Category: ทั่วไป
-
“หนุ่มไรเดอร์” ใจหายวาบ! ตำรวจเจอซองขาวปริศนา ตรวจละเอียดถึงรู้ความจริง ฮาทั้งโรงพัก
“หนุ่มไรเดอร์” ใจหายวาบ! ตำรวจเจอซองขาวปริศนา ตรวจละเอียดถึงรู้ความจริง ฮาทั้งโรงพักกลายเป็นเรื่องราวไวรัลเรียกรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก งานจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เผยภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร แต่กลับพบสถานการณ์สุดพีคจนทำเอาไรเดอร์รายหนึ่งถึงกับใจหายวาบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เรียกตรวจพนักงานขับรถส่งอาหารรายหนึ่ง หลังพบว่ากระทำผิดกฎจราจรด้วยการขับรถจักรยานยนต์ย้อนศรอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงให้หยุดรถและขอตรวจค้นตามขั้นตอนปกติระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ต้องชะงัก เมื่อพบซองพลาสติกใสขนาดเล็ก ภายในบรรจุผงสีขาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติดที่พบเห็นกันทั่วไป ส่งผลให้บรรยากาศขณะนั้นตึงเครียดขึ้นทันที และทำให้ไรเดอร์ถึงกับเหงื่อตกอย่างไรก็ตาม หลังตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ความจริงกลับพีคยิ่งกว่า เมื่อพบว่าผงสีขาวในซองดังกล่าวคือ “น้ำตาลทราย” ที่ร้านขนมครกแพ็กใส่ซองมาให้ลูกค้าไว้จิ้มเพิ่มความหวาน ไม่ใช่วัตถุผิดกฎหมายแต่อย่างใดทางเพจงานจราจรฯ ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์พร้อมแคปชันเชิงขำขันเพื่อเตือนทั้งไรเดอร์และร้านค้า ระบุว่า“ฝากถึงแม่ค้าขนมครก ช่วยเปลี่ยนซองใส่น้ำตาลด้วยครับ ไรเดอร์…เกือบได้เปลี่ยนที่นอน”หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนาน ส่วนใหญ่เห็นใจไรเดอร์ที่ต้องเจอสถานการณ์ชวนลุ้นจากความเข้าใจผิด ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ฝากเตือนว่า นอกจากต้องระวังเรื่องบรรจุภัณฑ์แล้ว การไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะการขับรถย้อนศร คือวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการถูกเรียกตรวจตั้งแต่ต้น#ไรเดอร์ #ซองขาวปริศนา #งานจราจร #สภเมืองนครศรีธรรมราช #ข่าวไวรัล #เรื่องพีค #โซเชียลฮา #ขับขี่ย้อนศร
-
ตำรวจยัน “บิ๊กโจ๊ก” หมดสิทธิกลับ ตร.แม้ศาลพิพากษาเป็นคุณ
8 มกราคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่วันพรุ่งนี้ (9 มกราคม) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบ.ตร. เป็นผู้ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบรองโฆษก ตร. กล่าวว่า ไม่ใช่การเร่งเกมของ ตร.แข่งกับเวลาที่ศาลปกครองจะตัดสินอดีตรอง ผบ.ตร. เพราะคดีสินบนทองคำนี้ ไม่ใช่คดีที่ตำรวจสืบสวนทราบข้อมูลเอง แต่เริ่มจากที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็คือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศสมัย อีกทั้งมีกระแสโซเชียลโหมกระแสว่า อดีตรอง ผบ.ตร. จะได้กลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง จึงสร้างความสับสนต่อประชาชนพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงอยากชี้แจงว่า กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทาง ตร. มีการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง…
-
“อ.ปานเทพ” ขอพูดตรง ๆ เรื่อง บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ และ ทนายตั้ม แล้ว
"อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุถึงกรณี เรื่องราวในวงการตำรวจ ที่กำลังถูกติดตามล่าสุด โดยได้ระบุใจความว่าแม้บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ และทนายตั้ม จะเคยทำบุญที่วัดเดียวกันกับหลวงพ่อพบโชค (พระไพศาลประชาทร วิ.) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงรายมากเพียงใดก็ตามแต่โชคและบุญใดๆก็มิอาจหนีพ้นได้กับผลของกฎแห่งกรรมคือ กรรมดีและชั่วที่เคยได้กระทำกันมา
-
ลือสนั่น บิ๊กโจ๊กแผ่นหนีเมืองนอก ทนาย แจงอยู่ไหน ทิ้งบอมบ์พรุ่งนี้มี “เรื่องใหญ่” รอเซอร์ไพรส์
สยบข่าวลือบินหนี ทนายยัน “บิ๊กโจ๊ก” ปักหลักกรุงเทพฯ สภาพจิตใจฟิตปั๋ง ทิ้งบอมบ์พรุ่งนี้มี “เรื่องใหญ่” รอเซอร์ไพรส์จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือสะพัดในโลกออนไลน์ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา อ้างว่า บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น ล่าสุด นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง พร้อมยืนยันว่าลูกความยังคงพำนักและใช้ชีวิตตามปกติในกรุงเทพมหานครนายสัญญาภัชระ ชี้แจงว่า ข่าวลือเรื่องการหลบหนีไม่เป็นความจริง ตนได้พบปะและหารือข้อกฎหมายกับ บิ๊กโจ๊ก ทุกวัน ยิ่งกว่าเจอครอบครัวตนเองเสียอีก เนื่องจากมีเอกสารสำคัญทางคดีที่เจ้าตัวต้องลงนามด้วยตนเอง โดยเฉพาะหนังสือมอบอำนาจ ล่าสุดเมื่อวานนี้เพิ่งมีการเซ็นเอกสารเพื่อนำไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)“เมื่อคืนช่วง 4-5 ทุ่ม ผมยังคุยโทรศัพท์กับท่านอยู่เลย และวันนี้ก็นัดเจอเพื่อคุยงานกันช่วงสาย ยืนยันว่าท่านยังอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้หนีไปไหน หากจะหนีคงหนีไปนานแล้ว” นายสัญญาภัชระ กล่าวทนายความเปิดเผยถึงสภาพจิตใจของ “บิ๊กโจ๊ก” ว่ายังคงปกติดี แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ยังคงออกกำลังกายได้ พูดคุยด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่มีความเครียดหรือกังวลอย่างที่ถูกกระแสข่าวโจมตีส่วนสาเหตุที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เลือกที่จะเงียบและไม่ให้สัมภาษณ์ในช่วงนี้ เนื่องจากต้องการให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องการให้ข่าวพาดพิงโต้ตอบไปมา ซึ่งอาจเข้าข่ายการชี้นำสังคมหรือก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอพิสูจน์ความจริงตามขั้นตอนของกฎหมายสำหรับประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีนัดพิจารณาเรื่องการคืนตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ในวันพรุ่งนี้ (9…
-
ธนาธร ขอสื่อรับผิดชอบด่วน! ไม่เคยพูดจะไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย-ภูมิใจไทย
ธนาธร ยัน เป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียง ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งรัฐบาล หลังมีข่าวประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับ 2 พรรคใหญ่ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ข่าวว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยนั้นล่าสุด นายธนาธร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าผมขอชี้แจงว่า ผมไม่ได้กล่าวอย่างที่มีสื่อบางสำนักรายงานครับการตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ผมทำหน้าที่ผู้ช่วยหาเสียง เพื่อสนับสนุนให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งมากที่สุด และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกสำนักข่าวที่ลงไป แสดงความรับผิดชอบโดยด่วน#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
กกต.แจงบัตรประชามติ ย้ำกากบาทได้เพียงช่องเดียว เร่งสื่อสารลดสับสน
เลขาธิการ กกต.รับเอกสารประชามติอาจทำประชาชนสับสน ย้ำต้องกากบาทเพียงเครื่องหมายเดียว พร้อมชี้การรณรงค์ทำได้แต่ห้ามชี้นำหรือหลอกลวงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารข้อมูลประชามติที่จัดส่งถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะภาพตัวอย่างบัตรออกเสียงที่ระบุเพียงว่าให้ทำเครื่องหมายเดียว ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าใช้เครื่องหมายใดในการลงคะแนนเลขาธิการ กกต. ยอมรับว่าอาจมีความตกหล่นในรายละเอียด จึงจำเป็นต้องเร่งประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมให้ชัดเจนว่า การออกเสียงประชามติต้องทำเครื่องหมายกากบาทได้เพียงช่องเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันบัตรเสียและลดความสับสนของประชาชนสำหรับการประชาสัมพันธ์เรื่องประชามติ นายแสวง ระบุว่า พรรคการเมืองสามารถดำเนินการได้ เนื่องจากวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งทั่วไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ กกต.กังวลมากที่สุด คือสาระสำคัญของการ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ประชาชนต้องทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน แตกต่างจากการเลือกตั้ง สส.ที่ขึ้นอยู่กับความนิยมในตัวบุคคลในส่วนของเอกสารประชามติ กกต.ได้จัดส่งให้เจ้าบ้านครบถ้วนแล้ว รวมทั้งสิ้น 31 หน้า โดยเนื้อหาเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีส่งมาโดยไม่มีการแก้ไข มีการนำเสนอข้อดี ข้อเสีย และองค์ประกอบครบถ้วนตามกฎหมาย 5 ประเด็น ตามมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติเลขาธิการ กกต. ย้ำว่า บทบาทของ กกต.มีเพียงการจัดพิมพ์และเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น ขณะที่ในวันเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถชี้นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ มีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างเรียบร้อยส่วนกรณีผู้สมัคร สส.ออกมาแนะนำวิธีการใช้สิทธิประชามติ จะถือเป็นการชี้นำหรือไม่นั้น นายแสวง อธิบายว่า กระบวนการประชามติแบ่งเป็น 3 ส่วน…
-
โอละพ่อ รู้แล้วสาเหตุ สาวหนีออกจากบ้าน 20 วัน สามียอมสารภาพ
จากกรณีสะเทือนใจ พ่อป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายร่ำไห้ออกสื่อ ตามหาลูกสาวหายตัวปริศนานานกว่า 20 วัน หลังเรียกแท็กซี่หน้าหมู่บ้านย่านบางบัวทอง ล่าสุดพบตัวแล้ว เจ้าตัวโทรหาพ่อสารภาพหนีไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะน้อยใจสามีทำร้ายร่างกาย และเคลียร์ปัญหารักสามเส้าไม่จบ ด้านสามีเองยอมรับสารภาพเช่นกันโอละพ่อ รู้แล้วสาเหตุ สาวหนีออกจากบ้าน 20 วัน สามียอมสารภาพโอละพ่อ รู้แล้วสาเหตุ สาวหนีออกจากบ้าน 20 วัน สามียอมสารภาพเมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 8 ม.ค. 69 ที่บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พานายสมบัติ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี พ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และนายเอก (นามสมมติ) อายุ 44 ปี สามีของ “น้องเกศ” ลูกสาวที่หายตัวไป เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความคืบหน้า หลังจากน้องเกศติดต่อกลับมาเมื่อคืนที่ผ่านมาโอละพ่อ รู้แล้วสาเหตุ สาวหนีออกจากบ้าน 20 วัน สามียอมสารภาพลำดับเหตุการณ์สำคัญ17 ธ.ค.…
-
โฉมหน้า “เจ้าพ่อสแกมเมอร์” หลังถูกจับในกัมพูชาส่งกลับจีน
เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อมีรายงานว่า ทางการกัมพูชาได้ดำเนินการจับกุมเฉินจื้อ (Chen Zhi) มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรธุรกิจ Prince Group พร้อมชาวจีนอีก 2 ราย เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา หลังการสืบสวนร่วมกันระหว่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฉ้อโกงออนไลน์ขนาดใหญ่ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกแถลงการณ์จากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ เฉินจื้อ, สวีจีเหลียง และเส้าจีหุ่ย ได้ถูกส่งตัวให้ทางการจีนแล้ว ภายใต้ความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำร้องขอจากหน่วยงานในกรุงปักกิ่ง อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยยืนยันเพียงว่า สัญชาติกัมพูชาของเฉินจื้อถูกเพิกถอนตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคงของจีนยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเฉินจื้อ เป็นมหาเศรษฐีผู้ลึกลับเชื้อสายจีน-กัมพูชา วัย 38 ปี รายงานระบุว่า เขาสละสัญชาติจีนและขอสัญชาติกัมพูชาในปี 2557 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มธุรกิจ Prince Group ซึ่งก่อนหน้านี้ถูก สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรคว่ำบาตร จากข้อกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ขนาดใหญ่ และมีการใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์เพื่อฉ้อโกงเหยื่อทั่วโลกนอกจากนี้ เฉินจื้อยังเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และอดีตผู้นำฮุน เซน รวมถึงได้รับบรรดาศักดิ์ “เนียก อ็อกญา” (Neak…
-
เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
8 มกราคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา แสดงความคิดเห็นกรณีการประกาศสถาปนาเอกราชของ “สาธารณรัฐกอทูเล” (Republic of Kawthoolei) ของชนชาติกะเหรี่ยง โดย พล.อ.เนดา โบเมียะ ลูกชายนายพลโบเมียะ เมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ถือเป็นหมวดหมู่ใหม่ที่ซับซ้อนในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองเมียนมา แม้ในทางทฤษฎีจะเป็นการสานต่ออุดมการณ์ 8 ทศวรรษของชาวกะเหรี่ยง แต่ในทางปฏิบัติกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในเชิงความชอบธรรมและเสถียรภาพชายแดนความเห็นโดยส่วนตัว ประเมินว่า “การประกาศเอกราชครั้งนี้คือการ “ชิงพื้นที่สื่อและพื้นที่ทางการเมือง” มากกว่าการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายในระยะสั้นอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไทยต้องทำคือการปรับนโยบายต่างประเทศให้ยืดหยุ่น โดยไม่เพียงแต่ดีลกับรัฐบาลกลาง แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างอำนาจของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายตามแนวชายแดนด้วย”อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ผลกระทบ และความท้าทาย มีประเด็นสำคัญดังนี้:1. วิเคราะห์ความเป็นไปได้: ‘รัฐในจินตนาการ’ กับ ‘ความจริงเชิงอำนาจ’การประกาศครั้งนี้มีลักษณะเป็น “เล็กซ่อนใหญ่” “อนุรัฐภายใต้จินตภาพแบบมหารัฐ” (Sub-State under Greater State Imagination) ขยายความว่า “ในทางความเป็นจริง พื้นที่ที่ประกาศเอกราชมีขนาดเล็ก…
-
ดราม่าช่างภาพวัดอรุณฯ บานปลาย วัดออกแถลงการณ์ ยืนยันเร่งจัดระเบียบจริงจัง
วัดอรุณราชวรารามออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีดราม่าช่างภาพ “เจ้าถิ่น” ไล่นักท่องเที่ยวออกจากเฟรมถ่ายภาพ หลังเกิดกระแสวิพากษ์ในโลกออนไลน์ ย้ำพร้อมปรับมาตรการจัดระเบียบพื้นที่ ร่วมตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทยจากกรณี ปอนด์ กฤษดา ผู้บริหารค่าย Be On Cloud และนักแสดง อาโป ณัฐวิญญ์ (Apo Nattawin) ที่เจอ ช่างภาพ "เจ้าถิ่น" ไล่ให้นักท่องเที่ยวอื่นออกจากเฟรมเพื่อถ่ายรูปให้ลูกค้าตัวเอง ทำให้เกิดดราม่าทางวัดอรุณฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบเรื่องแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดระเบียบปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังอย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 7 ม.ค. “วัดอรุณราชวราราม” ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงประเด็นดังกล่าว“แถลงการณ์วัดอรุณราชวราราม”วัดอรุณราชวราราม ในฐานะศาสนสถานสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน วัดตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวและจัดระเบียบการบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับบริบททางสังคมและการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปจากกรณีที่เกิดปรากฏการณ์ทางสังคมเกี่ยวกับการให้บริการถ่ายภาพภายในบริเวณวัด ทางวัดขออภัยในความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอขอบคุณผู้ที่ได้นำประเด็นดังกล่าวมาเผยแพร่ ซึ่งช่วยสะท้อนข้อคิดเห็นและนำไปสู่การทบทวนแนวทางการดูแลจัดการพื้นที่ของทางวัดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันวัดมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณวันละ 10,000 คน มีช่างภาพที่คอยบริการถ่ายภาพภายในบริเวณวัดที่มีสังกัดจากร้านชุดไทย จะต้องผ่านการฝึกอบรมด้านมารยาทและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมตามกฎระเบียบของวัด จึงจะอนุญาตให้ถ่ายภาพภายในบริเวณวัดได้เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของวัดอรุณราชวราราม และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยโดยรวม ทางวัดร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ และตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ช่างภาพ เจ้าหน้าที่ของวัดอรุณราชวราราม ถึงนโยบายการดำเนินงานของทางวัด เพื่อสร้างความเข้าใจอันดี ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความร่วมมือในการดูแลวัดให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม“Statement from Wat…