Category: ทั่วไป

  • อพยพด่วน! อรัญญประเทศประกาศแล้ว ให้ประชาชนอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย

    วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองอรัญญประเทศและพื้นที่ใกล้เคียง ให้เร่งอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่ทางราชการจัดเตรียมไว้วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองอรัญญประเทศและพื้นที่ใกล้เคียง ให้เร่งอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เทศบาลฯ ขอความร่วมมือประชาชนเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหากประชาชนรายใดไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางมาขึ้นรถรับ-ส่งได้ที่อาคารกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปขอให้ประชาชนติดตามและรับฟังข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หรือจากหน่วยงานทางราชการเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวสารที่คลาดเคลื่อนอ่านข่าวเพิ่มเติมปอยเปตตึงเครียดไม่หยุด! เจอโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันทั่วเมือง ด่วน! ยังเดือดไม่หยุด แนวรบสระแก้วปะทุ ทหารกัมพูชายิง BM-21 ใส่พื้นที่พลเรือนอรัญประเทศ แม่จ่าเริงตื้นตัน คนแห่รับร่างลูกชายอย่างสมเกียรติ เผยคลิปสุดท้ายทำน้ำตาซึม

  • กองทัพเรือ เปิดเบื้องหลัง กัมพูชารื้อเขื่อนกันคลื่น ยัน ไม่ได้ข่มขู่

    21 ธ.ค. 2568 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ขอชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชน กรณีมีการอ้างว่ากองทัพเรือได้ยื่นข้อเสนอให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการรื้อถอนเขื่อนกันคลื่นในพื้นที่ชายแดนทางทะเลบริเวณหลักเขตที่ 73 นั้นสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ขอเรียนชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กองทัพเรือ มิได้มีการ " ข่มขู่ หรือเจรจา อย่างใด" แต่ในระยะเวลาก่อนหน้าที่จะเกิดการปะทะตามแนวชายแดน ทร.ได้มีการเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการรื้อถอนเขื่อนกันคลื่นดังกล่าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากองทัพเรือได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และแสดงความกังวลต่อการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นในพื้นที่ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งได้มีการยื่นหนังสือแสดงความห่วงกังวล ขอให้มีการระงับการดำเนินการและพิจารณาผลกระทบในประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนทั้งนี้ เนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล การแสดงความกังวลดังกล่าว กองทัพเรือได้ดำเนินการผ่าน กลไกความร่วมมือด้านชายแดนที่มีอยู่ตามกรอบทวิภาคี โดยเฉพาะคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) มาโดยตลอด ซึ่งฝ่ายกัมพูชารับทราบถึงท่าทีและความห่วงกังวลของฝ่ายไทยในเรื่องนี้เป็นอย่างดีสำหรับกรณีที่มีรายงานว่า เอกชนเจ้าของเขื่อนกันคลื่นได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวด้วยตนเอง นั้น กองทัพเรือเห็นว่า เป็นความประสงค์และการตัดสินใจของเอกชนฝ่ายกัมพูชาเอง ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นความกังวลที่ฝ่ายไทยได้แสดงมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว มิได้เกิดจากคำสั่ง การข่มขู่ หรือข้อเรียกร้องใด ๆ จากกองทัพเรือและคาดว่าภายหลังจากที่ฝ่ายไทยได้ เข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ที่ถูกล่วงล้ำตามแนวชายแดนทางบกและทางทะเลจนสามารถควบคุมสถานการณ์และดำเนินการได้เรียบร้อย ส่งผลให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปด้วยความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการแก้ไขประเด็นค้างคาในพื้นที่ด้วยแนวทางที่เหมาะสมและสันติกองทัพเรือ…

  • เปิด 6 ธนาคารดัง ประกาศแจ้งเตือนลูกค้าทุกคน

    เปิด 6 ธนาคารดัง ประกาศแจ้งเตือนลูกค้าทุกคนจากกรณี แจ้งปิดธนาคารช่วงปีใหม่ Robinson Lifestyle Kanchanaburi ได้โพสต์ถึงลูกค้าทุกคนแจ้งเตือนวันหยุดธนาคารดัง โดยระบุว่า สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ โรบินสันไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี โปรดวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้าปิดทำการวันที่ 31 ธ.ค. 68 -1 ม.ค. 69(ธนาคารกรุงไทย, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงศรี และ ทหารไทยธนชาติ)ทั้งนี้ ลูกค้ายังสามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทาง ATM, Mobile Banking และ Line Official Account ได้ตามปกติเรียบเรียงโดย mumkhao

  • ขุดประวัติสาวไทยในเขมร เจ้าของคลิปด่าคนไทย เส้นทางชีวิตจากหนี้สินสู่ดราม่าข้ามแดน (ชมคลิป)

    เพจดัง เปิดประวัติ สาวสระบุรีที่รู้จักกันในชื่อ “มาเฟีย” หรือชื่อจริง “น้องแป้ง” เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา จากปัญหาหนี้สินรุมเร้า อดีตแฟนต้องช่วยเคลียร์หนี้ สู่การหนี้ไปกัมพูชา ก่อนกลายเป็นกระแสอีกครั้งจากคลิปพูดพาดพิงคนไทย ซึ่งเจ้าตัวยืนยันไม่ได้ตั้งใจและได้ลบคลิปแล้ววันนี้ (21 ธ.ค.) เพจ “เจ๊ม้อย v+" ได้พาไปรู้จักหญิงสาวปากแจ๋วที่ทำให้กระแสในโลกออนไลน์ยังคงจับตาเรื่องราวของ “มาเฟีย” หรือ “แป้ง” สาวไทยจากจังหวัดสระบุรี หลังมีคลิปดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จากการทำคลิปด่าคนไทย โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ในอดีตแป้งเคยคบหากับอดีตแฟนซึ่งเป็นทอม และประสบปัญหาหนี้สินรายวัน ทำให้อดีตแฟนต้องช่วยตามจ่ายและเคลียร์หนี้อยู่เป็นระยะ ขณะเดียวกัน แป้งทำงานเป็น MC ผับในประเทศกัมพูชา ก่อนจะผันตัวมาเปิดร้านตัดผมต่อมา ความสัมพันธ์เกิดรอยร้าวจนเลิกรากัน หลังจากนั้นไม่นาน แป้งได้มีคนรักใหม่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นทอมลูกครึ่งไทย–เขมร ชื่อ “คิม” ซึ่งมีฐานะและทำธุรกิจในพื้นที่ โดยมีเครือข่ายช่วยหาห้องเช่าและแบ่งรายได้จากการปล่อยเช่า รวมถึงมีร้านขายน้ำในท้องถิ่นสำหรับประเด็นสุขภาพจิต แหล่งข่าวระบุว่า แป้งเคยเผชิญภาวะซึมเศร้า ทำให้อารมณ์แปรปรวนและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคนรอบข้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระทบต่อความสัมพันธ์ในอดีตส่วนกรณีคลิปที่พูดพาดพิงคนไทยนั้น ล่าสุดคลิปดังกล่าวถูกลบออกและตั้งค่าเป็นส่วนตัวแล้ว โดยน้องแป้งออกมาขอโทษผ่านคนใกล้ชิด ระบุว่าเป็นคนพูดตรง ปากไว และไม่ได้ตั้งใจให้เกิดความไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่าหากต้องเดินทางกลับประเทศไทยก็ไม่ได้กังวล เนื่องจากการทำงานที่ผ่านมาเป็นไปอย่างถูกกฎหมายคลิกชมคลิปวีดีโอwebsite : mgronline.comfacebook…

  • เพจดังเฉลย “ตัดขายอวัยวะคนไทย” ส่งขายจีน ทำได้จริงไหม ?

    เพจDrama-Addict สยบลือมั่ว ตัดขายอวัยวะคนไทยส่งขายจีน ในไทยมีข่าวมาตลอดแต่ไม่มากเท่าฝั่งเขมรและพม่า ตอบชัดเรื่องจริงหรือแต่ง พร้อมย้ำตามหลักแพทย์ไม่ใช่ว่าจับใครมาปลูกถ่ายกันได้ง่ายวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Drama-Addict“ ให้ข้อมูลสยบข่าวลือหลังในกลุ่มเฟซบุ๊ก @The Wild Chronicles Group สมาคมผู้สนใจประวัติศาสตร์ สงคราม ข่าวต่างประเทศ ได้มีคนตั้งคำถามถึงกระแสข่วาลือว่า การตัดอวัยวะส่งไปจีน ในไทยมีข่าวมาตลอด แต่ไม่มากเท่าฝั่งเขมรและพม่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะบางคนก็เข้ามาระบุว่า ไม่เคยได้ยินข่าวมาก่อนด้วยอีกตัวอย่างที่มีคนเข้าไปไล่อ่านข้อมูลที่อ้างถึงนั้น ก็ระบุอีกมุมว่า “จากโพสต์ต้นฉบับได้ไล่อ่านเม้น เค้าบอกว่าไม่ได้เอาไปปลูกถ่าย แต่เอาไปกิน ในจีนมีคนกินอะไรแบบนี้อยู่เยอะ จริงเท็จไม่รู้ แค่เล่าให้ฟังจากที่อ่านมา”ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฝั่งของเพจดราม่าแอดดิคจึงสรุปให้สั้นๆ ว่า “เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องแต่ง” เพราะตามหลักการแพทย์การจะปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่ใช่ว่าจะจับใครมาปลูกถ่ายกันได้ง่ายง่ายต้องมีการตรวจสอบก่อนว่าเนื้อเยื่อมีความเข้ากันได้หรือไม่เพราะถ้าเนื้อเยื่อไม่เข้ากันก็จะ ทำให้ร่างกายของคนได้รับการปลูกถ่ายปฏิเสธอวัยวะ และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาซึ่งอันตรายถึงตายได้และเวลาเอาอวัยวะออกมาจากร่างกายก็มีเวลาจำกัดในการส่งไปยังปลายทางเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะ“ดังนั้นไอ้เรื่องเล่าที่ว่าอยู่อยู่ไปกินเหล้าเมาตื่นมาเจอควักไตออกไป จึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ จากเงื่อนไขเรื่องการเข้ากันของเนื้อเยื่อและเวลาในการขนส่งอวัยวะตามที่อธิบายไปเป็นเรื่องเล่าประเภทตำนานเมืองนั่นเอง”ภาพ @The Wild Chronicles Group สมาคมผู้สนใจประวัติศาสตร์ สงคราม ข่าวต่างประเทศอ่านข่าวเพิ่มเติมที่น่าสนใจระทึกศรีราชา จ.ชลบุรี ท่อระบายน้ำระเบิดหน้าห้างดัง ช่างเชื่อมร่างกระเด็น ดับ 1 เจ็บ 1ดับสยอง…

  • พงศ์พรหม ฝากถึง พรรณิการ์ ผมตำหนิคนอื่นบ่อยกว่าคุณมาก! โตแล้ว อย่าตกใจเก่ง

    พงศ์พรหม โต้กลับ! พรรณิการ์ ยัน ตนไม่ใช่ฝั่งอนุรักษ์นิยม ไม่ขวา ไม่ซ้าย ใช้แต่สมอง ที่ต้องการให้ประเทศปฏิรูปผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า5555 นานๆผมจะมาวกวิจารณ์นักการเมืองจริงๆจังๆซักทีกลายเป็นคุณช่อให้ความสนใจขอแก้ตัว 1 เรื่อง คือผมไม่ใช่ฝั่งอนุรักษ์นิยมครับโลกไม่ได้แคบ ด้วยการมีคนเพียง 2 ฝั่ง แบบที่พวกคุณเข้าใจผมแค่เป็นตัวแทนของคนไทยที่เบื่อการที่พวกคุณ กับขวาจัด กัดกันยังกับหมาฝ่ายนึงก็ด่าจัง จนหลายครั้งก็กระทบกระเทือนเบื้องสูงฝ่ายนึง ก็เกาะเจ้าแดก จนประเทศเสื่อมถอยฝั่งผมคือฝั่งพัฒนาประเทศด้วยสมอง ด้วยความสร้างสรรค์ จะเรียกพวกผมว่าอะไรก็แล้วแต่ผมนิยมคุณไอซ์ รัชชนก คุณโรม และแชร์สิ่งดีๆที่ 2 คนนี้ทำเสมอมายาวนาน ทุกคนเห็นกันอยู่ผมนิยมคคนอย่างคุณอานันท์ ปันยารชุนผมนิยมอดีตรองนายกสมคิด และ 4 กุมาร สมัยพยายามปฏิรูปประเทศผมด่าฝ่ายอนุรักษ์ และทหารกลุ่มหนึ่งที่หักหลังการปฏิรูปประเทศในปี 62-63 และจำหน้าพวกเขาได้ทุกคนผมนิยมกลุ่มสุดซอย (ปีกนึงใน รทสช.เดิม) ที่รบกับทุนเทาอุตสาหกรรมผมนิยมพี่กรณ์ จาติกวณิช ในความพยายามปฏิรูปประเทศในแนวทางของปัญญาชน ที่แกก็รู้ว่าโอกาสชนะต่ำมาก แต่แกก็สู้สุดใจมาหลายปีผมไม่นิยมสุชาติ ชมกลิ่นผู้กองธรรมนัสอ.นิรมลผมไม่นิยมทหารโกง ตำรวจโกงทหารโหนเจ้า ข้าราชการโหนเจ้าไม่นิยมขวาโกง ขวาเทา ที่หลอกประชาชนว่า…

  • “ปูติน” ยิ้มกริ่ม! ยอมรับ “ผมกำลังมีความรัก” แต่ยังกั๊ก! ไม่ยอมเผยโฉมสตรีผู้โชคดี

    กลายเป็นสีสันที่ทำเอาฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อ "วลาดิเมียร์ ปูติน" ประธานาธิบดีรัสเซีย วัย 73 ปี ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและเก็บงำเรื่องส่วนตัวเป็นความลับสุดยอด ได้หลุดปากเผยความในใจกลางงานแถลงข่าวประจำปี (Annual Q&A) ว่าในขณะนี้หัวใจของเขากำลัง"เป็นสีชมพู"ในช่วงหนึ่งของการตอบคำถามสื่อมวลชน เรจินา โอเรโควา ผู้ประกาศสาวจากสื่อรัสเซียได้ยิงคำถามสุดเซอร์ไพรส์ว่า "ท่านเคยบอกว่าเชื่อในรักแรกพบ… แล้วตอนนี้ ท่านกำลังมีความรักอยู่หรือเปล่า?" แทนที่จะบ่ายเบี่ยง ผู้นำรัสเซียกลับยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยก่อนจะตอบสั้นๆ แต่ทำเอาคนทั้งห้องส่งตะลึงว่า "ใช่ครับ" พร้อมสำทับว่านั่นคือคำตอบสำหรับคำถามข้อสุดท้ายพอดี แต่พอนักข่าวพยายามจะเซาะไซ้ว่า "สาวผู้โชคดี" คนนั้นคือใคร ปูตินกลับรูดซิบปากเงียบ และไม่ยอมขยายความใดๆ เพิ่มเติมแม้ปูตินจะหย่าร้างกับอดีตภรรยา "ลุดมิลา" มานานหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยเปิดตัวคนรักใหม่อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ข่าวลือหนาหูในรัสเซียมักจะพุ่งเป้าไปที่ อลินา คาบาเยวา อดีตนักยิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งเชื่อกันว่ามีความสัมพันธ์ลับๆ กับเขามาอย่างยาวนาน รวมถึงข่าวลือล่าสุดเกี่ยวกับสาวสวยคนอื่นๆ ในแวดวงคนใกล้ชิดการที่ผู้นำเผด็จการผู้ทรงอิทธิพลออกมายอมรับเรื่อง "ความรัก" ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกตึงเครียดเช่นนี้ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ให้ดู "ซอฟต์" ลงและดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นในสายตาชาวรัสเซีย แต่งานนี้ความลับที่ว่า "เธอคือใคร?" ก็ยังคงเป็นปริศนาที่คนทั้งโลกอยากรู้ต่อไป!ที่มาอ้างอิง thesun

  • ด่วน! ทหารช่าง นย. เหยียบทุ่นระเบิด บ้านหนองรี เร่งส่ง รพ.

    21 ธันวาคม 2568เวลา 09.14 น. เกิดเหตุทหารช่างนาวิกโยธิน ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจจัดทำที่มั่นเสริมความแข็งแรงในพื้นที่บ้านหนองรี จ.ตราด ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ 1 นายผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมา จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา โดยเหตุเกิดบริเวณชุมชนที่มีบ้านเรือนประมาณ 3 หลัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา เจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไปทั้งนี้ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่ และดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกัมพูชาดัดแปลงทุ่นระเบิดรถถัง TM-57 ให้กลายเป็นอาวุธแสวงเครื่องกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยรายละเอียดการตรวจยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง จากพื้นที่ทางทหารที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายกัมพูชา หลังพบการรุกล้ำเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการทางทหาร และใช้เป็นพื้นที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์จากการตรวจสอบ พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบขึ้นเอง โดยใช้ทุ่นระเบิดต่อสู้รถถังแบบ TM-57 ร่วมกับดินระเบิดคอมโพซิชัน C-4 หรือสารระเบิดแรงสูง เชื้อปะทุไฟฟ้า สายไฟ เศษโลหะ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุ่น TM-57 ถูกนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธแสวงเครื่อง เพื่อใช้เป็นระเบิดบังคับทิศทาง หรืออาจเป็นระบบสั่งระเบิดจากระยะไกลกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากการวิเคราะห์พบข้อสังเกตสำคัญ 3 ประการ ได้แก่1.การใช้อุปกรณ์ทางทหาร มาตรฐาน และนำมาดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง2.มีองค์ประกอบที่บ่งชี้ถึงความตั้งใจให้เกิดแรงระเบิดรุนแรง3.ระบบจุดระเบิดอาจเป็นแบบควบคุมได้ หรือถูกจัดวางเป็นกับดักทั้งนี้…

  • ด่วน ทหารช่างนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดบ้านหนองรี ขาขวาขาด เร่งนำตัวส่ง รพ.

    ภาพไฮไลต์ด่วน จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา ทหารช่างนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดบ้านหนองรี จ.ตราด ขณะเสริมความมั่นคงพื้นที่ เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อเวลา 09.14 น. วันที่ 21 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา ทหารช่างนาวิกโยธิน ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ชนิด PMN-2 ได้รับบาดเจ็บขาขวาขาด ขณะปฏิบัติภารกิจปรับปรุงแนวตั้งรับให้กับทหารราบบริเวณบ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปกเกล้าจันทบุรีอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าการวางทุ่นระเบิด เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน.อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด่วน ทหารช่างนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดบ้านหนองรี ขาขวาขาด เร่งนำตัวส่ง รพ.ข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 – ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ ภารกิจยึด "เนิน 350"วันที่ 13 ของการปะทะ กัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ยิงปืนใหญ่ใส่ไทยเป็นระยะด่วน ทหารช่างนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดบ้านหนองรี ขาขวาขาด เร่งนำตัวส่ง…

  • แฉหนังคนละม้วน เมียเก่า “อ.อดัม” ลั่นแสดง! สร้างปัญหาเอง ขอเลิกเอง ฉะแรงปมนอกใจ

    ดราม่า ดราม่า "อาจารย์อดัม" ไม่จบ หลังเล่ามรสุมชีวิต "อดีตภรรยา" โต้แรง แสดง! ใครกันแน่เป็นฝ่ายขอเลิก ลั่นปมนอกใจกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาอย่างมากในโลกออนไลน์ หลัง อาจารย์อดัม แบรดชอว์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ออกมาโพสต์เล่าช่วงชีวิตที่หายไปเกือบ 1 ปี โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการยุติชีวิตคู่กับภรรยา เนื่องจากความไม่ลงรอยและการทะเลาะกันอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งสองจะพยายามประคับประคองความสัมพันธ์เพื่อลูก แต่สุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหว ส่งผลให้เขาหมดไฟในการทำงานอาจารย์อดัมยังเผยว่า ช่วงเวลาที่หายไปนั้นได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์กับคุณพ่อ พร้อมหันกลับมาดูแลสุขภาพกายและใจอย่างจริงจัง จนรู้สึกพร้อมกลับมาทำงานและใช้ชีวิตอีกครั้งโพสต์เดียวสะเทือน อดีตภรรยาถูกโยงดราม่าความรักหลังโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มีชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์อดัมกับ ใบเตย อดีตภรรยา โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายหญิงมีคนรักใหม่ จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่าเธอมูฟออนไว ขณะเดียวกันยังมีการแชร์ข้อความจากสตอรี่ของฝ่ายหญิง ที่สื่อถึงการนอกใจและการขอเลิกล่วงหน้า ยิ่งทำให้ดราม่าลุกลามอดีตภรรยาเปิดใจ ใครกันแน่เป็นฝ่ายขอเลิกต่อมา ใบเตยได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่าที่ต้องออกมาพูด เนื่องจากถูกพาดพิงจนเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เธอระบุว่า อาจารย์อดัมเป็นฝ่ายฟ้องหย่า และเธอเป็นฝ่ายที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างหนัก ทั้งในแง่ชีวิต ครอบครัว และภาพลักษณ์ที่ถูกมองในทางลบใบเตยยังเผยว่า มีคอมเมนต์จำนวนไม่น้อยที่กล่าวหาว่าเธอทิ้งอดีตสามีไปหาคนใหม่ หรือมองว่าเธอเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น พร้อมย้ำว่ารายละเอียดลึก ๆ ขอไม่เปิดเผย เพราะไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อไปมากกว่านี้ชี้ชัด มูฟออนเพราะถูกขอให้ไปต่อ ไม่ใช่นอกใจอดีตภรรยาย้ำว่า การเริ่มต้นความรักครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังจากอีกฝ่ายขอแยกทาง…