Category: ภูมิภาค

  • ด่วน! คนร้ายขว้างระเบิด-ยิงใส่เจ้าหน้าที่ หลังปิดล้อมพื้นที่ปัตตานี เบื้องต้นพบคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย

    ด่วน! คนร้ายขว้างระเบิด-ยิงใส่เจ้าหน้าที่ หลังปิดล้อมพื้นที่ปัตตานี เบื้องต้นพบคนร้ายเสียชีวิต 1 รายความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ยังคงเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาตามหมายจับออกมามอบตัว เพื่อต่อสู้ตามแนวทางสันติวิธี และต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมายจากกรณีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับในพื้นที่ ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นั้นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความรอบคอบและยึดถือหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบของหลักสิทธิมนุษยชน โดยตลอดการดำเนินการเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความอดทนอดกลั้น และพยายามใช้แนวทางสันติวิธี ด้วยการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาตามหมายจับออกมามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างไรก็ตาม ระหว่างการปฏิบัติ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ และขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์เข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี โดยยังคงยึดหลักความอดทนอดกลั้น และตอบโต้เท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์ ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเบื้องต้น ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต 1 ราย หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป#ปัตตานี #ปฏิบัติการกฎหมาย #คนร้ายตาย #เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย #บังคับใช้กฎหมาย #ระเบิด #ยิงใส่เจ้าหน้าที่ #สิทธิมนุษยชน #การตอบโต้ #การต่อสู้ตามขั้นตอน #การเจรจา #ความรุนแรง #การป้องกัน

  • ไฟไหม้ไร่อ้อยเพชรบูรณ์ ลามเผากระบะวอดทั้งคัน จนท.เร่งดับวุ่น

    ไฟไหม้ไร่อ้อยเพชรบูรณ์ ลามเผากระบะวอดทั้งคัน จนท.เร่งดับวุ่นเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้ไร่อ้อยเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่หมู่ 8 บ้านเขาคลัง โดยเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและลามไปไหม้รถปิกอัพที่จอดอยู่ในพื้นที่จนได้รับความเสียหายทั้งคันหลังรับแจ้ง นายอำนาจ พวงย้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง ได้สั่งการให้นำรถดับเพลิงของ อบต.คลองกระจัง พร้อมประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง เข้าระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน ก่อนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไฟไหม้ไร่อ้อยไฟไหม้ไร่อ้อยอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟไหม้ไร่อ้อยเพชรบูรณ์ ลามเผากระบะวอดทั้งคัน จนท.เร่งดับวุ่นติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th

  • ผู้ว่าฯสงขลา แจงปมเยียวยาน้ำท่วม 240 บาท ชี้เอกสารไม่ครบ สั่ง ทม.คลองแห สำรวจใหม่หมด

    ผู้ว่าฯสงขลา แจงปมเยียวยาน้ำท่วม 240 บาท ชี้เอกสารไม่ครบ สั่ง ทม.คลองแห สำรวจใหม่หมดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าฯสงขลา เปิดเผยถึงกรณีเงินค่าซ่อมแซมบ้านของเทศบาลเมืองคลองแห ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนอข้อมูลว่า มีเอกสารคำขอค่าซ่อมแซมบ้าน จำนวน 70,000 บาท แต่ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือเพียง 240 บาท นั้นนายรัฐศาสตร์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เทศบาลเมืองคลองแหได้ดำเนินการสำรวจความเสียหาย โดยผู้ได้รับผลกระทบได้ส่งข้อมูลตามแบบสำรวจแต่กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดความเสียหายส่วนอื่นลงในแบบสำรวจ ต่อมาเทศบาลเมืองคลองแหได้จัดส่งข้อมูลให้อำเภอหาดใหญ่ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ช.ภ.อ.ในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ช.ภ.จ. ซึ่งมีกำหนดประชุมในสัปดาห์หน้านายรัฐศาสตร์กล่าวว่า ได้มีข้อสั่งการให้เทศบาลเมืองคลองแห ดำเนินการสำรวจข้อมูลความเสียหายในพื้นที่ใหม่ทั้งหมด โดยมอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าฯสงขลา เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินการ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ซึ่งได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าฯสงขลา แจงปมเยียวยาน้ำท่วม 240 บาท ชี้เอกสารไม่ครบ สั่ง ทม.คลองแห สำรวจใหม่หมดติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่–…

  • ระทึก! เครื่องบินสายการบินดังไถลรันเวย์ล้อหน้าหลุด ท่าอากาศยานภูเก็ตปิดรันเวย์ชั่วคราว ไร้เจ็บ

    วันที่ 11 มี.ค.69 เพจเฟซบุ๊ก Phuket Info Center โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า…เหตุการณ์รันเวย์สนามบินภูเก็ต: เครื่องบินด่วนสายการบิน Air India Express ได้รับการลงจอดอย่างหนัก ทําให้เที่ยวบินหยุดชะงักใหญ่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์เกี่ยวกับเครื่องบิน Air India Express ที่ปิดการใช้งานบนรันเวย์ หลังจากลงจอดก่อนหน้านี้ (11 มีนาคม 2026) เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีรายงานการบาดเจ็บ และสถานการณ์ได้รับการจัดการให้สอดคล้องกับขั้นตอนความปลอดภัยของสนามบินเครื่องบินที่เกี่ยวข้องคือเที่ยวบิน Air India Express AXB938, ดําเนินการเส้นทางไฮเดอราบัด (HYD) – ภูเก็ต (HKT) เครื่องบินเป็นโบอิ้ง 737-800 ลงทะเบียน VT-BWQอุปกรณ์ลงจอดอย่างหนักที่เสียหายจมูกตามรายงานของสนามบิน มีกําหนดเที่ยวบินมาถึงเวลา 11:40 น. แต่ลงเร็วกว่าที่วางแผนไว้เวลา 11:24 น.การตรวจสอบเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเครื่องบินมีประสบการณ์การลงจอดอย่างหนักซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกียร์ลงจอดจมูก เป็นผลให้เครื่องบินไม่สามารถที่จะออกจากรันเวย์ได้ทันที ทําให้มันปิดการใช้งานชั่วคราวบนรันเวย์มีลูกเรือ 7 คน ผู้โดยสาร 131 คน และทารก 2 คนบนเครื่อง รวม…

  • “เฮียตี๋กระทะร้อน” ยกมือไหว้ขอโทษ รับผิดพลาดคุมอารมณ์ไม่อยู่ พร้อมเยียวยาคู่กรณี

    จากกรณีคลิปวิดีโอเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกายชายคนหนึ่งถูกเผยแพร่ในโลกโซเซียล โดยในคลิประบุว่า เป็น “เฮียตี๋กระทะร้อน” หรือ นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี ได้บุกไปทำร้ายแรงงานต่างด้าวคนหนึ่งจนปากแตก แต่เรื่องราวกลับตาลปัตร คดีพลิก เมื่อทราบภายหลังว่าชายที่ถูกทำร้ายไม่ได้เป็นต่างด้าว แต่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ดั้งเดิม อยู่ จังหวัดกาญจนบุรี โดยกำเนิด สร้างความไม่พอใจให้กับชาวกาญจนบุรีเป็นอย่างมาก จนมีคนออกมาปกป้องและเรียกร้องให้ “เฮียตี๋” ออกมารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และประณามการใช้ศาลเตี้ยตัดสินคนอื่น ขณะที่ ล่าสุด เฮียตี๋ ออกมาชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า“ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีการรุมหนุ่มกะเหรี่ยง ยันตบสั่งสอนแค่ 2 ที ปัดรุมทำร้าย ลั่น "แค่กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" ไม่มีเจตนาจะทำร้าย เพียงแค่ต้องการสั่งสอน ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้นต่อมาเวลา 16.00 น.วันที่ 10 มีนาคม 2569 “เฮียตี๋กระทะร้อน” หรือ นายไอยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ได้เปิดใจกับทีมข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมยกมือไหว้ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า ตนเองตัดสินใจผิดพลาดและขาดการตรวจสอบข้อมูลที่ถี่ถ้วนก่อนลงมือ…

  • อบต.เกาะเกร็ด ติดประกาศสั่ง ให้ป้าเลี้ยงย้ายสุนัขหลังอานกว่า 30 ตัว ออกภายใน 15 วัน เจ้าตัวรับทราบเตรียมขนย้ายไปอยุธยาแทน จ.นนทบุรี

    อบต.เกาะเกร็ด ติดประกาศสั่ง ให้ป้าเลี้ยงย้ายสุนัขหลังอานกว่า 30 ตัว ออกภายใน 15 วัน เจ้าตัวรับทราบเตรียมขนย้ายไปอยุธยาแทน จ.นนทบุรีจากกรณีที่ชาวบ้านหมู่ 6 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากเจ้าของสุนัขที่มาเช่าบ้านพักหลังหนึ่งบนเกาะเกร็ด เพื่อเลี้ยงสุนัขพันธุ์หลังอานในลักษณะเพาะขายโดยมีสุนัขที่ถูกนำมาเลี้ยงในบ้านหลังดังกล่าวกว่า 30 ตัว ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวและยังมีเศษอาหารที่ถูกนำมาทิ้งกองไว้ที่หน้าบ้านจนเหม็นเน่าส่งกลิ่นรบกวน จนทำให้ชาวบ้านในหมู่ 6 ต.เกาะเกร็ด รวมตัวกันร้องเรียนไปทาง อบต.เกาะเกร็ด เพื่อให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านส่วนรวมวันที่ 9 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่าบ้านพักที่ทางเจ้าของบ้านนำสุนัขมาเลี้ยงเป็นจำนวนมากนั้น รอบบ้านถูกกั้นรั้วเหล็กและนำผ้าใบสีน้ำเงินมาปิดทับไว้อีกที ส่วนที่ตัวบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ประตูบ้านปิดล็อก แต่ยังเปิดพัดลมทิ้งไว้ในบ้านพร้อมกับสุนัขจำนวนหนึ่ง โดยที่ประตูรั้วของบ้านมีหนังสือคำสั่งของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.เกาะเกร็ด ติดประกาศคำสั่งให้ทางเจ้าของบ้านหรือเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนับทั้งหมดออกไปจากพื้นที่เนื่องจากสุนัขส่งเสียงและส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกคำสั่งให้ทางเจ้าของบ้านหรือเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกไปภายในวันที่ 28 ก.พ.มาแล้ว แต่ทางเจ้าของสุนัขได้ขอผลัดผ่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งหนังสือคำสั่งครั้งที่ 2 ลงวันที่ 9 มี.ค.69 มีคำสั่งให้ทางเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดประกาศต่อไปทางด้าน เจ้าของร้านตัดผมในชุมชนเกาะเกร็ด เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว โดยเจ้าของสุนัขได้มาติดต่อของเช่าบ้านจากเจ้าของที่โดยที่ชาวบ้านในชุมชนไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเขาจะนำเอาสุนัขไทยหลังอานมาเลี้ยงไว้ถึง…

  • สะเทือนใจ!! สุนัขเขาคอหงส์ถูกวางยาเบื่อตายกว่า 30 ตัว ตั้งรางวัลนำจับฆาตกร 20,000 บาท

    สะเทือนขวัญ!! พบวางยาเบื่อสุนัขบริเวณเขาคอหงส์ ตายเกลื่อนกว่า 30 ตัว องค์กรสวัสดิภาพสัตว์และอาสาสมัครเร่งตรวจสอบ ประสานตำรวจไล่ล่าคนก่อเหตุ พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 20,000 บาท หวังนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีวันที่ 10 มี.ค.69 นางสมคิด บุหงาชาติ ประธาน องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ เดอะโฮปสงขลา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค.69 มีการวางยาเบื่อสุนัข บริเวณเขาคอหงส์ ส่งผลให้สุนัขทั้งวัยเด็ก แก่ และลูกสุนัข ต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานรวมกว่า 30 ตัวจึงรุดลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ ถนนสุดสาย – มัทวังอุทิศ ต.คอหงส์ (ช่วงระหว่างเจดีย์สแตนเลส ทางขึ้นสถานีโทรทัศน์ช่อง 9) พร้อมด้วย สายตรวจ สภ.คอหงส์ นาย สุริยา และทีมงานด้านสาธารณสุขเทศบาลเมืองคอหงส์ กลุ่มอาสาสมัครคนรักสัตว์ที่ดูแลสุนัขในพื้นที่จากการสำรวจพบซากสุนัขกระจายอยู่ตามป่าละเมาะด้านล่าง ซึ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ อาสาสมัครได้ช่วยกันนำร่างที่พบไปฝังกลบอย่างน่าสลดใจ จากเดิมที่มีสุนัขอาศัยอยู่ราว 50 ตัว ปัจจุบันเหลือรอดเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นเดอะโฮป สงขลา ระบุว่า การวางยาเบื่อครั้งนี้เป็นการกระทำที่ "โหดเหี้ยมและผิดจุด"เนื่องจากสุนัขที่ตายไปจำนวนมากเป็นสุนัขที่ทำหมันแล้ว การกำจัดสุนัขเจ้าถิ่นออกไปจะทำให้เกิดสุญญากาศทางนิเวศวิทยา…

  • เจ้าของรถช็อก! ให้รุ่นพี่ยืมรถขับ สุดท้ายได้คืนในในสภาพพังยับ – คราบเลือดเต็มเบาะ และมีบัตรทหารยศร้อยเอกตกอยู่

    เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 10 มี.ค.69 พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สารวัตรสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งจากเจ้าของรถยนต์ว่า รถยนต์ที่ถูกหญิงสาวยืมไปก่อนนำกลับมาคืนอยู่ในสภาพที่ด้านหน้าและด้านท้ายรถมีลักษณะถูกชนพังเสียหาย และภายในรถมีคราบเลือด โดยไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุหรือไปก่อเหตุอะไรมา จอดอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งใกล้ทางลงด่วนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้นจึงเดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กทม.จอดอยู่ สภาพของรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถยุบพังเสียหาย ประตูหลังขวา มีร่องรอยชนพังเสียหายจนประตูรถไม่สามารถปิดได้ บริเวณที่วางเท้าเบาะหน้าซ้ายพบซองบัตรประจำตัวระบุชื่อทหารยศร้อยเอกตกอยู่ อีกทั้งภายในรถบริเวณเบาะหลังพบคราบเลือดติดอยู่ รวมไปถึงแผงประตูฝั่งซ้ายมีคราบเลือดเช่นกัน ส่วนบริเวณกระจกประตูด้านคนขับและขอบประตูก็มีคราบเลือด ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่าที่แผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังมีการนำสติกเกอร์แปะทับตัวเลข 9 ไว้ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดให้ข้อมูลว่าช่วงเวลา 04.30 น. มีชายและหญิงคู่หนึ่งนำรถมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณดังกล่าวก่อนที่จะขึ้นรถแท็กซี่ออกจากที่เกิดเหตุไปชาย อายุ 29 ปี เจ้าของรถ กล่าวว่า ตนมีรุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปี ซึ่งรู้จักกันมานานแล้วโทรศัพท์มาหาโดยบอกให้ขับรถมาหาที่บริเวณปากซอยสามัคคีด้านถนนติวานนท์ เมื่อมาถึงก็พบหญิงสาวรุ่นพี่คนดังกล่าวยืนอยู่กับหญิงและชายอีก 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จักมาก่อน หลังจากนั้นตนจึงรับรุ่นพี่ขึ้นรถมา โดยรุ่นพี่ให้ขับมาจอดบริเวณร้านสะดวกซื้อใกล้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณแยกสามัคคีตัดถนนประชาชื่นนนทบุรี หลังจอดรถแล้วตนเองลงจากรถไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ รุ่นพี่คนดังกล่าวได้ลงจากรถประตูซ้ายมานั่งบริเวณที่คนขับและบอกว่า…

  • ศิษยานุศิษย์อาลัย! สิ้น ‘หลวงปู่สวน’ เกจิดัง สายเมตตา ละสังขาร สิริอายุ 77 ปี 57 พรรษา

    ‘หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ’ หรือพระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลหลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เกจิดังสายเมตตา มหานิยม ละสังขารลงแล้ว ด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้อและการหายใจล้มเหลว สิริอายุ 77 ปี 57 พรรษา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 มี.ค.69) ได้มีคณะสงฆ์ พร้อมศิษยานุศิษย์ และญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธา เดินทางมาเฝ้ารอกราบไหว้ พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ หรือ (หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ ) เจ้าคณะตำบลหลักเขต อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เกจิอาจารย์ชื่อดังสายเมตตา มหานิยม หลังคณะแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ได้นำหลวงปู่สวน ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.69 ด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้อและการหายใจล้มเหลว โดยมีอาการทรุดลงเรื่อยๆ ตามลำดับ กลับมายังวัดหนองไผ่ ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ต่อมาเวลา 19.19 น. วันที่ 8 มี.ค.69 หลวงปู่สวน ได้ละสังขารลงอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี 57…

  • พบร่างนายดาบตำรวจศูนย์ 191 จมคลองใกล้โรงเรียนอนุบาล คาดลงหาปลาก่อนจมน้ำเสียชีวิต จ.พัทลุง

    พบร่างนายดาบตำรวจศูนย์ 191 จมคลองใกล้โรงเรียนอนุบาล คาดลงหาปลาก่อนจมน้ำเสียชีวิต จ.พัทลุงเมื่อเวลา 16.46 น. วันที่ 8 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุงได้รับแจ้งเหตุบุคคลสูญหายบริเวณคลองนาชด ชุมชนนางลาดเหนือ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ใกล้หน้าโรงเรียนอนุบาลบ้านเด็ก หลังรับแจ้งจึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่และชุดประดาน้ำเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ร่วมค้นหาในที่เกิดเหตุชาวบ้านพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน พัทลุง จอดอยู่บริเวณร้านล้างอัดฉีดใกล้กับลำคลอง โดยบริเวณรถพบเสื้อผ้าของผู้สูญหายวางอยู่ในสภาพเปียกน้ำ ทราบชื่อผู้สูญหายคือ ดาบตำรวจ อายุ 40 ปี ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 พัทลุงจากการสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าวทราบว่า ดาบตำรวจ มักจะมาหาปลาในคลองบริเวณนี้เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจลงน้ำไปหาปลาก่อนเกิดเหตุจมน้ำเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำกำลังชุดประดาน้ำลงงมค้นหาในคลอง พร้อมกับให้ชาวบ้านช่วยกันเดินค้นหาตามแนวคลองใกล้เคียง กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง นักประดาน้ำได้พบร่างผู้สูญหายจมอยู่ใต้น้ำ ภายในลำคลอง ห่างจากจุดที่จอดรถจักรยานยนต์ประมาณ 200 เมตร เบื้องต้นพบว่าสภาพศพมีร่างกายซีด และมีถุงกระสอบใส่ปลา พันอยู่บริเวณลำคอ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดขณะเดียวกันบรรยากาศในที่เกิดเหตุเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงและพบศพ ต่างพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยญาติรายหนึ่งถึงกับทรุดตัวลงโอบกอดร่างผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า ทางครอบครัวได้เตือน ดาบตำรวจ อยู่เป็นประจำเรื่องการลงหาปลา…