Category: ทั่วไป
-
พวงทอง เตือน ใช้แนวทางทหารนำ ไม่มีทางสงบ ชี้ ครั้งนี้กัมพูชาไม่เครื่องบินรบ แต่หลังจากนี้ต้องจัดหาแน่
พวงทอง เตือน การใช้แนวทางการทหารนำการแก้ปัญหา ประเทศจะไม่สงบ อนาคตอันใกล้ประเทศไทยอาจตกอยู่ในความเสี่ยงผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าความคิดที่จะทำลายขีดความสามารถด้านการทหารของกัมพูชาจนไม่มีทางเป็นภัยคุกคามต่อไทยนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยต่อให้ครั้งนี้ กัมพูชายอมหยุดยิงก่อน ต่อให้ครั้งนี้ไทยทำลายคลังอาวุธของกัมพูชาทั้งหมดได้สำเร็จ – ซึ่งดิฉันเชื่อว่ายากจะเกิดขึ้นได้ แต่ต่อให้สมมติว่าทำได้ หลังจากนี้ กัมพูชาก็จะเริ่มสะสมอาวุธอย่างเร่งด่วน โดยวางอยู่บนแนวคิดว่าประเทศไทยคือเป้าหมายของการโจมตีตอบโต้ดิฉันเคยเขียนไว้ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของความขัดแย้งว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ความขัดแย้งกรณีพระวิหารปี 2551-2556 การจัดซื้ออาวุธของกัมพูชาวางอยู่บนแนวคิดว่าไทยคือภัยคุกคามที่สำคัญของเขา อาวุธที่เขาใช้ก็เป็นอาวุธขนาดกลางที่ใช้โจมตีพื้นที่ชายแดนไทยได้ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากอาวุธเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยิงจรวด เครื่องยิงรถถัง แต่เขาคงคาดไม่ถึงว่าความขัดแย้งกับไทยในรอบใหม่นี้ ฝ่ายไทยจะตัดสินใจใช้เครื่องบินรบโจมตีเขาอย่างรวดเร็วครั้งนี้กัมพูชาไม่มีเครื่องบินรบ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ กัมพูชาจะต้องจัดหามาให้ได้ จะซื้อจากจีน รัสเซีย ยุโรปก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะตกอยู่ในความเสี่ยงทางทหารมากยิ่งขึ้น เพื่อนบ้านของเราจะน่ากลัวมากขึ้น กองทัพไทยก็จะต้องเร่งซื้ออาวุธขนาดใหญ่มาเสริมทัพให้ตัวเอง งบประมาณด้านการทหารก็จะต้องเพิ่มขึ้นแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะถดถอยอย่างไรก็ตาม รัฐบาลพลเรือนก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรฉะนั้น การใช้แนวทางการทหารนำการแก้ไขปัญหา จึงไม่มีทางที่จะสร้างความสงบสุข เสถียรภาพให้กับประเทศไทยในระยะยาวได้จริง แนวทางทหารควรมีไว้ป้องปรามเพื่อดึงให้คู่กรณีกลับสู่การเจรจา เพื่อสร้างความเป็นเพื่อนบ้านที่เคารพกัน เกรงใจกันและกัน ต่อให้มีอาวุธก็จะพยายามไม่ใช้ แต่โชคร้ายว่าสงครามครั้งนี้ ผู้นำประเทศของทั้งสองฝ่ายช่างสายตาสั้นเสียเหลือเกินเพิ่มเติม ข้อเสนอของดิฉันคือ ทั้งสองฝ่ายควรยอมรับการกลับไปสู่สถานะเดิม (status quo)…
-
เปิดภาพนาที นาวิกฯ ทัพเรือ ทิ้งไข่ถล่ม BHQ ตุยยกตี้ ทิ้งไข่ใส่ฐานระดับผู้บัญชาการ กลับไปเกิดใหม่เพียบ
เพจดังเปิดภาพนาที นาวิกโยธิน กองทัพเรือ ถล่ม BHQ ทิ้งไข่ใส่ฐานระดับผู้บัญชาการ ตายเรียบพร้อมลูกน้อง พบเป็นหน่วยสั่งการโจมตีไทยเฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (กปช.จต.) ตรวจพบฝ่ายกัมพูชาเพิ่มกำลังทหารบริเวณพื้นที่บ้านหนองรี ใกล้บ้านสามหลัง จังหวัดตราด เป็นทหารหน่วย BHQ ที่เคลื่อนกำลังเข้ามาจำนวนมาก พร้อมรถยนต์ประมาณ 4–5 คัน ซึ่งมีลักษณะเป็นรถยนต์ระดับสูง คาดว่าเป็นที่ตั้งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของหน่วยซึ่งเข้ามาบัญชาการรบในพื้นที่แนวหน้าจากการประเมินว่าเป็นเป้าหมายทางทหารที่เข้าข่ายคุกคามความมั่นคงของประเทศไทย กองทัพเรือจึงประสานกองทัพอากาศใช้กำลังทางอากาศเข้าทำลายเป้าหมาย ก่อนที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ใช้ โดรนทิ้งระเบิด ทำลายเป้าหมายทางทหาร เสียหายทั้งหมด การทำลายเป้าหมายทางทหารในครั้งนี้ เพราะเป็นภัยต่อการคุกคามประเทศไทยทิ้งระเบิดBHQทิ้งระเบิดBHQ2ทิ้งระเบิดBHQ3ทิ้งระเบิดBHQ4ขอบคุณ Army Military Force
-
เพจดัง เผย “จ่าเขมรขี้เมา” ยังอยู่ดี หลังเคยกร่างใส่ทหารไทย เซ็งถูกไทยยึดช่องอานม้า
เปิดชีวิตล่าสุด “จ่าเขมรขี้เมา” ที่เคยกร่างใส่ทหารไทย ยืนยันยังไม่ตาย หลังไทยยึดช่องอานม้าได้ โพสต์ตัดพ้อกองทัพเตรียมลาออกเพจเฟซบุ๊กThai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความของทหารกัมพูชานายหนึ่ง ที่เคยมีประเด็นเมื่องช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ได้ไปโวยวายใส่ทหารไทยที่ช่องอานม้า ก่อนที่ในเวลาต่อมาฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่าทหารรายดังกล่าวมีอาการเมาเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ระบุว่า “ทหารเขมรสุดหล่อที่ช่องอานม้า มีคำถามว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ผมตอบ ณ ที่นี้เลยครับ เขายังไม่ตาย แต่มีอาการเซ็งๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้ทหารเขมรที่อานม้าไก้พ่ายแพ้ต่อทหารไทยแล้วทหารคนนี้ชื่อ แก้ว นิรันดร์ เป็นทหารเขมรประจำที่ช่องอานม้า เขาโด่งดังเนื่องจากเข้ามาขัดขวางคณะ AOT ที่เข้ามาตรวจสภาพพื้นที่หลังจากการหยุดยิงในรอบแรกเขาทำตัวกร่างจนทหารไทยต้องเข้ามาพลักดันออกไป ด้วยความกร่างและถ่อยทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของชาวเขมรในชั่วข้ามคืน แต่เมื่อทหารไทยเอาพฤติกรรมของแก้ว นิรันดร์ ออกสื่อและประท้วงต่อ AOT ปรากฏว่า กองทัพกัมพูชากลัวเสียหน้าจึงป้ายความผิดให้ ทหารคนนี้ว่าเป็นทหารขี้เมา จากฮีโร่กลายเป็นขี้เมาไร้วินัยไปทันทีFB/ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะหลังจากเหตุการณ์นั้นก็มีคนสนับสนุนแก้วบ่อยครั้ง แต่กระแสฮีโร่ของเขาก็เริ่มเงียบไปในหมู่คนเขมร แต่สำหรับคนไทยคงจำคนคนนี้ได้ดี เห็นทางพี่โย TAF ได้มีการโพสต์ในเพจว่า คนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ไหมผมเลยไปตามดูเขาครับ สรุปว่ายังไม่ตายนะครับ อาจจะถอนกำลังหนีจากช่องอานม้าก่อนที่ทหารไทยจะยึดได้ ตอนนี้ก็เห็นเขาบ่นๆ ในเฟส…
-
หลักฐาน ทหารเขมรถูกส่งไปฝึกที่จีน เปลี่ยนชุดได้ แต่เปลี่ยนสำเนียงไม่ได้
วิธีพลางตัวยังไม่ผ่าน หลักฐานมาเป็นคลิป ทหารเขมรถูกส่งไปฝึกที่จีน เปลี่ยนชุดเป็นกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) แต่ดันลืมเปลี่ยนสำเนียงข่าวชายแดนไทย-กัมพูชา เปิด คลิปหลักฐาน ทหารเขมรถูกส่งไปฝึกที่จีน สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา รอบล่าสุด นับว่ามีความตรึงเครียด และดุเดือดถึงขีดสุด แน่นอนว่า ทางกองทัพกัมพูชาเอง ก็ต้องพัฒนากองทัพของตนเองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป้นการซื้อยุทธปกรณ์ใหม่ ร่วมไปถึง ฝึกกำลังพลให้มีความสามารถมากขึ้น ด้วยการส่งไปร่วมฝึกกับประเทศที่เป็นพันธมิตรอย่าง ประเทศจีน เป็นต้น ล่าสุด มีรายงานพบ หารกัมพูชาไปร่วมฝึกที่ประเทศจีนข่าวที่น่าสนใจบักบอยกัมพูชา แซะทหารไทยยึดปราสาทตาควาย ลั่น อย่าพึ่งดีใจ (มีคลิป)ว่อนโซเชียล พบ เขมรเร่งสร้างสะพานชั่วคราว บนเกาะกง หลังโดน F-16 ถล่มคลิปใหม่! “เบียร์ เดอะวอยซ์” คู่มือกีต้าบนโซฟา ชาวเน็ตลั่น! หน้าคุ้น คู่เด็ดกินติมในตำนานเปิดคลิปหลักฐาน ทหารเขมรถูกส่งไปฝึกที่จีนโดย วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์คลิป พร้อมระบุรายละเอียดว่า “เปิดคลิปทหารกัมพูชาถูกส่งไปฝึกยุทธวิธีทางทหารในจีน ถูกสั่งเปลี่ยนเครื่องแบบ-ติดป้ายชื่อภาษาจีนทั้งหมด”…
-
ถกเดือด บ้านติดวัดเหม็นควันศพ กลิ่นคลุ้งจนเวียนหัว เจอไล่ย้ายหนีฮวงจุ้ย ถูกสวนกลับนิ่ม ๆ
สาวร้องอยู่บ้านชุมชนติดวัด เผาศพกลิ่นโชยจนเวียนหัว โซเชียลถกสนั่น ชี้ช่องร้องเรียนหน่วยงาน เจอเมนต์แรง แนะย้ายบ้าน-ฮวงจุ้ยไม่ดี สวนกลับตรง ๆ ‘ย้ายออกง่ายหรอ’ชาวโซเชียลระดมความคิดแก้ไขปัญหา หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งขอคำปรึกษากรณีอาศัยอยู่ในบ้านที่ชุมชนอยู่ติดกับวัด เมื่อเวลามี พิธีฌาปนกิจหรือเผาศพ ตนได้กลิ่นจนเวียนหัวทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้กลิ่นเมื่อพูดคุยกับคนในพื้นที่ให้คำแนะนำว่าสามารถร้องเรียนได้ เพราะทางวัดทำวัดทำปล่องเมรุสั้นหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปไม่ถึงวัน ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นและแนะนำวิธีการแก้ไขมากมาย บางส่วนชี้ว่าควรเข้าไปคุยปรึกษากับทางเจ้าอาวาสวัดก่อน รวมทั้งมีคอมเมนต์ที่เป็นห่วงเรื่องของสุขภาพของคนบริเวณนั้น เผยว่า “อันตรายอยู่นะคะ มลพิษทางอากาศ ระวังเรื่องมะเร็งที่ปอด หาเครื่องกรองอากาศก่อน และ ค่อยดำเนินการเรื่องอื่นต่อ”ขณะเดียวกันความเห็นอีกส่วนแนะว่า“ทำเรื่องแจ้งไปยังหน่วยงานสิ่งแวดล้อม อบต/เขต/เทศบาล ท้องถิ่นที่คุณอยู่ค่ะ เพราะถือว่าเป็นปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมค่ะ” และ “เดี๋ยวเขามีกฎหมายให้สร้างแบบไม่ให้มีมลพิษกับสิ่งแวดล้อมนะ พี่ชายเคยรับสร้างเมรุ ที่ไปทำทุกวัดเขาจะทำแบบที่บอก ยิ่งในกทม วัธาตุทองอย่างนี้เขาเหม็นมั้ยล่ะแถวนั้นน่ะ พี่เราทำมาหลายปีแล้วจนแกไปทำให้ท่านยมแล้วตอนนี้นานเป็นสิบปีจ้า”ชาวเน็ตร้องบ้านติดวัดเหม็นกลิ่นศพนอกจากนี้ยังมีผู้ที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ตรง ระบุว่า“วัดนี้ยังใช้น้ำมันเผาศพ ควรไปแจ้งปัญหากับเจ้าอาวาสหรือทางการ ขอให้ทางวัดเปลี่ยนไปใช้เตาไฟฟ้า ช่วงนี้ลมหนาวมาลมเปลี่ยนทิศ ทำให้ควันเข้าบ้านคุณได้” และ “แถวบ้านเมื่อก่อนใช้น้ำมันเผา มีงานเผาทีเหม็นจนจุกคอทุกวันนี้ยังจำกลิ่นเผาได้จนขึ้นใจ บ้านไหนไม่อยู่ทิศลมพัดผ่านก็โชคดีไป บางคนบอกให้เห็นใจคนตายคนเป็นก็เศร้าพอละ ไอ้คนบ้านใกล้เมรุที่ต้องทนดมกลิ่นทุกครั้งที่มีงานก็ได้แต่ทำใจ”อย่างไรก็ดี มีชาวเน็ตสอบถามว่าระหว่างบ้านหรือวัดที่ตั้งมาก่อนกัน“วัดกับบ้านของคุณอันไหนมาก่อนกัน? ถ้าแนะนำได้อยากให้คุณย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นเถอะค่ะ แค่สภาพฮวงจุ้ยก็ไม่น่าอยู่แล้วค่ะคุณ บ้านติดกับวัดติดกับเมรุเผาร่างแบบนี้ มีแต่พลังงานด้านลบเข้ามาในครอบครัว ในตัวของคุณ ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นเถอะค่ะคุณฮวงจุ้ยไม่ดีเลยค่ะ”ฝั่ง เจ้าของโพสต์ตอบกลับว่า “พูดถึงเรื่องกลิ่นค่ะ ไม่เอาฮวงจุ้ยค่ะ…
-
เกมพลิก! นานาชาติส่งสัญญาณ เปิดไฟเขียว ให้ไทยจัดการกับเขมร
เดชา นฤนารท เผย สัญญาณไฟเขียวจัดการเขมร UNSC บอกเขมรโจมตีไทยก่อน ฑูตทหารนานาชาติ ก็มีมติว่า เขมรวาง ทุ่นระเบิดผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เดชา นฤนารท โพสต์ข้อความระบุว่าเอายัง เมื่อมัน โอละพ่อกันแล้วล่าสุด UNSC ตอกหน้าเขมร ว่า เป็นทหารเขมร เป็นฝ่ายเริ่มยิงใส่กองทัพไทยก่อนจีน บอกว่า เขมรเป็นฝ่ายยั่วยุไทยก่อน และเป็นฝ่ายเปิดยิงใส่กองทัพไทยก่อนและ ฑูตรทหารนานาชาติ ก็มีมติว่า เขมรการละคร และมีเจตนาวาง ทุ่นระเบิด ใส่ทหารไทยจริง และไม่มีความจริงใจ ที่จะทำตามสัญญาเก็บกู้ระเบิดเลยในขณะที่กระแสนานาชาติ เห็นพ้องตรงกันว่า กองทัพไทย ควรจัดการกับแก๊งแสกรมเมอร์ในเขมรให้มีนสิ้นสุดลง เพราะถือว่าเป็นภัยร้ายต่อประชาชนทั้งโลกสำนักข่าวต่างประเทศ มีแนวโน้มเสนอข่าวความจริงต่อพฤติกรรมของเขมรเกมพลิก จากที่คิดว่าไทย จะถูกรุมจากต่างชาติแต่ตอนนี้กับส่งสัญญาน เปิดไฟเขียว ให้ไทยจัดการกับเขมร ได้แบบเต็มที่เลย#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
แจ้งเตือนด่วน!! ธ.กสิกร ออกประกาศถึงลูกค้าทุกคน
แจ้งเตือนด่วน!! ธ.กสิกร ออกประกาศถึงลูกค้าทุกคนใกล้วันหยุดปีใหม่เข้ามาทุกที หลายๆคนสงสัยวันหยุดธนาคารเป็นวันไหนบ้าง ล่าสุด 17 ธันวาคม68 เพจ KBank Live ได้ออกมาแจ้งวันหยุดถึงลูกค้าทุกคนโดยระบุว่าธนาคารกสิกรไทย ขอแจ้งวันทำการสาขาในช่วงวันหยุดกรุณาวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้าค่ะตารางวันหยุดธนาคาร
-
“สถานทูตจีนฯ”ตอบแล้ว ปมอาวุธจีนโผล่ชายแดน ทหารไทยยึดได้จากเขมร
วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ระบุว่าโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ในการแถลงข่าวประจำวันของกระทรวงการต่างประเทศจีนในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่า มีรายงานว่า ระหว่างการปะทะในชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารไทยได้ยึดยุทโธปกรณ์ รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านรถถังที่ผลิตในจีน จากทหารกัมพูชาฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไรต่อประเด็นนี้ตอบ: จีนได้มีความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศตามปกติกับทั้งไทยและกัมพูชาในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สาม และไม่เกี่ยวข้องกับการปะทะในชายแดนไทย-กัมพูชาที่มา Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
-
เสียชีวิตแล้ว!! ครูกนกพร แห่อาลัยเสร็จภารกิจกลับไม่ถึงบ้าน
เสียชีวิตแล้ว!! ครูกนกพร แห่อาลัยเสร็จภารกิจกลับไม่ถึงบ้านเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้า วันที่ 16 ธันวาคม 2568 มูลนิธิสว่างคีรีธรรมจังหวัดเลย เผยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าปล้อง ได้รับแจ้งเหตุรถตู้แวนชนท้ายรถบรรทุกอ้อย บนถนนมลิวรรณ พื้นที่ตำบลโคกขมิ้น อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิสว่างคีรีธรรมจังหวัดเลย จุดวังสะพุง เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถตู้ อาสาสมัครต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวกนกพร ดอนสำราญ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดเลย หนึ่งในทีมงานผู้ฝึกสอนกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 54 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดย คุณกนกพร ถือเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย ซึ่งสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมทั้งสิ้น 11 เหรียญ ประกอบด้วย 4 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดงการสูญเสียครั้งนี้นับเป็นความเศร้าอย่างยิ่งของครอบครัว วงการกีฬา และวงการคาราเต้ไทย เพราะคุณกนกพรคือหนึ่งในบุคลากรผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการพัฒนานักกีฬาทีมชาติ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง
-
สุดสลดหดหู่! แม่ลูกจบชีวิตพร้อมกัน ทิ้งจดหมายไม่ให้ถือโทษใคร
เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 พ.ต.ท.อมร ใจดี พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 รายเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 พ.ต.ท.อมร ใจดี พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านมาง หมู่ 4 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา หลังรับแจ้ง จึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงคำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจพะเยา สำนักงานใหญ่อำเภอเชียงคำที่ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ตั้งอยู่ท้ายซอย ภายในห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน พบร่างหญิง 2 ราย เสียชีวิตในลักษณะผูกคอติดกับขื่อภายในห้องน้ำ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางอัมพร อายุ 69 ปี และ น.ส.จิรภา อายุ…