Category: สังคม
-
อุ๊ยแรง! แพรรี่ ไพรวัลย์ ตัดสินใจโพสต์ข้อความลงโซเชียล ถึงพระราชาคณะที่กำลังถูกพูดถึง
จากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุมหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อายุ 66 ปีจากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุมหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อายุ 66 ปี ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม พร้อมด้วย น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 47 ปี สีกาคนสนิท หลังตรวจพบพฤติการณ์ของเจ้าอาวาสที่มีการเบียดบังเงินของวัดไปเป็นของตนเอง ก่อนนำเงินบางส่วนมอบให้สีกาคนสนิท เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางเงินไว้ในชื่อของบุคคลอื่น โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาทต่อมาภายหลังเจ้าหน้าที่ทำการการตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พบว่า มีคลิปพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพเมถุน ระหว่างเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทภายในกุฏิ ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นเรื่องสุดอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้ล่าสุด ด้าน แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ในฐานะผู้ที่เติบโตมาในวงการสงฆ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร โดยระว่า เอาท่ายากกว่าดิฉันอีก ขนาดดิฉันเป็นฆราวาส ดิฉันยังไม่เคยปีนโต๊ะเอากับใครเลย ท่านไม่เมื่อยขาเหรอคะโพสต์ดังกล่าวเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมช็อกทั้งวัด! หลวงพ่อโชติ…
-
พิตบูลคลั่ง! ขย้ำเจ้าของดับคาบ้าน ย่านนวมินทร์ ขณะกำลังใส่ปลอกคอ
พิตบูลคลั่ง! ขย้ำหญิงวัย 70 ปีผู้ดูแล เสียชีวิตคาบ้านพักย่านนวมินทร์ 111 เผยนาทีเกิดเหตุ แค่หวังพามาใส่ปลอกคอพิตบูลคลั่ง! ขย้ำหญิงวัย 70 ปีผู้ดูแล เสียชีวิตคาบ้านพักย่านนวมินทร์ 111 เผยนาทีเกิดเหตุ แค่หวังพามาใส่ปลอกคอวันที่ 9 ก.ย. 2569 เมื่อเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุสุนัขทำร้ายเจ้าของ ภายในถนนนวมินทร์ 111 แยก 7 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยปู่อินทร์ร่วมใจที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัยปลูกติดกัน 2 หลัง มีรั้วสามารถเดินทะลุถึงกันได้ โดยบ้านอยู่ระหว่างการปรับปรุง เจ้าหน้าที่พบสุนัขพันธุ์ พิตบูล เพศผู้ สีน้ำตาล 1 ตัว ภายในบริเวณบ้าน โดยมีคราบเลือดติดตามลำตัวเจ้าหน้าที่พยายามหลอกล่อเพื่อจับสุนัข แต่สุนัขกลับเดินหนี ก่อนเข้าไปอยู่ภายในกรงเลี้ยงดูแลเอง เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 70 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลสุนัขตัวดังกล่าว นอนเสียชีวิตภายในบ้าน…
-
เศร้าอาลัย อาจารย์คนเก่งมอดัง เสียชีวิตกะทันหัน หลังไม่ได้เข้าสอน 4 วัน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ย. 2569 พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ว่า มีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านตลาด หมู่ 3 ต.ตลาด อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา จุด ต.จอหอ เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ย. 2569 พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ว่า มีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านตลาด หมู่ 3 ต.ตลาด อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา จุด ต.จอหอ เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านจัดสรรภายในโครงการสุรนารีวิลล์ โดยพบว่าประตูบ้านด้านนอกถูกล็อก เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จึงใช้เครื่องมืองัดประตูเพื่อเข้าไปตรวจสอบภายใน…
-
เพื่อนบ้านช็อก! เผยอีกมุม ร.ต.ต.บุกยิงครูสาว ก่อนเกิดเหตุเคยมาปรึกษา 3 เรื่อง
เพื่อนบ้านเปิดใจ หลัง ร.ต.ต. ถูกระบุบุกยิงครูสาวเสียชีวิตกลางโรงอาหารโรงเรียนอนุบาล เผยก่อนเกิดเหตุเคยมาปรึกษาเรื่องความเครียด อยากเกษียณก่อนกำหนด และปัญหาเรื่องงาน ขณะที่ตำรวจยังปิดล้อมบ้านพัก ประสานญาติและลูกชายช่วยเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัววันที่ 9 กันยายน 2569 มีความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุบุกยิง นางไพลิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เสียชีวิตภายในโรงอาหาร โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเบื้องต้นคาดว่า ผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดล้อมบ้านพัก พร้อมเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัว ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เดินทางไปยังบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังพบว่าผู้ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ภายในบ้านเจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ พร้อมพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัว แต่ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับจากภายในบ้าน จึงประสานญาติและลูกชายคนเล็กให้เข้ามาช่วยพูดคุย เพื่อให้สถานการณ์ยุติลงอย่างปลอดภัยจากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่า ก่อนหน้านี้ ร.ต.ต.ทัศพงษ์เคยมาพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับความเครียดและความต้องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดยส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงานราชการเมื่อสอบถามถึงปัญหาภายในครอบครัว เพื่อนบ้านระบุว่า ไม่แน่ใจ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้พูดคุยกันในประเด็นดังกล่าว พร้อมบอกว่า ทั้งสามีและภรรยาเป็นคนดี และจากที่รู้จักกัน ผู้ก่อเหตุเป็นคนใจเย็น จึงรู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอ่านข่าวเพิ่มเติมร้องไห้ตัวสั่น! เผยจำนวนหนูน้อย ใน…
-
รู้แล้วสะเทือนใจ! เปิดโพสต์สุดท้าย ครูเปิ้ล เหยื่อสามีตำรวจ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด
ยิ่งย้อนดูยิ่งสลด เปิดโพสต์สุดท้าย ครูเปิ้ล เหยื่อเหตุยิงภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมงยังโพสต์ภาพร่วมงานแต่งลูกชาย ขณะที่เมื่อ 3 วันก่อนเพิ่งผ่านวันสำคัญของครอบครัว จากช่วงเวลาแห่งความสุขกลับเกิดเรื่องสะเทือนใจไม่มีใครคาดคิดวันที่ 9 กันยายน 2569 เกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งผลให้ครูประจำโรงเรียนเสียชีวิต 1 ราย ท่ามกลางความตกใจของคณะครูและนักเรียนภายในโรงเรียนจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจโท ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ตู้ยามหนองเกตุใหญ่ โดยก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งเข้ามาภายในโรงเรียน จากนั้นเรียกผู้เสียชีวิตออกมาพูดคุย ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด จนเสียชีวิต แล้วขับรถออกจากโรงเรียนและหลบหนีไปภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นมีรายงานว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับปมความสัมพันธ์และความหึงหวง เนื่องจากทั้งสองมีความสัมพันธ์ในลักษณะคู่รักกันด้านโรงเรียนและหน่วยงานท้องถิ่นได้สั่งปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว พร้อมประสานผู้ปกครองให้เดินทางมารับบุตรหลานกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย โดยยืนยันว่าเด็กนักเรียนทุกคนปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดระหว่างรอผู้ปกครองเดินทางมารับยิ่งย้อนดูโพสต์ในโซเชียลยิ่งสะเทือนใจ หลังมีการตรวจสอบเฟซบุ๊กของ ครูเปิ้ล ผู้เสียชีวิต พบว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ เจ้าตัวเพิ่งโพสต์ภาพบรรยากาศขณะไปร่วมงานแต่งงานของลูกชาย พร้อมข้อความแสดงความยินดีนอกจากนี้ เมื่อย้อนกลับไปประมาณ 3 วันก่อนหน้านี้ ยังพบว่าเป็นวันแต่งงานของลูกชาย โดยครูเปิ้ลได้โพสต์ข้อความขอบคุณแขกและผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีภายในงานจากช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว กลับเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วัน ท่ามกลางความตกใจและความเศร้าของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดอ่านข่าวเพิ่มเติมสิ้นลาย! ตร. ล่อซื้อ 2 หนุ่มหัวจ่ายยานรก ยึดของกลางเพียบ…
-
“ทนายตั้ม” ซัด คนดีที่ไหนแย่งโควตาคนพิการ ฝากรัฐบาลตรวจสอบอย่างจริงจัง
“ทนายตั้ม” โพสต์ข้อมูลปมโควตาสลาก ของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซัด “คนดีที่ไหนแย่งโควตาคนพิการกัน” ฝากรัฐบาลตรวจสอบอย่างจริงจัง"ทนายตั้ม" โพสต์ข้อมูลปมโควตาสลาก ของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซัด "คนดีที่ไหนแย่งโควตาคนพิการกัน" ฝากรัฐบาลตรวจสอบอย่างจริงจัง(8 ก.ย. 2569) จากกรณีที่ "ทนายตั้ม" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้เดินหน้าออกมาแฉพร้อมกับเดินทางไปที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับ โควตาสลาก ที่ไปอยู่กับกลุ่มคนกลุ่มนึง ที่มีอำนาจ มีบารมี เด่นดัง ซึ่งเรื่องนี้ ทนายตั้ม ได้เคยเดินหน้าติดตามก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จึงไม่ได้ติดตามเรื่องล่าสุด "ทนายตั้ม บ้าพลัง ช่วยด้วย" ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า "เรื่องนี้ผมต้องขอขอบคุณทนายนรเศรษฐ์ ที่ช่วยตามต่อช่วงที่ผมไปอยู่อิมเพลดาวน์ด้วยนะครับ"สรุปว่าสิ่งที่ผมเคยร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษไว้ "DSI สืบสวนแล้วพบข้อเท็จจริงว่า สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทยมีการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ได้รับจัดสรร ไปจัดสรรให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม และ DSI เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม จึงส่งเรื่องให้การกีฬาแห่งประเทศไทยดำเนินการตามอำนาจหน้าที่"ไอโอจอมพลังต้องหัดติดตามผลงานผมบ้างนะครับ ไม่งั้นผมอาจจะน้อยใจร้องไห้ฮือๆ ได้คนดีดีที่ไหนเขาจะแย่งโควตาคนพิการกัน ผมฝากรัฐบาลตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยครับ อย่าปล่อยให้ไอ้โม่งที่ไหนมาเอาเปรียบผู้พิการ แค่เขาพิการชีวิตเขาก็ลำบากพออยู่แล้วครับ
-
อวสานสายคอนเทนต์! จ่อสั่งปิด“เขาระเบิด” ห้ามขึ้นไปทดสอบสมรรถนะรถ
เตือนสายคอนเทนต์หยุดเสี่ยง! ตำรวจหนองใหญ่ จ่อปิดทางขึ้น เตือนสายคอนเทนต์หยุดเสี่ยง! ตำรวจหนองใหญ่ จ่อปิดทางขึ้น "เขาระเบิด" ห้ามนำรถขึ้นทดสอบสมรรถนะ ชี้พลาดแค่วินาทีเดียวอาจถึงแก่ชีวิตวันที่ 8 กันยายน 2569 จากกรณีกระแสโซเชียลถ่ายคลิปคลิปขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขึ้นเส้นทาง “เขาระเบิด” อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ จนมีสายคอนเทนต์และกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งอยากลองของ ขับรถขึ้นไปทดสอบสมรรถนะและถ่ายคลิปโชว์ความหวาดเสียว เสี่ยงอันตรายล่าสุด พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ วงศ์ทรายทอง รอง ผกก.ป. สภ.หนองใหญ่ ระบุว่า เส้นทางดังกล่าวถูกจัดไว้สำหรับนักกีฬาร่มบินและนักกีฬาทางอากาศโดยเฉพาะ ปกติไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปขึ้น หากมีความจำเป็นต้องประสานหน่วยงานก่อนที่ผ่านมา พบมีผู้ลักลอบขึ้นไปทั้งกลางวันและกลางคืน และเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว จึงเตือนว่าไม่ควรนำรถขึ้นไปทดลองสมรรถนะหรือทำคอนเทนต์ เพราะเส้นทางมีความอันตรายสูง ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีอาจนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมหารือทำแนวกั้น ปิดเส้นทางถาวร ไม่ให้ประชาชนทั่วไปขึ้นไปถ่ายคลิปหรือทำคอนเทนต์อีก เพื่อป้องกันเหตุสลดซ้ำ ที่อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
-
ตำรวจวิภาวดีเรียกสอบแล้ว! “หญิงวัย 77” เจ้าของร้านอาหาร รับทราบ 3 ข้อหาหลังขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี เจ้าตัวไม่ได้นำรถมาด้วย
ตำรวจวิภาวดีเรียกสอบแล้ว! “หญิงวัย 77” เจ้าของร้านอาหาร รับทราบ 3 ข้อหาหลังขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี เจ้าตัวไม่ได้นำรถมาด้วย ตร.สั่งนำรถคันก่อเหตุมาตรวจเป็นหลักฐาน ก่อนพิจารณาปรับหรือส่งศาลจากกรณีที่มีรถเบนซ์ขับสวนเลนส์ขึ้นมาบนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าบริเวณห้าแยกลาดพร้าวเกือบถึงแยกบางเขน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกโซเชียลถึงกรณีดังกล่าวว่าคนขับรถขับย้อนศรขึ้นมาด้วยเหตุอะไรล่าสุดตำรวจสน.วิภาวดี ได้ตรวจสอบทะเบียนรถและผู้ขับขี่จนทราบว่าเป็นหญิงอายุประมาณ 77 ปีเจ้าของกิจการร้านอาหารแห่งหนึ่ง จึงเชิญตัวให้เข้ามาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาที่สนวิภาวดีโดยนัดหมายมาในช่วง 15:00 น ช่วงก่อนถึงเวลานัดหมายประมาณ 5-10 นาที หญิงที่ขับรถคนดังกล่าวได้เดินทางมาถึงพร้อมกับลูกสาวโดยใช้ประตูด้านข้างของสนก่อนจะเดินไปที่ห้องสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหาคือ ขับรถขับรถประมาท , ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, และข้อหาอื่นๆ ทั้งนี้หญิงคนดังกล่าวไม่ได้นำรถเบนซ์คันที่ก่อเหตุมาด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ไปนำรถคันดังกล่าวมาที่สถานี เพื่อใช้ประกอบเป็นพยานหลักฐานของกลางในการดำเนินคดีก่อนจะพิจารณาว่าจะเปรียบเทียบปรับที่สถานีหรือส่งสารให้พิจารณาเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนต่อไป
-
รู้แล้วเป็นใคร! คนขับรถเบนซ์หรู ย้อนศรวิภาวดีฯ ทำเอาหลายคนอึ้ง
เปิดใจเจ้าของคลิป นาทีระทึกเจอรถเบนซ์สีขาวขับย้อนศรบนถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ท่ามกลางรถจำนวนมาก แม้หลายคันบีบแตรเตือนยังไม่หยุด เผยคนขับเป็นหญิงสูงวัย ก่อนตั้งข้อสังเกตเหตุใดรู้ว่าผิดทางแล้วยังขับต่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายจตุพร หรือ เก่ง อายุ 40 ปี เจ้าของคลิป เปิดเผยเหตุการณ์ระทึก หลังพบรถเบนซ์สีขาวขับย้อนศรบนถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ก่อนถึงห้าแยกลาดพร้าว โดยคนขับเป็นหญิงสูงวัย แม้ผู้ใช้รถหลายคันจะบีบแตรส่งสัญญาณเตือน แต่รถคันดังกล่าวยังคงขับซอกแซกสวนทางการจราจรต่อไป เคราะห์ดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนายจตุพร เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. วันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ขณะตนกำลังขับรถออกจากบ้าน และมุ่งหน้าไปกลับรถบริเวณห้าแยกลาดพร้าวระหว่างที่กำลังขับอยู่บนถนนวิภาวดี จู่ๆ พบรถเบนซ์สีขาวขับสวนทางเข้ามาในช่องทางหลัก ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะพบรถยนต์ขับย้อนศรบนถนนสายหลักในลักษณะเช่นนี้ในขณะนั้น ทั้งตนและผู้ใช้รถคันอื่นต่างพยายามบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณเตือน แต่รถเบนซ์คันดังกล่าวไม่ได้หยุด กลับเปิดไฟฉุกเฉิน ก่อนจะขับซอกแซกย้อนศรต่อไป ท่ามกลางสภาพการจราจรที่มีรถอยู่เป็นจำนวนมากจากที่สังเกตพบว่า ผู้ขับขี่เป็นผู้หญิงไทย อายุประมาณ 60 ปี โดยไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือพยายามหยุดรถแต่อย่างใด และยังคงขับต่อไปเรื่อยๆ แม้รถคันอื่นจะส่งสัญญาณเตือนหลายครั้งนายจตุพร ระบุว่า ตนใช้เส้นทางถนนวิภาวดีเป็นประจำ แต่ไม่เคยพบเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน โดยเฉพาะการขับย้อนศรบนถนนสายหลัก ส่วนบริเวณห้าแยกลาดพร้าวอาจมีผู้ขับขี่บางรายเกิดความสับสนเรื่องช่องทาง…
-
สุดสลด! รปภ.ก่อเหตุทำร้ายภารโรงเสียชีวิตกลางโรงเรียน เปิดชนวนก่อนเกิดเหตุ
not found