Category: ทั่วไป

  • ชาวบ้านผวา ฝรั่งโชว์กร่างทำร้ายคนในร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง พบเป็นคนเดิมพฤติกรรมเดิม

    ชาวบ้านผวา ฝรั่งโชว์กร่างทำร้ายคนในร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง พบเป็นคนเดิมพฤติกรรมเดิม หนึ่งในผู้เสียหายหอบหลักฐานแจ้งเบาะแส ขอเจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามตัวดำเนินคดีป้องกันเหตุไม่คาดคิดวันที่ 24 ธ.ค.68 นายนิธิพัฒน์ ข้าราชการในหน่วยงานหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ นำหลักฐานเป็นเอกสารการแจ้งความและภาพจากกล้องวงจรปิด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงพฤติกรรมของชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ก่อเหตุคุกคามและทำร้ายตนเองรวมทั้งพนักงานในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยไม่มีสาเหตุ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจกลัว โดยเฉพาะสาวพนักงานของร้านที่ตกใจจนร้องไห้โดยทาง นายนิธิพัฒน์ (ผู้เสียหาย) เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวานนี้ (23 ธ.ค.68) โดยตนเองได้เข้าไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายด้านนอกร้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่รอจ่ายเงินที่หน้าเคาเตอร์ได้มีชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ อายุประมาณ 50 ปี เดินเข้ามาในร้านและจู่ ๆ ก็มาชี้หน้าพูดจาข่มขู่เป็นภาษาอังกฤษใจความประมาณว่า “มาทำอะไรที่ตรงนี้ ถ้าไม่อยากตายให้ออกไปจากตรงนี้” พร้อมกับใช้หลังมือตบที่หน้าอกตัวเขา 3 ครั้ง ทำให้ตนเองตกใจมากและตัดสินใจเดินเลี่ยงออกจากร้านเพราะกลัวว่าฝัร่งคนนี้จะมีอาวุธหลังจากที่ตนเองเดินออกจากร้านได้สังเกตการณ์ดูก็พบว่าฝรั่งคนนี้ยังปรีเข้าไปคว้าไม้ลูกโป่งตีไปที่ลูกค้าผู้ชายอีกคนหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุจนลูกโป่งหลุด เท่านั้นยังไม่พอยังไปสั่งซื้อบุหรี่ 3 ซองจากพนักงานและเข้าไปดึงบุหรี่จากมือของพนักงานจนตัวปลิว สร้างความหวาดกลัวและตื่นตกใจให้กับทุกคนในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ก่อนที่ฝรั่งคนนี้จะจ่ายเงินและออกไปจากร้าน ขี่จักรยานยนต์สีดำออกไปหลังเกิดเหตุนายนิธิพัฒน์พร้อมกับพนักงานสาวและลูกค้าอีกคนหนึ่งที่ถูกข่มขู่คุกคามได้พากันไปแจ้งความที่ สภ.ดอยสะเก็ด ขอให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดี เพราะเห็นว่าไม่ว่าใครก็ตามไม่มีสิทธิมาก่อเหตุทำร้ายและคุกคามคนอื่นได้และยังเพราะสงสารน้องพนักงานที่ถึงกับวิ่งไปร้องไห้ด้วยความกลัวหลังเข้าแจ้งความทำให้ทราบว่าชาวต่างชาติคนนี้มีพฤติกรรมก่อเหตุซ้ำซากแบบนี้ตามร้านสะดวกซื้อหายแห่งในท้องที่ สภ.ดอยสะเก็ด และ สภ.สันกำแพง ที่เป็นพื้นที่ติดต่อกัน…

  • สะเทือนใจ! แทบสิ้นหวัง จรวดตกใส่บ้านไม่เหลือซาก พ้อชีวิต ‘ไม่มีบ้านให้กลับอีกแล้ว’

    หนุ่มเศร้าหนัก เมื่อบ้านโดน BM-21 ถล่มจนพังยับ พร้อมเผยข้อความสุดเศร้า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Tik Anupong" ได้ออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์อพยพจากเหตุการณ์รุนแรง เมื่อบ้านโดน BM-21 ถล่มพังยับ จนไม่สามารถกลับไปอยู่ได้ แต่คุณพ่อและคุณอาปลอดภัย รวมถึงสุนัขทุกตัว โดยสาเหตุที่คุณพ่อไม่อพยพเพราะต้องดูแลคุณอาซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช พิการทางการมองเห็นและการเดิน ต้องใช้ห้องพัก-ห้องน้ำเฉพาะทางที่ศูนย์อพยพไม่มี จึงตัดสินใจอยู่ดูแลกันที่บ้านเพื่อไม่รบกวนผู้อื่นโดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า"อพยพครั้งนี้ไม่มีบ้านให้กลับแล้ว คุณพ่อกับคุณอาปลอดภัยดีครับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยตอนนี้ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วครับ ส่วนน้องหมาไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วครับ 2 ตัว อีก 2 ตัว ก็คือเจ้าแว่นตัวที่วิ่งไปหาระเบิดน้องไม่ยอมไปไหนยังอยู่ที่บ้านพยายามพาออกมาแล้วครับน้องไม่ยอมออกทุกตัวปลอดภัยดีครับ"อย่างไรก็ตาม "สุดท้ายเหตุผลว่าทำไมไม่ยอมอพยพ คือพวกเราอพยพกันออกมาหมดแล้วครับ ทั้งเด็กและคนแก่ แต่พ่อแกไม่ยอม เนื่องด้วยคุณอาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ที่ไม่สามารถเดินเองได้ใช้วิธีคลานเข่าได้เท่านั้น และตามองไม่เห็น ห้องของคุณอาจึงเป็นแบบเฉพาะที่เราทำขึ้นมาให้แกครับ ห้องน้ำก็ต้องเป็นแบบราบเพื่อจะคลานไปนั่งได้เลย ซึ่งศูนย์อพยพไม่มีที่แบบนั้น คุณพ่อเลยเกรงใจผู้อพยพท่านอื่นๆ จึงตัดสินใจจะอยู่ที่บ้านครับ"ขอบคุณข้อมูล : Tik Anupong

  • ศาลกัมพูชาแจ้งปิดสำนวนสอบสวนคดี “วันเฉลิม” ถูกอุ้มหาย หลังไร้ความคืบหน้านานกว่า 5 ปี

    ศาลกัมพูชาส่งหมายแจ้ง 'สิ้นสุดการสอบสวน' คดีอุ้มหาย 'วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์' หลังเงียบหายกว่า 5 ปี ด้านครอบครัวเผย เป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกนับจากยื่นหลักฐานเมื่อปี 63 แต่ยังไร้ร่องรอยชะตากรรมวันนี้ (24 ธ.ค.) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญในคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย โดยระบุว่าศาลแขวงกรุงพนมเปญได้ส่งสัญญาณสิ้นสุดขั้นตอนการสอบสวนแล้วโดยมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม ได้รับแจ้งจากทนายความในกัมพูชาว่า ศาลแขวงกรุงพนมเปญได้ออก “หมายแจ้งการสิ้นสุดการสอบสวน” ในคดีอาญาหมายเลข 4832 โดยมีรายละเอียดดังนี้ผู้พิพากษาไต่สวน (Investigating Judge) ระบุว่าการสอบสวนในข้อหา "การจับกุมและการกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย" และ "การครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย" ได้สิ้นสุดลงแล้ว (เอกสารลงวันที่ 17 ธ.ค. 2568)ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางกฎหมายครั้งแรกจากฝั่งกัมพูชา นับตั้งแต่นางสาวสิตานันท์เดินทางไปให้การและยื่นหลักฐานจำนวน 177 หน้า ต่อศาลเมื่อเดือนธันวาคม 2563เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแม่โขงการ์เดนส์ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา…

  • คำพูดสุดท้าย “หมู่นนท์” ส.อ.กัมปนาท นาทีแลกชีวิต กราบหัวใจฮีโร่

    จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ทหารกล้าไทย พลีชีพเป็นรายที่22 ขอสดุดีทหารกล้าพลีชีพเพื่อชาติ ส.อ.กัมปนาถ ทองแสง หรือหมู่นนท์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 พัน.1 รอ.) พลีชีพอย่างสมศักดิ์ศรี ระหว่างปฏิบัติการสู้รบปกป้องอธิปไตยผืนแผ่นดินไทย ณ กลางสมรภูมิบ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วคำพูดสุดท้าย หมู่นนท์ ส.อ.กัมปนาท นาทีแลกชีวิต กราบหัวใจฮีโร่คำพูดสุดท้าย หมู่นนท์ ส.อ.กัมปนาท นาทีแลกชีวิต กราบหัวใจฮีโร่ต่อมา วันที่ 23 ธันวาคม 2568 SMART Soldiers Strong ARMY ได้โพสต์เล่าวีรกรรมอันห้าวหาญของ ส.อ.กัมปนาท ทองแสง ก่อนพลีชีพในสนามรบ"วีรกรรมอันห้าวหาญในสมรภูมิการสู้รบ ของ ส.อ.กัมปนาท ทองแสง" ณ สมรภูมิบ้านคลองแผง เมื่อเวลา 10.45 น.ส.อ.กัมปนาท ทองแสง ชื่อเล่น นน…

  • ทหารเขมร พกเมียไปรบด้วย นั่งมุดบังเกอร์ หวานฉ่ำกลางสมรภูมิ ไม่กลัวตาย

    ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดน ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมประหลาดของทหารกัมพูชา มีการเผยแพร่ภาพ ะคลิปวิดีโอในพื้นที่การสู้รบที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ได้มีเพียงทหารอาชีพประจำการอยู่ แต่กลับมีการพาพลเรือนหญิง คาดว่าเป็นภรรยา แม่ยาย หรือเครือญาติ เข้าไปอาศัยอยู่ในบังเกอร์ด้วยรายงานระบุว่า แม้ในจุดที่มีร่องรอยควันจากการปะทะและมีการนำกระสอบทรายมาทำเป็นบังเกอร์ป้องกัน แต่กลับพบเห็นผู้หญิงเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตราย ทั้งที่ไม่มีทักษะการสู้รบ ไม่มีเครื่องแบบที่เหมาะสม บางรายสวมใส่เพียงหมวกกันกระสุนเท่านั้น สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นว่าเหตุใดจึงพาบุคคลที่อ่อนแอกว่าและไม่ใช่คู่ขัดแย้งเข้าไปเสี่ยงอันตรายจากคมกระสุนในสมรภูมิจากสมรภูมิสู่คอนเทนต์โซเชียล นอกจากการพาครอบครัวเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงแล้ว พฤติกรรมที่เด่นชัดคือการถ่ายทำ “คอนเทนต์” เพื่อลงสื่อสังคมออนไลน์ ในขณะที่สถานการณ์ยังมีความตึงเครียด ทหารบางนายมีการถ่ายรูปเซลฟี่ มีฉากหลังเป็นผู้หญิงที่นั่งหลบอยู่ในบังเกอร์ หรือการโชว์วัตถุมงคลผ้ายันต์สีส้ม, จนเกิดการตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการกระทำเพื่อสร้างกระแสในโลกออนไลน์มากกว่าการคำนึงถึงความปลอดภัยหรือไม่หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาคือคลิปวิดีโอของทหารนายหนึ่งที่พาภรรยานั่งรถเข้ามายังแนวหน้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย มีการโบกไม้โบกมือทักทายกล้อง ข้อมูลจากเพจ Army Military Force ระบุว่าทหารนายนี้พาภรรยามาอยู่ด้วยกันที่ฐานปฏิบัติการนานถึง 3 เดือน พร้อมทั้งเปิดเผยข่าวดีว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์และเตรียมจะมีลูกด้วยกัน ท่ามกลางคำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องแผ่นดินกัมพูชาอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“หลวงตาสุจ” แจงคลิปเขมรขอสงบศึก ฝีมือคนไทยตัดต่อ หวังให้ถูกไล่พ้นแผ่นดินกัมพูชาเขมร แถลงการณ์ด่วน สั่งปชช. ‘รีพอร์ต-กดโกรธ’ เพจไทย อ้างผลิตเฟกนิวส์ธิอาโก้ คัมแบ็ก โชว์ภาพนักรบถือดาบ เชียร์เขมรสุดฤทธิ์ ชาวเน็ตแซะไปเป็นทหารสิ

  • แม่ร่ำไห้รับศพลูก ถูก “กาน เวลไฟร์” ยิงเสียชีวิต เปิดผลชันสูตร

    แม่ร่ำไห้รับศพลูก ถูก เปิดผลชันสูตร หนุ่มถูก "กาน เวลไฟร์" ยิงเสียชีวิตบนทางพิเศษศรีรัช แม่ร่ำไห้รับร่างลูกชาย ถามมือปืน ทำลูกทำไม ด้าน แฟนสาว เล่านาทีลดกระจกลงก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายกิตตินันทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี และ นางสิมมา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี พ่อและแม่ เดินทางมารับศพ นายอนุวรรตน์ อายุ 34 ปี โดยเดินทางมาพร้อมกับพี่ชายและแฟนสาวของผู้ตาย หลังเจ้าหน้าที่ส่งร่างมาทำการผ่าชันสูตรพลิกศพแล้วเสร็จกรณีถูก นายสงกรานต์ คนขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ กระหน่ำยิงเสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส บริเวณหลังด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช ด่านประชาชื่น ฝั่งขาเข้า แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.กาน เวลไฟร์เปิดผลชันสูตร หนุ่มถูก "กาน…

  • เจ้าของน้ำตาร่วง ลูกหมาสุดรักโดนสะเก็ด BM-21 จากกัมพูชา ชาวเน็ตร่วมไว้อาลัย

    ชาวเน็ตร่วมแสดงความเสียใจ เจ้าของหมาโพสต์ “ตาฟ้า” หมาสุดรักโดนสะเก็ดระเบิด BM-21 จากกัมพูชา เสียชีวิตสืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (23 ธันวาคม) กรณีที่ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ อินทสิทธิ์ ผกก.สภ.โคกสูง ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.โคกสูง ว่า มีกระสุนปืนจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา ตกในพื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยพบว่า มีประชาชนพลเรือนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 คน โดยเป็นข้าราชการตำรวจ 1 ราย และเป็นพลเรือน 5 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย หนึ่งในนั้นขาขาดทั้งสองข้างโดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Puen Rattanawan ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เสียใจ ลูกสาวโดนสะเก็ดbm21 ตาฟ้าของพ่อไปสวรรค์นะลูกละโดนตัวโปรดกูด้วยนะ เลวมากยิงใส่หมู่บ้าน”หลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ไป ก็มีชาวเน็ตจำนานมากเข้ามาให้กำลังใจกับเจ้าของโพสต์ ที่ต้องสูญเสียสุนัขคู่ใจจากเหตุการณ์นี้“เสียใจด้วยครับบ้านผมกันทรลักษ์ก็ยังเข้าไม่ได้เลย”“ฮือ.. สงสารน้องจะร้องไห้ละเนี่ย โชคร้ายจังเลย”“น่าสงสารน้องมากขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”“เสียใจด้วยครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ”“ไปเป็นนางฟ้านะลูก ขอให้ปลอดภัยนะคะพี่ รวมถึงน้องๆเด็กๆทั้งหลายด้วยค่ะ”อ้างอิง : Facebook Puen Rattanawanอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชา…

  • ตรวจพบ ทหารสาวเขมร พกระเบิดบักแตงโมนอนท้าพวกเสียม

    แชร์ว่อน ทหารสาวเขมร พกระเบิดบักแตงโม นอนอ้าซ่า อยู่แนวหน้าท้าพวกเสียม ชาวเน็ตไทยบอกคิดให้ดีเพราะต้องระวังฟิลเตอร์23 ธ.ค. 68 เฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์คลิป ทหารหญิงกัมพูชา พร้อมข้อความว่า พลทหารหญิงกัมพูชาวัย 19 ปี ลงคลิปพร้อมแคปชั่น “ฉันอยู่ที่ฐานแนวหน้า เสียมกล้าบุกโจมตีหรือไม่? ฉันและเหล่าทหารผู้กล้าพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทหารเสียม ฉันมีความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติมาตุภูมิ แม้จะต้องสละชีวิตเพื่อชาติและแผ่นดินก็ตาม”ด้านชาวเน็ตคอมเมนต์จำนวนมาก เช่น ขอยึดเนิน 800 และเนิน 900, รุ่นนี้ถอดฟิวเตอร์ออกนึกว่าผีเฝ้าภูมะเขือ, ไม่ใช่ผัวทั้งค่ายแล้วหรือ, ถอดฟิลเตอร์ก่อนน้องคลิป ทหารหญิงกัมพูชา

  • เพื่อนตกใจรู้ข่าว ยันไม่สนิทกัน ย้อนเล่าเมื่อคืนไปไหนกันมา

    คืบหน้า โตโยต้า เวลไฟร์ (VELLFIRE) สีขาว ทะเบียน 2กผ 7778 กทม. ก่อเหตุรัวดับหนุ่มวัย34ปี บน ทางด่วนศรีรัช เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 23 ธ.ค.68 ต่อมา สืบทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายสงกรานต์ ซึ่งได้หลบหนีไปทางทางพุทธมณฑลสาย 7 แล้วนำรถยนต์คันก่อเหตุไปจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม พร้อมมีการเปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอมเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่จากนั้นเมื่อเวลา 20.45 น. ตำรวจได้ให้รถสไลด์มายกรถโตโยต้าเวลไฟร์ ของ นายสงกรานต์ ผู้ก่อเหตุมาจอดไว้ที่ สน. ประชาชื่น หลังจากไปพบว่าถูกจอดทิ้งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป แต่รถยังล็อคประตูอยู่ จึงไม่สามารถเปิดได้ ต้องประสานให้ช่างกุญแจมาเปิด การสังเกตุภายนอกพบว่า มีการติดป้ายทะเบียนปลอมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เทปกาวสองหน้า เพื่ออำพรางการติดตามของเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายเน เพื่อนของนายสงกรานต์ ที่ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ก็มาหาผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวที่ สน.ประชาชื่น โดยเล่าว่า มีบางสื่อมวลชนนำภาพของตนเองไปนำเสนอว่าอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วย ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าในวันเกิดเหตุนั้นตนเองไม่ได้อยู่ระหว่างเกิดเหตุโดยก่อนเกิดเหตุนั้นนายสงกรานต์ได้มาหารุ่นพี่ของตน โดยตนเองไม่ได้รู้จักกับนายสงกรานต์เป็นการส่วนตัว เพราะไม่ได้เจอกันมา 2 ปีแล้ว และไม่รู้ว่าทำอาชีพอะไร จากนั้นรุ่นพี่ของตนเองก็บอกให้พานายสงกรานต์ไปเที่ยวสถานบันเทิงในย่านบางใหญ่ ตนจึงพานายสงกรานต์ไปเที่ยว…

  • เพจดังขุดประวัติ “กาน แทททู” สายตี้ตัวพ่อ เจ้าของฉายาวัยรุ่นพันล้าน

    คดีสะเทือนขวัญบนทางด่วนยังคงเป็นที่จับตา หลังเกิดเหตุชายขับรถโตโยต้า เวลไฟร์ ใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่กรณีจนเสียชีวิต ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความพยายามของตำรวจในการเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ขณะที่เพื่อนของมือปืนได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำและแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยให้ข้อมูลว่า คืนเกิดเหตุได้ไปดื่มสังสรรค์ร่วมกับผู้ก่อเหตุที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นมือปืนได้ขับรถไปส่งตนถึงบ้านพักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมยอมรับว่าผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา ส่วนตนเองยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในสภาพมึนเมาล่าสุด เพจดัง “ท่านเปา” ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวผู้ต้องสงสัย โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือ “กาน แทททู” หรือที่รู้จักในชื่อ “กาน เวลไฟร์” อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี นักธุรกิจหนุ่มที่มีชื่อเสียงในแวดวงรถยนต์มือสอง และธุรกิจซื้อ–ขายรถ รับจำนองรถ รวมถึงปล่อยสินเชื่อ จนได้รับฉายา “วัยรุ่นพันล้าน”นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพจำนวนมากที่สะท้อนไลฟ์สไตล์หรูหรา ทั้งการเดินทางท่องเที่ยว การใช้ชีวิตในสถานที่ระดับไฮเอนด์ และการสังสรรค์ในแวดวงสังคมขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า “กาน แทททู” เคยมีหมายจับในข้อหาพยายามฆ่า เมื่อปี 2567 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และเป็นที่รู้จักในอีกฉายาว่า “กานสายตี้” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดื่มหนักและปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนเกิดเหตุมีพยานยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งกลับจากการเที่ยวกลางคืนในสภาพมึนเมาอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างถึงที่สุด