Category: ทั่วไป

  • เหตุ!! กัมพูชา สู้กับทหารไทยในห้วงเวลานี้

    อ.ประพฤติ ชี้ เหตุใด กัมพูชาจึงตัดสินใจใช้ความรุนแรงหรือเผชิญหน้าทางทหารกับไทยในห้วงเวลานี้ ทั้งที่ทราบดีว่ามีศักยภาพทางทหารที่ด้อยกว่า?ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ.อุ๋ย) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ วิเคราะห์ เหตุใด กัมพูชาจึงตัดสินใจใช้ความรุนแรงหรือเผชิญหน้าทางทหารกับไทยในห้วงเวลานี้ ทั้งที่ทราบดีว่ามีศักยภาพทางทหารที่ด้อยกว่า?5 เหตุผลวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ที่กัมพูชาเลือกเผชิญหน้ากับไทย1. การกดดันเพื่อบังคับใช้และตีความ "MOU 2543" (MOU 2000)ผมมองว่า การที่รัฐบาลไทยยังคงไว้ซึ่ง MOU ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 (MOU 2000) ซึ่งได้ตกลงให้ใช้ แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นเอกสารอ้างอิงในการปักปันเขตแดนทางบก ทําให้กัมพูชามองว่าแผนที่นี้มีส่วนทำให้กัมพูชาได้เปรียบในพื้นที่พิพาทหลายแห่ง ตลอดแนวชายแดน เช่น บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา ฯลฯ• แรงจูงใจ: ผมคิดว่ากัมพูชาใช้ความตึงเครียดทางทหารเพื่อ เร่งรัดและบังคับให้ไทยยอมรับและดำเนินการตามแผนที่ดังกล่าว โดยเฉพาะการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่พิพาททางบก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายอาณาเขตและยุติข้อพิพาทเพื่อให้เป็นประโยชน์กับ กพช เอง2. การใช้ประเด็น "พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล" จาก "MOU 2544" (MOU 2001) เพื่อผลประโยชน์มหาศาล• ประเด็น: ผมเห็นว่า…

  • ประกาศเเล้ว! กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 14-16 ธ.ค. เปิดรายชื่อ 11 จังหวัด รับเต็ม ๆ

    เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568) ฉบับที่ 22 (395/2568)ช่วงวันที่ 14 – 16 ธ.ค. 68 ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า…

  • ฮุน มาเนต ภูมิใจในชาติ หลังเผชิญแรงกดดันจากประเทศเพื่อนบ้าน

    วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงจุดยืนและความภาคภูมิใจต่อประเทศกัมพูชาและประชาชนชาวกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญความตึงเครียดจากสิ่งที่เขาระบุว่าเป็นการรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านฮุน มาเนต ระบุว่า เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นความเข้มแข็งของประชาชาติกัมพูชา ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญความยากลำบาก พร้อมชี้ให้เห็นถึงพลังแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาตินายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พระมหากษัตริย์ ผู้นำประเทศ ข้าราชการทุกระดับ รวมถึงประชาชนชาวกัมพูชาทุกศาสนา ทั้งที่อาศัยอยู่ภายในประเทศและในต่างประเทศ ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความสามัคคีอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพและตำรวจแห่งชาติฮุน มาเนต ภูมิใจในชาติ หลังเผชิญแรงกดดันจากประเทศเพื่อนบ้านเขายกย่องกำลังพลในกองทัพและตำรวจว่าเป็น “วีรบุรุษ” ที่ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจอย่างกล้าหาญ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงเปราะบางฮุน มาเนต ทิ้งท้ายว่า ความเข้มแข็งและความสามัคคีของประชาชาติกัมพูชาจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า พร้อมย้ำชัดว่า รัฐบาลกัมพูชาจะยืนเคียงข้างประชาชน รวมถึงกองทัพและตำรวจแห่งชาติในทุกสถานการณ์ฮุน มาเนต ภูมิใจในชาติ หลังเผชิญแรงกดดันจากประเทศเพื่อนบ้าน

  • ทบ.ประณามกัมพูชา ยิง BM-21 ถล่มชุมชนศรีสะเกษ ดับ 1 บ้านเสียหาย

    กองทัพบกประณามกัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 โจมตีพื้นที่ชุมชน จ.ศรีสะเกษ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย ชี้ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกองทัพบกออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา หลังตรวจสอบรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 พบว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 11.50 น. ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงเข้ามาในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนและอยู่ใกล้สถานศึกษาจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย คือ นายดร ปัจฉาพันธ์ อายุ 63 ปี จากการถูกสะเก็ดระเบิด และเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนเสียหายอย่างน้อย 1 หลัง ขณะที่ข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเป็นทางการกองทัพบกระบุว่า การโจมตีพื้นที่พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยเข้าข่ายละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าจะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวชี้แจงต่อเวทีประชาคมโลก เพื่อสะท้อนผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ข่าวที่เกี่ยวข้องไทม์ไลน์เดือด ไทย–กัมพูชา ปะทะ 7 จังหวัด สู่สงครามเต็มรูปแบบ?ไทย–กัมพูชาปะทะเดือด ยิงถล่ม 7 จังหวัดชายแดน ทหารไทยเสียชีวิตเพิ่ม 4 นาย“อนุทิน” สวน “ทรัมป์”…

  • นิค อสรพิษวิทยา ปลอดภัยแล้ว เล่านาทีวิกฤต ถูกงูจงอางกัด พิษสีเหลืองไหล เผยสาเหตุ

    นิค อสรพิษวิทยา ปลอดภัยแล้ว เล่านาทีวิกฤต ถูกงูจงอางกัด พิษสีเหลืองไหล เผยสาเหตุนิค อสรพิษวิทยา เล่านาทีวิกฤต ถูกงูจงอางกัด เหมือนเข็มนับ 10 เล่มแทงนิ้วมือ น้ำพิษสีเหลืองไหลออกมา เผยสาเหตุทำไมถูกกัด ทั้งที่งูอยู่ในมือแล้ววันที่ 14 ธ.ค.2568 นายนิรุทธ์ ชมงาม หรือนิค อสรพิษวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงูและสัตว์เลื้อยคลาน หัวหน้ากลุ่มอสรพิษวิทยา ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกงูจงอาง ซึ่งเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดกัด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย ณ ปัจจุบันนี้อาการปลอดภัยแล้วนายนิรุทธ์ เปิดเผยผ่านช่องยูทูบ Nick Wildlife ชื่อตอน "SEP EP.43 นาทีวิกฤติ! ตอนถูกจงอางกัด เมื่อชีวิตต้องแข่งกับเวลา!!" โดยระบุว่า ตนและทีมงานได้เดินทางไปให้ความรู้แก่เด็ก ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงนิค อสรพิษวิทยา เล่านาทีวิกฤต ถูกงูจงอางกัด เหมือนเข็มนับ 10 เล่มแทงนิ้วมือ น้ำพิษสีเหลืองไหลออกมานิค อสรพิษวิทยา เล่านาทีวิกฤต…

  • ด่วน! กองทัพไทย “ปิดกั้นอ่าวไทย” ตัดเส้นทางส่ง “น้ำมัน-ยุทธปัจจัย” สกัดไม่ให้ถึงมือเขมร

    วันที่ 14 ธ.ค.68 มีหนังสือด่วนจาก กองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) และ ศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศบท.)1.เพื่อให้การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพไทย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ที่ประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร (คบท.) เมื่อ 12 ธ.ค. 68 มีมติในการดำเนินการต่อเรือไทย และ/หรือผู้ประกอบการไทยที่ไช้เรือไทยหรือเรือจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่น ๆ ลำเลืองและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสินค้ายุทธปัจจัยไปยังกัมพูชาทางทะเล เพื่อเป็นการลิดรอบและลดศักยภาพ ขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามต่อประเทศไทย2.. ตามข้อ 1. เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทันต่อสถานการณ์ บก.ทท./ศบท.จึงขอให้ กห/ศบช.กห. พิจารณานำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุม สภา มช. โดยเร่งด่วน โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้2.1 เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณากลไกภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติให้หน่วยงานทางทะเลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กำหนดให้2.1.1. มีมติสภาความมันคงแห่งชาติ เรื่อง ประกาศมาตรการระงับการขนส่งน้ำมันเชื่อเพลิงและสินค้ายุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา2.1.2. ให้หน่วยงานใน ศรชล. ยกระดับมาตรการตามมาตรา 27 วรรค 2 และ 3 ในการบูรณากาการกลไก การควบคุมและเฝ้าระวังเรือสินค้าพาณิชย์ เรือประมง เรือสนับสนุนทำงานประมง ทั้งในส่วนของเรือไทย และผู้ประกอบการทางทะแล…

  • ด่วน! ประกาศปิดกั้น อ่าวไทย สกัด น้ำมัน- ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา

    วันที่ 14 ธ.ค. มีหนังสือด่วนจาก กองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) และ ศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศบท.)1.เพื่อให้การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพไทย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ที่ประชุม คณะผู้บัญชาการทหาร (คบท.) เมื่อ 12 ธ.ค. 68 มีมติในการดำเนินการต่อเรือไทย และ/หรือผู้ประกอบการไทยที่ไช้เรือไทยหรือเรือจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่น ๆ ลำเลืองและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสินค้ายุทธปัจจัยไปยังกัมพูชาทางทะเล เพื่อเป็นการลิดรอบและลดศักยภาพ ขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามต่อประเทศไทย2. ตามข้อ 1. เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทันต่อสถานการณ์ บก.ทท./ศบท. จึงขอให้ กห/ศบช.กห. พิจารณานำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุม สภา มช. โดยเร่งด่วน โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้2.1 เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณากลไกภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติให้หน่วยงานทางทะเลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กำหนดให้2.1.1. มีมติสภาความมันคงแห่งชาติ เรื่อง ประกาศมาตรการระงับการขนส่งน้ำมันเชื่อเพลิงและสินค้ายุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา2.1.2. ให้หน่วยงานใน ศรชล. ยกระดับมาตรการตามมาตรา 27 วรรค 2 และ 3 ในการบูรณากาการกลไก การควบคุมและเฝ้าระวังเรือสินค้าพาณิชย์ เรือประมง เรือสนับสนุนทำงานประมง…

  • กองทัพไทย ส่งหนังสือด่วนมาก สั่ง ปิดกั้นอ่าวไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา

    กองทัพไทย ส่งหนังสือด่วนมาก สั่ง ปิดกั้นอ่าวไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัยกองทัพไทย ส่งหนังสือด่วนมาก สั่ง ปิดกั้นอ่าวไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย ลำเลียงเข้ากัมพูชา ประกาศทะเลอาณาเขตรอบท่าเรือกัมพูชา พื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงวันที่ 14 ธ.ค.2568 มีหนังสือด่วนมากจาก กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และ ศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศบท.)1.เพื่อให้การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพไทย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ที่ประชุม คณะผู้บัญชาการทหาร (คบท.) เมื่อ 12 ธ.ค. 68 มีมติในการดำเนินการต่อเรือไทย และ/หรือผู้ประกอบการไทยที่ไช้เรือไทยหรือเรือจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่น ๆ ลำเลืองและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสินค้ายุทธปัจจัยไปยังกัมพูชาทางทะเล เพื่อเป็นการลิดรอบและลดศักยภาพ ขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามต่อประเทศไทย2.ตามข้อ 1.เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทันต่อสถานการณ์ บก.ทท./ศบท. จึงขอให้ กห/ศบช.กห. พิจารณานำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุม สภา มช. โดยเร่งด่วน โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้2.1 เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณากลไกภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติให้หน่วยงานทางทะเลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กำหนดให้2.1.1. มีมติสภาความมันคงแห่งชาติ เรื่อง ประกาศมาตรการระงับการขนส่งน้ำมันเชื่อเพลิงและสินค้ายุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา2.1.2. ให้หน่วยงานใน ศรชล.…

  • เศร้า พยาบาลสาว เพิ่งลงเวร ถูกเก๋งเมาแล้วขับ ฝ่าไฟแดงชนดับ

    เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ในเฟซบุ๊กกลุ่ม "นครสวรรค์" มีการแชร์ข่าว "พยาบาลสาว" ประสบอุบัติเหตุระหว่างทางกลับบ้าน ถูกคนเมาแล้วขับฝ่าไฟแดงชนเสียชีวิต ทางด้าน สภ.เมืองนครสวรรค์ เร่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมเศร้า พยาบาลสาว เพิ่งลงเวร ถูกเก๋งเมาแล้วขับ ฝ่าไฟแดงชนดับโดยทางด้าน เจ้าของโพสต์ ระบุว่า…"เศร้ามากครับน้องพยาบาลหญิงเพิ่งลงเวรจากการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล กำลังขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนเมาขับรถเก๋งผ่าไฟแดงแยกพหลโยธิน (แยกบิ๊กซี2) จนบาดเจ็บเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ"เศร้า พยาบาลสาว เพิ่งลงเวร ถูกเก๋งเมาแล้วขับ ฝ่าไฟแดงชนดับต่อมาทางด้าน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ เผยว่า จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ในนามของ สภ.เมืองนครสวรรค์ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนเรื่องคดี ผกก.ได้กำชับพนักงาน สอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกข้อกล่าวหาอย่างเป็นธรรม ในส่วนเรื่องค่าสินไหมทดเเทน ค่าเยียวยากับผู้เสียชีวิต จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเศร้า พยาบาลสาว เพิ่งลงเวร ถูกเก๋งเมาแล้วขับ ฝ่าไฟแดงชนดับ

  • จวกยับ! วัยรุ่นอย่าหาทำคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ ปีนเต้นบนหลังรูปปั้นควายแลนด์มาร์คชลบุรี

    เดือดคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ กลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิง ปีนไปเต้นบนหลังรูปปั้นควาย จุดแลนด์มาร์คสะพานใหม่ จ.ชลบุรี ชาวเน็ตแห่ประณามพฤติกรรม วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องตามตัว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดังใน จ.ชลบุรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอของกลุ่มวัยรุ่นชายหญิง 4 คน ขึ้นไปเต้นทำคอนเทนต์บริเวณหลังรูปปั้นควายที่มีลวดลายการเพนต์สีสัน พร้อมข้อความระบุ "ขอประณาม คอนเทนต์ ไม่คิดสร้างสรรค์ รูปปั้นที่เบาเอามาตั้งโชว์เป็นฝีมือของเด็กนักเรียนหลายโรงเรียนใช้จินตนาการ ทำออกมา แต่มาถูกทำแบบนี้ รู้ไหมนี่แทบจะเป็นสีสันของชลบุรีเลยนะวงเวียนควาย ตรงนี้" โดยชาวเน็ตได้วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของพฤติกรรมโดยคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนเฉลิมพระเกียรติ บริเวณสะพานใหม่ชลบุรี ซึ่งเป็นวงเวียนควาย พื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี สัญลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งรูปปั้นควายที่มีลวดลายการเพนต์สีสันในงานประกวดงานประจำปีวิ่งควายของจังหวัดชลบุรี จากฝีมือของเด็กนักเรียนที่เอามาตั้งโชว์บริเวณวงเวียนควายทั้งนี้ ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสม นอกจากทำลายภาพลักษณ์แล้ว ยังก่อให้เกิดเหตุอันตรายจากอุบัติเหตุได้ เนื่องจากบริเวณวงเวียนมีรถวิ่งจำนวนมาก พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหากลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย หรือว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้ปกครองได้พาตัวบุตรหลานเป็นเยาวชน 5 คน อายุ 14-16 ปี ที่ถ่ายคลิปคอนเทนต์บนรูปปั้นวงเวียนควาย งานศิลปะของนักเรียนที่ประกวดในงานประจำปีวิ่งควายของจังหวัดชลบุรี เข้าพบตำรวจ โดยระบุว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมขอโทษสังคม.