Category: ทั่วไป

  • ประกาศล่า แก๊งวัยรุ่นเมียนมา รุมกระทืบเด็กไทยวัย 16 ปล้นรองเท้า สุดหยามถ่มน้ำลายใส่

    ไทยไม่ทน ตามไล่ล่าแก๊งเมียนมารุมทำร้ายหนุ่ม 16 ไทย ตามจนเจอ 2 ใน 8 ตามภาพ พร้อมพาผู้เสียหายชี้ตัวยืนยันไม่ใช่ส่วน 2 คน ตามภาพยืนยันแล้วเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุเผยภาพถ่ายด้วยกันนานแล้ววันที่ 18 พฤษภาคม 2569 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความ พร้อมกับรูปภาพ น้องชาย ถูกกลุ่มวัยรุ่น คาดว่าเป็นชาวเมียนมา เกือบ 10 คน ก่อเหตุรุมทำร้าย แถมยังปล้นรองเท้าไปอีก 1 คู่ เหตุเกิด บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าวัดช่องลม ขาเข้าชลบุรี ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเกือบเที่ยงคืน ของวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยผู้โพสต์ยังระบุข้อความว่า “แก๊งแรงงานต่างด้าว สมัยนี่มันเก๋าเกินจริงๆ รวมกลุ่มรวมแก๊งขี่รถอัด3อัด4 ไล่กระทืบคนไทย 10-1 ทุบรถ ขโมยรองเท้าไปอีกดึงเสื้อแขนยาวน้องกูไปแล้วถุยน้ำลายใส่ หยามกันสุดๆ คงคิดว่ากฎหมายไทยเอาผิดหรือทำอะไรมันไม่ได้มั้ง แล้วเข้ามาทำงานในไทยแบบได๋??แอบสงสัยตอนนี้ได้แจ้งความไปแล้วแต่กลัวเรื่องจะไม่คืบหน้า ฝากช่วยแชร์ให้หน่อยค่ะ รีบๆมามอบนะไอ้เวรตะไล…

  • อุกอาจ! บุกยิงเจ้าอาวาสสาหัส กระสุนฝังร่าง 16 นัด ตร.ตั้งข้อสังเกต หมาหน้ากุฏิไม่เห่า วงจรปิดเสียทั้งวัด

    คนร้ายย่องกลางดึกใช้อาวุธปืนยิงเจ้าอาวาสวัดในกุฏิ ได้รับบาดเจ็บกระสุนฝังร่าง 16 นัดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุอุกอาจขึ้นภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อพระอธิการบุญเลิศ อายุ 64 ปี (เจ้าอาวาสวัด) ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าที่บริเวณกกหูด้านขวา สะบัก ไหล่ และสะโพกด้านขวา ขณะกำลังนั่งล้างจานอยู่ภายในกุฏิเจ้าอาวาส หลังเกิดเหตุพระลูกวัดและชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืนได้รีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะที่พระลูกวัดและชาวบ้านในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าอาวาสเป็นพระที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีปัญหากับผู้ใดมาก่อนจากการสอบถามอาการเบื้องต้นผ่านทางโทรศัพท์ เจ้าอาวาสเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในกุฏิตามปกติ จู่ๆ คนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครเปิดประตูเข้ามาและใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด แต่คาดว่าน่าจะเป็นปืนไทยประดิษฐ์ ยิงเข้ามาที่ด้านหลังของตนจนได้รับบาดเจ็บก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป ตนจึงได้ออกมาด้านหน้ากุฏิร้องเรียกให้คนช่วยก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์ระบุว่าพบร่องรอยบาดแผลจากกระสุนปืนกระจายอยู่ตามร่างกายถึง 16 รู และกำลังอยู่ระหว่างการดูแลรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลเอกชนเมืองกำแพงเพชร เพื่อดูอาการของเจ้าอาวาสที่ถูกยิง ซึ่งรู้สึกตัวดีและให้การกับตำรวจรู้เรื่อง โดยช่วงเวลาดังกล่าวตนกำลังล้างจานอยู่ในกุฎิ จากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาแต่มองไม่เห็นว่าใคร ทันใดก็มีเสียงปืนดังขึ้นทันที 1 นัด ตนจึงล้มลงก่อนที่ญาติโยมและพระจะเข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่ทราบว่าใครมาทำร้ายตนเองเพราะมืดมากมองไม่เห็น และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร มีเพียงแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆมีคนมายืมเงินหลายคนตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นแต่ไม่คืนตนก็บ่นไปไม่รู้ว่าจะโกรธตนเองหรือไม่ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและรวบรวมหลักฐานเพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดสุนัขพิทบลูที่เจ้าอาวาสเลี้ยงไว้หน้าประตูกุฏิจึงไม่เห่าในขณะที่คนร้ายเข้ามา อีกทั้งวงจรปิดในกุฏิและในวัดก็ยังใช้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบปากคำพยานบุคคลและค้นหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสืบหาคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป…

  • “กัน จอมพลัง” โพสต์ภาพ “มิรา” ถูกทำร้ายจนเสียโฉม อ้างฝีมือนักบุญสุภาพบุรุษตัวลาย

    ภาพไฮไลต์หนีตายมาขอให้ช่วย "กัน จอมพลัง" โพสต์ภาพ"น้องมิรา" MC ชื่อดัง ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียโฉม อ้างฝีมือนักบุญสุภาพบุรุษตัวลายกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ กัน จอมพลัง ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า "น้องมิรา หนีตายมาขอให้ช่วย น้องถูกนักบุญสุภาพบุรุษตัวลาย ใช้หมัดใส่แหวนกระหน่ำใส่น้องอย่างหนัก มีรอยช้ำตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงหัว ตาทั้ง 2 ข้างม่วงบวม หน้าเบี้ยวผิดรูป เสียโฉมจำแทบไม่ได้ ตอนนี้รับช่วยน้องอยู่ในการดูแลแล้ว น้องผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ผู้ชายก็ไม่ควรทำร้ายผู้หญิงจนถึงขนาดนี้ ผู้หญิงไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้ว"ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก(ดูโพสต์ต้นฉบับ – คลิกที่นี่)อย่างไรก็ตาม สำหรับ น้องมิรา MC ชื่อดัง หรือ น.ส.มิรา ดุรงคชยานุรักษ์ เคยเป็นที่พูดถึงอย่างมากเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ เสือ ดุสิต พร้อมกับพวกอีก 2 นาย รุมทำร้ายร่างกายนายธนพล เวคะวากยานนท์ อายุ 55 ปี…

  • เตือนภัย ‘เขาผิวหนัง’! ยายปล่อยก้อนท้ายทอยโตยาวเป็นเขาสัตว์ ตรวจละเอียดพบมะเร็งผิวหนังซ่อนอยู่

    เพจดังเผยอุทาหรณ์หญิงชราปล่อยก้อนเนื้อทิ้งไว้นานหลายปี จนงอกแข็งโค้งงอคล้ายเขาสัตว์ยาวร่วม 26 เซนติเมตร นอนหนุนหมอนไม่ได้ คนรอบข้างทักไปทางไสยศาสตร์ สุดท้ายถึงมือหมอผ่าตัดตรวจชิ้นเนื้อ เจอแจ็กพอตเป็น เมื่อวันที่ 18 พ.ค.เพจ Tensia เผยเคสผู้ป่วยที่มีเขางอกออกมา โดยระบุว่า หญิง 75 ปี มีเขางอกที่ท้ายทอยยาว 26 เซนติเมตร คนตกใจคิดว่าโดนของอะไร สุดท้ายใต้เขานั้นคือ “มะเร็งผิวหนัง”‘ก้อน’ เป็นอะไรที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่ว่าจะก้อนแผล ก้อนเนื้องอกดี จนไปถึงมะเร็ง ซึ่งก้อนก็มีรูปร่างต่างกันไป แต่ใครจะรู้ล่ะว่า มันมีเหมือนเขาด้วย แล้วก็ดันขึ้นตำแหน่งเหมาะเจาะพอดีหญิง 75 ปี ไม่ได้แจ้งว่ามีโรคประจำตัวอะไร เริ่มมีก้อนคล้าย ‘เขา’ งอก ช่วงแรกมันเป็นเล็กๆ ที่ท้ายทอย ไม่ได้เจ็บ ไม่ได้คันอะไร เจ้าตัวเลยปล่อยไว้ คิดว่าเดี๋ยวก็คงหยุดโตเอง แต่หลายปีผ่านไป มันกลับค่อยๆ ยาวขึ้นเรื่อยๆ หนา แข็ง และเริ่มโค้งงอเหมือน “เขา”คนรอบข้างเริ่มตกใจ เพราะก้อนที่เริ่มยาวขึ้น มันโค้งด้วยอะ คล้ายเขาเลย เลยคิดว่าไปทางไสยศาสตร์ต่างๆ นานา…

  • กาชาดสตูล ดราม่า! รางวัลใหญ่ตกเป็นของ “ข้าราชการ-นักการเมืองใหญ่”

    3 มิ.ย.2569 กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และจับตามองของสังคมทันที หลังผลการออกสลากกาชาดจังหวัดสตูล ประจำปี 2569 ประกาศออกมาว่า “รางวัลใหญ่” ทั้งรางวัลที่ 1 และรางวัลที่ 2 ตกเป็นของข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัด จนเกิดกระแสตั้งคำถามตามมาในโลกออนไลน์ล่าสุด ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบรางวัลใหญ่อย่างเป็นทางการนายอาณัติ มีบุญ ศึกษาธิการจังหวัดสตูล ผู้โชคดีคว้ารางวัลที่ 1 (รถยนต์อเนกประสงค์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) เปิดเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ตนเองซื้อสลากกาชาดไว้ทั้งหมดเพียง 2 เล่มเท่านั้น และที่น่าเหลือเชื่อ คือ สลากดังกล่าวเป็น "เล่มที่เหลือ" จากที่น้องๆ ในสำนักงานช่วยกันแบ่งไปแล้ว ตนจึงรับดูแลต่อโดยไม่ได้คิดหวังผลรางวัลใดๆ"ตลอดชีวิตการรับราชการของผม ไม่เคยได้รับโชคหรือรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น ครั้งนี้ผมถือว่าเป็นบุญวาสนาของตนเอง เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปเพื่อซื้อสลากกาชาด ผมทำมันด้วยหัวใจที่อยากทำบุญอย่างแท้จริง" ศึกษาธิการจังหวัดสตูล กล่าวด้านนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (นายก อบจ.สตูล) ผู้คว้ารางวัลที่ 2 (รถยนต์เจคู) เปิดเผยถึงประเด็นที่สังคมอาจมองรางวัลตกอยู่แต่กับคนมีสีมีตำแหน่งว่า…

  • กล่องดำรถไฟเผย คนขับใช้เบรกฉุกเฉินก่อนจุดปะทะรถเมล์ 100 เมตร

    กล่องดำรถไฟเผย คนขับใช้เบรกฉุกเฉินก่อนจุดปะทะรถเมล์ 100 เมตร แต่เอาไม่อยู่ ขณะที่รถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากกรณีเหตุโศกนาฎกรรมรถไฟชนรถประจำทาง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ถ.อโศกดินแดง แยกพระราม 9 – แยกอโศกเพชร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 30 ราย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นล่าสุดนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยผลตรวจสอบข้อมูลจากกล่องดำของรถไฟขบวนดังกล่าว โดยในเบื้องต้นพบว่า ขบวนรถไฟวิ่งเข้าปะทะรถเมล์ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดรถด้วยการใช้ระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake) ก่อนถึงจุดปะทะประมาณ 100 เมตร เท่ากับว่าคนขับรถไฟเริ่มเหยียบเบรกตั้งแต่ 100 เมตรก่อนหน้านั้น และต้องหาทุกวิถีทางเพื่อหยุดรถ หรือขยับตัวรถไม่ได้ แต่หยุดช้าเกินไป จนชนเข้ากับรถเมล์และนำไปสู่ความสูญเสียในที่สุดจากการตรวจสอบระบบอาณัติสัญญาณไม่พบความผิดปกติ ไม่บกพร่อง ยังสามารถทำงานได้อยู่ เพียงแต่ไม้กั้นไม่สามารถลงมากั้นได้ตามปกติ และคนขับรถไฟควรจะหยุด แต่หยุดช้าเกินไปอย่างไรก็ตาม การหยุดขบวนรถไฟ โดยเฉพาะขบวนที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนักรวมหลายพันตัน ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเกือบ…

  • ช็อก! คนขับรถไฟชนรถเมล์ ยังไม่มีใบอนุญาต! แถมเจอฉี่ม่วง กรมรางสั่งพักงาน

    จากเหตุโศกนาฏกรรม รถไฟขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 (สาย206) รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดบริเวณ จุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายและผู้บาดเจ็บ 30 รายล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ 17 พ.ค. 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ นายสยมพร พนักงานขับรถไฟขบวนดังกล่าว ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าวรวมถึงให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไปทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับ "พนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่และควบคุมการเดินรถ" รวมถึง "พนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย" เช่น พนักงานกั้นถนน พนักงานประแจ ทุกรายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยใช้มาตรการ "Zero Tolerance" (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)นายพิเชฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง…

  • ช็อก! พบชายเสียชีวิตสุดแปลก ริมระเบียงห้องโรงแรมดังพัทยา

    เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.สายใจ คำจุลลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุพบบุคคลอยู่ในลักษณะหัวห้อยบริเวณริมระเบียงห้องพัก ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เข้าตรวจสอบเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.สายใจ คำจุลลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุพบบุคคลอยู่ในลักษณะหัวห้อยบริเวณริมระเบียงห้องพัก ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เข้าตรวจสอบเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบประชาชนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติยืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก โดยอาคารดังกล่าวเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 7 ชั้น จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องพักชั้น 6 เจ้าหน้าที่พบร่างชายชาวอเมริกัน อายุ 50 ปี อยู่ในสภาพยืนหัวห้อยออกมาจากริมระเบียงห้องพัก สวมเพียงกางเกงยีนส์สีเทา ไม่สวมเสื้อ และสวมรองเท้าแตะจากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ขณะที่ตามร่างกายผู้เสียชีวิตก็ไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายสอบถามเยาวชนชายผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า…

  • มาไม้นี้แล้ว!สื่อแพร่คลิปอ้างเป็นสาวไทย บอกสุขเหลือเกินใช้ชีวิตในกัมพูชา-เขมรต้อนรับขับสู้คนไทย

    สื่อกัมพูชาเผยแพร่คลิปสาวรายหนึ่งอ้างตัวเป็นสาวไทย บรรยายเสียงเป็นภาษาเขมร เล่าเป็นฉากๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและประสบการณ์ที่แท้จริง จากการใช้ชีวิตอยู่ในเขมรนานกว่า 11 ปี พร้อมบอกถึงประชาชนคนไทยและคนอื่นๆที่วโลก ให้เลิกเข้าใจผิดๆเสียทีในเรื่องเกี่ยวกับกัมพูชาสำนักข่าวเคบีเอ็นนิวส์ ระบุว่าในคลิปวิดีโอที่โพสต์ลงบนเพจของเธอเอง "Nacha in Cambodia" ผู้หญิงไทยรายงานกล่าวว่า ก่อนเดินทางมายังกัมพูชา เธอคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากลำบากมากๆที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ คงมีสถานที่ดีๆไม่มากนัก ไม่มีสถานที่ที่สวยงาม แต่พอเธอมาอาศัยอยู่ในกัมพูชาด้วยตนเองแล้ว เธอกลับพบความจริงว่า เธอได้โอกาสมีงานดีๆทำ พบปะผู้คนและมีสถานที่ที่สวยงามมากมายให้เดินทางไปในวิดีโอ เธอแชร์ประสบการณ์ต่อว่า ในอดีตที่ผ่านมา เธอไม่กล้าบอกกับคนอื่นๆว่าเธอเป็นคนไทย เพราะเธอกลัวถูกเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นที่ต้อนรับและอาจถูกด่าทอ แต่หลังจากเธอเปิดใจและบอกกลับพวกเขาว่าเป็นคนไทย ทุกๆอย่างไม่ได้แย่เหมือนกับที่เธอคิดไว้ในตอนแรกNacha บอกในวิดีโอต่อว่า แม้บางคนไม่ยอมรับเธอในฐานะที่เป็นคนไทย แต่เธอเข้าใจดีว่าปฏิกิริยาในแง่ลบนี้เป็นแค่เศษส่วนเล็กๆเมื่อเทียบกับคนอื่นๆมากมายที่เปิดใจยอมรับเธอ Nacha ของคุณชาวกัมพูชาด้วยความจริงใจ บอกว่า "ขอบคุณที่ทำให้เด็กไทยตัวเล็กๆคนนี้รู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในกัมพูชา"ส่วนในอีกวิดีโอ เธอเน้นย้ำว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นจากภายนอก ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงเสมอไป สำหรับเธอแล้ว กัมพูชา "คือบ้านหลังที่ 2" ที่เธอรักนอกจากประสบการณ์ที่แชร์โดย Nacha แล้ว ทางเคบีเอ็นนิวส์อ้างว่ามีชาวกัมพูชาหลายคนเข้ามาร่วมสนทนาด้วยคำพูดที่สุภาพ สนับสนุนให้เธอและชาวไทยคนอื่นๆที่พักอาศัยอยู่ในกัมพูชาอย่าได้กลัวหรือกังวลใดๆ หากว่าพวกเขาเป็นคนธรรมดาบริสุทธิ์ทั่วไป ซึ่งดินทางเข้ามาในกัมพูชา เพื่อหางางานทำหรือใช้ชีวิต สื่อแห่งนี้ระบุว่าในทุกๆประเทศล้วนมีทั้งคนดีและคนเลว ตราบใดที่ไม่ก่อปัญหา พวกเขาจะเป็นที่ต้อนรับของชาวกัมพูชาเสมอในความเห็นในวิดีโอของ Nacha ชาวกัมพูชาหลายคนยังร้องขอคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ให้ความเคารพและให้คุณค่าชาวกัมพูชาที่ใช้ชีวิตอยู่ในไทย…

  • “เกศบ้านมือสอง” ตัดสินใจโพสต์สวน “สามี” แบบ ตรง ๆ แล้ว งานนี้ เดือด

    จากกรณีโหนกระแส นักเล่าเรื่องผีชื่อดังเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นตอนของเกศบ้านมือสอง -ทองใหม่ ซึ่งมี สามี คุณเกศ ได้ฝากข้อความกลางรายการ ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่ขอเกี่ยวข้องอีกต่อไป ระบุว่าผมขอพูดไม่เยอะนะครับ เพราะพูดไปก็เหมือนทำร้ายความรู้สึกของลูก ๆ และตัวผมเองด้วยผมพูดได้แค่ว่า สองคนนี้ ศีลเสมอกันครับ ถึงลากกันมาอยู่จุดนี้ได้ขอแจ้งผ่านพี่หนุ่ม ทางนี้ เลยนะครับว่า จากนี้ไป ผมและคุณเกศ ไม่มีส่วนผูกพันใด ๆ กันอีกผลของการกระทำของเค้า เค้าต้องรับผลกรรมเองทั้งหมดรบกวนทีมงานหน่อยนะครับ เพราะถ้ารายการจบ โอกาสของผมก็จะไม่มีแล้วผมเป็นสามีคุณเกศครับ ขอฝากให้อ่านพอครับล่าสุด คุณเกศบ้านมือสอง ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความโต้เรื่องราวดังกล่าว ระบุว่าเค้าไม่ใช่ค่ะไม่ใช่สามี#สุภาพบุรุษไม่ทำ#เกศบ้านมือสอง