Category: สังคม
-
เขมรงัดรถแห่สู้ไทย แต่พลาดพลิกคว่ำกลางถนน เจ็บหนักจนถูกหามส่งโรงพยาบาล
เขมรงัดรถแห่สู้ไทย แต่พลาดพลิกคว่ำกลางถนน เจ็บหนักจนถูกหามส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาได้เกิดประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เพจเฟสบุ๊ค ส่องเขมร ได้โพสต์คลิปเผยให้เห็นภาพของเหตุการณ์ในประเทศกัมพูชา โดยในคลิปมีภาพของรถแห่ที่ประกอบจากตู้ลำโพงขนาดใหญ่ ถูกติดตั้งบนเทรลเลอร์แล้วลากด้วยรถไถนา เพื่อมุ่งหน้าไปจัดกิจกรรมภายในชุมชนใกล้ชายแดนอย่างไรก็ตาม ระหว่างทาง รถแห่ดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนนอย่างรุนแรง ตู้ลำโพงและโครงสร้างทั้งหมดล้มทับคนขับและผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกัน ส่งผลให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณลำตัวที่ถูกของหนักกดทับ หลังเกิดเหตุ ชาวกัมพูชาในพื้นที่ซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้รีบเข้าช่วยเหลือทันทีโดยร่วมแรงกันพยายามยกรถและตู้ลำโพงขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากซากรถที่พลิกคว่ำ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะนี้ ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบาดแผลจากแรงกดทับมีความรุนแรงอย่างมากรับชมคลิปที่มา ส่องเขมรเรียบเรียง สยามนิวส์
-
ทีมกู้ชีพสุดยื้อชีวิต นำชายวัย 50 ปี ถูกทำร้ายข้างถนนดับ เพราะถูก รพ. เล็ก-ใหญ่ ปฏิเสธรับเคส
เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ถึงปัญหาการรับผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพรายหนึ่งเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ถึงปัญหาการรับผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพรายหนึ่งออกมาเปิดเผยเหตุการณ์สุดเศร้าสลด ที่ทำให้ชายวัย 50 ปี ผู้ประสบเหตุถูกทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสจนถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากโรงพยาบาลปฏิเสธการรับรักษาเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย การันต์ ศรีวัฒนบูรพา เจ้าหน้าที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนและทีมรถกู้ชีพศูนย์เอราวัณต้องพยายามยื้อชีวิตชายวัย 50 ปี ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายและโยนลงมาจากรถ โดยผู้ป่วยมีอาการสาหัส แต่เมื่อประสานงานเพื่อส่งตัวเข้าโรงพยาบาล กลับต้องตระเวนขอร้องให้โรงพยาบาลทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพมหานครรับเคส แต่ก็ ไม่มีใครรับ ส่งผลให้ผู้ป่วยรายนี้ต้องเสียชีวิตในที่สุดความคับแค้นใจต่อระบบการทำงานถูกถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาผ่านคอมเมนต์ของเจ้าหน้าที่กู้ชีพรายนี้ ที่ระบุว่า เวลาโรงพยาบาลไม่รับเคสโดยให้เหตุผลว่า คนไข้ที่นี่เยอะแล้ว ทำไมชอบเอามาส่งจัง อยากจะตอบไปว่า -ูผลิตมาเองมั้งคนไข้เนี่ยเหตุการณ์นี้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก และเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาของระบบการรับผู้ป่วยในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ในปี 2564 เคยมีเคสลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นมาแล้ว โดยเป็นกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคลมชัก แต่เนื่องจากมีสิทธิรักษาอยู่ต่างจังหวัด ทำให้ไม่มีโรงพยาบาลใดรับเข้ารักษา จนต้องนอนรออยู่ในรถฉุกเฉินจนกระทั่งเช้าจึงได้รับการรักษา แต่ในกรณีล่าสุดนี้ ชายวัย 50 ปี กลับต้องจบชีวิตลง เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลที่ตระเวนประสานงานขอความช่วยเหลือภาพจาก เฟซบุ๊ก : การันต์ ศรีวัฒนบูรพาเรียบเรียงโดย สยามนิวส์
-
เสียชีวิตแล้ว หญิงชราผู้บริสุทธิ์ เหยื่อบึ้มไม่เลือกเป้า รู้ฝันสุดท้าย ใจสลายตาม
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ได้เปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดในพื้นที่อำเภอยี่งอเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ได้เปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดในพื้นที่อำเภอยี่งอ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคม 2568 หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นั้น คือ นางรอเมาะ อายุ 79 ปี คุณยายใจบุญที่ตั้งใจจะไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ แต่ความฝันในบั้นปลายชีวิตต้องดับลงเพราะน้ำมือของผู้ก่อเหตุรุนแรงคุณยายรอเมาะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิด มีบาดแผลทะลุบริเวณหน้าท้อง แผลฉีกขาดหลายจุด ทั้งที่นิ้วมือและขา แพทย์ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ ตัดขาซ้ายเหนือเข่า ตัดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่บางส่วน เย็บกระเพาะที่ถูกสะเก็ดระเบิดจนทะลุหลายรู รวมถึงต้องตัดนิ้วก้อยขวาและใส่เหล็กยึดนิ้วนางข้างขวา โดยก่อนหน้านี้อาการยังทรงตัว และอยู่ในห้องไอซียู ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ด้านญาติของคุณยายเผยทั้งน้ำตาว่า ยายรอเมาะไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่กับญาติ พอเช้าก็จะออกมานั่งรอรถขายปลาที่ผ่านเข้าหมู่บ้านเป็นประจำ และในเช้าวันเกิดเหตุ ระหว่างนั่งคุยกับเพื่อนบริเวณหน้าบ้าน เพียงเสี้ยววินาทีหลังเพื่อนเดินเข้าบ้าน ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แรงระเบิดทำให้ยายรอเมาะถูกสะเก็ดเข้าที่ท้องและขา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน คุณยายเพิ่งชำระเงินกว่าหนึ่งแสนบาทเพื่อเตรียมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ความฝันที่รอคอยมาทั้งชีวิตต้องพังทลายลงเพราะความรุนแรงที่ไม่เลือกเป้าหมาย แม้ผู้เคราะห์ร้ายจะเป็นเพียงหญิงชราผู้บริสุทธิ์
-
“ฝันดี-ฝันเด่น” ถามกลับสุดเจ็บ “อังคณา-สุนัย” โร่ร้องขอตร.คุ้มครอง เทียบคนไทยชายแดน โดนจรวดเขมรพรากชีวิต
วันที่ 18 ต.ค.68 เวลา 18.26 น. เพจเฟซบุ๊ก "ฝันดี – ฝันเด่น ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน" แชร์ข่าว นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วย นายสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส ฮิวแมนไรท์วอทช์ เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ผบ.ตร.ว่าถูกคุกคามข่มขู่เอาชีวิต หลังแสดงความเห็นปมเครื่องเสียงชายแดน พร้อมโพสต์สเตตัสเฟซบุ๊กถามว่า“ในตอนที่ประชาชนโดนพรากลมหายใจจากจรวดเขมร พวกเขาเรียกร้องอะไรเพื่อปกป้องชีวิตพวกเค้าได้บ้าง ไม่มี”
-
เอ๊ะยังไง! สื่อเขมรเล่นใหญ่ ปั่นข่าวทำคนไทยงงทั้งประเทศ
เพจดัง หมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์ถึง สื่อสำนักงานข่าวใหญ่ ของประเทศกัมพูชา อ้างว่า บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน หลังการประชุมที่มาเลเซีย ทั้งสองประเทศตกลงให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมไว้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เพจดัง หมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์ถึง สื่อสำนักงานข่าวใหญ่ ของประเทศกัมพูชา อ้างว่า บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน หลังการประชุมที่มาเลเซีย ทั้งสองประเทศตกลงให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมไว้โดยโพสต์ระบุว่า คนไทยไม่เห็นรู้เลย สื่อเขมรหลายสำนักตีข่าวใหญ่อย่างพร้อมเพรียงกัมพูชาและไทยตกลงร่วมกันในข้อตกลงสันติภาพ หลังจากการประชุมที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมกัมพูชาและไทยตกลงร่วมกันในร่างเอกสารว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพ เพื่อให้ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน โดยมีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานอาเซียนเป็นพยานข้อตกลงสันติภาพ ไทยตกลงที่จะปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกไทยจับกุมไว้อ่านข่าวเพิ่มเติมแรงไม่ยั้ง! ชูวิทย์ ซัด กัน จอมพลัง ปมขอเงินช่วยชายแดน กองทัพภาคที่ 5 ของกองทัพกัมพูชา ออกแถลงการณ์ด่วน! ทหารเขมรโพสต์คลิปโวยไทย อ้างไทยทำถนนที่ชายแดน ใกล้กับบ้านพลบดัมเรย
-
เตือนภัย! มิจฉาชีพมามุกใหม่ อ้างเป็นตำรวจจะมารับไปขึ้นศาลวันอาทิตย์
เตือนภัย! มิจฉาชีพมามุกใหม่ บุกถึงหน้าบ้าน อ้างเป็นตำรวจจะมารับไปขึ้นศาลวันอาทิตย์ ระวังบ้านไหนคนแก่อยู่ลำพังจะหลงเชื่อได้ง่ายเตือนภัย! มิจฉาชีพมามุกใหม่ บุกถึงหน้าบ้าน อ้างเป็นตำรวจจะมารับไปขึ้นศาลวันอาทิตย์ ระวังบ้านไหนคนแก่อยู่ลำพังจะหลงเชื่อได้ง่ายวันที่ 18 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของ ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Lumyai Sunisa” ได้โพสต์ภาพชายต้องสงสัย ตัดผมสั้นเกรียนคล้ายตำรวจ โชว์บัตรตำรวจไซเบอร์ สังกัด บก.สอท.2 และระบุว่าเป็นตำรวจยศ ด.ต. ซึ่งลักษณะบัตรไม่ใช่ของตำรวจ เพราะเหมือนนำกระดาษมาเคลือบพลาสติกใสเท่านั้นพร้อมข้อความเตือนภัย ระบุว่าว่า “ฝากเตือนภัย มิจฉาชีพตอนนี้บุกถึงหน้าบ้านเลยค่ะ”“ดีนะพ่อถ่ายรูปไว้ทัน เมื่อวานตอน 1 ทุ่มโทรมาว่ามีหมายศาล วันนี้เที่ยงมาถึงหน้าบ้านอ้างว่ามีหมายศาลให้ไปขึ้นศาลวันอาทิตย์ จะมารับไปขึ้นศาล ระวังกันด้วยนะคะบ้านไหนที่พ่อแม่ คนแก่อยู่บ้านลำพัง”“ตอนนี้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วค่ะ ถ้าใครเจอคนในภาพฝากแจ้งเบาะแสกันด้วยนะคะ”
-
“อุตุฯ” เตือน 31 จังหวัด รับมือฝนถล่มหนัก กทม.โดนด้วยไม่รอด
18 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขังในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” แล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 18–19 ต.ค. 68 จะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21–22 ต.ค. 68 พายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน จากนั้นจะลดกำลังลงอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด…
-
สรุปผลชันสูตร หญิงไทยเสียชีวิตที่ร้านนวดสปา ประเทศญี่ปุ่น
สรุปผลชันสูตร หญิงไทยเสียชีวิตที่ร้านนวดสปา ประเทศญี่ปุ่น สรุปผลชันสูตร หญิงไทยเสียชีวิตที่ร้านนวดสปา ประเทศญี่ปุ่น "ปวีณา" แถลงความคืบหน้า รับทำหน้าที่แทนแม่ให้ นศ.แพทย์ ปี 2 ลูกสาวผู้เสียชีวิต(18 ต.ค. 2568) เวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แถลงความคืบหน้ากรณี น.ส.กัญญาวีร์ หรือ มิ้นท์ อายุ 20 ปี นักศึกษาแพทย์ปี 2 คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ขอช่วยตรวจสอบสาเหตุ น.ส.นงนภัทร์ หรือ ตูน อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่ เสียชีวิตในร้านนวดสปาที่ประเทศญี่ปุ่น ใน 3 ประเด็น ดังนี้1. สรุปผลการชันสูตรศพจากโรงพยาบาลประเทศญี่ปุ่นที่ส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 16 ต.ค. 2568 ระบุ ไม่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่บ่งชี้ว่าเป็นการถูกฆาตกรรม อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเสียชีวิตเรื่องจากอาการป่วย ขณะนี้ได้มีการนำหัวใจและสมองไปตวจจพิสูจน์อย่างละเอียด…
-
พายุถล่ม ต้นจามจุรีอายุกว่า50 ปีหักทับโรงจอดรถโรงพักวังน้อยกว่า 10 คัน
หนุ่มประกัน เล่านาทีชีวิต ให้ลูกสาวนั่งรอในรถที่จอดรถหน้าโรงพักวังน้อย จู่ๆพายุถล่มต้นจามจุรีโค่นทับรถ วิ่งช่วยลูกรอดหวุดหวิด มีรถเสียหายกว่า 10 คันหนุ่มประกัน เล่านาทีชีวิต ให้ลูกสาวนั่งรอในรถที่จอดรถหน้าโรงพักวังน้อย จู่ๆพายุถล่มต้นจามจุรีโค่นทับรถ วิ่งช่วยลูกรอดหวุดหวิด มีรถเสียหายกว่า 10 คันเมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดพายุฝนลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณโรงจอดรถตรงข้าม สภ.วังน้อย ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุต้นจามจุรีขนาดใหญ่ อายุประมาณกว่า 50 ปี ถูกพายุพัดหักโค่นล้มทับโรงจอดรถ ส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวน 12 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ของข้าราชการตำรวจและมีรถยนต์ของกลางในคดียาบ้า 2 ล้านเม็ด รวมอยู่ด้วย 1 คันหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองลำตาเสา ได้ประสานนำเครนเข้ายกหลังคาโรงจอดรถที่ถูกต้นไม้กดทับ พร้อมเร่งตัดกิ่งก้านต้นไม้เพื่อเปิดทางนำรถยนต์ออกและสำรวจความเสียหายเบื้องต้นนางรัชนี บุญเอื้อ อายุ 43 ปี แม่ค้าขายน้ำบริเวณใกล้เคียงเล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาและลมแรงได้ยินเสียงสังกะสีของโรงจอดรถหมุนดังสนั่น ก่อนเห็นต้นจามจุรีโยกแรงและล้มทับโรงจอดรถทำให้รถที่จอดอยู่ภายในได้รับความเสียหายหลายคัน ตนตกใจมากจนรีบวิ่งเข้าไปหลบในร้าน และยอมรับว่ายังรู้สึกผวาเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนด้านนายภัทรธรรม อาร้อน อายุ…
-
รพ.ปลายพระยา ออกแถลงการณ์ กรณีญาติผู้ป่วยจอดรถกีดขวางจนไม่สามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถได้
โรงพยาบาลปลายพระยา ออกแถลงการณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีญาติผู้ป่วยนำรถจอดกีดขวางรถพยาบาลจนไม่สามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถได้วันนี้ (18 ต.ค.68) โรงพยาบาลปลายพระยา ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีญาติผู้ป่วยนำรถจอดกีดขวางรถพยาบาลจนไม่สามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถได้ โดยมีเนื้อหาดังนี้โรงพยาบาลปลายพระยาและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และมีภาวะการหายใจล้มเหลว เข้ารับการรักษาพยาบาลโรงพยาบาลปลายพระยา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 โรงพยาบาลปลายพระยาขอชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 23.10 น. ภายในห้องฉุกเฉินโซนผู้ป่วยวิกฤต เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ พนักงานเปล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กำลังให้การช่วยเหลือและช่วยชีวิตผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและมีภาวะการหายใจล้มเหลว ซึ่งต้องมีการใส่ท่อช่วยหายใจ หลังจากนั้นย้ายผู้ป่วย เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายที่มีศักยภาพการรักษาที่สูงกว่าเวลา 23.15 น. รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล คันที่จอดปิดท้ายรถพยาบาล นำส่งผู้ป่วย หญิงวัย 69 ปี รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง มีอาการเวียนศีรษะตาลาย ญาติเข็นผู้ป่วยหญิงรายนั้นเข้าห้องฉุกเฉินเอง และได้พบกับพยาบาลหัวหน้าเวรห้องฉุกเฉินซึ่งกำลังจัดเตรียมเอกสารและประสานการส่งต่อผู้ปวยไป โรงพยาบาลกระบี่อยู่ และพยาบาลหัวหน้าเวรได้อธิบายให้ญาติผู้ป่วยทราบว่าขณะนี้มีคนไข้อาการหนักกำลัง เตรียมส่งต่อไปโรงพยาบาลกระบี่…