Category: ทั่วไป

  • “กัน จอมพลัง” พ้อ ทำอะไรก็ดราม่า ปมถืออาร์มทหารเขมร ถามทำไมทำไม่ได้ ลั่นใครปากดีก็แค่ฟ้อง

    “กัน จอมพลัง” ไลฟ์สดเดือด ฟาดกลับดราม่าโพสต์ภาพถือ “อาร์มทหารกัมพูชา” ถามกลับนักสิทธิฯ หายไปไหนตอนทหารไทยโดนกระทำเพจเฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+ โพสต์คลิปวิดีโอไลฟ์สดของ กัน จอมพลัง หลังจากที่มีชาวเน็ตอยากให้พูดถึงกรณีที่ กัน จอมพลัง ได้มีการโพสต์ภาพลงในเพจขณะถืออาร์มทหารกัมพูชา โดยเขาได้กล่าวว่า“ทำไมหรอครับ เป็นอะไรหรอครับ ทำไมอะ ก็ลงแล้วจะทำไมอะ ผมพูดคำนี้ลงแล้วจะทำไม ผมเนี่ยนะทำ…อะไรก็ดราม่าหมดแหละ ผมไม่สนหรอกครับ ผมอยู่กับทหารตรงนี้ ผมอยู่กับตำรวจตรงนี้ ผมอยู่กับคนที่นี่ ผมรู้ดีครับว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นบ้างวันที่เขมรเอารูปร่างของทหารไทยเอาไปลงเยาะเย้ยกันเต็มเขมร พวกคุณอยู่ไหน พวกคุณออกมาเรียกร้องความเป็นคนไหม? นักสิทธิฯ หรือว่าอะไร เรียกร้องแต่คนไทย อยากได้สันติภาพจากคนไทย แต่ทำไมไม่เรียกร้องจากเขมรบ้าง วันนี้ทหารขาหลุดไปข้างหนึ่งแล้ว ทำไมไม่บอกเขมรบ้างอยากได้ความเป็นคนเหรอ เป็นคนแต่กับใคร เป็นคนแต่กับคนเขมรหรือเปล่า กับคนไทยล่ะ ผมเนี่ย… มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ กับ FC แล้วก็ตัวผม ออกเงิน 16 ล้านนะครับ สนับสนุนเอาเงินรวมกัน 16 ล้าน ไปช่วยทหารที่เขาจากไปรอบที่แล้ว พวกคุณที่บอกว่าดราม่า อยากได้ความเป็นมนุษย์ มนุษย์กับใคร มนุษย์กับเขมรอย่างเดียวเหรอโอ๊ย…

  • กู้ร่างได้แล้ว! เร่งนำร่างนักท่องเที่ยวสาวตกเหว ‘ดอยจอวาเล’ ดับ ส่งชันสูตร

    เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาวชาวสุราษฎร์ธานี ขึ้นจากเหว ดอยจอวาเล ตาก ลึก 200 เมตร ได้สำเร็จ เร่งลำเลียงร่างออกจากป่าทุรกันดาร ส่งชันสูตรละเอียดกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือนำศพ น.ส.สโรชา วิจิตรปัญญา อายุ 22 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี นักท่องเที่ยวพลัดตกเหวลึก 200 เมตร ต่อหน้าแฟนหนุ่ม บริเวณจุดท่องเที่ยวธรรมชาติ ดอยจอวาเล แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่ ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นสลดดอยจอวาเล!ทัวริสต์สาวพลัดตกเหว 200 เมตรดับ กู้ภัยเร่งเดินเท้า 7 ชม. กู้ร่างวิบาก ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้แล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. อยู่ระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ…

  • “อนุทิน” จะงานเข้า!? ปากไวจาก “ไทยก็รุกล้ำเขมร” ถึง “ยังติดเงินพี่น้อง 2,400”!! ** “ลุงป้อม” ถอนตัว ทำพลังประชารัฐ แตกรัง!!

    ข่าวปนคน คนปนข่าว++ "อนุทิน" จะงานเข้า!? ปากไวจาก “ไทยก็รุกล้ำเขมร” ถึง “ยังติดเงินพี่น้อง 2,400”!!มีคำเตือนเก่าแก่ที่ยังใช้ได้เสมอ ว่า “ก่อนพูด…เราเป็นนายคำพูด แต่หลังพูดไปแล้ว…คำพูดเป็นนายเรา”ดูเหมือนว่า "อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยจำประโยคนี้ จึงพูดจาไม่ระวัง หรือ "ปากไว" หรือ “ปากเปราะ” แล้วแต่จะเรียกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา กำลังอ่อนไหว "อนุทิน" เคยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า…“ไทยก็รุกล้ำเขมรเหมือนกัน”แม้ “อนุทิน” จะออกมาอ้างภายหลังว่า ตั้งใจสะท้อนข้อเท็จจริงเชิงเทคนิค หรือพูดในมุมถ่วงดุลแต่ทางการเมือง และความรู้สึกสาธารณะ คำพูดนี้ถูกตีความทันทีว่า เป็นการลดทอนความชอบธรรมของฝั่งไทย ในจังหวะที่ทหารหาญ กำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติเสียงวิจารณ์จึงถาโถม ตั้งแต่ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ไปจนถึง ไม่ควรออกจากปากนักการเมืองระดับชาติ และอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี่คือจุดที่ภาพจำ “ปากไว ปากแจ๋ว” ของ "เสี่ยหนู"และแล้ว…เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา บนเวทีเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง"อนุทิน" ก็พูดประโยคที่ทำให้การเมืองสะดุดหูอีกครั้ง“ผมยังติดเงินพี่น้องอยู่ 2,400 บาท ขอให้ผมและพรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสกลับมาใช้หนี้พวกท่านเถอะครับ”เงิน…

  • ด่วน! “กาน เวลไฟร์” มือยิงบนทางด่วน คอตกเข้าคุก ไร้เงาญาติประกัน

    26 ธ.ค. 2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น ได้นำตัวนายสงกรานต์ พานภู่ หรือ "กาน เวลไฟร์" อายุ 37 ปี ผู้ต้องหายิงผู้อื่นเสียชีวิตบนทางด่วน มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกคำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เกรียงไกร บุตรมาลา กับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสงกรานต์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7494/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2568 ขณะหลบหนีไปกบดานที่เกาะช้าง จ.ตราด ได้พร้อมของกลาง อาวุธปืนสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก ราคา 55,000 บาท แม็กกาซีนบรรจุกระสุน จำนวน 1 อัน ราคา 3,000 บาท และเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 40…

  • หนุ่มกัมพูชา ถูกไฟคลอกร่าง 80% นั่งรถจากหัวหินมาหาเมียที่พัทยา ให้พาส่ง รพ.

    ภาพไฮไลต์หนุ่มกัมพูชา ถูกไฟคลอกร่างกว่า 80% หลังลงไปซ่อมแบตเตอรี่ในเรือยอร์ชที่หัวหิน ก่อนอดทนนั่งรถมาหาเมียที่พัทยา จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมารับตัวส่งโรงพยาบาลรักษาเมื่อเวลาประมาณ 13.40 น. วันที่ 25 ธ.ค. 68 ศูนย์วิทยุฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล เมืองพัทยา (กู้ภัยทางทะเล) ได้รับแจ้งจากลูกเรือตังเก ชื่อเรือ “ออร่า” ว่ามีแรงงานชาวกัมพูชาถูกไฟคลอกได้รับบาดเจ็บ โดยเรือลำดังกล่าวจอดทอดสมออยู่บริเวณกลางอ่าวพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยทีมกู้ชีพหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ไปตรวจสอบเมื่อไปถึงเรือตังเกลำดังกล่าว พบคนเจ็บ ทราบชื่อ นายลี อายุ 46 ปี ชาวกัมพูชา สภาพถูกไฟคลอกเข้าที่บริเวณใบหน้า และแขนขาทั้ง 2 ข้าง จนผิวหนังไหม้เกรียมกว่า 80% ทีมกู้ภัยต้องรีบปฐมพยาบาล แล้วนำตัวพากลับขึ้นฝั่งบริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาสอบถามภรรยาของผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า เมื่อวานนี้ สามีชาวกัมพูชาได้นำเรือยอร์ชไปส่งให้ลูกค้าที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนกระทั่งช่วงสายวันนี้ สามีได้นั่งรถทัวร์โดยสารกลับมาหาตนเองที่เรือ โดยเรือจอดทอดสมออยู่บริเวณกลางอ่าวพัทยา จ.ชลบุรี ตอนแรกที่เห็นสภาพสามี ยอมรับว่าตกใจมาก โดยสามีบอกว่าระหว่างที่ลงไปซ่อมแบตเตอรี่ใต้ท้องเรือยอร์ชของลูกค้า จู่ๆ…

  • คุกอ่วม! ศาลสั่งจำคุก ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เพิ่ม 1,210 ปี คดีฉ้อโกงประชาชน

    ศาลอาญาพิพากษาคดีที่ 2 ชี้ผิดจริง 242 กระทง หลอกร่วมลงทุน คืนคุณแผ่นดิน สั่งปรับบริษัท-พวกนับล้าน พร้อมชดใช้เหยื่อ 267 ราย ย้อนรอยคดีเก่าเคยโดนไปแล้วพันกว่าปีวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จำเลยคนสำคัญ ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากพฤติการณ์ชักชวนประชาชนร่วมลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่จำเลยในคดีนี้มีรวม 6 ราย ประกอบด้วย นิติบุคคลอย่าง บริษัท เหนือโลก จำกัด, บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบุคคลธรรมดา ซึ่งรวมถึงนายประสิทธิ์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจและอดีตประธานโครงการคืนคุณแผ่นดินศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-3 (กลุ่มบริษัทและนายประสิทธิ์) กระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันศาลลงโทษนายประสิทธิ์ รวม 242 กระทง กระทงละ 5 ปี สิริรวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 1,210 ปี…

  • เปิดสาเหตุ หลวงพ่อเจริญ เกจิดังอีสาน อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง มรณภาพ

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เพจงานประชาสัมพันธ์วัดโนนสว่าง หนองวัวซอ ออกประกาศวัดโนนสว่าง เรื่องอาการอาพาธของพระพิพัฒน์วชิราคม วิ. (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต) ฉบับที่ 4 แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาอาการอาพาธจนถึงการละสังขารวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เพจงานประชาสัมพันธ์วัดโนนสว่าง หนองวัวซอ ออกประกาศวัดโนนสว่าง เรื่องอาการอาพาธของพระพิพัฒน์วชิราคม วิ. (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต) ฉบับที่ 4 แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาอาการอาพาธจนถึงการละสังขารประกาศระบุว่า ก่อนหน้านี้ พระเดชพระคุณ พระพิพัฒน์วชิราคม วิ. (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต) ได้เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยสงฆ์ 10 โรงพยาบาลอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีอาการไข้หวัดร่วมกับภาวะน้ำท่วมปอด (congestive heart failure) โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากคณะแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง และคณะอุปัฏฐากจากวัดโนนสว่างอย่างต่อเนื่องต่อมาได้มีการย้ายพระเดชพระคุณฯ เข้ารับการรักษาที่หออภิบาลผู้ป่วยหนักสงฆ์ 9 และในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 พบว่ามีอาการหัวใจเต้นช้าผิดปกติและไม่รู้สึกตัว คณะแพทย์ได้ทำการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่ามีภาวะสมองขาดเลือดจากหลอดเลือดสมองอุดตัน…

  • เปิดนาทีบึ้ม! โดรนที่ “กัน จอมพลัง” สนับสนุนกองทัพ ถล่มฐานสแกมเมอร์ยับ

    not found

  • ลูกค้าผวา ร้านอาหารญี่ปุ่น ห้างดังกลางกรุง เจอหนูยักษ์ เดินไต่ท่อข้ามศีรษะไปมา

    ลูกค้าผวา ร้านอาหารญี่ปุ่น ห้างดังกลางกรุง เจอหนูยักษ์ เดินไต่ท่อข้ามศีรษะไปมา เผย พนักงานหน้าร้านก็เห็นภาพเดียวกัน แต่ทุกคนกลับนิ่งเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติวันที่ 26 ธ.ค.2568 มีเรื่องราวจากสมาชิกกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค รายหนึ่ง ออกมาเล่าประสบการณ์ชวกขนลุกหลังไปใช้บริการร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างชื่อดังใจกลางกรุง แต่กลับต้องเจอหนูตัวใหญ่เดินไต่ท่อผ่านไปมาอยู่เหนือศรีษะโดยผู้โพสต์ระบุว่า แชร์ประสบการณ์การใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่น ที่สาขาห้างชื่อดังครับ!! 6 ธ.ค. ที่ผ่านมาไปทานกับเพื่อนๆ ตกใจมากที่เห็นหนูตัวใหญ่เดินอยู่บนท่อเหนือหัวหลายครั้ง ซึ่งจุดที่พีคคือพนักงานหน้าร้านก็เห็นภาพเดียวกันแต่ทุกคนกลับนิ่งเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครเข้ามาจัดการ หรือแม้แต่จะเดินมาขอโทษลูกค้าเลยสักคำที่ผมกังวลมากเพราะนี่คือร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูของสดและของดิบจำนวนมาก ซึ่งเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย ควรจะเป็นหัวใจสำคัญ ที่ต้องดูแลให้เข้มงวดกว่าปกติหลายเท่า พอเกิดเรื่องผมก็พยายามช่วยแจ้งผ่าน DM ของเพจ และโทรหาสำนักงานใหญ่เพราะอยากให้ทางแบรนด์รับทราบและแก้ไข แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนส่งข้อความไปหาอากาศ ไร้การตอบกลับใดๆที่ผมออกมาโพสต์เพราะอยากให้ทางร้านปรับปรุงจริงๆ ผมไม่ได้ต้องการเงินคืน หรือไม่ได้อยากได้ของกำนัลอะไรมาชดเชยทั้งนั้น ผมแค่เป็นลูกค้าคนหนึ่งที่ยังอยากกลับไปใช้บริการร้านนี้ต่อ แต่ผมอยากกลับไปทานด้วยความมั่นใจจริงๆ ว่าร้านจะสะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว เพราะสำหรับร้านอาหารระดับนี้ มาตรฐานสุขอนามัยและการใส่ใจความรู้สึกลูกค้าควรจะชัดเจนกว่านี้ครับข่าวที่คล้ายกันวุ่นยกลำ! พบ “หนูยักษ์” บนเครื่องบิน ทำไฟลต์ล่ม ผู้โดยสารกว่า 250 คนติดแหง็กอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกค้าผวา ร้านอาหารญี่ปุ่น ห้างดังกลางกรุง เจอหนูยักษ์ เดินไต่ท่อข้ามศีรษะไปมาติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่-…

  • ดราม่าพิจิตร รร.สั่งพักการเรียน อนุบาล 1 หลังแม่โพสต์แฉ ลูกโดนครูหยิก

    เพจดัง Red Skull แฉกรณีโรงเรียนในพิจิตร สั่งพักการเรียนเด็ก 3 ขวบ เหตุผู้ปกครองโพสต์สตอรี่เรียกร้องความยุติธรรมปมครูทำร้ายร่างกาย ชาวเน็ตเสียงแตกทำเกินกว่าเหตุหรือหวังดีให้เด็กพักใจประเด็นร้อนในโลกออนไลน์วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) บัญชีผู้ใช้งาน X (ทวิตเตอร์) ชื่อดัง Red Skull (@RedSkullxxx) ได้เปิดเผยเรื่องราวร้องเรียนจากผู้ปกครองท่านหนึ่งในจังหวัดพิจิตร กรณีโรงเรียนสั่งพักการเรียนบุตรชายซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 เพียงเพราะแม่โพสต์เรื่องราวลงโซเชียลมีเดียเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกRed Skull ระบุรายละเอียดว่า เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 รายนี้ ถูกทางโรงเรียนสั่งพักการเรียน สาเหตุสืบเนื่องมาจาก “ครูหยิกเด็ก” ทำให้แม่ของเด็กไม่พอใจและนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในสตอรี่เพื่อระบายความอัดอั้นและเรียกร้องความยุติธรรม โดยที่ในโพสต์ดังกล่าวนั้น แม่ไม่ได้ระบุชื่อโรงเรียนแต่อย่างใดรายงานข่าวยังเปิดเผยภาพถ่ายของเด็กชายวัยประมาณ 3-4 ขวบ ยืนอยู่บริเวณหน้าสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าผู้ปกครองพาไปลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความดำเนินคดี โดยผู้เป็นแม่ได้เขียนข้อความบรรยายความในใจลงในภาพดังกล่าวว่า“ที่โรงเรียนใจร้ายกับหนูมากเลยนะลูกแม่ ตัวแค่นี้หนูเจอคนใจร้ายตั้งแต่เด็กอายุเพียง 3-4 ขวบ ไม่ต้องห่วงแม่จะปกป้องหนูเอง”ภาพจาก : @RedSkullxxxนอกจากนี้ ยังมีหลักฐานเป็นภาพจากเฟซบุ๊กที่ระบุข้อความสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “เด็กอนุบาล 1 ถูกพักการเรียน” ซึ่งกลายเป็นชนวนเหตุให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของโรงเรียนจำนวนมากหลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์ต่างแสดงความคิดเห็นแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง โดยกลุ่มแรกพยายามมองในแง่ดีว่า การสั่งพักการเรียนอาจเป็นเจตนาดีของโรงเรียน…