Category: ทั่วไป
-
เอาแล้ว “ทนายตั้ม” โพสต์ล่าสุด บอกเลยว่า พรุ่งนี้งานใหญ่แน่นอน
งานนี้เรื่องใหญ่แล้ว เมื่อ "ทนายตั้ม" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุว่าผมได้รับการติดต่อจากสมาคมคนตาบอด พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปช่วยดูเกี่ยวกับเรื่องโควต้าสลากของคนพิการ ที่ไปอยู่กับกลุ่มคนกลุ่มนึง ที่มีอำนาจ มีบารมี เด่นดังคนกลุ่มนี้น่าเห็นใจมากครับ ปกติก็ทำมาหากินลำบากมากอยู่แล้ว ยังมีคนไปเอาเปรียบอีก พรุ่งนี้ตั้มจอมพลัง คนเลว คนขี้โกง คนขี้คุก เลยจะเข้าไปช่วยติดตามเรื่องนี้ครับเจอกันที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย 10.00 น. นะครับอ่อ..อย่าลืมสมทบทุน ท้ายกสิกร888 เหมือนเดิมครับเอาแล้ว
-
“ทนายธรรมราช” ตัดสินใจ โพสต์เรื่อง “ทนายตั้ม” แบบตรง ๆ แล้ว
ทนายธรรมราช ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทนายธรรมราช The lawyer of legality. ระบุว่าหลายคนพยายามด้อยค่าว่าทนายตั้มว่าเคยติดคุกมาก่อนคำพูดจึงไม่น่าเชื่อถือ มีบางสื่อช่องทำโพล หรือที่เรียกได้ว่าโพลจอมปลอม เข้าข้างอีกฝ่ายแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกกันแต่สำหรับผมนะครับผมมองว่าประเด็นที่เคยติดคุก กับประเด็นที่ออกมาแฉในเรื่องนี้ เป็นคนละเรื่องกัน ทนายตั้มชี้แจงข้อเท็จจริงตรงประเด็นมีเหตุและผลชัดเจน ด้วยความเป็นนักกฎหมาย #มีชื่อเสียงระดับต้นๆของประเทศ การรวบรวมพยานหลักฐานจึงมีน้ำหนักอีกฝ่ายชี้แจงพูดจาตะกุกตะกัก ทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผลฟังดูไม่น่าเชื่อถือ สักเท่าไหร่ใน สายตาของผม ผมมองว่าออกลูกงอแงด้วยซ้ำเห็นว่าจะมีการยื่นตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิประเด็นนี้น่าสนใจ อีกฝ่ายก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่เคยโกงใครใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อสังคม แต่ประเด็นที่ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า บริษัทนอมินีที่เข้ามาซื้อของหรือบริษัทรับเหมาในเรื่องต่างๆ หรือการเติมน้ำมัน เงินที่ใช้จ้างบอดี้การ์ด และการใช้จ่ายอื่นๆ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ #บางคนบอกว่าเขาเป็นคนดีจะไปตรวจสอบเขาเพื่ออะไร ทำดีได้แบบเขาหรือไม่ อันนี้คือพูดเพื่ออะไรกันครับผมว่างานเกี่ยวกับเรื่องการแฉนี้ต้องยกให้ทนายตั้มนะครับมีผลงานมากมาย ในเรื่องของการแฉคนใหญ่คนโต ที่มีตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเว็บพนัน#ขอบอกเลยนะครับว่า "บัญชีเดิมครับบัญชีเดิม"
-
เปิดประวัติ ทำความรู้จัก “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” ผลัก “สมชัย” ตกจักรยาน
จากกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางไปที่ สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความเอาผิด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน แต่จู่ๆ ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งมารอนายสมชัย ที่ สน.ทองหล่อ ปรี่เข้าไปผลักนายสมชัย ตกจากจักรยาน ได้รับบาดเจ็บ กลางวงผู้สื่อข่าว จนตำรวจต้องมาแยกตัวดร.ณัฐวุฒิ ออกไปอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ดร.ณัฐวุฒิ เคยมีประเด็นเผชิญหน้ากับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีโพสต์กล่าวหา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนปรากฏคลิปไวรัล น.ส.รักชนก บอกให้ดร.ณัฐวุฒิ ออกจากเฟรมด้วยกล้องคลิปผลักนายสมชัย ตกจักรยาน และคลิปปะทะคารมระหว่าง ดร.ณัฐวุฒิ และ น.ส.รักชนก กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ จนหลายคนสงสัยว่า ดร.ณัฐวุฒิ เป็นใคร? ซึ่ง คมชัดลึกออนไลน์…
-
ชัดเจน “หมิว ภรรยา กัน จอมพลัง” ตัดสินใจโพสต์ข้อความล่าสุด แล้ว
จากกระแสดราม่าระหว่าง “กัน จอมพลัง” และ “ทนายตั้ม” หลังทนายตั้มโพสต์พาดพิงว่าเคยมีนักช่วยเหลือสังคมมาขอให้หยุดตรวจสอบนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน จนถูกจับตาว่าหมายถึงกัน จอมพลัง ขณะที่กันออกมาตอบโต้ ยืนยันว่าไม่เคยขอให้หยุดแฉ และบอกว่าความสัมพันธ์ที่เคยสนิทกันเปลี่ยนไปจนกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงจากนั้นทั้งคู่เปิดศึกผ่านการไลฟ์สด โต้กันหลายประเด็น โดยทนายตั้มเปิดเรื่อง “กลุ่ม 12” อ้างว่า เคยมีการชักชวนคนหลายวงการ รวมถึงกัน จอมพลัง เพื่อจัดตั้งพรรคการเมือง ก่อนโครงการจะยุติลง ขณะที่กันออกมาชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหาหลายส่วน ล่าสุดยังมีการพาดพิงประเด็น “ลอตเตอรี่” และโควตาสลาก ซึ่งกันออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีชื่อรับโควตาดังกล่าว ทำให้ความขัดแย้งยังคงร้อนแรงและมีการเปิดข้อมูลโต้กันอย่างต่อเนื่องและอีกเรื่องที่สำคัญที่ เส้นทางการเงินต่าง ๆ ของ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ซึ่งยังคงเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่ในสังคมตอนนี้ ล่าสุด หมิวภรรยากันจอมพลัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมิวจอมพลัง & หมี่เกี๊ยว จอมพลัง ระบุว่าใครที่อยากดูผลงานของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ของเราว่าทำอะไรไปบ้างไปที่เพจได้เลยนะคะ มีอัพเดททุกวันค่ะมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ชัดเจน
-
เจอแล้ว หญิงวัย33 หายตัวไปกับแฟนหนุ่ม7วัน ยันไม่ได้ถูกบังคับ ไปเที่ยวแล้วโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ
เจอแล้ว หญิงวัย33 หายตัวไปกับแฟนหนุ่ม7วัน ยันไม่ได้ถูกบังคับ ไปเที่ยวแล้วโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ กำลังนั่งรถทัวร์กลับบ้านที่กาญจนบุรีจากกรณีการหายตัวไปของหญิงวัย 33 ปี ที่ขาดการติดต่อ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางไปกับ ‘นายนัท’ ชายที่เคยคบหาดูใจเมื่อ 5-6 ปีก่อน แต่นายนัทถูกจับคดียาเสพติด ต้องโทษจำคุก ก่อนจะพ้นโทษมาเมื่อต้นปี จึงได้กลับมาพูดคุยคบหากันอีกครั้ง แต่ทางแม่ของหญิงคนดังกล่าวไม่เห็นด้วยและไม่ยินดีที่จะให้คบหากันจากการสืบสวนของตำรวจ พบภาพรถกระบะของนายนัทขับวนเวียนอยู่ที่เชียงดาว จ. เชียงใหม่ ก่อนตำรวจจะตามไปพบว่ารถถูกจอดทิ้งไว้ในที่แห่งหนึ่ง ส่วนตัวนายนัทนั้น ยืนยันจากภาพได้ว่าหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้ว แต่ไม่มีภาพของหญิงคนดังกล่าวเดินทางข้ามฝั่งไปด้วยล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 18.39 น. วันที่ 4 ก.ย.69 หญิงวัย 33 ปี ได้ติดต่อมาหาลูกแล้ว บอกว่าขอซ่อมโทรศัพท์เสร็จแล้วจะวิดีโอคอลหาลูก โดยญาติยืนยันว่าเป็นเสียงของหญิงคนดังกล่าวจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้รับการประสานมาให้ช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม กระทั่งพบตัวขณะโดยสารอยู่บนรถโดยสารสาย เชียงใหม่-กาญจนบุรีโดยเมื่อเชิญตัวลงมาสอบถาม หญฺงคนดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่กับนายนัท โดยไม่ได้ถูกบังคับมาหรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ที่ขาดการติดต่อกับทางบ้านเนื่องจากโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ พร้อมยืนยันว่าตนเองปลอดภัยดี เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เดินทางกลับบ้านที่จ.กาญจนบุรีตามปกติอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจอแล้ว หญิงวัย33…
-
จับแล้วชายคูเวต ฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกร จนเกิดอาการผิดปกติ ต้องหามส่งรพ. พบก่อเหตุหลายครั้ง
จับแล้วชายคูเวต ฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกร จนเกิดอาการผิดปกติ ต้องหามส่งรพ. พบก่อเหตุหลายครั้ง ตำรวจส่งขวดสเปรย์ตรวจสอบชนิดของสารเคมีจากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่เหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายชาวคูเวตรายหนึ่ง ทำทีเข้ามาขอซื้อยาภายในร้านขายยา “มุกดาฟาร์มาซี” บนถนนพระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนใช้สเปรย์ลักษณะคล้ายขวดน้ำหอมฉีดใส่บริเวณลำตัวของเภสัชกรภายในร้านจนผู้เสียหายเกิดอาการผิดปกติ ทั้งลิ้นแข็ง พูดไม่เป็นประโยค ทรงตัวไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก และมีอาการคล้ายจะวูบ จนต้องเรียกรถฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลป่าตอง เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด วันที่ 4 ก.ย.2569 ว่าที่ พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผกก.สภ.ป่าตอง, พ.ต.ท.สุชาติ ชุมภูแสง รอง ผกก.สส.ฯ และ พ.ต.ท.นพดล โทนมณี สว.สส.ฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง นำโดย ว่าที่ ร.ต.ต.อรรควัฒน์ ชัยฤกษ์ เร่งลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจนทราบตัวและติดตามนำตัวชายชาวคูเวตรายดังกล่าว พร้อมของกลางเป็นขวดน้ำหอมที่ใช้ก่อเหตุ มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต…
-
รับไม่ได้! พ่อแม่เดือดลูก 5 ขวบถูกครูสั่งลงโทษวิตถารหน้าห้อง เพื่อนล้อจนไม่กล้าไปโรงเรียน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พ่อและแม่ของเด็กชายวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังอ้างว่าลูกชายถูกครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานครลงโทษด้วยวิธีไม่เหมาะสม ด้วยการสั่งให้ถอดชุดนักเรียนและกางเกงชั้นในจนเหลือเพียงถุงเท้า ก่อนให้ยืนอยู่ภายในห้องเรียนต่อหน้าเพื่อน ส่งผลให้เด็กเกิดความอับอายและถูกเพื่อนล้อเลียนเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พ่อและแม่ของเด็กชายวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังอ้างว่าลูกชายถูกครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานครลงโทษด้วยวิธีไม่เหมาะสม ด้วยการสั่งให้ถอดชุดนักเรียนและกางเกงชั้นในจนเหลือเพียงถุงเท้า ก่อนให้ยืนอยู่ภายในห้องเรียนต่อหน้าเพื่อน ส่งผลให้เด็กเกิดความอับอายและถูกเพื่อนล้อเลียนครอบครัวระบุว่า หลังเกิดเหตุ เด็กมีอาการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งซึมเศร้า ไม่ยอมรับประทานอาหาร นอนไม่หลับ หวาดกลัว และไม่อยากกลับไปโรงเรียน ขณะที่ทางโรงเรียนยังไม่มีมาตรการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อครูพี่เลี้ยงผู้ถูกกล่าวหา ทำให้ผู้ปกครองกังวลว่าอาจเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับเด็กคนอื่นอีกมารดาของเด็กเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยหลังเลิกเรียน ย่าของเด็กสังเกตเห็นว่าชุดนักเรียนถูกสวมกลับด้าน เมื่อตรวจสอบจึงทราบจากคำบอกเล่าของเด็กว่า ถูกครูพี่เลี้ยงสั่งถอดเสื้อผ้าและให้ยืนหน้าห้องเรียน เนื่องจากทำงานระบายสีไม่เสร็จ เด็กร้องไห้และบอกว่ารู้สึกอับอายต่อมาในวันที่ 29 สิงหาคม เด็กได้เล่ารายละเอียดให้ผู้เป็นแม่ฟังด้วยตนเองว่า ถูกถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงถุงเท้า และถูกให้ยืนต่อหน้าเพื่อนในห้องเรียน ทำให้มารดารู้สึกตกใจและไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผู้ปกครองได้สอบถามข้อเท็จจริงผ่านกลุ่มไลน์ห้องเรียน แต่ไม่ได้รับคำชี้แจง ก่อนที่ครูพี่เลี้ยงจะติดต่อกลับทางไลน์ส่วนตัวและยอมรับว่าเป็นผู้ลงโทษเด็กจริง โดยให้เหตุผลว่าเด็กค่อนข้างดื้อและไม่ต้องการใช้วิธีตี…
-
ผวาทั้งชุมชน! จนท.บุกตรวจแล้ว มีศพจริง ในสุสานชาวยิวฉะเชิงเทรา
จากกรณีเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่สุสานชาวยิวแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “New Jewish Cemetery” หรือ “JEWISH CEMETERY THAILAND” ในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีข้อมูลเผยแพร่ว่าสถานที่ดังกล่าวอาจสามารถรองรับการฝังร่างผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 1,200 ร่าง ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยและความกังวลในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นการขออนุญาตจัดตั้งสุสานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนจากกรณีเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่สุสานชาวยิวแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “New Jewish Cemetery” หรือ “JEWISH CEMETERY THAILAND” ในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีข้อมูลเผยแพร่ว่าสถานที่ดังกล่าวอาจสามารถรองรับการฝังร่างผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 1,200 ร่าง ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยและความกังวลในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นการขออนุญาตจัดตั้งสุสานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นมีข้อมูลว่าภายในพื้นที่ไม่มีการฝังศพ ก่อนจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมและพบว่ามีการฝังศพแล้ว 1 ศพล่าสุด เวลา 15.30 น. วันที่ 4 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว โดยบริษัทเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ทำหนังสืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในพื้นที่ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเอกชนอื่นเข้าร่วมตรวจสอบภายในบริเวณดังกล่าวด้านกำนันน้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์ในฐานะตัวแทนพื้นที่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในพบจุดที่มีการโบกปูนแล้ว…
-
เล่าเป็นตุเป็นตะ!สื่อเขมรทำงานเป็นทีมอ้างนักข่าวฝรั่งเศส ชี้กองทัพไทยเข้าข่ายก่อ’อาชญากรรมสงคราม’
สื่อมวลชนกัมพูชา อ้างนักข่าวดังของฝรั่งเศส ประเมินการกระทำต่างๆของกองทัพไทยกับกัมพูชา อาจเทียบเท่ากับการก่ออาชญากรรมสงคราม ระบุผู้สื่อข่าวรายนี้แสดงความตกตะลึงต่อเรื่องราวคำกล่าวหาพลซุ่มยิงของไทยลั่นไกใส่ทหารกัมพูชารายหนึ่ง หลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการได้ไม่นานพนมเปญโพสต์รายงานระบุว่า ฌอง-ลุค โมโร เดอเลอริส ผู้สื่อข่าวและช่างภาพของนิตยสารเลอฟิกาโร ใช้เวลาอย่างยาวนานในการบันทึกภาพและรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และรายงานอย่างครอบคลุมของเขาถูกเผยแพร่ออกมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมปัจจุบันผลงานภาพถ่ายชุดหนึ่งของเขากำลังจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม และในวิดีโอประกอบผลงานของเขาคลิปหนึ่ง ทาง เดอเลอริส เล่าเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจเบื้องหลังภาพถ่ายภาพหนึ่ง "ผมถ่ายภาพชายหนุ่มคนนี้ไว้ เขาเป็นทหารหนุ่มชาวกัมพูชาชื่อ สรา ติ ซึ่งประจำการอยู่ตามแนวชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชาใกล้ชายแดนไทย" เดอเลอริส กล่าวกับพนมเปญโพสต์"ภาพถ่ายนี้มีความหมายต่อจิตใจของผมเป็นพิเศษ เพราะหลังจากที่ได้เดินทางไปตามแนวหน้าของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเวลาหลายเดือน ผมตระหนักว่ามีการกระทำอันเป็นการละเมิดเกิดขึ้นโดยกองทัพไทย การล่วงละเมิดที่อาจเป็นอาชญากรรมสงคราม" เขากล่าวเดอเลอริส ยังได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ สรา ติ ซึ่งมีอายุ 24 ปี ณ ขณะนั้น ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงรอบ 2 ระหว่างไทยกับกัมพูชามีผลบังคับใช้ในช่วงบ่ายวันที่ 27 ธันวาคม 2025รายงานข่าวของพนมเปญโพสต์อ้างคำสัมภาษณ์ของ เดอเลอริส เผยได้รับคำบอกเล่าว่า ในตอนเช้าของวันที่ 29 ธันวาคม สรา ติ กำลังพูดคุยโทรศัพท์กับแม่ หลังจากความขัดแย้งยุติลง บอกกับเธอว่าเร็วๆนี้ เขาจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน…
-
สำนักงานตำรวจ แจ้งเตือนด่วน! ถึงประชาชนทุกคน
วันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัยประชาชนวัยเกษียณให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเงินบำเหน็จ-บำนาญ โดยอาจอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกองการเงิน เจ้าหน้าที่การเงิน กรมบัญชีกลาง กบข. ธนาคาร หรือหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกเอาข้อมูลจากผู้เสียหายวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัยประชาชนวัยเกษียณให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเงินบำเหน็จ-บำนาญ โดยอาจอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกองการเงิน เจ้าหน้าที่การเงิน กรมบัญชีกลาง กบข. ธนาคาร หรือหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกเอาข้อมูลจากผู้เสียหายมิจฉาชีพมักใช้กลอุบายอ้างว่าข้อมูลการรับบำนาญไม่ครบถ้วน ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือจำเป็นต้องดำเนินการยื่นขอรับสิทธิก่อนหมดกำหนดเวลา จากนั้นจะพยายามหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ สแกน QR Code ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนว่า อย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด แม้ปลายสายจะสามารถบอกข้อมูลส่วนตัวของท่านได้อย่างถูกต้อง หรือแม้กระทั่งส่งสำเนาเอกสารของท่านมาให้ดูได้ก็ตาม โดยต้องระลึกไว้เสมอว่า รู้ทุกอย่างไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริงหากได้รับสายลักษณะดังกล่าว ขอให้ตั้งสติ วางสาย และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ หากพบเหตุภัยออนไลน์ สามารถโทรแจ้งสายด่วน AOC ที่หมายเลข 1441 เพื่อขอความช่วยเหลือได้