Category: ทั่วไป
-
ม้าสีหมอกปล่อยเลขเด็ดงวด 16 ธ.ค. 2568 คอหวยจับตา “วิ่ง เลขนี้” มาแรง
ม้าสีหมอกเปิดแนวทางงวด 16 ธ.ค. 2568 ชูเลขเด่น พร้อมชุดสองตัวบน–ล่างครบชุด คอหวยแห่จับตา “วิ่ง 3” และ “วิ่ง 0” มาแรงเป็นพิเศษ.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.สำนักเลขดัง “ม้าสีหมอก” เผยแนวทางเสี่ยงโชคประจำงวดวันที่ 16 ธันวาคม 2568 โดยงวดนี้ให้เลขเด่นบนเป็น 3 และ 9 พร้อมเน้นพิเศษที่เลข วิ่ง 3สำหรับเลขท้าย 2 ตัวบน ได้แก่ 31, 38, 91 และ 98 ที่ถูกจับตามองว่าอาจมาแรงในงวดนี้ส่วนเลขเด่นล่างให้ 0 และ 7 พร้อมระบุชัดว่าเน้น วิ่ง 0โดยชุดเลขท้าย 2 ตัวล่างมีดังนี้ 30, 90, 37 และ 97คอหวยยังคงต้องใช้วิจารณญาณในการเสี่ยงโชค และขอให้ทุกท่านโชคดีในงวดนี้ค่ะ ✨
-
เอาชีวิตทหารไปเป็นเหยื่ออาวุธเขมร เอาศักดิ์ศรีของชาติไปเป็นผ้าเช็ดตีxให้เขมรโดยพร่ำพล่าม
ไพศาล แนะ ต้องรีบกำหนดแผนและเป้าหมายการยุทธกับเขมรให้ชัดเจน มิฉะนั้นเขมรก็จะเอาตีนลูบหน้าผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ระบุว่า…ต้องรีบกำหนดแผนและเป้าหมายการยุทธกับเขมรให้ชัดเจนมิฉะนั้นเขมรก็จะเอาตีนลูบหน้าอยู่ร่ำไปเป้าหมายและแผนการยุทธมีอยู่ 3 ระดับ คือระดับที่ 1 อยู่ในที่ตั้ง มึงยิงมากูยิงไป โดยขออนุญาตกันเป็นคราวๆระดับที่ 2 ทำลายฐานที่ตั้งของทหารเขมรตลอดแนวชายแดนและยึดดินแดนไทย 12 จุดรวมทั้งเกาะกงหรือจังหวัดปัจจันต์คีรีเขตที่เขมรยึดไปและเอาคืนไม่ได้ เพราะไปตกลงสงบศึกแบบขายชาติระดับที่ 3 ทำลายกองทัพเขมรทั้งตลอดแนวชายแดนและแนวหลังให้ราบคาบ รวมทั้งทำลายศูนย์สแกมเมอร์และบ่อนการพนันต่างๆให้ราบพนาสูญซึ่งอาจรวมถึงทำลายกองบัญชาการใหญ่ในพนมเปญ ที่ทำกันอยู่ในทุกวันนี้ ไม่มีการกำหนดแผนและเป้าหมายยุทธการใดๆ เลยเป็นเรื่องดีแต่ปาก อวดศักดาไปวันๆ โดยเอาชีวิตทหารไปเป็นเหยื่ออาวุธเขมร และเอาศักดิ์ศรีของชาติไปเป็นผ้าเช็ดตีนให้เขมรโดยพร่ำพล่ามและถลุงงบประมาณกันอย่างสนุกสนานตื่นเถิดพี่น้องไทย อย่าให้ไทยหลอกไทยอีกต่อไป ต้องรีบช่วยกันส่งเสียงให้กำหนดแผนและเป้าหมายการยุทธทั้ง 3 ระดับ และอย่างน้อยต้องปฏิบัติการถึงระดับที่ 2 ในทันทีที่เขมรโจมตีถ้าปล่อยให้ไทยหลอกไทยไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่นานช้าก็สิ้นชาติ เอกราชอธิปไตยก็สิ้นสูญตื่นเถิดพี่น้องไทย อย่าให้ไทยหลอกไทยอีกต่อไป#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
“ชูวิทย์” ซัดแรง “ฮุนเซน” นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 ทางด้าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซัด "ฮุน เซน" หลังขุดภาพเก่าของ "นายกฯ อนุทิน" มาโพสต์ ระบุว่า… สันดานสแกมเมอร์ ขณะนี้เป้าหมายหลักการโจมตีทางโซเชียลของกัมพูชาอยู่ที่รัฐบาล นายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน เคยได้ผลในรัฐบาลก่อน โดยใช้การอัดเทป อังเคิล นับว่าเป็นวิธีถนัดของ "สแกมเมอร์" ที่ใช้หากินมาโดยตลอดชูวิทย์ ซัดแรง ฮุนเซน นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนมิน่าเล่า กัมพูชาถึงเป็นดินแดนแห่งสแกมเมอร์อันดับหนึ่งของโลก หลอกลวงผู้คนทุกประเทศ ดูดเงินไปอย่างมหาศาล แน่นอนว่าส่วนหนึ่งของรายได้สกปรกเหล่านี้ จุนเจือไปถึงฮุนเซน และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดรูปถ่าย นายกฯ อนุทิน กับ นางบัน สเร มอม ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลินของกัมพูชา ที่ฮุนเซนนำมาเผยแพร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีความน่าเชื่อถือ โดยคาดว่าจะได้ผล แสดงถึงความ "จนตรอก" ของกัมพูชาในรูปเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านในอดีต ที่ย่อมมีการติดต่อสื่อสาร ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นรูปในสมัยที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังดีอยู่ สถานการณ์ขณะนี้ คนไทยรวมใจเป็นหนึ่งในการจัดการปัญหาชายแดนวิธีการ…
-
สาวฝรั่งโวย ตม.ดอนเมือง ปฏิเสธเข้าไทยเหตุพกเงินสดไม่พอ อัดคลิปเตือนระวังโดนสุ่มตรวจ
สาวต่างชาติโวย ตม.ดอนเมือง ปฏิเสธเข้าไทยเหตุพกเงินสดไม่พอ อัดคลิปเตือนนักท่องเที่ยวระวังโดนสุ่มตรวจ กต.ย้ำกฎเหล็กต้องมีติดตัว 2 หมื่นบาทกำลังเป็นคลิปไวรัลในหมู่ชาวต่างชาติที่กำลังจะมาเที่ยวไทย เมื่อนักท่องเที่ยวหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมาโพสต์คลิปวิดีโอเตือนเพื่อนนักเดินทาง ให้หลีกเลี่ยงการใช้บริการสนามบินดอนเมือง หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศไทย เนื่องจากมีเงินสดติดตัวไม่เพียงพอตามเกณฑ์ที่กำหนดในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย หญิงสาวรายนี้เล่าด้วยความอัดอั้นตันใจว่า ตนถูกเจ้าหน้าที่ ตม. ดอนเมือง ปฏิเสธการเข้าเมืองเพราะเหตุผลเรื่องเงินไม่เพียงพอ สาวเจ้าอ้างว่าไม่เคยทราบกฎข้อนี้มาก่อน ทั้งที่เคยเดินทางเข้าออกประเทศไทยมาแล้วหลายครั้งในอดีตหญิงสาวกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่มีใครแจ้งเธอเรื่องวงเงินขั้นต่ำที่ต้องนำติดตัวมา หากทราบล่วงหน้าเธอก็พร้อมที่จะกดเงินสดจากตู้ ATM มาแสดง แต่กลับได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ให้เดินทางเข้ามาใหม่ผ่านสนามบินอื่น โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องเว้นระยะเวลานานเท่าใดจึงจะกลับเข้ามาได้ สร้างความสับสนและไม่พอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก จนต้องออกมาเตือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ให้ระวังกรณีเช่นนี้เปิดกฎหมายเข้าประเทศ ตม.ไทยทำถูกต้องแล้วตามกฎหมาย ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยต้องมีเงินติดตัว 20,000 บาท แม้กรณีนี้จะดูเหมือนเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เข้มงวด แต่ตามระเบียบอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ข้อกำหนดเรื่องการแสดงฐานะทางการเงินถือเป็นกฎที่มีอยู่จริงและบังคับใช้ได้ตามความเหมาะสมข้อมูลจาก กระทรวงการต่างประเทศ (MFA) ระบุชัดเจนว่า ชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวหรือมาตรการยกเว้นวีซ่า (ผ.30/ผ.90) จำเป็นต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานสำคัญ ดังนี้หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนหลักฐานการเดินทางออกจากประเทศไทย (เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ)หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างอยู่ในไทยหลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน ต้องมีเงินสดหรือสิ่งที่เทียบเท่าติดตัว ไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อคน หรือ 40,000 บาทต่อครอบครัวแม้ในทางปฏิบัติ…
-
ไม่ได้เอาไซยาไนด์กรอกปาก ‘กิตติ’ แฟนเก่า ‘นัทปง’ ลั่นไม่ใช่ฆาตกร ชี้ ‘บิ๊ก’ คือคนอยู่ในเหตุการณ์!
“กิตติ” อดีตแฟนหนุ่มของ “นัทปง” เหยื่อไซยาไนด์ ออกมาเปิดใจหลังได้รับการปล่อยตัว ลั่นกลางวงสื่อ “ผมไม่ได้เอายาไปจับกรอกปากเขา!” พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่สังคมพิพากษา ชี้! เหตุการณ์ทั้งหมดคือเรื่องระหว่างผู้เสียชีวิตกับ “บิ๊ก” แฟนใหม่ ที่อยู่ในบ้านวันเกิดเหตุ ขณะนี้ให้การกับตำรวจครบถ้วนแล้ว!เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.จากกรณีที่ตำรวจมีการควบคุมตัว นายกิตติ” ผู้ใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต นายณัฐวุฒิ ปงลังการ หรือ “นัทปง” ล่าสุดหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาโดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกิตติ ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจครั้งแรก หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้หลบหนีตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ จึงยังไม่พร้อมให้ข้อมูล ซึ่งช่วงที่ไปร่วมงานศพก็พบกับผู้สื่อข่าวช่อง 8 กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิต ซึ่งตนอยู่กับ “พี่ต้น” ตลอด ไม่เคยหลบไปไหน แต่กลับมีข่าวว่าเจ้าตัวหนี จึงต้องการชี้แจงเพื่อแก้ไขความเคลือบแคลงใจในสังคมนายกิตติ ยอมรับว่า ตนและ “นัท” มีความสัมพันธ์ในฐานะแฟนมานานกว่า 2 ปี และสนิทกันมาก กระทั่งเพิ่งเลิกลากันไปเพียง 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุเสียชีวิต จึงยิ่งรู้สึกสะเทือนใจเมื่อทราบข่าว โดยเชื่อว่านัทไม่น่าเป็นคนทำร้ายตัวเอง และส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องอาการซึมเศร้าของผู้เสียชีวิต แต่อยากยืนยันว่าไม่รู้จัก “บิ๊ก” แฟนใหม่ของนัทมาก่อน เพิ่งทราบหลังข่าวแพร่กระจายว่ามีบุคคลดังกล่าวอยู่ในบ้านวันเกิดเหตุ…
-
เจรจาสำเร็จ ไดกิ้น-สหภาพแรงงาน เปิดข้อตกลง 5 ข้อ ยอมจ่ายโบนัส
วันที่ 9 ธ.ค. 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เผยผลการเจรจาร่วมกันระหว่าง บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ สหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะ รักษ์เสรี ว่า หลังการเจรจานานกว่า 12 ชั่วโมง โดยมีการเจรจาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ถึงวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 00.30 น. ล่าสุดได้ข้อยุติเป็นทางออกร่วมกันเจรจาสำเร็จ ไดกิ้น-สหภาพแรงงาน เปิดข้อตกลง 5 ข้อ ยอมจ่ายโบนัสโดยเพจเฟซบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง Treenuch Thienthong ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลังจากที่ดิฉันได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างโรงงานไดกิ้นและสหภาพแรงงานฯ ให้หาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจ้างงานนั้นเมื่อคืนนี้ กว่า 12 ชั่วโมงของการเจรจาไกล่เกลี่ยจนได้ข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน 5 ข้อนี้ค่ะ1. บริษัทฯ…
-
เปิดสัมพันธ์แท้จริง นาย ก. เป็นอะไรกับ นัทปง รู้แล้วทำหลายคนตกใจ
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางกระแสการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ “นัทปง” นักข่าวชื่อดัง ความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุดมาจาก นาย ก. หรือ กิตติ พนักงานร้านทองย่านบางแค ผู้ยอมรับว่าเป็นผู้นำไซยาไนด์ ออกจากร้านไปให้ผู้ตาย โดยยืนยันว่าทางร้านทองไม่ทราบเรื่องมาก่อน และเจ้าตัวไม่ได้หลบหนีตามที่เป็นข่าวนาย ก. เปิดใจหลังให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยชี้แจงว่า “ที่ข่าวบอกว่าผมหนี จริงๆ ผมเพิ่งบินกลับถึงกรุงเทพฯ เพราะผมอยู่เชียงรายที่งานศพเขา ผมไม่ได้หนี อยู่กับพี่ต้นที่งานศพตลอด” เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสนิทกับนัทปง เจ้าตัวยืนยันว่า“สนิทกันมาก มีความสัมพันธ์กันในฐานะแฟน รู้จักกันมาประมาณ 2 ปี”เขายอมรับว่า ตกใจและไม่คาดคิด ว่านัทปงจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง และไม่ทราบว่าอีกฝ่ายมีภาวะซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิตใดๆ มาก่อนนาย ก. ยังระบุเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์กับ “บิ๊ก” เพิ่งมารู้จักกันในวันเกิดเหตุ ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ“ส่วนพี่ต้น เราสนิทกันมาก ไปบ้านพี่นัทบ่อย รหัสเข้าบ้านผมก็มี”เจ้าตัวทิ้งท้ายว่า“ผมไม่ได้หนี และมาให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผมก็ถูกมองว่าเป็นผู้ต้องหาไปแล้ว เรื่องไซยาไนด์ผมชี้แจงกับตำรวจหมดแล้ว ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ”ส่วนประเด็น ซยน ตนไม่ได้เอายาไปจับกรอกปากเขา เหตุการณ์ทั้งหมดคือเรื่องระหว่าง #ณัฐกับแฟนใหม่คือบิ๊กไม่ใช่ตน อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนให้ข้อมูลกับตำรวจทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยกับการให้ปากคำทั้งวัน…
-
ตร.คุมตัว นาย ก. ค้นบ้านพัก-ร้านทอง หาต้นทางไซยาไนด์ คดี “นัทปง”
ตำรวจคุมตัว “นาย ก.” ค้นบ้านพัก-ร้านทอง ตรวจสอบหาต้นทางไซยาไนด์ คดี “นัทปง” อ้างให้ด้วยการตกลงกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายวันที่ 8 ธ.ค.2568 ตำรวจฝ่ายสืบสวน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 นำตัวนาย ก. ออกจากสถานีตำรวจภูธรบางกรวย เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย และร้านทองที่เป็นลูกจ้างอยู่ ย่านบางแค กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบสารไซยาไนด์ มาเปรียบเทียบกับของกลาง ภายหลังรับสารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ส่งมอบสารไซไซยาไนด์ ให้กับ “นัทปง” หรือ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่เสียชีวิตจริงโดยพลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า การรับสารภาพ นาย ก. อ้างว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมอบสารไซยาไนด์ให้กัน โดยไม่ได้ทำการซื้อขายกันจริง ในปริมาณ 2 ช้อนชา ส่วนมูลเหตุไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการส่งมอบไซยาไนด์เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมาส่งมอบให้ที่บ้านในขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่อยู่ ซึ่งตำรวจมีหลักฐานกล้องวงจรปิดย้อนหลังแล้ว ส่วนปริมาณในการใช้ ตำรวจจำเป็นต้องเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับญาติในวันที่ 11 ธ.ค.นี้…
-
ปิดฉากชีวิต ‘สมพงษ์ เลือดทหาร’ ตำนานแท็กซี่คนดีลวงโลกแห่งปี 40
ปิดฉากชีวิตบั้นปลายในวัย 64 ปี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 บนโลกโซเชียลแชร์ข่าว สมพงษ์ เลือดทหาร อายุ 64 ปี อดีตคนขับรถแท็กซี่ผู้เคยตกเป็นข่าวโด่งดังในปี พ.ศ. 2540 ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 20.06 น. วันที่ 7 ธ.ค. 68 หลังจากใช้ชีวิตเงียบๆ ในช่วงบั้นปลายสมพงษ์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2504 ที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ก่อนย้ายเข้ากรุงเทพฯ มาประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ จนเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจากเหตุเก็บกระเป๋าเงินสดได้แล้วนำมาคืนเจ้าของ หลังมีผู้โทรฯ แจ้งสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2540 ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ในชั่วข้ามคืน ได้รับรางวัลมากมายและถูกเชิญออกรายการโทรทัศน์หลายช่องแต่เรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อมีการตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของเหตุการณ์ดังกล่าว จนนำไปสู่การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ผลการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่สมพงษ์ กุขึ้นเอง รวมถึงเสียงโทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็น รปภ. ชื่อ “วิโรจน์” ก็เป็นเสียงของ สมพงษ์ ที่แกล้งดัดขึ้นภายหลังการสารภาพ สมพงษ์…
-
วงการแพทย์อาลัยสูญเสีย “หมอสุนันทา” แพทย์ผู้เป็นที่รักของผู้ป่วย
วันที่ 8 ธ.ค. 68 มีรายงานข่าวการจากไปของ แพทย์หญิงสุนันทา จินดารัตน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ทอง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างความอาลัยให้กับคนในวงการแพทย์และประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากคุณหมอสุนันทาเป็นแพทย์ดูแลเด็กที่ได้รับการกล่าวถึงว่าอ่อนโยน ใส่ใจ และทุ่มเทต่อผู้ป่วยทุกคน เป็นที่รักของชาวอู่ทองและของครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มารักษาอยู่เสมอ เพราะนอกจากความสามารถทางการแพทย์แล้ว คุณหมอยังดูแลคนไข้ด้วยหัวใจและความเมตตาหนึ่งในความทรงจำที่ถูกพูดถึงอย่างอบอุ่น มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก อนุชษรา อ้น รักอู่ ซึ่งเคยพาลูกไปรักษากับคุณหมอสุนันทา เธอเล่าว่า“เมื่อคืนตกใจมากกับข่าวการจากไปของคุณหมอผู้ใจดี เคยร่วมงานกับหมอสุสมัยทำงานที่โรงพยาบาล เพราะทำงานอยู่ตึกเด็ก หมอสุน่ารัก ใจดีเสมอ เวลาพาลูก ๆ ไปคลินิก หมอก็มักจะให้วิตามินซีกับน้องฟิวส์และน้องโฟม เพื่อให้เด็ก ๆ ไม่ร้องไห้”เธอยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตราตรึงไม่เคยลืม เมื่อ น้องโฟมป่วยเป็นไข้เลือดออกและอยู่ในภาวะช็อก ตอนอายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบคุณหมอสุรีบออกใบส่งตัวให้น้องแอดมิต และรับดูแลรักษาด้วยตัวเองจนเด็กหายดีออกจากโรงพยาบาล ทำให้ครอบครัวซาบซึ้งและจดจำความเมตตานี้มาตลอดหลายสิบปี แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ทุกครั้งที่เจอกัน คุณหมอยังคงทักทายด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมผู้โพสต์ทิ้งท้ายด้วยความอาลัยว่า“เสียใจมากที่หมอสุจากไปอย่างกะทันหัน ขอให้หมอสุไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์นะคะ ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวคุณหมอด้วยค่ะ ด้วยรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง”การจากไปของคุณหมอสุนันทา ไม่เพียงสร้างความเศร้าโศกให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน แต่ยังทิ้งความคิดถึงไว้ในหัวใจของผู้ป่วยนับไม่ถ้วนที่เคยได้รับการดูแลด้วยความจริงใจและเมตตาตลอดหลายปีที่ผ่านมา