Category: สังคม
-
ดรามาสนั่น สายการบินดังลืมคน 23 ชีวิตไว้บนรถบัส เกือบเททิ้งกลางลานจอด
ดรามาสนั่น สายการบินดังลืมคน 23 ชีวิตไว้บนรถบัส เกือบเททิ้งกลางลานจอด โชคดี ดรามาสนั่น สายการบินดังลืมคน 23 ชีวิตไว้บนรถบัส เกือบเททิ้งกลางลานจอด โชคดี "ป้ายา" ฮีโร่ช่วยทักจนเครื่องต้องวนกลับมารับ เหตุเพราะประสานงานผิดพลาดวันที่ 29 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “Nat Nattyy” โพสต์ข้อความ พร้อมเช็กอินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระบุว่า “ชั้นเเละเพื่อนผู้ประสบภัย”“เที่ยวบิน : ดอนเมือง-หาดใหญ่ : FD3116 : 17 มกราคม 2569 เวลาออก : 07.10สถานะ : Bus Gate เพื่อขึ้นเครื่องกลางลานจอด”“กลุ่มเรามี 5 คน ด้วยความเป็นพวกเรา check in online … ตรวจตัวตรวจเป๋า พุ่งตรงไปที่ Gate รอ … ผ่านขั้นตอน…
-
สั่งด่วน! ถึงตำรวจจราจรทั่วประเทศ ตักเตือนก่อนปรับ
พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร ได้สั่งการถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, ผู้บัญชากพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร ได้สั่งการถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ในการขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ในหัวข้อ “6 เร่งรัด” ข้อ 5 กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร และข้อสั่งการ ผบ.ตร. ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดำเนินการออกใบสั่งโดยระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (Police Ticket Management หรือ PTM) เพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 140 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการว่ากล่าวตักเตือน หรือเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมายจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการว่ากล่าวตักเตือนประชาชนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ โดยมีการบันทึกประวัติผ่านระบบ PTM เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจึงสั่งการให้ทุกหน่วยสร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกใบสั่งผ่านระบบ PTM และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนเป็นอันดับแรก…
-
สาวไทยไปเที่ยวอังกฤษ โดนทหารรักษาพระองค์ตะคอกใส่ หลังทำผิดกฎเหล็ก สะดุ้งแรงมาก
กลายเป็นคลิปไวรัลซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก The Royals King's Guard's England ซึ่งมักจะทำคลิปกลายเป็นคลิปไวรัลซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก The Royals King's Guard's England ซึ่งมักจะทำคลิปเกี่ยวกับทหารรักษาพระองค์ของอังกฤษ ได้ออกมาเปิดคลิปของนักท่องเที่ยวหญิงชาวไทย ที่เข้าไปยืนถ่ายรูปคู่กับทหารรักษาพระองค์ในกรุงลอนดอน ก่อนจะโดนทหารตะโกนใส่ว่า อย่าแตะต้องทหารรักษาพระองค์ !!โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภายในคลิปจะเห็นว่า สาวไทยรายนี้เข้าไปยืนถ่ายรูปคู่กับทหารนายนี้ แต่เนื่องจากอยากได้รูปคู่ใกล้ชิด เธอจึงขยับเข้าไปใกล้จนแขนสัมผัสถูกทหาร ทำให้ถูกทหารตะคอกเตือนทันทีขณะที่ฝ่ายหญิงเมื่อถูกตะโกนใส่ก็ดูตกใจหนักมาก มีการหันไปมองทางทหารพร้อมถามว่า อะไรวะ? อย่างงุนงง ก่อนจะเดินออกมาแล้วหันไปกล่าวว่า Sorry (ขอโทษค่ะ)อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในการถ่ายรูปคู่กับทหารรักษาพระองค์หน้าพระราชวังอังกฤษ มีกฎเหล็กเรื่องห้ามแตะต้องทหารและม้า ซึ่งมีการปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด แต่หลายครั้งก็มักปรากฏภาพของนักท่องเที่ยวที่ไม่ทราบกฎดังกล่าวเข้าไปสัมผัสถูกตัวทหารจนถูกตะโกนใส่ในลักษณะเดียวกันขอบคุณภาพและข้อมูลจาก The Royals King's Guard's England
-
สะเทือนดุลอำนาจ “ดร.ดุลยภาค” ผ่าไส้ “เขมร” เล่นเกม 2 หน้า ปล่อยเรือรบมะกันจอดท่าเรือเรียม จับตาจีนเคลื่อนไหว เดือดแน่
สะเทือนดุลอำนาจ "ดร.ดุลยภาค" ผ่าไส้ "เขมร" เล่นเกม 2 หน้า ปล่อยเรือรบมะกันจอดท่าเรือเรียม จับตาจีนเคลื่อนไหว เดือดแน่จากกรณีที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากกัมพูชาอนุญาตให้เรือรบของสหรัฐอเมริกาเข้าเทียบท่าที่ ท่าเรือเรียม ซึ่งเป็นท่าเรือที่จีนมีบทบาทสำคัญในการลงทุนและพัฒนา ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ากัมพูชากำลัง “เล่นเกมสองหน้า” ระหว่างจีนและสหรัฐฯล่าสุดวันนี้ (28 ม.ค.) รองศาสตราจารย์ ดร.ดุลยภาค ปรีชารัตน์ อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า การเปิดพื้นที่ให้สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทที่ท่าเรือเรียม เป็นความพยายามของรัฐบาลพนมเปญในการถ่วงดุลอำนาจจีน และส่งสัญญาณว่ากัมพูชาไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนเพียงฝ่ายเดียว ดร.ดุลยภาค ระบุว่า กัมพูชาอาจคาดหวังผลประโยชน์หลายด้านจากสหรัฐฯ ทั้งความช่วยเหลือทางทหาร ความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ รวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านมา กัมพูชามองว่าตนเสียเปรียบในเชิงกำลังรบเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปิดช่องให้สหรัฐฯ เข้ามาจึงอาจเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองของตนเองอย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ดังกล่าวเป็น “เกมเสี่ยง” ของรัฐขนาดเล็ก เพราะกัมพูชาพึ่งพาจีนมาอย่างยาวนาน การหันไปใกล้ชิดกับสหรัฐฯ อาจสร้างความไม่พอใจให้กับปักกิ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในมุมมองของวัฒนธรรมการเมืองแบบเอเชีย ที่การลงทุนและการสนับสนุนควรได้รับการตอบแทนด้วยความจงรักภักดีในระดับหนึ่ง“กรณีท่าเรือเรียม จีนลงทุนไปจำนวนมาก แต่กลับเปิดให้สหรัฐฯ เข้ามาใช้ประโยชน์ได้ นี่คือประเด็นที่ทำให้จีนมากกว่าแค่เคือง และต้องคิดยุทธศาสตร์แก้เกมอย่างจริงจัง” ดร.ดุลยภาค กล่าว…
-
เปิดภาพเขมรไวจัด ขุดคูเลตแบบยุทธวิธีซิกแซกไปมา
เปิดภาพเขมรทำไวจัด เมื่อวานก่อนบังเกอร์ติดถนน วันนี้ขุดคูเลตแบบยุทธวิธีซิกแซกไปมาเปิดภาพเขมรทำไวจัด เมื่อวานก่อนบังเกอร์ติดถนน วันนี้ขุดคูเลตแบบยุทธวิธีซิกแซกไปมาเพจ กันจอมพลัง ช่วยสู้ โพสต์ข้อความระบุว่าเขมรทำไวจัดเมื่อวานก่อนบังเกอร์ ติดถนนวันนี้ด้านหลังขุดคูเลตแบบยุทธวิธีซ้อนอีกชั้น ตามภาพจะซิกแซกไปมาถือว่าทําดีเป๊ะ ระยะทางที่ทำบังเกอร์และคูเลทคาดว่าต่อเนื่องไปหลายกิโล อันนี้เป็นการเรียนรู้บทเรียนของทหารเขมร คือการเชื่อมต่อและส่งกําลังแต่ละบังเกอร์ รอบที่แล้วยังไม่ดีนัก รอบนี้มีการขุดคูเลตไว้ด้านหลังและปีนขึ้นมาเข้าบังเกอร์ได้หนีได้เติมของได้สบายๆ ตอนนี้เขมรก็เร่งทํา ผมก็เร่งทํา เช่นกันหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก
-
กรมอุตุฯ ประกาศแล้ว 24 ชม. ข้างหน้า ทั้งหนาวทั้งฝน เปิดจังหวัดโดนเต็มๆ เช้าวันนี้
วันที่ 28 ม.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าวันที่ 28 ม.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วยสำหรับภาคใต้มีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วยฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ไม่ดี และลมที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้าอุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียสบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้าอุณหภูมิต่ำสุด 14-19…
-
สูท 350 ก็ออกทีวีได้ ดร.ตฤณห์ฟาดนิ่มดรามาประกันสังคมทุ่ม 35 ล้านตัดสูท
สูท 350 ก็ออกทีวีได้! ดร.ตฤณห์ ฟาดนิ่มดรามาประกันสังคมทุ่ม 35 ล้านตัดสูท 7 พันชุด ยันสมองเท่าเดิมแม้ใส่เนคไท 89 บาท จี้จุดความคุ้มค่าเงินสมทบปชช.สูท 350 ก็ออกทีวีได้! ดร.ตฤณห์ ฟาดนิ่มดรามาประกันสังคมทุ่ม 35 ล้านตัดสูท 7 พันชุด ยันสมองเท่าเดิมแม้ใส่เนคไท 89 บาท จี้จุดความคุ้มค่าเงินสมทบปชช.จากกรณี นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมายอมรับว่า ประกันสังคมใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท เพื่อตัดสูทชุดละ 5,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม จำนวน 7,000 คน เพื่อภาพลักษณ์ขององค์กรในการบริการประชาชน ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ล่าสุดวันที่ 28 ม.ค. 69 ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์และวิเคราะห์อาชญากรคนดัง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “Aj. Trynh Phoraksa”…
-
จ่ายทุกเดือนได้อะไรกลับมา “เงินประกันสังคม” ดูแลเราได้จริงแค่ไหน
จ่ายทุกเดือนได้อะไรกลับมา “เงินประกันสังคม” ดูแลเราได้จริงแค่ไหนจ่ายทุกเดือนได้อะไรกลับมา “เงินประกันสังคม” ดูแลเราได้จริงแค่ไหนเงินที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน กำลังกำหนดความมั่นคงของแรงงานไทยทั้งประเทศ เงินประกันสังคมคือเงินก้อนใหญ่ที่แรงงานไทยร่วมกันสะสม ถูกหักจากรายได้อย่างต่อเนื่อง และผูกพันไปกับชีวิตการทำงานของผู้ประกันตน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นอาชีพ จนถึงวันที่ต้องพึ่งพาหลักประกันในยามเจ็บป่วย ว่างงาน หรือชราภาพนับจากวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การปรับเพิ่มเงินสมทบทำให้ประกันสังคมไม่ใช่เพียงตัวเลขในสลิปเงินเดือนอีกต่อไป แต่คือระบบความมั่นคงที่ผู้ประกันตนควรรู้ว่า เงินของตนถูกจัดสรรอย่างไร และให้หลักประกันอะไรกลับมาบ้างตลอดทั้งชีวิตการทำงานเงินประกันสังคม คือเงินของใครเงินประกันสังคมไม่ใช่เงินของรัฐฝ่ายเดียว และไม่ใช่เงินของลูกจ้างเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเงินที่เกิดจากการสมทบของ 3 ฝ่ายร่วมกัน ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างหลักประกันพื้นฐานให้กับแรงงานในยามเจ็บป่วย ว่างงาน คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต และยามชราภาพสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เงินสมทบในปัจจุบันคิดจากสัดส่วนรวม 12.75% ของค่าจ้าง โดยลูกจ้างจ่าย 5% นายจ้างจ่ายอีก 5% และรัฐบาลร่วมสมทบอีก 2.75% เงินก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ดูแลสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณีตลอดช่วงชีวิตการทำงานในปี 2568 ที่ยังใช้เพดานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท ผู้ประกันตนจะจ่ายเงินสมทบสูงสุดเดือนละประมาณ 750…
-
หดหู่ใจทั้งตลาด แม่ค้าตัดสินใจจบชีวิตคาแผง
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 มกราคม 2569 พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ รอดรักษ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุพบหญิงเเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 มกราคม 2569 พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ รอดรักษ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุพบหญิงเสียชีวิตบริเวณแผงขายชุดชั้นใน ภายในตลาดสด ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง จึงประสานแพทย์โรงพยาบาลตรัง พร้อมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจอินทรี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง)ที่เกิดเหตุพบพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของอยู่ในอาการตกใจ บริเวณแผงขายชุดชั้นในและเสื้อผ้าสตรี พบร่างหญิง อายุ 55 ปี เจ้าของแผง นั่งเสียชีวิตอยู่กับพื้นภายในร้าน มีเศษผ้าถูกอยู่บริเวณลำคอใกล้กันพบขวดสุราที่ถูกเปิดดื่มแล้ว เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงต่อมาสามีผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูร่างภรรยาด้วยความเสียใจ ระบุ อยู่กินกับผู้ตายได้ประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมาพร่ำบนตลอดว่าเครียดเรื่องการทำมาหากิน ขายของไม่ดี ไม่มีเงิน และมีป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากับแพนิก ซึ่งกำลังกินยารักษาตัวอยู่…
-
โซเชียลแตกตื่น! เพจดังอ้าง “ชาวอินเดีย 7 คนป่วยกักตัว” รพ.สิริโรจน์
โซเชียลแตกตื่น! เพจดังอ้าง “ชาวอินเดีย 7 คนป่วยกักตัว” รพ.สิริโรจน์ ล่าสุดโรงพยาบาลออกแถลงการณ์ ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์โซเชียลแตกตื่น! เพจดังอ้าง “ชาวอินเดีย 7 คนป่วยกักตัว” รพ.สิริโรจน์ ล่าสุดโรงพยาบาลออกแถลงการณ์ ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์วันที่ 28 ม.ค.2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจชื่อ “เกาะกะโหลก” โพสต์ข้อความระบุว่า“ได้ข่าวมาว่าอินเดีย 7 คน ป่วยกักตัวที่โรงพยาบาลสิริโรจน์ แจ้งทุกท่านใส่แมสก์แอลกอฮอล์ฉีดในรถ เพื่อนพยาบาลในโรงพยาบาลแจ้งให้ทราบ”ภายหลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้งานโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยมีทั้งความกังวลและข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลเช่น-ข่าวแจ้งตั้งนานว่าไวรัสมาจากอินเดีย ยังปล่อยให้มันเข้ามาอีกเห็นแก่เงินมากไป แทนที่จะนึกถึงผลร้ายที่จะตามมาในอนาคต ถ้าระบาดขึ้นมาร้ายแรงเป็นวงกว้างเสียหากหนักกว่าตอนโควิดเสียอีก-ต้องการผลตรวจการยืนยันทางการแพทย์น่ะค่ะไม่ได้ติดง่ายเหมือนโควิดน่ะค่ะ แค่ระวังการกินของตัวเองและควรเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบระบบปิดน่ะค่ะ กินร้อน ช้อนกลา งล้างมือยังใช้ได้อยู่ค่ะ-เอาง่ายหลีกเลี่ยงสิ่งของที่มาจากอินเดียดีกว่าไหมคะ ใช้น้ำยาล้างมือบ่อยดีกว่าไหมค่ะ-ก่อนที่จะโพสต์อะไรต้องมีหลักฐานน่ะค่ะ-ทำไมยังเอาอินเดียเข้ามาไม่เข้าใจ-เขาไม่บอกหรอกจนคุมไม่ได้เขาจะมาบอกเชื่อสิๆขณะที่บางส่วนแสดงความไม่มั่นใจต่อการสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อมาโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงโดยระบุว่า“จากกรณีมีเพจโพสต์เรื่องชาวอินเดียกักตัว ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์นั้น ทางโรงพยาบาลฯขอเรียนให้ทราบว่า ณ ปัจจุบันยังไม่พบรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งนี้โรงพยาบาลได้ดำเนินมาตรการคัดกรองเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด ตามแนวทางและมาตรฐานด้านการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดโรงพยาบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการญาติและบุคลากรทุกท่าน และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องจึงขอเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน”สำหรับ ไวรัสนิปาห์(Nipahvirus)เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีค้างคาวแม่ไก่(ค้างคาวกินผลไม้)เป็นแหล่งรังโรคสำคัญและอาจแพร่สู่คนผ่านการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อหรืออาหารที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของค้างคาว นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านสารคัดหลั่งอย่างใกล้ชิดอาการของโรคผู้ติดเชื้ออาจมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรงเช่นไข้สูง ปวดศีรษะอ่อนเพลีย ไอเจ็บคอ อาเจียนในรายที่อาการหนักอาจมีภาวะสมองอักเสบซึมชักหรือหมดสติได้ความรุนแรงของโรค โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงในบางการระบาดแต่พบเป็นการระบาดเฉพาะพื้นที่ไม่ได้แพร่กระจายง่ายเท่ากับโรคทางเดินหายใจบางชนิดเช่นโควิด-19การป้องกันเบื้องต้นหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วยหรือสัตว์ป่าโดยตรงล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลรับประทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาดหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้ดิบหรือน้ำตาลสดที่อาจปนเปื้อนจากสัตว์ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับป้องกันไวรัสนิปาห์การรักษาจึงเป็นการดูแลตามอาการเป็นหลักทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของประเด็นด้านสาธารณสุขในสังคมออนไลน์ซึ่งข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้างได้ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการและหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ