Category: ทั่วไป
-
เปิดคลิป! “บิ๊กโจ๊ก” ลั่นเสียใจ “ลูกน้องแฉ” เชื่อ หลงผิดไปฟังคำใครว่าจะให้รับกลับเข้าราชการ
29 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. พร้อมพร้อมกับ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เดินทางมายังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า วันนี้ตนนำเอกสารหลักฐาน มาให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม และยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่เคยเอาของใครหรือสั่งใครให้เอาทองไปให้ใคร แต่เมื่อถูกลูกน้องตัวเองกล่าวหา ก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ตั้งข้อสังเกต ว่าการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน อาจจะไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีการแจ้งข้อหากับผู้ที่มากล่าวหา ตามคำที่อ้างว่า ผมเป็นคนให้นำทองคำไปให้คนอื่นนั้น ตัวของผู้กล่าวหาผมก็จะต้องมีความผิด แต่กลับดำเนินคดีผมผมยังทราบว่ามีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนกรณีนี้มาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 68 แต่มีการแจ้งความ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 68 ตามหลักที่ผมทำงานมาจะต้องมีการแจ้งความก่อน ค่อยตั้งคณะพนักงานสอบสวน แต่ทำไมถึงมีการตั้งก่อนที่จะมีการแจ้งความผมพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่า ทุกวันนี้ที่ผมเดือดร้อน ก็เพราะลูกน้อง ไปยุ่งเกี่ยวข้องกับมินนี่ไปยืมเงินโอนเงิน แล้วเดือดร้อนมาถึงผม แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่มีใครถูกให้ออกจากราชการ มีผมคนเดียวที่ถูกออก แต่ลูกน้องผมแค่ถูกพักราชการเท่านั้น ทั้งที่ผมเป็นแถว 3 แถว 4 ไม่ได้เป็นตัวการ…
-
รู้แล้วสาเหตุ “อ.เบียร์” วืดบวช เลยรับเป็นเจ้าภาพให้ลูกศิษย์แทน
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 68 ทางด้าน "อ.เบียร์ คนตื่นธรรม" เผยสาเหตุไม่ได้บวช เลยรับเป็นเจ้าภาพให้ลูกศิษย์แทน พร้อมเผยเห็นลูกศิษย์บวชก็ชื่นใจแล้ว ชาวเน็ตร่วมอนุโมทนาบุญโดยทางด้าน อ.เบียร์ เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก คนตื่นธรรม ระบุว่า… "ตามจริงวันนี้จะเป็นวันบวชของอาจารย์เพราะลูกศิษย์คนนี้ มาบอกว่าจะบวชพร้อมอาจารย์ ช่วงสิ้นปี แต่ด้วยอาจารย์โดนกล่าวโทษ หมิ่นประมาทมหาเถระสมาคม ทำให้มีคดีติดตัวจึงบวชไม่ได้ตามพระวินัย ลูกศิษย์ได้บวช อาจารย์เลยรับเป็นเจ้าภาพ และมาบวชด้วยตัวเองตัวเองยังไม่ได้บวช เลยต้องมาอนุโมทนากับลูกศิษย์ แม๊ค เป็นลูกชายพี่มาลา พามาติดตามอาจารย์ตลอดเวลาออกบรรยาย มาฟังธรรมตลอด ขออนุโมทนากับ ครูบาแม๊ค บวช ณ วัดป่านาคำน้อย อุดรธานีถวายค่าบวชวัดเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป 300,000 บาท อนุโมทนาร่วมกันจ๊ะ ยังบวชไม่ได้ เห็นลูกศิษย์บวช ก็ชื่นใจแล้ว"
-
“เท้ง” อ้างสุดวิสัยหมายจับออกหลังเช็คประวัติ ย้ำ “มีส้มไม่มีเทา” โวมาตราฐานการเมืองสูงตัดทิ้ง ย้อนพรรคอื่นส่งต่อไหม
หน.ปชน. น้อมรับผิด แจงเหตุสุดวิสัยผู้สมัครโดนคดีฟอกเงินยาเสพติด แจงตรวจประวัติแล้วไม่เจอ เพราะหมายจับเพิ่งออกทีหลัง ลั่นเดินหน้าหาคนแทนทำได้ ย้ำแคมเปญ "มีส้มไม่มีเทา" เหมือนเดิม ไม่ปกป้องพวกพ้อง ชูมาตรฐานการเมืองต้องสูงกว่ากม. คดียังไม่สิ้นสุดก็สั่งถอดชื่อทันที ย้อนถาม พรรคอื่นมีบ้างหรือไม่ ถ้ามีทำไมยังส่งต่อวันนี้ (29 ธ.ค. 2568) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายบุญญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขตบางพลัด กทม. พรรคประชาชน ถูกจับกุมข้อหาฟอกเงินคดียาเสพติด ว่า เนื้อหาหลักในรายละเอียด นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคได้แถลงไปแล้วบางส่วน ในส่วนของพรรคประชาชนเอง กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่พอเราตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราเห็นการกระทำความผิดที่ถึงแม้ในทางกฎหมายจะยังเป็นที่สิ้นสุด แต่เราดำเนินการเลยทันที เพราะเรายึดมั่นในหลักที่ว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรฐานความรับผิดชอบต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย คนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบกับประชาชนมากกว่าการรับรับผิดชอบโดยอ้างเรื่องกระบวนการทางกฎหมายยังไม่ถึงสิ้นสิ้นสุดอย่างเดียวเท่านั้น“สิ่งที่คุณพิจารณ์ได้แถลงไปเมื่อเช้านี้ต้องแสดงความเสียใจและขอแสดงความขอโทษต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนอีกครั้ง พวกเราเองทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ พัฒนากระบวนการคัดสรรผู้สมัครดีขึ้นแล้ว เราจะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย” นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า มีหมายจับออกวันที่ 17 ธ.ค. และมีการจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแล้ว แต่หมายจับออกวันที่ 17 ธ.ค. ทำให้ไม่พบประวัติในระบบ…
-
“แบงค์ บุญฤทธิ์” ผู้สมัครสส. กทม.ค่ายส้ม ยืนยันไม่มีเอี่ยวข้อกล่าวหา “ขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
29 ธันวาคม 2568 นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 33 พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ – Boonyarit Raorungrot ออกแถลงการณ์ขอลาออกจากการเป็น สมาชิกพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลสำคัญ 3 ประการเรียน สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกท่านครับข้าพเจ้า นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ในฐานะสมาชิกพรรคประชาชน ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลและความตั้งใจใน 3 เรื่องต่อไปนี้1. เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตามข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น" การลาออกในครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และส่วนรวมของพรรคประชาชน และเพื่อให้ข้าพเจ้าได้ไปพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรมอย่างอิสระและโปร่งใส2. ยืนหยัดเคียงข้างความถูกต้องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้ายึดมั่นในอุดมการณ์ความถูกต้องและผลประโยชน์ของประชาชนมาโดยตลอด แม้ในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค แต่ความตั้งใจที่จะรักษาความยุติธรรมและพิสูจน์ความจริงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง3. ความรับผิดชอบต่อสังคมข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าการพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการที่ตรวจสอบได้ คือแนวทางที่สง่างามที่สุด และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีให้ข้าพเจ้าขอขอบคุณพรรคประชาชนและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกท่านสำหรับโอกาสในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และขอยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ทำเพื่อรักษาบรรทัดฐานความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมครับภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ – Boonyarit Raorungrotอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รู้จัก "บุญฤทธิ์…
-
ไวรัลสนั่น สาวผงะ เจอเหา 30 ตัวบนหัว ต้นตอใกล้ตัวกว่าที่คิด
กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ตรงสุดช็อก หลังพบว่าตัวเอง “เป็นเหา” ทั้งที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมยังเป็นหนักเกินคาด จนแทบตั้งตัวไม่ทัน เจ้าของโพสต์ระบุว่า“เป็นธันวาที่โคตรบัดซบเจอเหา 30 ตัวบนหัว กับไข่อีกนับไม่ถ้วน บีบแตกไปแล้ว 50 ฟอง แต่ยังเหลืออีกเพียบ น่าจะเป็นร้อย” โดยจุดเริ่มต้นมาจากการนั่งทำงานแล้วเผลอเกาหัว ก่อนจะเห็นตัวเหาตกลงมาบนหน้าจอไอแพด ทำเอาอึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว เพราะเหาแพร่พันธุ์เต็มศีรษะ แถมเกาจนหนังศีรษะเป็นแผลเจ้าตัวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดมาตลอดว่าที่คันหัวเป็นเพราะ “เซ็บเดิม” และคิดว่าผู้ใหญ่ไม่น่าจะเป็นเหาได้ อีกทั้งยังเป็นคนสระผมบ่อย สระวันเว้นวันหรือแทบทุกวัน จึงไม่เคยเอะใจ กระทั่งรู้ความจริงก็ผ่านมานานเกือบสองสัปดาห์ ทำให้ไข่เหาฟักเต็มหัวไปแล้วหลังโพสต์เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำจำนวนมาก เจ้าของโพสต์จึงออกมาขอบคุณ พร้อมเผยว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเหาติดง่ายขนาดนี้ และมีวิธีกำจัดได้หลากหลาย โดยยืนยันว่าจะเลือกวิธีที่ปลอดภัยกับหนังศีรษะเป็นอันดับแรก เพราะขณะนี้มีแผลจากการเกาอยู่แล้วอย่างไรก็ตาม ยังมีบางคอมเมนต์ที่เข้าใจผิดว่าเจ้าตัวไม่สระผม ทำให้เธอออกมาโพสต์ชี้แจงด้วยความน้อยใจว่า “สิ่งที่เกลียดที่สุดคือผมมัน” และย้ำว่าตัวเองสระผมบ่อยมาก จนแทบทำงานไม่ได้หากผมมันนอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังตั้งข้อสงสัยถึงต้นเหตุของการติดเหา อาจมาจากการใช้หวีร่วมกันในห้องน้ำของบ้าน ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่และมีเด็ก ๆ อยู่ด้วย โดยยอมรับว่าไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลับมาเป็นเหาอีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ จึงทำให้รู้ตัวช้า และปล่อยให้เหาแพร่พันธุ์จนเต็มศีรษะเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนตระหนักว่า “เหาไม่ได้เกิดเฉพาะในเด็ก” และการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโดยไม่รู้ตัวขอบคุณ Mintaigally Graphics
-
แม่ช็อก! หลังจับได้แม่บ้านรายวัน แอบเทน้ำยา “เดทตอล” ใส่ขวดนมลูก
เตือนภัยเรื่องราวสุดช็อก หลังเพจ “เจ๊ม้อย v+” แชร์เรื่องราวเตือนภัยจากคุณแม่รายหนึ่ง ที่ออกมาเล่าประสบการณ์ หลังตรวจพบว่าแม่บ้านรายวันที่เพิ่งจ้างมาทำงานวันแรก แอบนำน้ำยาฆ่าเชื้อ "เดทตอล" มาเทใส่ขวดนมของลูก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจนตามโพสต์ระบุว่า คุณแม่ได้ว่าจ้างแม่บ้านรายวันจากกลุ่มในเฟซบุ๊ก โดยในช่วงเช้าการทำงานเป็นไปตามปกติ กระทั่งช่วงเที่ยง คุณยายได้พาหลานขึ้นไปนอน และหยิบขวดนมที่เตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงเช้ามาให้เด็กดื่ม ก่อนจะได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแรงผิดปกติ จึงรีบดึงขวดนมออกและแจ้งให้คุณแม่ทราบทันทีคุณแม่ระบุว่า เมื่อดมและตรวจสอบขวดนม พบกลิ่นและรสชาติผิดปกติ และตกใจอย่างมาก ก่อนจะรีบอุ้มลูกที่กำลังหลับอยู่ไปโรงพยาบาลทันที โดยแพทย์ให้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เด็กปลอดภัยแล้วระหว่างนั้น ทางครอบครัวได้สอบถามแม่บ้านรายวันถึงสิ่งที่ทำกับขวดนม โดยแม่บ้านอ้างว่าเพียงนำผ้ามาเช็ด และเมื่อถูกแจ้งว่าพบสารน้ำยาฆ่าเชื้อในขวดนม แม่บ้านรายดังกล่าวอ้างว่าจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไป ก่อนจะหนีออกจากบ้านไปต่อมา คุณแม่ได้ย้อนตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พบภาพแม่บ้านรายวันนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาเทใส่ขวดนมของเด็ก และนำกลับไปวางไว้ที่เดิม โดยจากการตรวจสอบเพิ่มเติม ยังพบพฤติกรรมอื่นที่เข้าข่ายอันตรายอีกหลายจุด ทำให้ครอบครัวตัดสินใจรวบรวมหลักฐานทางโรงพยาบาลได้แนะนำให้ครอบครัวเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน พร้อมส่งขวดนมไปตรวจหาสารพิษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยคุณแม่ย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพง และอยากนำมาเตือนภัยผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการว่าจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาดูแลเด็กภายในบ้าน
-
จีนแจงชัด! ส่งเครื่องบินยักษ์ลงจอด “สนามบินเตโช” กัมพูชาทำไม?
จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์และกลุ่มผู้ติดตามเที่ยวบินให้ความสนใจการปรากฏตัวของเครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ (Cargo) รุ่น Boeing 747-4FTF (400F) ของสายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CAO10903 (ทะเบียน B-2475) โดยเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ได้ลงจอด ณ สนามบินนานาชาติเตโช จังหวัดกันดาล โดยมีรายงานว่าเที่ยวบินดังกล่าวบินตรงมาจากนครเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าสู่พนมเปญ ซึ่งในระหว่างการเดินทางบนระบบ Flightradar24 ไม่มีการระบุปลายทางที่ชัดเจน (No Destination) จนกระทั่งเครื่องลงจอด จนนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตถึงภารกิจในครั้งนี้นั้นล่าสุด รัฐบาลจีนได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการส่งเครื่องบินลำดังกล่าวเข้าสู่กัมพูชา มีวัตถุประสงค์เพื่อ “มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมฉุกเฉิน” ให้แก่รัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชา โดยเน้นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งและการปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้โดยในพิธีส่งมอบดังกล่าว นายหวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำกรุงพนมเปญ ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและบทบาทของจีนในการสนับสนุนสันติภาพและมนุษยธรรมในภูมิภาคนี้"วันนี้ ความช่วยเหลือของจีนล็อตแรกเดินทางมาถึงกัมพูชาแล้ว ซึ่งในนั้นรวมถึงเตนท์ ผ้าห่ม อาหารและสิ่งของอื่นๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้าวของเหล่านี้จะส่งมอบแก่ประชาชนชาวกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทันเวลา ช่วยยกระดับสภาพความเป็นอยู่และก้าวผ่านความยากลำบากในปัจจุบัน"นับตั้งแต่ความขัดแย้งด้านชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยปะทุขึ้น จีนเป็นประเทศแรกที่เสนอมอบความช่วยหลือและมอบความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมที่สุด ในฐานะพันธสัญญาที่มีต่อมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างจีนและกัมพูชา" หวัง…
-
แซ่บ! ฉายาสภาปี 68 ‘รังหนอนสีเทา’ วุฒิสภาคือรังของหนู 3 สว.คว้า‘ดาวดับ’
แซ่บ! ฉายาสภาปี 68 ‘รังหนอนสีเทา’ วุฒิสภาคือรังของหนู 3 สว.คว้า‘ดาวดับ’ฉายาสภาปี 68 ‘รังหนอนสีเทา’ สภาสูงคือ รังของหนู ประธานวุฒิ-หมงล้งบุรีรัมย์ ‘พิสิษฐ์-นันทนา’ คว้าคู่กัดแห่งปี งดให้ ประธานสภา-ผู้นำฝ่ายค้าน-ดาวเด่น หวั่นเอาไปโจมตีช่วงเลือกตั้งวันที่ 29 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้ง“ฉายาสภา” เป็นธรรมเนียมประจำทุกปี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติทั้ง สส.และ สว. ตลอดปี 2568 ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของ สส. และ สว. มาโดยตลอด ดังนี้ฉายาสภาปี 68 : สภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “รังหนอนสีเทา”หากเปรียบสภาเป็นร่างกายที่เป็นตัวแทนของประชาชน ในปีนี้ถูกมองว่ามีการกัดกินผลประโยชน์ภายในร่างกายเราจนเน่าเฟะ สส. หลายคนถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและการทำหน้าที่ที่ไม่ยึดโยงกับประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับมุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เหมือนหนอนที่รุมชอนไชอยู่ภายในซากที่รอวันเสื่อมสลายอีกทั้งที่ผ่านมาเรามักจะเห็นคำว่า “งูเห่า” เกิดขึ้นในสภา แต่ระยะหลัง สส.ที่ถูกมองเป็นงูเห่าไม่กล้าเผยตัว แต่ไปแฝงในพรรคการเมืองต่างๆ เปรียบเหมือนกับ “หนอน” ที่แฝงอยู่ในนั้น เพื่อเอื้อประโยชน์ในเชิงนโยบายหรือโครงการต่างๆ ร่วมกัน เป็นการทำธุรกิจการเมืองแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยแทบไม่มีคำว่าประชาชนอยู่ในสมการแม้แต่นิดเดียวส่วนคำว่า…
-
ด่วน! “พรรคประชาชน” เตรียมแถลงเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.กทม. คาดเอี่ยวฟอกเงินยาเสพติด
29 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน ว่า นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน จะแถลงข่าวด่วนกรณีเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯโดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กของ พรรคประชาชนขณะที่มีรายงานว่ามีการรวบผู้สมัคร สส. เขตบางพลัด พรรคประชาชน เนื่องจาก มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินยาเสพติด+พรรคประชาชน – People's Party +
-
“ฮุน มาเนต” โพสต์ กัมพูชา หยุดยิง ไม่ได้ยอมจำนน แต่ห่วงประชาชน
29 ธ.ค. 2568 "ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า "ถึงพี่น้องวีรบุรุษกองทัพ วีรตำรวจผู้กล้าหาญทุกท่าน และพี่น้องร่วมชาติที่เคารพรักอย่างลึกซึ้ง"ข้าพเจ้าขอส่งสารไปยังพี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ในช่วงเวลาที่มาตุภูมิกัมพูชาอันเป็นที่รักของเรากำลังเผชิญกับโศกนาฏกรรมของสงครามรุกราน หลังจากที่เราได้รับสันติภาพอย่างเต็มรูปแบบในปี 1998 กัมพูชาได้ผ่านพ้นกองเพลิงแห่งสงครามมานับร้อยปี รวมถึงระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งทำให้ประชาชนกัมพูชาทุกคนตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของ "สันติภาพ" และในสถานการณ์นี้ เราไม่มีความปรารถนาอื่นใด นอกเหนือจากความสงบสุขและการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองในแง่นี้ กัมพูชาให้คุณค่าสูงสุดต่อ "สันติภาพและการพัฒนา" และกัมพูชาสนับสนุนและยึดมั่นในการปฏิบัติตามระเบียบภูมิภาคและโลกโดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา และข้อตกลงต่างๆ ที่กัมพูชาได้รับรอง โดยเฉพาะธรรมนูญสหประชาชาติและธรรมนูญอาเซียน เพื่อมุ่งหวังการอยู่ร่วมกันโดยสันติกับทุกประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาค และในระดับสากลด้วยจิตวิญญาณนี้ ราชรัฐบาลกัมพูชายึดมั่นในจุดยืนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และยังคงพยายามเจรจาในทุกรูปแบบเพื่อยุติการเผชิญหน้าด้วยอาวุธ และกลับไปแก้ไขปัญหาพรมแดนตามกลไกทางเทคนิคและกรอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ หลังจากความพยายามเจรจาด้วยความอดทนสูงสุด กัมพูชาและไทยได้ตกลงที่จะปฏิบัติพยากรณ์ "หยุดยิงทันที ณ ที่ตั้ง" (Ceasefire in place) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2025 เป็นต้นไปการเลือกใช้วิธีการหยุดยิงนี้ ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชายอมจำนน หรือยอมแลกบูรณภาพแห่งดินแดนเพื่อสันติภาพ และยิ่งไม่ได้หมายความว่ากัมพูชา หมดความสามารถหรือทอดทิ้งสิทธิในการป้องกันตนเอง…