Category: ภูมิภาค

  • เปิดพิกัด!! ไฟดับพรุ่งนี้ 25 มี.ค. 69

    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศเรื่อง มีความจำเป็นต้อง ดับไฟ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรีการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศเรื่อง มีความจำเป็นต้อง ดับไฟ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ในวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน กฟน. จึงจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟเป็นการชั่วคราวให้กับบริเวณพื้นที่จำนวนทั้งหมด 11 จุด ในพื้นที่ดังต่อไปนี้กรุงเทพมหานครถนนสุคนธสวัสดิ์ ซอยสุคนธสวัสดิ์ 11 (ดับทั้งซอย) / หมู่บ้านไพร์ม สุคนธสวัสดิ์ 11 เวลา 08.30 น. – 15.30 น.ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ซอยพุทธมณฑลสาย 1 แยก 11 ถึงสะพานข้ามคลองขี้หมูไหล, หมู่บ้าน The Obsidian ตามที่ได้รับใบประกาศดับไฟ เวลา 08.30 น. – 13.00…

  • ต่างชาติซัดกันนัวพัทยา แลกหมัด-โชว์วาบหวิว สุดท้ายจับมือแยกย้าย

    คลิปเหตุชาวต่างชาติทะเลาะวิวาทกลางซอยพัทยา 16 มีการชกต่อยและโชว์พฤติกรรมไม่เหมาะสม ก่อนจบลงด้วยการจับมือแยกย้าย ไม่พบเหตุรุนแรงเพิ่มเติมจากกรณีเฟสบุ๊ก “ThanongSak Nimsaeng” ได้ลงคลิปชาวต่างชาติ 2 คน มีปากเสียงกันก่อนที่จะชกต่อยกัน โดยความยาวของคลิปประมาณ 1.49 วินาที พร้อมลงแคปชั่นว่า “100 วันพันกว่าเรื่อง”ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายทนงศักดิ์ อายุ 35 ปี คนเห็นเหตุการณ์และได้ถ่ายคลิปเล่าเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์เกิดมาตั้งแต่ข้างในแล้ว คนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อฟ้านั่งกินเหล้ากันคนละโต๊ะ แต่คนเสื้อเหลืองออกอาการกวนแลบลิ้นปิ้นตาให้คนเสื้อฟ้าแล้วก็มีเรื่องกัน จากนั้นคนเสื้อเหลืองก็พยายามเดินหนีจนมาถึงบริเวณวิน จยย.รับจ้างปากซอยพัทยา 16 แล้วก็มีการท้าทายกันรวมทั้งคนเสื้อเหลืองถอดกางเกงโชว์อวัยวะเพศ จนทั้งคู่ชกต่อยกันนายทนงศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า วิน จยย. ทำไมไม่ห้ามเพราะห้ามไปเดี๋ยวก็มีการเข้าใจผิดว่าไปรุม ซึ่งต่างชาติอยากต่อยก็ให้ต่อยกัน ซึ่งหลังจากต่อยกันแล้วทั้งคู่ก็จับมือกันและแยกย้ายกลับที่พักจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ภายในซอยพัทยา 16 ถนนพัทยาสาย 2 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งภายในซอยนั้นเป็นแหล่งสถานบันเทิงของเมืองพัทยา และเดินทะลุออกไปยังถนนวอร์คกิ้งสตรีท ก็ไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เพิ่มเติม

  • เตือนด่วน! กรมอนามัย ออกประกาศแจ้งประชาชน หน้าร้อน เม.ย. นี้

    วันที่ 23 มีนาคม 2569 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนถึงสถานการณ์อากาศร้อนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่าค่าดัชนีความร้อนมีแนวโน้มพุ่งสูงอยู่ในระดับอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความร้อนและภาวะฮีทสโตรกถึงขั้นเสียชีวิต พร้อมเน้นให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางวันที่ 23 มีนาคม 2569 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนถึงสถานการณ์อากาศร้อนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่าค่าดัชนีความร้อนมีแนวโน้มพุ่งสูงอยู่ในระดับอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความร้อนและภาวะฮีทสโตรกถึงขั้นเสียชีวิต พร้อมเน้นให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางทั้งนี้ กรมอนามัย ระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มมากขึ้น ทั้งอากาศร้อนจัด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ติดตามสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรับรู้จริง หรือ Feel like โดยคำนวณจากอุณหภูมิร่วมกับความชื้นสัมพัทธ์ แตกต่างจากอุณหภูมิทั่วไปที่วัดเพียงระดับความร้อนหรือความเย็นของอากาศโดยข้อมูลในปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีค่าดัชนีความร้อนสูงสุดถึง 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจำนวน 21 ราย ขณะที่ในปี 2569 คาดว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น…

  • เปิดรายชื่อจังหวัด เจอฝนฟ้าคะนองพรุ่งนี้

    22 มี.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน22 มี.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าว ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลางพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18.00 น. วันนี้ ถึง 18.00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนืออากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39…

  • เปิดรายชื่อจังหวัด เจอฝนถล่มคืนนี้

    23 มีนาคม 2569 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน23 มีนาคม 2569 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าว ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจาก มีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลางออกประกาศ 23 มีนาคม 2569พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนืออากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด…

  • หัวอกพ่อแม่! ร้องเรียนลูกสาว ถูกครูพละลวนลาม ข่มขู่ติด ร-ติดศูนย์ จนไม่อยากไปโรงเรียน

    ไม่ทนลูกสาว ม.3 โดนครูพละพยายามลวนลามต่อหน้าเพื่อนหลายครั้ง นำแชทบอกพ่อแม่ เผยพฤติกรรมน่ากลัวให้เด็กติดศูนย์ ติดรอ ถ้าจะแก้ต้องไปที่ลับ เด็กจำนวนมากไม่ทำตามต้องออกจากโรงเรียนแบบไม่จบ เผยทำกับเด็กมานานหลายปีมีเหยื่อจำนวนมากแต่กลับไม่ไดเรับโทษอะไรวันที่ 22 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ว่าลูกสาวถูกครูพละอายุ 54 ปี ลวนลามหลายครั้งแบบไม่เลือกสถานที่แม้แต่นั่งอยู่กับเพื่อนข้างโรงอาหาร แต่ทางผู้บริหารไม่ได้สนใจทั้งที่ครูที่ปรึกษาเอาคลิปและหลักฐานการแชทไปมอบให้น.ส.เอ (นามสมมุติ)อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ผู้ถูกกระทำ เล่าทั้งน้ำตาว่าโดนครูพละคนนี้พยายามลวนลามมาหลายครั้งตั้งแต่อยู่ชั้น ม.2 ครั้งหลังจะเข้ามาแชททางไลน์แบบสองแง่สามง่าม และหนักสุดเข้ามานั่งด้วยแล้วจับหน้าอก แต่ตนไม่มีทางออกเพราะเป็นสถานที่กลางแจ้งต่อหน้าเพื่อนของตนที่นั่งด้วยกันจนเพื่อนไม่กล้ามองเอาหน้าฟุบลงกับโต๊ะที่ผ่านมามีเพื่อนหลายคนโดนแบบนี้แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูดเพราะกลัวเนื่องจากครูได้ขู่เอาไว้จะไม่ให้สอบผ่าน สาเหตุที่ตนออกมาเปิดเผยเพราะเกรงว่าจะมีเพื่อนหรือนักเรียนคนอื่นโดนด้วยอีกน.ส.บี(นามสมมุติ)แม่เด็กเล่าว่า ตอนนี้ลูกสาวหวาดกลัวจนแทบไม่กล้าไปโรงเรียนถ้ามีวิชาพละในวันนั้น ที่รู้เพราะลูกสาวเอาแชทมาให้ดู เมื่อถามลึกเข้าไปอีกลูกสาวมีแต่ร้องไห้สภาพจิตใจของลูกสาวตอนนี้ย่ำแย่มาก ลูกสาวเคยแจ้งให้กับครูผู้สอนไปแล้วครั้งที่อยู่ ม.2 แต่เรื่องก็เงียบไปด้านนายสันต์ พ่อของเด็ก เล่าว่า เท่าทราบจากลูกสาวและเพื่อนลูกสาวครูพละคนนี้ชอบข่มขู่เด็ก ให้เด็กติด ร ติดศูนย์ ถ้าจะแก้ต้องไปที่ลับหูลับตา เมื่อเด็กมาเล่าให้กันฟัง เด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็ไม่กล้าไปแก้ ทำให้เด็กกลุ่มนี้เรียนไม่จบตอนนี้ตนอยากให้เขาชดใช้กรรม ให้เขาถูกดำเนินคดีแล้วไม่ต้องมาสอนเด็กอีก ที่ผ่านมาครูคนนี้เคยถูกร้องเรียนในลักษณะแบบนี้หลายครั้ง แต่มีการเจรจากันชดใช้ค่าเสียหายกันแต่ก็กลับมาทำอีก เหมือนกับย่ามใจไม่เกรงกลัวกฎหมายเพราะคิดว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้นายสันต์ เล่าด้วยว่าจากที่ทราบครูพละคนนี้ทำแบบนี้มานานหลายปี จากการประเมินแล้วมีเด็กถูกกระทำมาแล้วมากกว่า 100…

  • มืดฟ้ามัวดิน! ส่ง “หลวงปู่ภา” ครั้งสุดท้าย ศิษยานุศิษย์แน่นวัดตาขัน ระยอง

    พิธีพระราชทานเพลิงศพ “หลวงปู่ภา อินฺทปัญฺโญ” วัดตาขัน ระยอง เต็มไปด้วยศรัทธา ศิษยานุศิษย์นับพันร่วมอาลัย ท่ามกลางปรากฏการณ์ฟ้ามืดครึ้มไร้ฝน ก่อนแสงอาทิตย์สาดส่องหลังพิธีเมื่อวันที่ 22 มี.ค.69 ที่วัดตาขัน ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้มีพิธีบำเพ็ญกุศลพระราชทานเพลิงศพ พระครูวิบูลภารกิตติ์ (หลวงปู่ภา อินฺทปัญฺโญ) ณ เมรุชั่วคราว โดยมี พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะสงฆ์ หน่วยงานราชการ ประชาชน และศิษยานุศิษย์จำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่นบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและศรัทธา มีประชาชนเดินทางมาร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยในช่วงพิธีพระราชทานเพลิงศพช่วงบ่าย ได้เกิดปรากฏการณ์ท้องฟ้ามืดครึ้มปกคลุมบริเวณเมรุลอยฉัตร 9 ชั้น แต่กลับไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อเสร็จสิ้นพิธี แสงอาทิตย์ได้สาดส่องลงมาอย่างเจิดจ้า สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานในช่วงค่ำ ซึ่งเป็นพิธีถวายเพลิงสรีระสังขาร (เผาจริง) ภายในงานมีการแสดงโขนตอน “ยกรบ” โดยวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี รวมถึงการร่ายรำของชาวบ้านตำบลตาขันกว่า 100 คน เพื่อร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ…

  • อาลัย “หลวงปู่ภา” วัดตาขัน เคลื่อนสรีระสังขาร ศิษยานุศิษย์ร่วมส่งครั้งสุดท้าย

    บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกอาลัย เมื่อมีพิธีเคลื่อนสรีระสังขาร พระครูวิบูลภารกิตติ์ (หลวงปู่ภา อินฺทปัญฺโญ) จากศาลาการเปรียญไปยังเมรุชั่วคราว ท่ามกลางคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และศิษยานุศิษย์ที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่วัดตาขัน ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ร่วมถวายงานในพิธีเคลื่อนสรีระสังขาร พระครูวิบูลภารกิตติ์ (หลวงปู่ภา อินฺทปัญฺโญ) จากศาลาการเปรียญไปยังเมรุชั่วคราว เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพตามกำหนดโดยขบวนเคลื่อนสรีระสังขารมีความสมเกียรติ นำโดยพระครูพิพัฒน์ชยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอบ้านค่าย พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ผู้ถือศีล หน่วยงานราชการ และประชาชนศิษยานุศิษย์จำนวนมาก ต่างร่วมกันแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศสงบและเปี่ยมด้วยศรัทธาทั้งนี้ กำหนดการพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2569 ณ เมรุชั่วคราว วัดตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองสำหรับพระครูวิบูลภารกิตติ์ (หลวงปู่ภา อินฺทปัญฺโญ) เป็นพระเถระที่มีศีลาจารวัตรงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ และยังเคยนำพาวัดตาขันได้รับรางวัล “วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น” ประจำปี 2563 สร้างความปลาบปลื้มแก่คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์อย่างยิ่ง

  • ย้ายแล้ว! 6 ผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ในศูนย์ฝึกเยาวชน บ้านกรุณา สมุทรปราการ

    ช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานพินิจใน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสมุทรปราการ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 6 คน ซึ่งเป็นอดีตเยาวชนจาก บ้านกรุณา หลังร่วมกันก่อเหตุยกพวกทะเลาะวิวาทจนมีผู้บาดเจ็บรวม 7 คน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาล่าสุด ผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน ซึ่งมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และเป็นฝั่งของ บ้านมีนบุรี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษา ก่อนที่แพทย์จะอนุญาตให้กลับมายังศูนย์ฝึกตามเดิมภายหลังเดินทางกลับมาถึงศูนย์ฝึก เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีตำรวจมากกว่า 20 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต. วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองต่อมา เจ้าหน้าที่สถานพินิจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 6 ราย ขึ้นรถตู้ของสถานพินิจ เพื่อนำตัวส่งต่อไปยัง เรือนจำกลางสมุทรปราการ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพภายในพื้นที่ ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 1 ราย ซึ่งอยู่ฝั่ง บ้านปทุม และเป็นคู่กรณีของทั้ง 6 คน ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลขอบคุณข้อมูล –…

  • แฉ”ส่วยล้ง”ทุนจีน สะเทือนระบบ! นอมินี–แรงงานเถื่อน เงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท/ฤดูกาล จี้รัฐตรวจสอบด่วน ใกล้พังทั้งระบบ

    อดีตตำรวจ แฉหลังจาก “เดลีโฟกัส” ตามเกาะติดปัญหาจาก “มะพร้าวน้ำหอม” ราคาตกต่ำแบบผิดปกติ ในหลายพื้นที่จนพบ มีทุนข้ามชาติ ให้ “นอมินี” มาตั้ง “ล้ง” รับซื้อ แบบครบวงจร กระทั่งตำรวจ ปอศ. เข้าตรวจสอบจับกลุ่มทุนข้ามชาติ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี สวมสิทธิคนไทยเข้าครอบครองธุรกิจเกษตร บิดเบือนราคารับซื้อ นอกจากปัญหาของสวนมะพร้าวน้ำหอม ยังพบว่า ผลไม้ไทย ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ก็ถูกครอบงำเช่นเดียวกัน โดยการเข้ามาทำธุรกิจล้งทุเรียน ของทุนข้ามชาติผ่านนอมินีแบบครบวงจร ในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาตรวจสอบแก้ปัญหาจริงจังความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลางได้รับรายงานว่าปัญหาโครงสร้างธุรกิจทุเรียนไทยกำลังสั่นคลอนอย่างหนักหลังข้อมูลเชิงลึกจากหลายแหล่งสะท้อนตรงกันว่า ธุรกิจล้งรับซื้อทุเรียนเพื่อส่งออก กว่า 90%มีความเชื่อมโยงกับทุนต่างชาติ โดยเฉพาะทุนจีนผ่านโครงสร้างนอมินีคนไทยขณะที่เบื้องหลังยังถูกตั้งข้อกล่าวหารุนแรง ทั้งการทำธุรกิจของคนต่างด้าว การใช้แรงงานผิดกฎหมาย เครือข่ายผลประโยชน์ที่อาจพัวพันเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับและหลายหน่วยงานที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลางได้รับข้อมูลจากอดีตผู้ประกอบการล้งท้องถิ่นในพื้นที่จ.ชุมพร ระบุว่า เดิมธุรกิจรับซื้อทุเรียนยังอยู่ในมือคนไทย โดยรับซื้อผลผลิตส่งต่อไปยังตลาดไท ก่อนส่งออกไปจีน แต่เมื่อความต้องการทุเรียนไทยในตลาดจีนเพิ่มสูงขึ้นกลับพบกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาทุ่มเงินกว้านซื้อผลผลิตแบบยกสวน ผ่านตัวกลางในพื้นที่ พร้อมเสนอราคาสูงกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ในช่วงปี 2565 ล้งต่างชาติเริ่มเข้ามากว้านซื้อในราคาสูง เช่น…