Category: ทั่วไป
-
เปิดชื่อ 11 ชุมชน กทม. เฝ้าระวังใกล้ชิด ได้รับผลกระทบน้ำเหนือ-น้ำหนุน
วันที่ 11 พ.ย. 2568 นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของกรมชลประทาน โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะทรงตัวในช่วงวันที่ 11–12 พฤศจิกายนนี้ ก่อนมีแนวโน้มลดระดับลงหลังจากนั้นกทม. เปิดรายชื่อ 11 ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังใกล้ชิดโดยเมื่อวานนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณสะพานพุทธ–ท่าเตียน ยืนยันสถานการณ์ยังควบคุมได้ พร้อมสั่งทุกเขตริมเจ้าพระยาเฝ้าระวัง “3 น้ำ” ทั้งน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน ตลอด 24 ชั่วโมงผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุ ขณะนี้น้ำเหนือเพิ่มเป็นราว 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่น้ำหนุนน้อยลง ระดับน้ำสูงสุดราว 2.1 เมตร ต่ำกว่าแนวคันป้องกัน 2.8 เมตร เหลือระยะปลอดภัย 70 เซนติเมตร พร้อมใช้วิธี “สูบสู้” ระบายน้ำที่รั่วซึมกลับสู่แม่น้ำ ป้องกันล้นเข้าถนน ย้ำ กทม. ควบคุมสถานการณ์ได้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลากทม.…
-
ยังไม่หยุด! ราคาทองล่าสุด ประกาศปรับครั้งที่ 16 ผันผวนหนัก
ยังไม่หยุด! ราคาทองล่าสุด ประกาศปรับครั้งที่ 16 ผันผวนหนักสำหรับราคาทองคำเปิดตลาดประจำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เปิดตลาดปรับขึ้น 500 บาท ในครั้งที่1 ต่อมามีการปรับขึ้น-ลง รวมแล้ว 16 ครั้ง โดยทองรูปพรรณขายออกบาทละ 63,250 ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ สมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 15.16 น.ภาพจาก สมาคมค้าทองคำภาพจาก สมาคมค้าทองคำราคาทองคำ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568ทองคำแท่ง- รับซื้อ บาทละ 62,350 บาท- ขายออก บาทละ 62,450 บาทราคาทองรูปพรรณ- ขายออก บาทละ 63,250 บาท
-
ใบตองแห้ง ลั่นแรง! การสื่อสารของพรรคเพื่อไทยเรื่องอวยพรสนธิ น่าสมเพช!!
ใบตองแห้ง งงหนัก! เพื่อไทยสื่อสารเรื่องอวยพรสนธิ ไปคนละทาง อีกคนบอกดึงศัตรูมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตย อีกคนบอกเป็นการร่วมงานวันเกิดสื่อ ลั่น จนตอนนี้ ยังไม่รู้อวยพรสนธิเพื่ออะไร?ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าการสื่อสารของพรรคเพื่อไทยเรื่องไปอวยสนธิลิ้มนี่โคตรขรรมน่าสมเพชทันทีที่เป็นข่าว เรียกเสียงหัวเราะเย้ยหยันสนั่นเมืองแบกอดไม่ได้ ต้องแก้ต่าง แบบด้นกันเอาเองเอาศัตรูมาเป็นมิตร คือความสุดยอด ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนมีแต่พวกส้ม(ไม่ได้เดือดร้อนโว้ย หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง)กระทั่งก่อแก้ว พิกุลทอง ก็อ้างว่าดึงศัตรูมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจะเปลี่ยนอนาคตได้ที่ไหนได้ ถัดมา คำ ผกา อ้างว่าเป็นเรื่องธรรมดาทุกพรรคไปงานวันเกิดสื่อ วันก่อตั้ง MGR คือวันเกิดสนธิลิ้ม(ปีก่อนๆ เพื่อไทยส่งใครไปมั่งหว่า)แล้วโฆษกพรรค ก็ทวีตตามบรี๊ฟ คำ ผกา บอกว่าแค่ไปงานวันก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เหมือนสื่อทุกสำนักจบนะ ก่อแก้วหน้าม้านไม่ใช่การดึงศัตรูมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตยสักหน่อยนี่คือวิถีเพื่อไทยแกนนำหรือนายทำอะไร ไม่บอกไม่เคลียร์แบกต้องด้นอธิบายกันเอง หาเหตุผลข้างๆคูๆแก้ต่างให้พรรคจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าไปอวยสนธิเพื่ออะไรแต่แบกก็พึงพอใจกับคำอธิบายของตัวเองของโฆษกพรรคทั้งที่ขัดกันเอง#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
ลูกค้าคาร์แคร์สุดแสบ หอบพรมรถไปซักในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านคาร์แคร์ริมถนนสายฉะเชิงเทรา–บางขนาก ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะชายคนหนึ่งนำรถยนต์เข้ามาล้างภายในร้าน หลังล้างเสร็จกลับหอบพรมเช็ดเท้าทุกชิ้นออกมาจากรถแล้วนำเข้าเครื่องอบผ้า แต่เมื่อพบว่าเครื่องที่ใส่เข้าไปไม่สามารถซักได้ จึงย้ายพรมทั้งหมดไปใส่เครื่องซักผ้าขนาด 13 กิโลกรัมที่อยู่ด้านข้างลูกค้าคาร์แคร์สุดแสบ หอบพรมรถไปซักในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเมื่อซักเสร็จ เห็นว่าพรมยังเปียกอยู่และมีเวลาเหลือ ชายคนดังกล่าวจึงยกพรมทั้งหมดใส่ถังอบผ้าอีกครั้ง แต่ด้วยจำนวนพรมที่มาก เขาลืมพรมไว้ 2 ผืนในเครื่องอบก่อนขับรถออกไปจากร้านเจ้าของร้านเปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.30 น. ของวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะตนและสามีเข้ามาทำความสะอาดร้านในคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน ได้เปิดถังอบพบพรมเช็ดเท้ารถยนต์พร้อมเศษกรวดทรายเต็มถัง จึงต้องทำความสะอาดและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเจ้าของร้านระบุว่า ติดตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมาได้เพียง 2 เดือน ไม่เคยเจอลูกค้าแบบนี้มาก่อน ทั้งที่มีป้ายแจ้งข้อห้ามชัดเจน จึงตัดสินใจนำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่ เพื่อไม่ให้ลูกค้ารายนี้ไปก่อเหตุในร้านอื่นอีก พร้อมเผยว่าบริษัทผู้ดูแลเครื่องจะเข้ามาตรวจเช็กในสัปดาห์หน้า หากพบว่าแกนเครื่องซักหรือเครื่องอบเสียหายจากน้ำหนักพรมขณะเปียกน้ำ ก็เตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ต่อไปลูกค้าคาร์แคร์สุดแสบ หอบพรมรถไปซักในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
-
ไวรัลคลิป สาวนั่งยองฉี่ ข้างมอเตอร์เวย์ ชาวเน็ตจี้ถามคนถ่าย เกินไปไหม?
เพจ ท่านเปา แชร์คลิป หญิงสาวนั่งยองปัสสาวะริมทางด่วน ชาวเน็ตเสียงแตก มุมหนึ่งเข้าใจคนปวดจนทนไม่ไหว แต่อีกมุมจี้ถามคนถ่ายคลิป เอามาลงประจานทำไม?โอ้ยตายละหว่า… กลายเป็นประเด็นดราม่าให้ถกเถียงกันสนั่นโซเชียล เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก ท่านเปา ได้แชร์ภาพและคลิปเหตุการณ์บนทางมอเตอร์เวย์สายหนึ่ง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพหญิงสาวสวมเสื้อแขนกุดสีดำ เปิดประตูรถยนต์ของตนเอง แล้วนั่งยอง ๆ ริมทางเพื่อขับถ่ายปัสสาวะ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากเหตุสุดวิสัย คือการอั้นปัสสาวะไม่ไหวแล้วจริง ๆหลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยเสียงแตกออกเป็นหลายฝ่ายภาพจาก : FB/ท่านเปาชาวเน็ตส่วนหนึ่งเข้ามาแสดงความเห็นใจหญิงสาวในคลิป โดยมองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากอั้นไม่ไหวจริงๆ บางคนถึงกับมาเล่าประสบการณ์ตรงว่า“เอาตรงๆ ผมก็เคยคือปวดจนเจ็บท้องอะพอลงไปเยี่ยวเบ่งตั้งนาน มันเรากลั้นเกิน พอหลังจากนั้นก็แบบพี่เขาเลย แต่ผมหลับตาจะได้ไม่อาย 5555555”ภาพจาก : FB/ท่านเปาอย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุด กลับตกไปอยู่ที่คนถ่ายคลิป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างตั้งข้อสังเกตว่า การที่หญิงสาวปวดปัสสาวะจนอั้นไม่ไหวและต้องจอดข้างทาง เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ คนถ่ายคลิป เอาคลิปมาลงโซเชียลเพื่ออะไร?ภาพจาก : FB/ท่านเปา“ริงคนมันไม่ไหวอะเข้าใตได้นะแต่ถ่ายเอามาลงนี้แปลก ๆ ละ”ชาวเน็ตหลายคนมองว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการประจาน และอาจผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือ…
-
“สว.อังคณา” มาแล้ว เคลื่อนไหวซัดกัมพูชา ลอบฝังทุ่นระเบิดใหม่
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าว เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด พื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา ล่าสุด ทางด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก Angkhana Neelapaijit แล้วสว.อังคณา มาแล้ว เคลื่อนไหวซัดกัมพูชา ลอบฝังทุ่นระเบิดใหม่โดยทางด้าน สว.อังคณา แชร์ภาพข่าวจากเพจ กรรมกรข่าว เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบทุ่นระเบิด พร้อมข่าวระบุว่า "ชัดเจน! กองทัพบก ยืนยันเหตุระเบิด "ห้วยตามาเรีย" เป็นการลักลอบรื้อถอนลวดหนามเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทย มีเป้าหมายคือกำลังพลที่ลาดตระเวนเส้นทางเป็นประจำ ถือเป็นการละเมิด "ปฏิญญาร่วม" แสดงความเป็นปรปักษ์ ส่งผลให้ข้อตกลงต้องยุติลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง"สว.อังคณา มาแล้ว เคลื่อนไหวซัดกัมพูชา ลอบฝังทุ่นระเบิดใหม่นอกจากนี้ สว.อังคณา ยังโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวอีกว่า…"การลักลอบรื้อลวดหนามเพื่อเข้ามาฝังทุ่นระเบิดใหม่ถือเป็นการผิดข้อตกลง #ปฏิญญาร่วม 26 ตุลา และขัด #อนุสัญญาออตนาวา #ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายและครอบครัวค่ะ"สว.อังคณา มาแล้ว เคลื่อนไหวซัดกัมพูชา ลอบฝังทุ่นระเบิดใหม่
-
จับแล้ว มือฆ่ารัดคอไกด์สาวภูเก็ต หมกศพคารถเก๋ง หลังญาติแจ้งหายตัวลึกลับ เปิดคำสารภาพ
จับแล้ว มือฆ่ารัดคอไกด์สาวภูเก็ต หมกศพคารถเก๋ง หลังญาติแจ้งหายตัวลึกลับ เปิดคำสารภาพฆาตกรโหด ตร.เร่งติดตามทรัพย์สินผู้เสียชีวิตวันที่ 10 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต รับแจ้งว่า น.ส.อรทัย หรือไกด์กลาง อายุ 56 ปี ไม่ได้กลับเข้าบ้าน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2568 โดยญาติแจ้งว่าตามปกติ น.ส.อรทัย จะจอดรถไว้ที่ห้างแห่งหนึ่ใน ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ตจากนั้นจะโดยสารรถยนต์ของบริษัทไปทำงาน โดยจะกลับมาถึงห้างในช่วงเวลาเย็นต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนตรวจสอบข้อมูลกล้องวงจรปิด จึงทราบว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 16.47 น. หลังจาก น.ส.อรทัย กลับมาจากทำงาน มาถึงห้างแล้ว น.ส.อรทัยได้เดินออกจากห้างไปขึ้นรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง 5311 ภูเก็ตขณะเดินไปที่รถของตนนั้น ได้มีคนร้ายทราบชื่อภายหลัง คือ นายจิรศักดิ์ อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดพังงาได้เดินตาม…
-
หลักฐานมัด! เขมรวางระเบิดลูกใหม่ห้วยตามาเรีย ทหารบาดเจ็บ ละเมิดปฎิญญาณมาเลเซีย
หลักฐานมัด! เขมรวางระเบิดลูกใหม่ห้วยตามาเรีย ทหารบาดเจ็บ ละเมิดปฎิญญาณมาเลเซียพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงกรณี กำลังพลประสบเหตุเหยียบกับระเบิด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า “จากรายงานล่าสุด พบว่ามีกำลังพลได้รับบาดเจ็บรวม 4 นาย ได้แก่• จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าขวาขาด• พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด• พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขา• พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการระคายเคืองตาจากฝุ่นหรือสารเคมีของระเบิดขณะนี้ทุกนายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว”กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังพลปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบนเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดที่ทหารกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาวางกำลัง ก่อนจะถอนกำลังออกไปภายหลังเหตุปะทะที่ผ่านมา โดยหลังจากทหารกัมพูชาถอนกำลังออกไปแล้ว ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 68 พร้อมทั้งได้ดำเนินการเสริมความมั่นคงพื้นที่ ด้วยการกวาดล้างทุ่นระเบิด วางเครื่องกีดขวางลวดหนาม และลาดตระเวนเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องต่อมาเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 68 ตรวจพบว่าแนวลวดหนามที่วางไว้ถูกลักลอบเข้ามารื้อถอน จากนั้นในวันที่ 10…
-
เตือน คนละครึ่งพลัส ใช้จ่ายครั้งแรก ภายใน 11 พ.ย.นี้ ก่อนถูกตัดสิทธิ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส (โครงการฯ) โดย ณ วันที่ 10 พฤศฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. มีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการฯ สำเร็จแล้วกว่า 19.61 ล้านราย ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 28,794.52 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปจำนวน 14,400.51 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) จำนวน 183.84 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายร้านค้าทั่วไปจำนวน 14,033.66 ล้านบาท และร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform จำนวน 176.51 ล้านบาทเตือน คนละครึ่งพลัส ใช้จ่ายครั้งแรก ภายใน 11 พ.ย.นี้ ก่อนถูกตัดสิทธิทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา…
-
สาวไปต่อบัตรปชช. ไม่ผ่านเพราะเจ้าหน้าที่บอก หน้าไม่เหมือนในรูป
เรียกเสียงหัวเราะสนั่นโซเชียล หลังหญิงสาวรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์สุดฮา เมื่อตั้งใจไปต่ออายุบัตรประชาชนตามปกติ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ “ปฏิเสธการทำบัตร” เพราะใบหน้าปัจจุบันเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้ งานนี้เจ้าตัวถึงกับต้องเรียกญาติมาช่วยยืนยันตัวตน ก่อนจะกลายเป็นไวรัลสุดขำในโลกออนไลน์หญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเล่าประสบการณ์สุดพีค หลังเดินทางไปต่ออายุบัตรประชาชนที่อำเภอ แต่กลับเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่า “ไม่สามารถออกบัตรให้ได้ เพราะหน้าตาเปลี่ยนไปมากเกินไป”เจ้าของโพสต์เผยว่า“อุทาหรณ์นะคะ เมื่อเช้าไปต่ออายุบัตรประชาชนมา พนักงานบอกไม่ให้ผ่าน เพราะหน้าเปลี่ยนเกินไป ยืนมุงดูกัน 3 คน บอกกันว่า ‘นี่หล่อนเป็นใคร!’ ต้องให้ญาติมายืนยันตัวตนด่วนเลยค่ะ”พร้อมฝากเตือนแบบขำ ๆ ว่า“ใครทำหน้ามาใหม่ อย่าลืมพาญาติและบัตรประชาชนของญาติมายืนยันตัวด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเที่ยวเหมือนเรา”หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์และแชร์กันอย่างสนุกสนาน บ้างแซวว่า “สวยจนระบบราชการไม่กล้ารับรองตัวตน!” ขณะที่อีกหลายคนบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ทั้งฮาและมีสาระ เพราะใครจะรู้ว่าความสวยอาจทำให้ “บัตรประชาชนต่อไม่ได้” ก็เป็นได้