Category: ทั่วไป

  • เสียใจอย่างสุดซึ้ง สธ.เผยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด น้ำท่วมหาดใหญ่

    เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานการชันสูตรพลิกร่างและพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุอุทกภัย 2568เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาโพสต์รายงาน ผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการ กระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า รายงานการชันสูตรพลิกร่างและพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุอุทกภัย 2568 ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น.โดยรายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตล่าสุด ทั้งหมด จำนวน 145 ราย โดยส่งร่างคืนญาติไปแล้ว จำนวน 49 ราย ทั้งนี้ คงเหลืออยู่ทั้งหมด จำนวน 96 ราย ซึ่งในผู้เสียชีวิตทั้งหมด สามารถระบุตัวบุคคลได้ 110 ราย เเละยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีก 9 รายภาพจาก…

  • บิ๊ก เสียใจ รับโทรแจ้ง นัทปง ปมกินยาเกินขนาด พร้อมร่วมมือตำรวจเต็มที่

    บิ๊ก เสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ พยายามช่วยเหลือเท่าที่มีสติ รับโทรแจ้ง นัทปง ปมกินยาเกินขนาด ยืนยันบริสุทธิ์ใจ พร้อมร่วมมือตำรวจเต็มที่เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. 2568 ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัว นายบิ๊ก หนึ่งในเพื่อนสนิทของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้เสียชีวิต เข้าไปยังห้อง ศปก.สภ.บางกรวย จ.นนทุบรี และได้ให้ นายบิ๊ก เซ็นรับรองหลักฐานหลายฉบับที่ใช้ประกอบสำนวนคดี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัว นายบิ๊ก ออกมาจากห้อง ศปก.สภ.บางกรวยนายบิ๊ก กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนที่เกิดเหตุ ตนก็พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่สติมี ณ ตอนนั้นแล้ว ยอมรับว่าเป็นคนโทรแจ้งตำรวจว่ามีคนกินยาเกินขนาด คือ พี่นัทจริง ๆนายบิ๊ก กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดให้ติดตามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่ตร.จ่อออกหมายเรียกตัว กิตติ คนส่งไซยาไนด์ให้ นัทปง เข้าให้ปากคำ ชี้เป็นพยานสำคัญเปิดภาพวงจรปิด ไล่ไทม์ไลน์บ้าน นัทปง…

  • กัมพูชา แถลงอ้าง ไทยเปิดฉากยิงก่อน ฟ้องผู้สังเกตการณ์ทันที

    7 ธ.ค. 2568 กระทรวงกลาโหมของกัมพูชา โดย นางมาลี โสเจียตา โฆษกฯ ออกแถลงการณ์เหตุปะทะระหว่าง ทหารไทยและกัมพูชา บริเวณ "ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน" ระบุว่านางมาลี อ้างว่า เวลาประมาณ 14.15 น. ทหารไทยได้เปิดฉากยิงใส่กองกำลังกัมพูชา ณ ลานหิน ในอำเภอจำกซาน จังหวัดพระวิหาร ในเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ ทหารไทยได้ใช้ปืนพก ปืนกล B40 และปืนครก 60 มม.ทันทีที่เกิดเหตุ กองกำลังกัมพูชาได้ติดต่อฝ่ายไทยให้หยุดการยิงใส่กองกำลังกัมพูชาโดยทันที เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงตอบโต้ ต่อมากองกำลังทหารไทยได้หยุดยิงในเวลา 14.32 น.เหตุการณ์นี้ กองกำลังกัมพูชาไม่ได้ทำการตอบโต้ และกำลังติดตามสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาขึ้นนี้อย่างระมัดระวังและให้ความสนใจสูงสุด ในขณะเดียวกัน กัมพูชาได้แจ้งให้ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT – ASEAN Observer Team) ทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว และวางแผนที่จะร้องขอให้ AOT ทำการตรวจสอบและสืบสวน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความยุติธรรม และความถูกต้องในโอกาสนี้ กัมพูชายืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง และปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย…

  • อัพเดตคำด่าที่ผิดกฎหมาย เผลอพูดเสี่ยงโทษจำคุก – โดนปรับอื้อ

    ในยุคโซเชียลที่การแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว หลายคนอาจลืมไปว่าบางถ้อยคำที่ใช้กันติดปากนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและนำไปสู่การถูกฟ้องร้องได้จริง ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้ให้ความสนใจอย่างมาก หลังทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง ออกมาเผยรายชื่อ “คำด่าที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งพบว่าหลายคำเป็นคำหยาบคายที่ผู้คนมักใช้กันเป็นปกติ โดยไม่รู้ว่ามีคำพิพากษาศาลฎีการองรับอยู่ทนายรัชพลได้รวบรวม “คำด่าผิดกฎหมาย” พร้อมอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อเตือนประชาชนว่าอย่านำไปใช้ด่าใครเด็ดขาด หากไม่อยากเสี่ยงถูกดำเนินคดี ซึ่งมีทั้งคำที่ได้ยินกันบ่อยและคำรุนแรงอย่างมาก อาทิ“อีดอก” (ฎีกา 2102/2521)“อีเหี้ย”, “อีสัตว์”, “อีควาย” (ฎีกา 5257/2548)“อีชั่ว” (ฎีกา 13173/2558)“ตอแหล” (ฎีกา 8919/2552)“เฮงซวย” (ฎีกา 1623/2551)“ดอกทอง” (ฎีกา 19384/2557)“อีร้อยควย” (ฎีกา 1442/2495)“หน้าหัวควย”, “หน้าหี” (ฎีกา 19384/2557)“ไอ้ห่า” (ฎีกา 3800/2527)“ไอ้ระยำ” (ฎีกา 1631/2538)“ผู้หญิงต่ำ ๆ” (ฎีกา 2256/2537)“ไอ้หน้าโง่” (ฎีกา 7572/2542ทนายรัชพลย้ำว่า หากใช้คำเหล่านี้ด่าหรือดูหมิ่นผู้อื่น อาจเสี่ยงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท ตามกฎหมายอาญามาตรา 393หลังโพสต์เผยแพร่ ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์และแชร์กันอย่างกว้างขวาง หลายคนยอมรับว่าคำเหล่านี้เป็นคำที่ได้ยินกันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน…

  • เปิดไทม์ไลน์เหตุปะทะชายแดน “ภูผาเหล็ก” ทหารไทย-กัมพูชายิงสนั่น กำลังพลเจ็บ 2 นาย

    เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์ปะทะ เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์ปะทะ "ทหารไทย-กัมพูชา" ยิงสนั่นภูผาเหล็ก ก่อนสถานการณ์ยุติ มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นายวันที่ 7 ธ.ค.68 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ปะทะบริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ ดังต่อไปนี้เวลา 14.15 น. หน่วย พัน.ร.13 (ฉก.1) ปะทะกับทหารกัมพูชา โดยกัมพูชาได้เปิดฉากการยิงด้วยกระสุนปืนเล็กมายังฝ่ายเรา ทำให้ฝ่ายเรามีผู้บาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.อ.อนุชาติ เรือนคำ (ป.6 พัน.6) และ พลฯ พรชัย จำปาจุม (ร.6 พัน.3)เวลา 14.16 น. ฝ่ายเราทำการยิงอย่างต่อเนื่องตามกฎการปะทะอย่างได้สัดส่วน ฝ่ายตรงข้ามเริ่มใช้อาวุธ ปรส. แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งหน่วยเตรียมพร้อมเต็มรูปแบบเวลา 14.50 น. การปะทะยุติลง หน่วยยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ และรักษาความพร้อมอย่างใกล้ชิดเวลา 14.53 น. ลำเลียงผู้บาดเจ็บถึง บก.โดนเอาว์ เพื่อรักษาพยาบาลต่อเวลา 15.39…

  • ตร.จ่อหมายเรียก “กิตติ” คนนำไซยาไนด์ส่งให้ “นัทปง” ชี้เป็นพยานสำคัญ

    ตร.จ่อออกหมายเรียก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ความคืบหน้าการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัทปง ผู้สื่อข่าวช่อง 8 โดยผลชันสูตรพบว่าในร่างกายมีสารไซยาไนด์ในปริมาณที่สูงจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า เตรียมออกหมายเรียกพยานบุคคลที่สำคัญในคดีนี้อีกราย คือ นาย ก. หรือนายกิตติ ซึ่งแนวทางสืบสวนพบว่า เป็นผู้นำสารไซยาไนด์มาส่งให้กับผู้เสียชีวิตจนเป็นสาเหตุให้ผู้เสียชีวิตนำไปใช้ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนว่านายกิตตินำสารไซยาไนด์มาจากที่ใด หากพบความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปส่วนไซยาไนด์ที่พบนั้นจะเป็นไซยาไนด์ประเภทใด ต้องรอวันที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตมาเปิดบ้านให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในเบื้องต้นทราบว่าซองที่บรรจุไซยาไนด์ดังกล่าวยังวางอยู่บนโต๊ะในบ้าน ส่วนประเด็นที่ว่ามีการนำซองไซยาไนด์ออกไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ เป็นเพียงแค่การแบ่งออกไปเท่านั้น ไม่ได้นำออกไปทั้งซอง และซองไซยาไนด์ดังกล่าวก็ยังอยู่ในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องให้ทางครอบครัวเดินทางมาเปิดบ้านพักให้ตรวจสอบในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ตามที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้แจ้งไว้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจ.นนทบุรี เดินทางเข้าเก็บหลักฐานดีเอ็เอและลายนิ้วมือของนายไอซ์ นายบิ๊ก และนายต้น เพื่อไว้ใช้ในการตรวจเปรียบเทียบสอบกับหลักฐานอื่นภายในบ้าน

  • ด่วน! สั่งอพยพบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ หลังไทยปะทะกัมพูชา

    กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ทหารไทยที่ ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน ล่าสุดสั่งอพยพบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ไปพื้นที่ปลอดภัย7 ธ.ค. 68 เฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส โพสต์ระบุว่า อพยพเพื่อความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 2 กัมพูชาเปิดฉากยิง ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน ไทยยิงโต้ตอบเกิดการปะทะปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่แน่นอน ขอให้ประชาชน 4 จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีอพยพไปยังศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัยขณะที่เฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความทันว่า เวลา 14.16 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงในพื้นที่บริเวณ ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน ส่งผลให้ฝ่ายเราจำเป็นต้องดำเนินการโต้ตอบ โดยเกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มใช้อาวุธ ปรส. ต่อมาในเวลา 14.50 น. การปะทะได้ยุติลง อย่างไรก็ตาม หน่วยในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่การปะทะอาจขยายวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน อำเภอแนวชายแดนของ 4 จังหวัด…

  • คลิปวงจรปิดกู้ภัยฯ หน้าบ้าน “นัทปง” มีพูดถึงผู้ใหญ่–กลัวหลุด ชาวเน็ตสงสัยเรียกเงินค่าอะไร? (ชมคลิป)

    เปิดคลิปวงจรปิด นาทีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินไป–มา บริเวณหน้าบ้านของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ “นัทปง” ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่ยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมมีบทสนทนาเกี่ยวกับ “ผู้ใหญ่” และ “กลัวหลุด” ทำสังคมตั้งคำถาม เรียกเงินเรื่องใด และใครคือผู้ใหญ่วันนี้ (7 ธ.ค.) เพจ “เจ๊ม้อย V+" ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งเดินไป–มาอยู่บริเวณหน้าบ้านของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ “นัทปง” ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ซึ่งยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดของบ้านข้างๆ โดยในคลิปมีเสียงบทสนทนาทำนองว่า “กูเปิดไปแสนนึง เขาต่อ 85 มึงให้เขาไหมล่ะ มีผง ผู้ใหญ่เขากลัวหลุด” ทำให้ผู้ชมคลิปตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดโดยผู้โพสต์ตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงต้องมีการ “เรียกเงิน” หรือ “เคลียร์เงิน” และ “ผู้ใหญ่” ที่ถูกอ้างถึงคือใคร โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ใหญ่หมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานใดด้านผู้โพสต์ยังระบุว่า หากมีการตรวจพบ “สาร” ก็อาจไม่ใช่สารเสพติด แต่เป็นสารทางยา หรือ ไซยาไนด์ คลิปวีดีโอดังกล่าวจึงทำให้เกิดกระแสวิจารณ์คือคำพูดลักษณะ “กลัวหลุด”…

  • เปิดความสัมพันธ์ บิ๊ก กับ นัทปง เล่าหมดเปลือก กลางรายการ

    วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 รายการพุทธทอล์ก ดำเนินรายการโดย นายพุทธ อภิวรรณ ได้เชิญ บิ๊ก หนึ่งในเพื่อนสนิทของนัทปง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ มาเปิดใจและเล่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 รายการพุทธทอล์ก ดำเนินรายการโดย นายพุทธ อภิวรรณ ได้เชิญ บิ๊ก หนึ่งในเพื่อนสนิทของนัทปง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ มาเปิดใจและเล่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดบิ๊กเปิดเผยว่า ตนรู้จักนัทปงประมาณ 4-5 ปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นัทปงเคยพูดถึงสารไซยาไนด์ในช่วงที่เกิดคดีแอม ไซยาไนด์ เป็นการพูดแบบทีเล่นทีจริงว่าจะซื้อมา กระทั่งตนเห็นสารไซยาไนด์จริงครั้งแรกในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยพบวางอยู่บนโต๊ะรับแขกบริเวณจุดดูทีวีจากนั้นบิ๊กได้เปิดแชทการพูดคุยระหว่างตนกับนัทปง ซึ่งมีการส่งรูปสารไซยาไนด์ไปให้นัทปงดู ก่อนจะมีการโทรคุยกัน แต่ตนไม่ทราบว่านัทปงนำสารชนิดนี้เข้าบ้านมาได้อย่างไรบิ๊กกล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับไซยาไนด์และไม่คุ้นเคยกับสารนี้ ตอนแรกคิดว่านัทปงอาจแกล้งหรือหยอกเล่น จึงนำสารไซยาไนด์ไปเก็บไว้ในห้องคาราโอเกะเพื่อให้ไกลจากสุนัข กลัวว่าสุนัขอาจไปกัดหรือกินเข้าไป โดยตั้งใจว่าจะตรวจสอบให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยทิ้งหรือทำลาย แต่ด้วยความที่ทำหลายอย่างพร้อมกันจึงลืมไปสารไซยาไนด์ถูกเก็บไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ในห้องคาราโอเกะ มีหนังสือหรือสมุดทับไว้ ทำให้มองไม่เห็นหากไม่สังเกต หลังจากบิ๊กนำสารไปเก็บแล้ว นัทปงไม่เคยถามถึงอีกเลยต่อมาบิ๊กเดินทางกลับต่างจังหวัด และจองตั๋วกลับมาหานัทปงอีกครั้งในวันที่…

  • สหภาพแรงงานไดกิ้น ลุยกดดันบริษัทต่อ ย้ำต้องให้โบนัส-ทอง ตามที่ตกลง

    สหภาพแรงงานไดกิ้น ลุยกดดันบริษัทต่อ ย้ำต้องให้โบนัส-ทอง ตามที่ตกลง เผยข้อเรียกร้องล่าสุด ยอมรับโบนัส 7 เดือนเหมือนปีที่แล้ว บวกเงินเพิ่มอีก 3 หมื่นบาทภายหลังบริษัทไดกิ้นประกาศปิดงาน เพราะเจรจาไม่ลงตัวเรื่องโบนัสและทองคำที่จะให้กับพนักงานที่ทำตามเงื่อนไขได้ โดยมีการเจรจากันมารวมแล้ว 11 ครั้ง ซึ่งการปิดงานของบริษัทนั้น พนักงานยังไม่โดนไล่ออก แต่จะเข้าโรงงานไม่ได้ ทำงานไม่ได้ รายได้ก็หายไปความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 7 ธ.ค. 2568 ทางสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี พร้อมสมาชิกได้นัดรวมตัวกันอีกครั้ง ที่บริเวณ ต.บ้านเก่าอ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยมีการลงทะเบียนของสมาชิก และมีพนักงานที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้ามาสมัครเพิ่มอีกกว่า 300 ราย เพื่อทำกิจกรรมต่อสู้การเรียกร้องโบนัสร่วมกับทางสหภาพฯโดยแกนนำของสหภาพได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อสมาชิกของสหภาพ นอกจากนั้นทางสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ยังได้เชิญสหภาพอีก 2 แห่ง คือที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี มาพูดคุยเพื่อหาแนวทางการต่อสู้เพื่อกดดันให้ทางบริษัทฯ จ่ายเงินโบนัสตามข้อตกลง และจะเตรียมที่จะไปเจรจาครั้งที่ 12 ที่สำนักงานคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ในวันพรุ่งนี้ (8 ธ.ค.)นายมานิตย์ ปียัง ประธานสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี เผยว่า วันนี้ได้เรียกสมาชิกสหภาพแรงงานฯ…