Category: ทั่วไป
-
เข้าตา!! บิ๊กต่าย มีคำสั่ง! แต่งตั้งพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ
ผบ.ตร. แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มเติม โดยให้ "พล.ต.ท.ไตรรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ" เป็น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งนี้ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม การแต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ฯ เป็น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น เป็นการเสริมทีมโฆษก ที่มี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
เปิดงบสร้าง “สนามกีฬา” เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เฉลยเหตุผล ทำลู่วิ่งหักศอก
นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุพัฒน์ สันติปิยกุล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์, นายอรรถพล พร้อมมูล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ และทีมผู้บริหาร พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ "สนามกีฬาของเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์" เพื่อชี้แจงประเด็น "ลู่วิ่งโค้งหักศอก" หลังเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เจ้าของพื้นที่เซ็นรับมอบได้อย่างไรนายเดชอิศม์ กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เคยมาปิดงานกีฬาฟุตบอลของเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ ขณะนั้นยังไม่มีสนามของเทศบาลฯ ต้องใช้พื้นที่เอกชนในการจัดการแข่งขัน และการซ่อมแซมปรับปรุงทำได้ยาก เพราะเจ้าของอาจจะเรียกคืนพื้นที่ได้ทุกเมื่อ ด้วยเหตุนี้ นายกเทศมนตรีคนเก่า จึงได้หารือเรื่องการหาพื้นที่และงบประมาณมาสร้างสนามกีฬาเป็นของตนเองเมื่อได้รับงบประมาณมาแล้ว ได้มีการปรึกษาหารือกันว่าจะเน้นที่สนามฟุตบอลก่อน เนื่องจาก "จะทำลู่วิ่งให้ได้มาตรฐานไม่ได้แน่เพราะพื้นที่จำกัด" จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาทำเป็นลู่เดินออกกำลังกายแทน "ไม่ใช่ลู่เพื่อการแข่งขันกรีฑา" เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า "มีพื้นที่จำกัดเราสร้างไปตามพื้นที่" ลู่วิ่งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้เพื่อให้เดินได้สะดวกเท่านั้นเองสำหรับเรื่องการส่งมอบพื้นที่นั้น นายเดชอิศม์ ชี้แจงว่าตอนนี้ยังไม่มีการส่งมอบ แต่เมื่อมีการส่งมอบ ซึ่งเป็นช่วงที่นายกเทศมนตรีคนใหม่เข้ามาบริหาร ก็สามารถพิจารณาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้โค้งได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถจัดการแข่งขันกรีฑาที่เป็นสากลได้ พร้อมย้ำว่า นี่คือของแถม ส่วนสนามฟุตบอลนั้น มาตรฐานสากลสามารถแข่งขันนานาชาติได้เลยด้าน นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ กล่าวเสริมถึงการแก้ไขลู่วิ่งลักษณะโค้งหักศอกว่า เมื่อเราได้รับการส่งมอบจาก อบจ.…
-
ดราม่า ‘เปลี่ยนคำนำหน้านาม’ กระทบวงการแพทย์ หวั่นกระทบเคสฉุกเฉิน
จากกรณีที่พรรคประชาชน มีนโยบายให้สิทธิ "คำนำหน้านามตามความสมัครใจ" ที่ให้สิทธิสาวประเภทสองสามารถเลือกคำนำหน้าได้ รวมถึงทุกคนสามารถเลือกคำนำหน้าได้ให้ตรงตามอัตลักษณ์ของตนเอง ปรากฎว่า เกิดกระแสเป็นห่วงจากฝั่งทางการแพทย์ ที่อาจมีผลต่อการรักษาพยาบาล หรือก่อให้เกิดความสับสนทั้งทางการแพทย์ โดยเฉพาะเหตุฉุกเฉินวิกฤตนั้นต่อมาเพจเฟซบุ๊ก Remrin ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้โพสต์ถึงประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่าทางการแพทย์ มีโอกาสทำให้เกิดความผิดพลาดสูง โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่เราจะยืนยันเพศจากการดูบัตรประชาชนก่อน เพราะโรคที่ฉุกเฉินของผู้ชายและผู้หญิงต่างกัน เช่น ชายข้ามเพศปวดท้องหนัก ก่อนจะหมดสติมา ซึ่งสาเหตุจริง ๆ มาจาก ซีสต์ที่รังไข่ขนาดมหึมาแตก หรือบางคนรังไข่บิดขั้วมา บางคนตั้งครรภ์นอกมดลูกแล้วแตกขึ้นมา(มีนะถึงข้ามเพศแต่ท้องก็มี) ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหมอเข้าใจผิดว่าเป็นชายแท้มองข้ามโรคพวกนี้ไป แล้วแผนกศัลยกรรมรับเป็นเจ้าภาพเปิดท้องมา ก็ผิดแผนก ต้องเปลี่ยนเป็นหมอนรีเวชมาทำต่องี้มีผลหมดครับ โอเคเราอาจจะทำระบบยืนยันเพศกำเนิดในระบบได้ แต่เวลาวิกฤตมันสถานการณ์คนละเรื่องครับส่วนกรณีอื่น ๆ การทำหัตถการบ้างอย่าง การคำนวณยา อันนั้นก็คิดตามเพศกำเนิดด้วยนะครับ นี่แค่ด้านสาธารณสุขนะครับ ในวงการอื่น ๆ ก็มีแล้วที่เม้นว่าต่างประเทศไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ คำตอบ คือ มีประเด็นคืออยากให้ฟังเสียงคนอื่นบ้าง ไม่ว่าจะแสดงความเห็นในด้านที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อันนี้หมอก็เสนอแนะกันหลายคนแล้ว ว่ามีประโยชน์ไม่คุ้มเสีย ลองนำความเห็นเก็บไปทบทวนแล้วไปปรับปรุงหรือหาวิธีแก้ก่อนก็ได้ อย่ากระโจนไปเถียง ไปประชดทุกเม้นที่ค้านแบบนี้ มันดูไม่ดี และไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่มีวุฒิภาวะนะครับ ยิ่งประเด็นเรื่องสาธารณสุขนี่หลายเรื่องแล้ว ที่นโยบายออกมาแล้วดูยังไงก็ไม่รู้อันนี้อยากให้ใจเย็น ๆ แล้วรับฟังเสียงประชาชนก่อน…
-
ภรรยาหลวงทวงคืน! นัดเจอกระทรวงศึกษาธิการ ลั่น ‘กลัวบี๋หาย’
ภรรยาหลวงไม่ทน! สามีทหารยศสิบเอกปล่อยนอนตกเลือดอยู่ รพ. ขณะท้องแก่ แล้วแอบไปนัวกับครูสาว เผยจะทวงทุกอย่างก่อนคลอด อยากให้จบเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกจากกรณีภรรยาหลวงจับได้ว่าสามีที่เป็นทหารยศสิบเอก แอบคบหากับครูสาวรายหนึ่ง ในขณะที่ตนตั้งครรภ์ 8 เดือน พร้อมกับเลี้ยงลูกน้อยวัยไม่ถึง 2 ขวบ ทั้งนี้ ภรรยาหลวงเดินหน้าร้องต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยและแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาหลวง ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า "กลัวบี๋หาย กระทรวงศึกษาธิการ พรุ่งนี้ 08/01/2569 กี่โมงดีคะ กลัวสอบสวนวินัย ลงโทษช้า เพราะถึงเวลาที่แม่จะทวงทุกอย่างก่อนคลอด อยากให้จบเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกในท้อง เมื่อตอนลืมตามาดูโลกจะได้ไร้ซึ่งมลทินและมารใดๆ จบคือจบ!!"อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ และสื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า "ทีมภรรยาหลวง" บ้างก็ตั้งคำถามว่า "ตัวฝ่ายชายโดนอะไรบ้าง" บ้างก็บอกว่า "ทำให้เห็นเลยค่ะ ว่ากระดาษแผ่นนี้ (ทะเบียนสมรส) มันเป็นอย่างไร"ขอบคุณข้อมูล : ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง
-
กระบะพุ่งเข้าโรงเรียน ทะลุห้องเรียนอนุบาล นักเรียนแตกตื่น ครูพาหลบมุมห้อง เด็กเจ็บ1
ระทึกกระบะพุ่งเข้าโรงเรียน ชนอาคารเรียนทะลุห้องเรียนอนุบาล ครูและนักเรียนกำลังพักทำกิจกรรม มีเด็กบาดเจ็บ 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนสาเหตุเวลาประมาณ 12.15 น. วันที่ 7 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จังหวัดลำปาง รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ขับพุ่งเข้าไปในโรงเรียน และพุ่งทะลุอาคารห้องเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่โรงเรียน ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้ง ทางร้อยเวร สภ.เขลางค์นคร เจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปาง ร่วมตรวจสอบเมื่อถึงที่เกิดเหตุพบรถกระบะ สีบรอนด์ พุ่งชนรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ ที่จอดข้างอาคารเรียน ห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล2 พังเสียหาย ตัวรถกระบะพุ่งทะลุตัวอาคารเรียนจนติดคาอยู่กับกำแพง สภาพภายในห้องเรียนโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียน ได้รับบาดเจ็บหัวบวมโน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นส่วนคนขับกระบะ เป็นชายอายุระหว่าง 40-50 ปี รอให้การกับร้อยเวรสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ที่รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน ยังให้การสับสนด้านเพื่อนผู้ที่ก่อเหตุ ที่นั่งรถมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บมีแผลบริเวณจมูก ให้การว่า ผู้ก่อเหตุคนขับรถกระบะมาชักชวนตนที่บ้านไปกินข้าวกลางวัน กินขนมจีน และกำลังจะกลับบ้าน ซึ่งจุดดังกล่าว…
-
“แผ่นดินไหว” 7 ม.ค. 69 อุตุฯ เตือน “ไทยใกล้จุดไหว” สถานการณ์โลกเขย่าแรง
"กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวประเทศไทย" วันนี้ได้ออกมาเปิดข้อมูลที่เก็บบันทึกการเกิดเหตุแผ่นดินไหววันนี้ ให้ทราบกันของ วันที่ 7 มกราคม 2569 ไหวใกล้ประเทศไทยรายงานเพิ่มเติม แต่เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 พบไทยใกล้จุดศูนย์กลาง ภาคเหนือ "กรมอุตุนิยมวิทยา กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว" ประเทศไทยยังชี้เพิ่มเติมขึ้นรหัสแดงขณะที่เมื่อไปดูสถานการณ์แผ่นดินไหว วันสิ้นปี วันที่ 7 มกราาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 0.00 น. – 8.00 น. ว่า ตามเวลาที่รายงานมานั้น เกิดเหตุแผ่นดินหวทั่วโลกเกิดการเขย่ารุนแรงในความสั่นมากถึง 5.3 แมกนิจูด ขึ้นเตือนรหัสแดง พื้นที่ "Off East Coast of Kamchatka"7 ม.ค. 69 เหตุการณ์แผ่นดินไหวภายในประเทศและใกล้เคียงล่าสุด2026-01-07 05:22:00 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 3.7แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ…
-
โห้บี๋! เปิดแชตลับ “ครูบี๋” ภาค 2 ชู้สาวถามผัวทหาร “น่ารักเท่าเมียมึงยัง?”
เพจดังเปิดแชตลับ บทสนทนาสุดสยิวระหว่าง “ผัวทหาร” และ “ชู้รัก” เผยพฤติกรรมฝ่ายหญิงชอบถามเปรียบเทียบเมียหลวง ขณะฝ่ายชายปากเก่งด่าเมียลับหลังว่าเบื่อขี้หน้า แต่พอโดนจับได้สภาพไม่ต่างจากหมามหากาพย์ความรักสามเส้าที่ถูกเรียกว่า ครูบี๋ ภาค 2 กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อเพจ อรรถรส ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดแชตสนทนาที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ โดยระบุว่าความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดชั่วคราว แต่เป็นความจงใจและ ศีลเสมอกัน ของทั้งคู่สรุปพฤติกรรมจากแชต รู้ว่าผิดแต่ยังไปต่อ บทสนทนาบางช่วงที่ทำเมียหลวงใจสลายจากการคัดกรองเนื้อหาในแชทที่ภรรยาหลวงนำมาแฉ สามารถสรุปพฤติกรรมของทั้งสองฝ่ายได้ดังนี้1. ฝ่ายหญิงมักจะตั้งคำถามที่จงใจเอาชนะเมียหลวง เช่น “น่ารักเท่าเมียมึงยัง?” หรือ “รักใครมากกว่ากัน?” เพื่อเช็กเรตติ้งและสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง2. ลับหลังฝ่ายชายมักจะพิมพ์ด่าภรรยาให้ชู้ฟังว่า “เบื่อขี้หน้า” แต่พอถูกภรรยาจับได้จริง กลับสารภาพกับชู้ในภายหลังว่า “โดนกระทืบอย่างหมา”3. ฝ่ายชู้รู้ดีว่าผู้ชายมีครอบครัวแล้ว แม้ฝ่ายชายจะพยายามโกหกหน้าตายว่า “ตอนนี้โสด” ฝ่ายหญิงก็ยังประชดกลับว่า “บอกโสด แล้วคนที่มาหานี่คือแม่มึงเหรอ?” แต่สุดท้ายก็ยังเลือกที่จะคุยต่อ4. มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงต่อกัน เช่น ด่าฝ่ายชายว่า “ไอ้ควาย” แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ยังเดินทางไปหาถึงที่ เพียงเพราะหลงเชื่อคำพูดหวาน ๆ ของฝ่ายชายภาพจาก : FB/อรรถรสนอกจากนี้ ในแชทมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องและสนิทสนมเกินคำว่าเพื่อน เช่นฝ่ายชาย : (ส่งรูปชู้) รูปนี้น่ารักจังชู้รัก…
-
หดหู่ “สาวเวียดนาม” หายตัวปริศนาในกัมพูชา สุดท้ายพบเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เพจDrama-addict รายงานว่า รายงานเหตุสะเทือนขวัญขึ้นกับหญิงสาวเวียดนามรายหนึ่งที่หายตัวไป โดยครอบครัวได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุว่าผู้ต้องหาเป็นชายชาวจีนลักพาตัวหญิงสาวไปและข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว ระบุว่าสาวชาวเวียดนามหายตัวไป ทางครอบครัวไปแจ้งความแล้วบอกตำรวจว่า ผู้ต้องหาเป็นชาวจีนลักพาตัวเธอไปแล้วข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว เป็นเงินประมาณหนึ่งล้านบาท แต่พอไม่ได้เงินคนร้ายก็ทำการทุบตีเหยื่อ จนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาสื่อเขมรลงข่าวว่าคนร้าย ทุบตีเหยื่อภายในคาสิโนแห่งหนึ่งในสีหนุวิลล์ แล้วให้สามล้อมาเอาร่างของเธอไปส่งที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตที่นั่น หลังจากนั้นคนร้ายก็เอามือถือของเหยื่อมาสวมรอยเป็นเหยื่อให้ญาติเข้าใจว่าเหยื่อยังมีชีวิตอยู่ทางครอบครัวของเหยื่อระบุว่า คนร้ายเป็นคนจีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเป็นบุคคลอันตรายมาก ทางครอบครัวฝากถึงใครก็ตามที่ได้รับข้อความจาก Account ของผู้ตายว่า อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เจ้าของ Account ตายไปแล้วคนโพสต์คือคนร้ายต่างหากขอบคุณ Drama-addict
-
10 อันดับโลก ‘ไทย – กรุงเทพฯ’ อยู่ที่เท่าไหร่? ‘เมืองฮอตปี 2026’
ประเทศไทยประกาศศักดาความแรงด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี เมื่อ eDreams ODIGEO แพลตฟอร์มจองการเดินทางชื่อดังจากสเปน เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองท่องเที่ยวที่ถูกค้นหาและถูกกดวางแผนเดินทางมากที่สุดสำหรับปี 2026 ผลปรากฏว่า"กรุงเทพมหานครฯ" ขึ้นแท่นอันดับ 1 แบบไม่ต้องลุ้น แซงเมืองระดับโลกทุกโค้งการครองอันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่สะท้อนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวที่ครบเครื่อง ทั้งวัฒนธรรม อาหาร ชีวิตกลางคืน แหล่งช็อปปิ้ง และความสะดวกในการเดินทาง จนกลายเป็นปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกความร้อนแรงยังไม่จบแค่เมืองหลวง เพราะ"ภูเก็ต" ไข่มุกแห่งอันดามัน ก็ติดอันดับ 6 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ตอกย้ำว่าทะเลไทยยังคงครองใจนักเดินทางสายพักผ่อน ขณะที่เมืองดังในเอเชียอย่าง “บาหลี” จากอินโดนีเซีย ก็ตามมาติดอันดับเช่นกัน ทำให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นโซนที่เนื้อหอมที่สุดในสายตานักท่องเที่ยว10 อันดับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมปี 2026 จากการค้นหาของนักเดินทางทั่วโลกกรุงเทพฯ (ประเทศไทย)โตเกียว (ญี่ปุ่น)ปารีส (ฝรั่งเศส)ลอนดอน (สหราชอาณาจักร)นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)ภูเก็ต (ประเทศไทย)แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี)บาหลี (อินโดนีเซีย)โรม (อิตาลี)มาดริด (สเปน)รายชื่อดังกล่าวไม่เพียงเป็นไอเดียสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนทริปข้ามปี แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่า ปี 2026 ประเทศไทยกำลังจะเผชิญคลื่นนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต คำถามสำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐานและการบริการของไทย พร้อมรับมือกับความนิยมระดับโลกนี้มากแค่ไหนสรุปข่าวคมชัดลึกผลจัดอันดับจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกชี้ชัด “กรุงเทพฯ” คือเมืองท่องเที่ยวอันดับ…
-
สื่อนอกแฉ “ฮุน เซน” เริ่มจนตรอก สุดท้ายอาจต้องหนี
7 มกราคม 2569 CNA เครือข่ายข่าวเอเชียภาษาอังกฤษ ของมีเดียคอร์ป (Mediacorp) เครือข่ายสื่อแห่งชาติของสิงคโปร์ รายงานตามถ้อยแถลงของฝ่ายไทยว่า กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วย "อุบัติเหตุ" ข้ามพรมแดน (cross-border 'accident')รายงานระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 ประเทศไทยกล่าวหาว่า กัมพูชาละเมิดข้อตกลงสงบศึก ที่มีอายุ 10 วัน (violating a 10-day-old truce) โดยการยิงปืนครกข้ามพรมแดน ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กัมพูชาอ้างว่า "กองขยะ" ระเบิด ทำให้ทหารของฝ่ายตนได้รับบาดเจ็บ 2 นายด้านกระทรวงการต่างประเทศไทย ระบุว่า กองกำลังของไทย "ไม่ได้ตอบโต้" แต่เลือกที่จะติดต่อฝ่ายกัมพูชา เพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น และกัมพูชา "อ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ" และกระทรวงฯ ได้เรียกร้องให้กัมพูชา "ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก" และให้ดำเนินการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยด้านสื่อจีน "บิสสิเนสส์ มาเก๊า" (Macau Business) ก็รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า กองทัพกัมพูชาอ้างว่า การยิงข้ามพรมแดนครั้งล่าสุด "เป็นอุบัติเหตุ" หลังกองทัพไทยกล่าวหาว่ากองกำลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีอายุ…