต้องเลียน้ำแข็งPort Augusta เมืองที่อยู่ใกล้ๆ อุณหภูมิร้อนระดับพีค 47 องศาที่มาพร้อมกับความร้อนคือไฟป่าเริ่มปะทุเป็นจุดๆ เพราะความร้อนทำให้ทุกอย่างแห้งผากออสเตรเลียเป็นประเทศที่โดนผลกระทบจากโลกร้อนรุนแรง เช่น ปะการังฟอกขาวใน great barrier reef (ไซต์งานผมที่เคยสวยสะพรั่งสมัยตอนทำทีซิสอยู่ที่นั่น เดี๋ยวนี้ตายเกือบหมดยังมีผลกระทบจากไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์…
-
อุทาหรณ์คนเหงา! เสี่ยสวนทุเรียนเสียท่าสาวสแกมเมอร์ โดนแบล็คเมล์คลิปลับ’ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว’
เตือนภัยหนุ่มใหญ่เหงาๆ ระวังโดนหลอกได้ง่าย ที่อุดรธานี ชายวัย 62 ปี เจ้าของสวนทุเรียนชื่อดังอุดรธานี และอดีตหัวหน้าพรรคการเมือง สูญเงินไปเป็นแสน แขนก็ไม่ได้จับ เสียท่าสาวสวยแก๊งสแกมเมอร์ทักหาในไลน์ บอกรักเป็นห่วงเป็นใยจนเคลิ้ม ลงทุนซื้อไอโฟน 17 promax ราคาห้าหมื่นบาทเศษแถม โอนเงินให้อีก 50,000 บาทรวมเกือบแสน ความรักกำลังไปด้วยดีแต่พลาดท่าลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวโชว์กล้อง สุดท้ายถูกแบล็คเมล์เรียกเงินอีกสามแสน ทุกข์ใจนอนแทบไม่หลับ โดนขู่หนักส่งคลิปให้เมียกับลูกแ8 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาย (นามสมมติ) อายุ 62 ปี เสี่ยเจ้าของสวนทุเรียนชื่อดังจ.อุดรธานี และอดีตเคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ได้เข้าร้องเรียนกับนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วยและผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี แจ้งว่าตอนนี้ทุกข์ใจอย่างหนักนอนแทบไม่หลับเพราะถูกแก๊งสแกมเมอร์ที่เป็นสาวสวยมีรังพำนักในสปป.ลาว ทักมาไลน์หลอกให้รักหลอกให้หลงจนสูญเงินไปเกือบแสนโดยตนเองหลงกลเคลิ้มความรักซื้อไอโฟน 17 promax ราคากว่า 50,000 บาทเศษและยังโอนเงินให้อีก 50,000 บาท รวมเงินกว่าแสนบาทเศษ แต่ที่ช้ำใจแทบอกจะแตกตายเพราะเสียท่าวีดีโอคุยกับสาวสวยนอนแก้ผ้าลวกก๋วยเตี๋ยวโชว์ สุดท้ายถูกแบล็คเมล์เรียกเงินอีก 3000,000 บาทต่อมาเฮียเปี๊ยกช่วยได้พานายชายเดินทางไปพบกับ พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภูธร จ.อุดรธานี…
-
น่าเวทนา! ทหารช่างไทยใช้รถแม็คโครกู้ร่างทหารเขมร หลังถูกผู้นำเนิน ไร้เหลียวแล
น่าเวทนา! ทหารช่างไทยใช้รถแม็คโครช่วยกู้ร่างทหารเขมรใต้ซากบังเกอร์ หลังถูกผู้นำเนิน ไร้เหลียวแลเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "มังกร ซ่อนตัว" ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุว่า" กู้ร่างทหารกัมพูชา ติดใต้บังเกอร์—ใช้รถแม็คโครฝ่าความยากลำบาก หลังผู้นำเมินส่งกำลังช่วย หน่วยทหารช่างเร่งปฏิบัติการใช้รถแม็คโครเข้าดำเนินการนำร่างทหารกัมพูชาที่ติดอยู่ภายใต้หลุมบังเกอร์ออกมา ท่ามกลางอุปสรรคด้านสภาพพื้นที่และความเสี่ยงในการทำงาน ภายหลังผู้นำกัมพูชาไม่ได้จัดส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือหรือสนับสนุนการเก็บกู้ร่างวีรชนทหารกล้า ทำให้ภารกิจต้องอาศัยเครื่องจักรหนักและความเชี่ยวชาญของทหารช่างเป็นหลัก เพื่อให้การเก็บกู้เป็นไปด้วยความรอบคอบและให้เกียรติผู้เสียชีวิต"
-
แห่แชร์ ไข่ต้มสีชมพู นึกว่าของแปลก คำตอบทำช็อก อันตรายถึงชีวิต ทิ้งเลยอย่าเสียดาย
ขนลุก! สาวเจอไข่ต้มสีชมพูสดใส โซเชียลแห่แซวไข่ฟลามิงโก้ ผู้รู้เผยมีเชื้อแบคทีเรียอันตราย ก่อโรคสารพัด เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด-ปอดอักเสบ แนะทิ้งทันทีห้ามเสียดายกลายเป็นไวรัลที่ชาวเน็ตต้องหยุดดู จากความน่ารักของสีสันอาจแฝงมาด้วยอันตรายถึงชีวิต ผู้บริโภครายหนึ่งที่ต้มไข่กินตามปกติ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็น ไข่ขาวสีชมพู ดูแปลกตา จนผู้รู้ออกมาให้ความรู้ว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค เผยให้เห็นภาพไข่ต้มที่ถูกผ่าครึ่ง แต่แทนที่ไข่ขาวจะเป็นสีขาวตามธรรมชาติ กลับกลายเป็นสีชมพูสดใสทั่วทั้งใบ พร้อมระบุข้อความสอบถามด้วยความงุนงงว่า “สวัสดีค่ะพี่ ๆ วันนี้ต้มไข่แล้วเจอเป็นสีชมพูแบบนี้ไม่ทราบสาเหตุ มีใครเคยเจอไหมคะ”หลังภาพไข่ต้มสีชมพูหวานแหววถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น บ้างก็แซวขำขันว่าเป็นไข่นกฟลามิงโก้ หรือ ไข่ยูนิคอร์น หรือเปล่า แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยต่อมากลับทำเอาขำไม่ออกภาพจาก Facebook : พวกเราคือผู้บริโภคท่ามกลางคอมเมนต์สายฮา มีชาวเน็ตผู้มีความรู้เข้ามาให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่า “ลักษณะนี้ไม่ใช่อาการจุดเลือดในไข่ครับ ซึ่งจะเป็นจ้ำ ๆ ไม่ทั่วถึงทั้งไข่ขาวแบบนี้แบบนี้น่าจะมาจากไข่ติดเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas (ซูโดโมนาส) ครับ เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้ขยายพันธุ์ จะสร้างเม็ดสีที่ทำให้ไข่ขาวมีสีเขียว สีแดง หรือมีสีแปลกๆได้ การพิสูจน์ให้ชัดเจนต้องส่องด้วยแสงยูวี หรือไฟฉายตรวจธนบัตรครับ หากมีการเรืองแสงนั่นคือติดเชื้อแบคทีเรียนี้แน่นอนแบคทีเรียชนิดนี้ไม่ใช่แบคทีเรียที่ดีครับ เพราะทำให้เกิดการติดเชื้อได้หลายประเภท ส่วนใหญ่แล้วมักพบเชื้อชนิดนี้ในคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำในโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยอาจติดเชื้อจากอุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่สะอาด ติดเชื้อจากบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการรักษา การสวมเครื่องช่วยหายใจ สายสวนปัสสาวะ หรือสายน้ำเกลือนอกจากนี้ผู้ที่มีร่างกายปกติ แต่สัมผัสกับสิ่งของ แหล่งน้ำ…
-
หลานสาวเหยื่อแก๊สเครื่องทำน้ำอุ่นรั่ว เสียชีวิตแล้ว อุทาหรณ์ที่พัก ไร้ระบบระบายอากาศ
ข่าวเศร้ารับต้นปี หลานสาวครอบครัวนักท่องเที่ยว เสียชีวิตแล้ว หลังสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ขณะเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งบนภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ความคืบหน้าล่าสุดจากกรณีโศกนาฏกรรมเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สรั่วไหลในช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อคืนวันที่ 7 มกราคม 2569 เพจ Drama-addict ได้แชร์ข่าวเศร้าและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่าหลานสาวจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากประสบอุบัติเหตุสูดดมก๊าซรั่วภายในห้องน้ำขณะเข้าพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บนภูทับเบิก จังหวัด เพชรบูรณ์ข้อมูลจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suporn Kuanarchakul Way ได้โพสต์เตือนภัย ระบุว่า หลานสาวเสียชีวิตจากสาเหตุแก๊สรั่วในห้องน้ำขณะใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงคือการติดตั้งถังแก๊สไว้ภายในห้องน้ำ และสภาพห้องน้ำที่ปิดประตูมิดชิดไม่มีช่องระบายอากาศส่งผลให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น สะสมจนทำให้ผู้เคราะห์ร้ายหมดสติและเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว โดยสัญญาณเตือนก่อนหน้ามักมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อ่อนแรง และหน้ามืด แต่เหยื่อมักจะรู้ตัวไม่ทันภาพจาก : Suporn Kuanarchakul Wayย้อนเหตุการณ์ระทึก นาทีชีวิตครอบครัวเฉียดตายยกครัวบนภูทับเบิกเหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nuntaporn Ketpongsuda ได้แชร์ประสบการณ์เฉียดตายเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ขณะพาสามีและลูกสาว (น้องอัญชัน) ไปพักผ่อนที่รีสอร์ทบนภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์คุณนันทพรเล่าว่า ห้องพักที่ได้มีสภาพเก่าและแคบ ห้องน้ำใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สหุงต้มและไม่มีพัดลมระบายอากาศ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. หลังจากที่ลูกสาวอาบน้ำเสร็จและสามีเข้าไปอาบต่อโดยปิดประตูสนิท…
-
ปิดตลาด!! สรุปราคาทองวันนี้ 7 มกราคม 2569
ปิดตลาด!! สรุปราคาทองวันนี้ 7 มกราคม 2569ปิดตลาดสรุปราคาทองวันนี้ 7 มกราคม 2569 หลังเช้านี้ สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองครั้งที่ (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.03 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 250 บาท สู่บริเวณ 66,100 บาท โดยตลอดทั้งวันราคาทองปรับทั้งหมด 20 ครั้ง รวมแล้วปรับขึ้น 200 บาท เรียกว่าผิดคาดไปหน่อย เนื่องจากเช้านี้ปรับพุ่ง 2 ครั้งรวดทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 66,850ฐานภาษีบาทละ 64,627.08ทองแท่ง ขายออกบาทละ 66,050รับซื้อบาทละ 65,950
-
ภัยใกล้ตัว”แก๊สพิษไร้กลิ่น” ห้องน้ำปิดสนิท คร่าชีวิตสาวน้อย
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Suporn Kuanarchakul Way” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัย หลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า หลานสาวของ “น้องเก๊งท่อ”เสียชีวิตจากแก๊สรั่วภายในห้องน้ำ โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้น และอยากนำมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้อื่นสาเหตุคือ• ใช้ เครื่องทำน้ำอุ่นแก๊ส• มี ถังแก๊สอยู่ในห้องน้ำ• ปิดประตูมิดชิด ไม่มีช่องระบายอากาศแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้โดยไม่รู้ตัวสัญญาณอันตรายที่มักเกิดก่อน (แต่มักรู้ตัวไม่ทัน)• เวียนหัว คลื่นไส้• อ่อนแรง หน้ามืด• ง่วง ซึม• หมดสติถ้ามีอาการเเบบนี้ รีบออกมาเปิดประตู หน้าต่าง และเรียกคนช่วยทันทีเเละช่วงที่กลับบ้านไป เห็นหลายๆบ้านติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยเเก๊ส ให้เฝ้าระวังกันด้วยค่ะ คอยตรวจสอบสายแก๊สและหัวปรับอย่างสม่ำเสมอ ภัยใกล้ตัวมากจริงๆ หนึ่งโพสต์นี้ อาจช่วยรักษาชีวิตใครบางคนไว้ได้ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรเกิดซ้ำอีกเลย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ เป็นข่าวที่น่าเศร้าและสะเทือนใจมากจริง ๆพร้อมกับคอมเมนต์ว่า ขออนุญาตชี้แจงนะคะ โพสต์นี้มีเจตนาเพื่อ เตือนภัยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ไม่ได้มีเจตนาต่อว่า ตำหนิ หรือซ้ำเติมเจ้าของบ้าน ครอบครัวผู้สูญเสียเจ็บปวดมากพอแล้ว ขอความเห็นใจ และขอให้คอมเมนต์ด้วยความระมัดระวังขอบคุณ Suporn Kuanarchakul Way
-
นรกสีหนุวิลล์ “เขมร” ลวงวัยรุ่นจีนวัย 17 ปี เอางานบังหน้า สุดท้ายจับขัง!
กลายเป็นประเด็นช็อกโลกที่ทำเอาเพจดังอย่าง Drama-addict และ รู้ทันจีน Plus One ต้องออกมาผนึกกำลังแฉ! หลังได้รับเบาะแสสุดสลดของ “ฉิน โม่หัง” เยาวชนชาวจีนวัย 17 ปี ที่ถูกกระชากออกจากอ้อมอกครอบครัวด้วยคำลวงสุดคลาสสิก แต่เบื้องหลังกลับกลายเป็นนรกที่ไม่มีวันลืมจาก ‘ร้านบุหรี่ไฟฟ้า’ สู่ ‘กรงขังอาชญากรไซเบอร์’ย้อนกลับไปช่วงปลายพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขบวนการค้ามนุษย์ใจโหดใช้แผนล่อลวงเหยื่ออ้างให้ไปทำงานร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ซึ่งดูเป็นงานปกติจนครอบครัวหลงเชื่อ แต่ความจริงมาปรากฏเมื่อเหยื่อถูกนำตัวไปกักขังใน โซนที่ 7 (เขตวิลล่า โซน C อาคาร 20) แหล่งรวมพลพรรคมิจฉาชีพไซเบอร์ระดับโลก!ไหวตัวทัน! ขนย้ายเหยื่อหนีซุก ‘ทางหลวง 72’ทันทีที่ครอบครัวเริ่มขยับและประกาศตามหาลูกชายผ่านสื่อ ขบวนการคนโฉดกลับไหวตัวทันเยี่ยงมืออาชีพ รีบขนย้าย “ฉิน โม่หัง” ออกจากจุดเดิมทันทีเพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายถูกขายต่อหรือย้ายไปยัง โรงงานสแกมขนาดใหญ่บนทางหลวงหมายเลข 72 ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายสุดขีด มีเหยื่อถูกกักขังทำหน้าที่ต้มตุ๋นออนไลน์นับหมื่นคน!เสียงสะอื้นจากครอบครัว… ‘ขอคืนเพียงลมหายใจ’ในขณะนี้ครอบครัวของเด็กชายฉินกำลังใจสลาย ออกมาวิงวอนขอความเมตตาผ่านสื่อไปถึงกลุ่มผู้ควบคุมตัว ให้ปล่อยลูกชายกลับมาเพราะยังเป็นเพียงผู้เยาว์อายุไม่ถึง 18 ปี พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเร่งกดดันล้างบางขบวนการค้ามนุษย์ในกัมพูชาที่ยิ่งนานวันยิ่งเหิมเกริม ไม่สนกฎหมายและศีลธรรมงานนี้ต้องจับตาดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถบุกทลาย "โรงงานนรกทางหลวง 72" และช่วยเหลือเด็กชายรายนี้ออกมาได้ทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งสถิติที่สาบสูญไปในดินแดนสนธยา!