Category: สังคม

  • 2ลูกสาว เคลื่อนไหวจุก! พ่อบินด่วนดูไบ“ทนายรณรงค์”เผยเบื้องลึกสาเหตุ“ทักษิณ”เลือกดูไบ? คาดไม่ถึง!

    not found

  • ครอบครัว ชาญวีรกูล – อัศวเหม 2 นามสกุลดัง กำลังจะเกี่ยวดอง เพลง ชนม์ทิดา ว่าที่สะใภ้นายก

    ครอบครัว ชาญวีรกูล – อัศวเหม 2 นามสกุลดัง กำลังจะเกี่ยวดอง เพลง ชนม์ทิดา ว่าที่สะใภ้นายกครอบครัว ชาญวีรกูล – อัศวเหม 2 นามสกุลดัง กำลังจะเกี่ยวดอง เพลง ชนม์ทิดา ว่าที่สะใภ้นายก หลังจากที่ลุ้นกันมานานหลายปีรับชมคลิปก่อนหน้านี้ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ อนุทิน ชาญวีรกูล คุกเข่าทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาว เพลง ชนม์ทิดา ขอแต่งงาน ที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน 6 ปี ที่ต่างประเทศในระหว่างที่ทั้งคู่ไปปิกนิกกัน ซึ่งบรรยากาศนั้นแสนจะเรียบง่ายแต่โรแมนติกแบบสุดๆ ซึ่งมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่เป็นพยานรักในครั้งนี้ของทั้งคู่บอกเลยว่าความหวานของทั้งคู่นั้นไม่มีตกจริงๆ เรียกได้ว่า 2 นามสกุลดังนี้ กำลังจะเกี่ยวดองเป็นครอบครัว ซึ่งนับเป็นงานมงคลที่หลายคนต่างรอคอยและจับตามองเรียกได้ว่าต้องเป็นงานระดับประเทศอย่างแน่นอนรับชมคลิป

  • รู้จัก ต้นสน นัยน์ภัค ลูกสาวคนสวย ท่านนายกคนใหม่ ดีกรีไม่ธรรมดา

    รู้จัก ต้นสน นัยน์ภัค ลูกสาวคนสวย ท่านนายกคนใหม่ ดีกรีไม่ธรรมดากลายเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลักจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการโหวตเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ในวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ ต้นสน นัยน์ภัค ลูกสาวคนโต ของคุณพ่อนายกคนใหม่ ซึ่งถึงแม้ว่าไม่ค่อยออกสื่อมากนัก แต่ ต้นสน นัยน์ภัค ชาญวีรกูล ลูกสาวคนโตของ นายอนุทิน ก็กำลังถูกจับตามองในฐานะทายาทผู้มากความสามารถ โดยเธอเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เกิดจากอดีตภรรยา ยุ้ย สนองนุช วัฒนวรางกูรด้านการศึกษา ต้นสน จบการศึกษาด้าน Hospitality จากสถาบันชื่อดัง Les Roches ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งติดอันดับหนึ่งใน 15 สถาบันบริหารธุรกิจบริการที่ดีที่สุดของโลก ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการทำงานในเครือโรงแรมระดับสากล เพื่อเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการอย่างจริงจังปัจจุบัน ต้นสน นัยน์ภัค นั่งแท่นผู้บริหารธุรกิจครอบครัว ทั้ง Rancho Charnvee Resort Khaoyai…

  • ดราม่าสนั่น นศ.สาวขอรับบริจาคค่าเทอม ยอดเงินเกือบแสน แต่พฤติกรรมหลังจากนั้น ทำชาวเน็ตสงสัยหนัก

    ดราม่าสนั่น นศ.สาวขอรับบริจาคค่าเทอม ยอดเงินเกือบแสน แต่พฤติกรรมหลังจากนั้น ทำชาวเน็ตสงสัยหนักกลายเป็นประเด็นดราม่าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง อ้างตัวเป็นนักศึกษาออกมาระดมทุนขอรับบริจาคเพื่อนำไปจ่ายค่าเทอม แต่กลับถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสของข้อมูลที่โพสต์ จนนำไปสู่การตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความขอรับบริจาคเงินจำนวน 27,000 บาท สำหรับเป็นค่าเทอม เนื่องจากทำเรื่องกู้ยืม กยศ. ไม่ผ่าน โดยระบุรายละเอียดถึงความขัดสนในการใช้ชีวิตประจำวันโดยระบุข้อความว่า ค่าเทอม 27,000 บาท ทำเรื่องกู้ กยศ. แล้วไม่ได้ค่ะ ค่ารถเดินทาง ไป-กลับ จากบ้านไปมหาวิทยาลัย (นั่งรถสองแถว ออกมา 8 บาท นั่งรถเมล์ 20 บาทรวมค่ารถประมาณวันละ 70 บาท น้ำเปล่า เอาจากที่บ้านไป ไม่ต้องซื้อ อาหารไม่ได้กิน กลับมากินที่บ้านตอนเย็นทีเดียว คุณลุง คุณป้า คุณอา ท่านใดที่มีกำลังพอที่จะช่วยน้องเล้งได้ ขอความเมตตาช่วยน้องเล้งด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้โอนเงินช่วยเหลือเข้ามามากมาย เธอก็ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นที่ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม โพสต์ชี้แจงครั้งที่ 1 ว่าทำไมรูปในเฟสถึงไม่ค่อยมีรูปตัวเอง –…

  • สะเทือน! คำพูดสุดท้าย “นายใหญ่” บอกคนในบ้าน ก่อนบินนอกปท. กลับมาไหม?

    not found

  • ภูมิใจไทย ยืนยัน ‘โครงการคนละครึ่ง’ คัมแบ็คแน่ เชื่อดีกว่าแจกเงินดิจิทัล

    วันนี้ (6ก.ย.68) นายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการฟื้นโครงการ "คนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่า แนวคิดนี้เป็นเรื่องจริง และมีการพูดคุยกันภายในคณะกรรมการบริหารพรรคและทีมงานนโยบายนายศิริพงษ์ กล่าวว่า นโยบายที่จะสามารถ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ได้นั้น "คนละครึ่ง" เป็นหนึ่งในแนวคิดที่พรรคกำลังพิจารณา โดยมองว่าโครงการนี้อาจจะ มีสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น กว่าโครงการคนละครึ่งแบบเดิม"พรรคได้มีการรับฟังถึงโครงการดี ๆ ในอดีตและเชื่อว่าโครงการเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ โดยแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในหลายโครงการ" รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเงินดิจิทัล นายศิริพงษ์ มองว่า โครงการคนละครึ่งน่าจะได้ผลดีกว่า และมีกระแสตอบรับที่ดีกว่าจากสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ คาดว่าโครงการนี้จะใช้เม็ดเงินในระบบไม่มากเท่า แต่จะช่วยให้การหมุนเวียนของเงินน่าจะดีกว่ารองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังย้ำด้วยว่าวัตถุประสงค์ของการนำนโยบายนี้กลับมาใช้คือ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อหาเสียงเลือกตั้งในส่วนของแนวทางการดำเนินงานและไทม์ไลน์ นายศิริพงษ์ระบุว่า จะดำเนินการ เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะเริ่มได้ ภายใน 1 เดือนแรก หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาฯ โดยนายกรัฐมนตรีจะสั่งการและดำเนินการทันทีส่วนรูปแบบของโครงการจะมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย และแนวทางที่ชัดเจนคือ จะไม่เน้นการลงทุนในแอปพลิเคชันใหม่ แต่จะใช้ระบบหรือแอปพลิเคชันของรัฐที่มีอยู่แล้วและใช้งานได้ดีอยู่แล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน จึงต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของงบประมาณและรายละเอียดที่ชัดเจนนั้น นายศิริพงษ์ชี้แจงว่า ขณะนี้ยัง ไม่ได้ดูรายละเอียดงบประมาณ เนื่องจากยังเป็นการพูดคุยในหลักการเท่านั้น…

  • จ่อฟื้นนโยบาย ‘คนละครึ่ง’ เวอร์ชั่นอนุทิน ปลุกเศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเฟซบุ๊กเพจ “หนุ่มเมืองจันทร์” ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย กำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นกำลังซื้อของประชาชนโดยในโพสต์ระบุข้อความว่า “มีข่าวว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ‘ควิกวิน’ เปิดปัดฝุ่นโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมภาพที่มีข้อความว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?”ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกันว่ามีแนวคิดจะผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ได้รับความนิยมสูงในรัฐบาลก่อนหน้า ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้ร้านค้าชุมชนอย่างกว้างขวางภายหลังจากนายอนุทินได้รับมติโหวตจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รายงานข่าวระบุด้วยว่า นายอนุทินมีความพยายามผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจฐานรากยังซบเซา และกำลังซื้อของประชาชนลดลง ซึ่งต้องติดตามว่าแผน “คนละครึ่งเวอร์ชันอนุทิน” จะถูกนำเสนอในรูปแบบใดต่อไปเอกชนเคยเสนอฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นใช้จ่ายสำหรับข้อเสนอในการฟื้นนโยบายคนละครึ่งที่ผ่านมา ถูกเสนอโดยภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโส หอการค้าไทย เคยเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะซึมตัวจากหลายปัจจัย ทั้งจากภายนอกและภายใน โดยเฉพาะปัญหากำลังซื้อของประชาชนที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ…

  • กลุ่มเสื้อแดง ยื่นเงื่อนไข “อนุทิน” หากได้เป็นนายกฯ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน

    กลุ่มเสื้อแดง ยื่นเงื่อนไข “อนุทิน” หากได้เป็นนายกฯ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ขู่ยกระดับชุมนุม 6 ม.ค. ขณะ “ประสิทธิ์” แจงทักษิณบินนอกเพราะปัญหาสุขภาพวันที่ 5 ก.ย. 68 บริเวณหน้ารัฐสภา ยังคงมีการชุมนุมของหลายกลุ่มการเมือง ทั้งเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่ออกมาต่อต้านการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกัน กลุ่มมวลชนเสื้อแดงภายใต้ชื่อ “กลุ่มเลือกตั้งทันที (คืนอำนาจให้ประชาชน)” ได้รวมตัวเรียกร้องให้มีการยุบสภาโดยเร็วน.ส.ทัศน์วิไล ทิพย์กนก ตัวแทนกลุ่ม ได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน หรือภายในวันที่ 5 ม.ค. 2569 โดยกลุ่มจะนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทุกวันที่ 6 ของเดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 ถึง ม.ค. 2569 และหากครบกำหนดแล้วยังไม่ยุบสภา…

  • กัมพูชาไม่ยอม! นักศึกษาเขมรร่วมลงชื่อถึงสวีเดน ขอระงับขายกริพเพนให้ไทย

    กัมพูชาไม่ยอม! นักศึกษาเขมรร่วมลงชื่อถึงสวีเดน ขอระงับขายกริพเพนให้ไทย5 กันยายน 2568 เพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ ได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวของนักศึกษากัมพูชาในต่างประเทศที่ออกแคมเปญทางสังคมออนไลน์เพื่อประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระบุว่า กัมพูชา นักศึกษากัมพูชาในสหรัฐฯ ปริญญาโทสาขากิจการระหว่างประเทศ ออกแคมเปญร่วมลงชื่อชาวกัมพูชา และเตรียมส่งหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการกิจการต่างประเทศสวีเดน เรื่องคำร้องขอระงับการขายอาวุธให้แก่ประเทศไทย กรณีนำมารุกรานกัมพูชา ปัจจุบัน มีผู้ลงชื่อแล้ว 1,214 คนโพสต์ดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมส่งตัว พลทหารอดิศร ไปรพ.พระมงกุฎ รับขาเทียมพระราชทาน ครอบครัวซาบซึ้งใจ เดือดชายแดน ชาวกัมพูชารวมตัวประท้วง หลังถูกรื้อชุมชนรุกล้ำไทย ทอ. เผยโฉม! เครื่องบินโจมตี วูล์ฟเวอรีน พร้อมรับมือภัยคุกคาม-ช่วยประชาชน

  • ด่วน! ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก เอกชัย 21 ปี คดีขวางขบวนเสด็จ ปี 63 เพื่อนร่วมคดีอีก 4 คน 16 ปี

    ด่วน! ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก เอกชัย 21 ปี คดีขวางขบวนเสด็จ ปี 63 เพื่อนร่วมคดีอีก 4 คน 16 ปีวันที่ 5 กันยายน 2568 ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีของนักกิจกรรมและประชาชนรวม 5 ราย ได้แก่ นายเอกชัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นายบุญเกื้อหนุน นายสุรนาถ นายชนาธิป และนายภาณุภัทร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับความผิดฐาน แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบกฯโดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จำเลยทั้งห้า กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมั่วสุมชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยพวกจำเลยทั้งห้ากับพวกจำนวนหลายร้อยคนได้ลงมายืนบนพื้นผิวจราจรบนถนนพิษณุโลก ลักษณะกีดขวางการจราจรซึ่งได้กำหนดใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบรมราชินี และพระบรมศานุวงศ์ เพื่อไปทรงบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าพระกฐินประจำปี พ.ศ. 2563 ณ วัดราชโอรสาราม ซึ่งมีรถยนต์…