Category: ทั่วไป
-
ระทึก ไฟไหม้บ้าน ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย เพลิงเผาวอด 5 หลัง
ระทึก ไฟไหม้บ้าน ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย เพลิงเผาวอด 5 หลังระทึก ไฟไหม้บ้าน ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย แสงเพลิงแดงฉาน โหมลุกไหม้แล้ว 5 หลัง เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำดับเพลิงอลหม่าน และตรวจสอบหาสาเหตุเมื่อเวลา 12.53 น. วันที่ 30 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ รับแจ้งจากสายด่วน 199 เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงศูนย์เยาวชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย กำลังไปที่เกิดเหตุเวลา 12.59 น. เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงศูนย์เยาวชนคลองเตย เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย ถึงที่เกิดเหตุ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง เพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างใช้น้ำทำการดับไฟไหม้บ้าน ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย ระทึก ไฟไหม้บ้าน ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย แสงเพลิงแดงฉาน โหมลุกไหม้แล้ว 5 หลัง เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำดับเพลิงอลหม่าน และตรวจสอบหาสาเหตุเบื้องต้นทราบว่า เพลิงลุกไหม้ไปแล้วประมาณ 4-5 หลังคาเรือน โดยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบ่อนไก่, บรรทัดทอง, บางรัก, ทุ่งมหาเมฆ,…
-
5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง
กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่รับประทานยารักษาโรคเรื้อรัง หลังชายวัยกลางคนรายหนึ่งตัดสินใจหักยาลดความดันโลหิตกินเพียงครึ่งเม็ด เพราะรู้สึกอ่อนเพลียและกังวลว่าการรับประทานยาเต็มเม็ดอาจมากเกินความจำเป็น แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานกลับมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด และหมดสติ จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนตามรายงานจากสื่อจีน ชายรายดังกล่าวอาศัยอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และมีภาวะความดันโลหิตสูง โดยรับประทานยาควบคุมความดันตามแพทย์สั่งมาเป็นเวลาหลายปี ก่อนเกิดเหตุเขารู้สึกอ่อนเพลียและไปค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต จึงตัดสินใจหักยาออกเป็นสองส่วนและรับประทานเพียงครึ่งเม็ด โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปริมาณยาและลดผลข้างเคียงอย่างไรก็ตาม ประมาณ 30 นาทีหลังรับประทานยา ชายคนดังกล่าวกลับมีอาการเวียนศีรษะและหน้ามืดอย่างรุนแรง ก่อนล้มลงหมดสติ ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์พบว่าความดันโลหิตลดลงอย่างมากจนแทบไม่สามารถวัดได้ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและพ้นจากภาวะวิกฤตในที่สุดแพทย์ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การรับประทานยา “มากเกินไป” แต่เกี่ยวข้องกับลักษณะของยาที่ผู้ป่วยรับประทาน เนื่องจากเป็นยาที่ออกแบบมาให้ ควบคุมการปลดปล่อยตัวยา โดยค่อย ๆ ปล่อยยาออกมาในอัตราที่กำหนดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อรักษาระดับยาในร่างกายให้สม่ำเสมอยาประเภทดังกล่าวอาจอาศัยชั้นเคลือบ เยื่อพิเศษ หรือโครงสร้างภายในเม็ดยาในการควบคุมความเร็วของการปลดปล่อยตัวยา หากนำไปหัก บด หรือเคี้ยว อาจทำให้กลไกดังกล่าวเสียหาย และทำให้ตัวยาถูกปล่อยออกมาเร็วกว่าที่ออกแบบไว้ จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้สำหรับยาที่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต หากตัวยาถูกปล่อยออกมาเร็วผิดปกติ อาจทำให้ความดันลดลงอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่อาการหน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ยาควบคุมการปลดปล่อยทุกชนิดจะมีลักษณะหรือปริมาณตัวยาเหมือนกัน จึงไม่ควรนำกรณีนี้ไปเหมารวมกับยาทุกผลิตภัณฑ์5 กลุ่มยาที่ควรระวัง ห้ามหัก บด เคี้ยว หรือเปิดเองผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าไม่ใช่ยาทุกชนิดที่ห้ามหัก เพราะยาเม็ดธรรมดาบางรายการสามารถแบ่งตามรอยบากได้ หากแพทย์หรือเภสัชกรระบุว่าสามารถทำได้ แต่ยาบางกลุ่มควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเปลี่ยนวิธีรับประทาน…
-
หลายคนเพิ่งรู้! ต้า เฟ็ดเฟ่ เป็นญาติกับ นักการเมืองดัง ถึงว่ามีความขยันเหมือนกัน
หลายคนเพิ่งรู้! ต้า เฟ็ดเฟ่ เป็นญาติกับ นักการเมืองดัง ถึงว่ามีความขยันเหมือนกันเกิดกระแสการพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย เมื่อชาวเน็ตได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับนามสกุลของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' หรือ นายลิขิต สิทธิพันธุ์ ซึ่งใช้นามสกุลเดียวกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569จากการตรวจสอบข้อมูลประเด็นดังกล่าว พบว่าทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดจริง โดยเป็นญาติห่างๆ ในตระกูลใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงย้อนไปในรุ่นปู่ของ ต้า เฟ็ดเฟ่ กับทางฝั่งคุณพ่อของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกันในระดับญาติพี่น้องรุ่นปู่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวนับเป็นสายญาติที่ห่างกันมาก โดยในรุ่นปัจจุบันไม่ได้มีการติดต่อหรือเดินทางไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิด ทว่าการสังเกตเรื่องนามสกุลและกระแสข่าวสารในโซเชียลมีเดียช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ประเด็นเครือญาติของตระกูลสิทธิพันธุ์ได้รับความสนใจจากสังคมอีกครั้ง
-
ร้องแพทย์รพ.ดัง เชียงราย ซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดง ชนจยย.นศ.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 2 สาหัส 1
น้าสาว ร้องแพทย์รพ.ดัง เชียงราย ฝ่าไฟแดง ชนนศ.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 2 สาหัส 1 หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ตำรวจสรุปสำนวนคดีโดยเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมวันที่ 30 ก.ย.2569 น.ส.ศิริวรรณ ณ น่าน น้าสาวของน.ส.นิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี นักศึกษาวิชานิติศาสตร์ ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่เสียชีวิต หลังถูกรถของแพทย์ ฝ่าไฟแดงชนท้าย จนเสียชีวิตร่วมกับเพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน รวม 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ร้องเรียนกับทางข่าวสดว่า ตนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เด็ก รักมาก ตอนนี้อยากขอความเป็นธรรม ให้ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดีโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อไป หวั่นไม่ได้รับความเป็นะรรมด้วยตอนเกิดเรื่อง หลานตนเสียชีวิตคาที่ น้องใส่หมวกกันน็อก แต่พบสมองยังฉีกขาด คิดดูว่าน้องจะเจ็บแค่ไหน และคนก่อเหตุจะขับรถเร็วเพียงใด โดยอีกฝ่ายเป็นแพทย์ โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้มาที่งานศพ พร้อมอ้างว่า…
-
ไวรัล! ครอบครัวเนปาลรอด บ้านสีเขียวตั้งตระหง่าน หลังกระแสน้ำเชี่ยวถล่มหนัก
กระแสน้ำเชี่ยวถล่มหนัก แต่บ้านสีเขียวรอดปาฏิหาริย์ ครอบครัวเนปาลหนีเอาชีวิตรอดสำเร็จ คลิปสุดระทึกถูกแชร์ไปทั่วโลกเกิดเหตุอุทกภัยฉับพลันครั้งรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาลและทิเบต เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งถูกกระแสน้ำ โคลน หิน และเศษซากพัดทำลาย โดยข้อมูลของสำนักงานลดความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล (NDRRMA) ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ระบุว่า พบผู้เสียชีวิตในเนปาลแล้ว 626 ราย และยังสูญหายอีก 2,426 รายขณะเดียวกัน ข้อมูลจากทางการจีนที่เผยแพร่เกี่ยวกับสถานการณ์ในเขตจี๋หลง (Gyirong) ของทิเบต ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหาย 554 ราย ทำให้จากตัวเลขที่รายงาน ณ เวลาดังกล่าว เนปาลและทิเบตมีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 633 ราย และผู้สูญหายรวม 2,980 รายผู้สูญหาย – ชาวบ้านทยกลับเข้าบ้านเพื่อประเมินความเสียหายหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันในเขตนูวาคอต ประเทศเนปาล เมื่อวันเสาร์ที่ 29…
-
ใจหายวาบ อนุทิน เผยคำพูดล่าสุด เจ้าของคลองถมเซ็นเตอร์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประเมินความเสียหายเหตุเพลิงไหม้บริเวณศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมพูดคุยให้กำลังใจประชาชน และกำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นายอนุทิน เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับเจ้าของตลาด ได้รับทราบแนวโน้มว่า "คงจะไม่มีคลองถมอีกแล้ว" เนื่องจากเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่และโครงสร้างอาคารยุบตัวลงมาเสียหายหนัก ซึ่งหากมองในมิติผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ หากจะสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อขายปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าก็คงไม่คุ้มค่าอีกต่อไป เพราะสู้ตลาดออนไลน์ไม่ไหวแล้ว ซึ่งทางนายกฯ ก็ได้ส่งกำลังใจให้อย่างเต็มที่ เพราะเข้าใจดีว่าตลาดนัดคลองถมเซ็นเตอร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมมาจับจ่ายใช้สอย เพราะซื้อแล้วสบายใจ แถมคุณภาพสินค้าก็ดีสำหรับมาตรการเยียวยา อาคารดังกล่าวได้ทำประกันภัยโครงสร้างไว้ ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับการชดเชยความเสียหายตามระบบประกันภัย ส่วนทิศทางในอนาคตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียงแนะนำเนื้อหาน่าสนใจไฮโซสาว ต้อนรับ จางกึนซอก ถึงไทย อึ้ง! รู้จักกันนาน 15 ปีเช็กด่วน! 4 สัญญาณเตือน มะเร็งรังไข่ ผู้หญิงไม่ควรมองข้ามส่อง50อันดับสาวสวยในโลก ไทยอยู่อันดับที่เท่าไรตัวช่วยคำนวณไทยพลัส
-
เด้ง 5 เสือ สน.ห้วยขวาง เซ่นปมจับผับเถื่อนทุนจีน ยาเพียบ-นักเที่ยวฉี่ม่วง
เด้ง 5 เสือ สน.ห้วยขวาง เซ่นปมจับผับเถื่อนทุนจีน ยาเพียบ-นักเที่ยวฉี่ม่วงผบก.น.1 ลงนามคำสั่ง เด้ง 5 เสือ สน.ห้วยขวาง หลังฝ่ายปกครองลงพื้นที่ จับผับเถื่อน เปิดยันเช้า ไร้ใบอนุญาต เจอยาเพียบ-นักเที่ยวฉี่ม่วงวันที่ 30 ส.ค.2569 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ลงนามคำสั่ง บก.น.1 ที่ 188/2569 ลงวันที่ 29 ส.ค.2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ความว่า เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอาศัยอำนาจตามม.68 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566 จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการแทนและรักษาการแทน ภายในสังกัดบก.น.1 ดังนี้พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1)พ.ต.ท.เอกราช มาละวรรณโณ รองผกก.ป.สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติราชการที่ศปก.บก.น.1พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รองผกก.สส.สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติราชการที่ศปก.บก.น.1พ.ต.ท.ธนวัฒน์ กมลธรรม สวป.สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติราชการที่ศปก.บก.น.1พ.ต.ท.อัครเจตต์…
-
จับโจรยกเค้าบ้านทหารอากาศ ทองแท่งของกลางหาย สารภาพ ตร.ขอแบ่งไปแล้ว แลกลดข้อหา
รวบพลทหารขึ้นบ้านพักทอ. สารภาพของกลาง ถูก ตร.หนองคาย จับขับเสพ ขอแบ่ง ทองแท่ง แลกข้อหาลักทรัพย์ภายใต้การอำนวนการของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธณัฐพงศ์ กิรัมย์ ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.ดิษยเดช ยิ้มแย้ม รอง ผกก.สส.สน.สายไหม โดย พ.ต.ท.ไพจิตร นุสีวอ พ.ต.ท.สรกฤช นาคสุทธิ์ สว.สส.สน.สายไหม ร.ต.อ.กิตติเดช อัญญะโพธิ์ ร.ต.ต.สมเกียรติ เรืองคำไฮ ร.ต.ต.วิรัตน์ พูลอินทร์ รอง สว.สส.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.สวส.พัน.สห.ทอ.ร่วมกันจับกุมตัวนายปิยพงศ์ อายุ 22 ปี ชาว จังหวัดจันทบุรี และน.ส.สุกัญญา อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมของกลาง พระเครื่องพร้อมกล่องพลาสติก 68 กล่อง , เหรียญตราที่ระลึก จำนวน…
-
สยบข่าวลือยกเลิกปีใหม่-สั่งงดเดินทาง เคลียร์ชัด! แค่เฝ้าระวังโควิดทุกสายพันธุ์
กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวัง โควิด-19 ทุกสายพันธุ์ ยืนยันไม่มีการเสนองดจัดเทศกาลปีใหม่ งดการเดินทางและกิจกรรมทุกประเภทเฝ้าระวัง โควิด-19 ทุกสายพันธุ์ ไม่มีการเสนองดจัดเทศกาลปีใหม่กระทรวงสาธารณสุข ยังเฝ้าระวัง โควิด19 ทุกสายพันธุ์ และไม่มีการเสนองดจัดเทศกาลปีใหม่จากข่าวปลอมที่มีการส่งต่อกันขณะนี้ เกี่ยวกับการประกาศงดการเดินทางและกิจกรรมทุกประเภท เนื่องจากโควิด และไข้หวัดใหญ่มีความร้ายแรงมากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบ พบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข้อมูลเท็จ” ปัจจุบันในปี 2569 ยังไม่มีการออกประกาศหรือคำสั่งให้งดการเดินทางหรืองดทำกิจกรรมทุกประเภทตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใดทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความสับสนและการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้องติดตามสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่องนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลโรคโควิด 19 จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 95,357 ราย (อัตราป่วย 144.76 ต่อประชากรแสนคน) เสียชีวิต 14 ราย (อัตราตาย 0.02 ต่อประชากรแสนคน) อัตราป่วยตาย ร้อยละ…
-
อีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ในห้างดังปัตตานี
อีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ในห้างดังปัตตานีอีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ซุกจักรยานยนต์พ่วงข้าง ในห้างดังปัตตานี ใช้หุ้นยนต์ยิงตัดวงจรสำเร็จ เผย อานุภาพทำลายล้างรุนแรงมากวันที่ 30 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ รถซาเล้ง ที่กลุ่มคนร้ายขับเข้ามาจอดทิ้งไว้ภายในบริเวณห้างจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD สามารถเข้าดำเนินการกับวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายทิ้งไว้บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ในการตรวจสอบและกู้วัตถุต้องสงสัยกู้ระเบิดอีโอดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง กู้ระเบิด หนัก 50 กิโลกรัม ซุกจักรยานยนต์พ่วงข้าง ในห้างดังปัตตานี ใช้หุ้นยนต์ยิงตัดวงจรสำเร็จ เผย อานุภาพทำลายล้างรุนแรงมากโดยพบว่าเป็น ถังแก๊สที่ถูกดัดแปลงและบรรจุวัตถุระเบิด น้ำหนักประมาณ…