Category: สังคม
-
วุ่นกลางดึก! นศ.-ปชช.คลองหกลุกฮือ ขอนับคะแนนใหม่ หลังพบส่อพิรุธเพียบ
วุ่นกลางดึก! นักศึกษาและประชาชนคลองหกลุกฮือ ขอนับคะแนนใหม่ หลังพบส่อพิรุธเพียบ ไม่ให้เข้าห้องประชุม-ผ้าคลุมกล้องCCTV ล่าสุดสั่งนับคะแนนใหม่วุ่นกลางดึก! นักศึกษาและประชาชนคลองหกลุกฮือ ขอนับคะแนนใหม่ หลังพบส่อพิรุธเพียบ ไม่ให้เข้าห้องประชุม-ผ้าคลุมกล้องCCTV ล่าสุดสั่งนับคะแนนใหม่เมื่อเวลา 21.00 น. (8 ก.พ. 2569) บรรยากาศหลังปิดหีบเลือกตั้งที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(คลองหก) ได้มีความตึงเครียดเมื่อกลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากรวมตัวประท้วงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดปทุมธานี โดยอ้างพบพฤติกรรมส่อพิรุธในการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและคะแนนประชามติโดยเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น ณ หอประชุมมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมหีบบัตรและนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กลุ่มนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตที่มาเรียนในมหาวิทยาลัยพยายามจะเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนนตามสิทธิ์ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้เข้าไปภายในหอประชุม สิ่งที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงคือมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าสีดำมาคลุมกล้องวงจรปิดทุกตัวภายในหอประชุมที่ใช้ในการนับคะแนน ทำให้กลุ่มนักศึกษาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเจตนาของ กกต. ในครั้งนี้ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกร้องความยุติธรรม รองผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานีได้เดินทางเข้าพูดคุยกับตัวแทนนักศึกษานักศึกษาต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมด โดยเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนและสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการสับเปลี่ยนบัตรหรือทุจริตคะแนน การเจรจายังคงหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่อ้างระเบียบการปฏิบัติงาน ขณะที่นักศึกษายังคงปักหลักประท้วงอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาได้กล่าวอีกว่าเรามาเรียนที่นี่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่นี่เพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่พอถึงเวลานับคะแนนกลับปิดบังทุกอย่าง แม้แต่กล้องยังเอาผ้าคลุมแบบนี้เราจะเชื่อใจผลคะแนนได้ยังไงเพื่อป้องกันเหตุบานปลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.คลองห้าและสภ.ธัญบุรี ได้ระดมกำลังเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยรอบบริเวณหอประชุมมหาวิทยาลัย พร้อมจัดแนวกั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม โดยเน้นการเฝ้าระวังและป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่กกต.ทั้งนี้มีรายงานว่าได้มีการเจ้าหน้าที่ได้มีการยอมนับคะแนนใหม่ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. พร้อมกับยอมเอาถุงดำออกจากกล้อง โดยการนับคะแนนใหม่มีนักศึกษาและประชาชนเป็นอาสาเข้ามารับหน้าที่ช่วยนับคะแนนด้วยขณะที่ ผลคะแนนเมื่อเวลา 08.57 น. พรรคประชาชนได้ไป 5 เขต ภูมิใจไทย 2 เขต…
-
ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว! เปิดรายชื่อ 3 ข้าราชการอัยการ สำนักนายกฯ ให้พ้นจากตำเเหน่ง
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยเเพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยเเพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่ง ด้วยสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้โอนข้าราราชการอัยการไปรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา สำนักงานศาลยุติธธรรม ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2568 จำนวน 3 ราย ดังนี้1. นายบุญชัย ศรีคำภา ตำแหน่ง อัยการประจำกอง สำนักงานคดีแดีแพ่ง2. นางสาวณัฐปรียา ชาติสัมปันน์ ตำแหน่ง อัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ3. นายปิยะณัฐ ทิพย์ไสยาสน์ ตำแหน่ง อัยการประจำกอง สถาบันพัฒนาข้าราชการ ฝ่ายอัยการและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พ้นจากตำแหน่งแล้วบัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการอัยการ ทั้ง 3 ราย พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน…
-
ทหารไทยปั่นจัดส่ง “ซารังแฮโย” ให้ทหารกัมพูชา กลางสมรภูมิเขาพระวิหาร
นึกว่าซีรีส์เกาหลี! ทหารไทยปั่นจัด ส่งมินิฮาร์ท นึกว่าซีรีส์เกาหลี! ทหารไทยปั่นจัด ส่งมินิฮาร์ท "ซารังแฮโย" ใส่กล้องทหารกัมพูชา ประตูเหล็กทางขึ้นเขาพระวิหาร ขณะกำลังคุมงานเทคอนกรีตทำถนนวันที่ 8 ก.พ. 69 เฟซบุ๊กเพจ “Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ” โพสต์ภาพทหารไทยทำท่า ซารังแฮโย ใส่ทหารกัมพูชาที่มาถ่ายรูปโดยระบุข้อความว่า “ทหารไทยทำท่าซารังแฮโยให้ทหารเขมรที่ประตูเหล็ก เขาพระวิหาร ภาพนี้ถูกถ่ายจากกล้องทหารเขมรที่ประจำการตรงประตูเหล็กเขาพระวิหาร ถ่ายทหารไทยที่มาดูแลการเทคอนกรีตทำถนน เพื่อมาจ่อประตูเหล็กทางขึ้นเขาพระวิหาร”“โดยมีช่วงหนึ่งที่ทหารไทยทหารไทยเห็นทหารเขมรเอามือถือมาถ่าย ทหารไทยเลยปั่นสนุกๆ ทำท่าซารังแฮโย ตามภาพเป็นสีสันช่วงหยุดยิงรอบสองละกันครับ”
-
เตือนแล้วนะ! สีเสื้อที่ไม่ควรใส่ไปเลือกตั้ง 2569
เตือนแล้วนะ! สีเสื้อที่ไม่ควรใส่ไปเลือกตั้ง 2569ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับวันสำคัญนั่นคือวันเลือกตั้ง 2569 นั่นเอง โดย วันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น. และ วันเลือกตั้งทั่วไป-วันออกเสียงประชามติ : วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น.นอกจากการตรวจรายชื่อเช็กสิทธิเลือกตั้ง และเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมแล้ว เรื่องการแต่งกายก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเสื้อบางลักษณะก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งได้วันไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 ห้ามใส่เสื้อสีอะไร หรือเสื้อแบบไหนที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง1. ห้ามสวมเสื้อ หรือเครื่องแต่งกายที่มี "สัญลักษณ์พรรคการเมือง"ในวันเลือกตั้ง 2569 ไม่ควรใส่เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก หน้ากาก หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่มีโลโก้ ชื่อ หรือสัญลักษณ์ของพรรคการเมือง เข้ามายังบริเวณลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง2. ห้ามใส่เสื้อที่แสดง "หมายเลขพรรค" หรือ "หมายเลขผู้สมัคร"แม้จะเป็นหมายเลขโปรด หรืออ้างว่าเป็นเลขนำโชค แต่หากตรงกับหมายเลขผู้สมัครหรือหมายเลขพรรคการเมืองพรรคใด ก็อาจถูกตีความว่าเป็นการสื่อข้อความหาเสียงได้หากฝ่าฝืนจะผิดกฎหมายเลือกตั้งไหมการสวมเสื้อหรือแสดงเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงโลโก้พรรค หมายเลขพรรค และหมายเลขผู้สมัคร เข้าไปในบริเวณคูหาเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้ง อาจทำให้เข้าข่ายเป็นการโฆษณาหาเสียงที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง…
-
ไม่คิดว่าจะกล้าทำ! บ้านทมอดา กลุ่มทุนจีนสีเทา แสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการวางกำลังของฝ่ายไทย
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์คลิปรายงานว่า ด่วน! #บ้านทมอวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์คลิปรายงานว่า ด่วน! #บ้านทมอดา เฮง หัว-ฟ่าง กลุ่มทุนจีนสีเทาที่มีอิทธิพลในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา แสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการวางกำลังของฝ่ายไทยโดยได้ทำการกระชากป้ายมูลนิธิกันจอมพลังที่ติดตั้งอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ทิ้ง ซึ่งทางนาวิกโยธินไทย (น.ย.) นำตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 50 ตู้มาวางกั้นปิดเส้นทางยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการรุกล้ำและควบคุมพื้นที่ ณ บ้านทมอดา-ท่าเส้น จังหวัดตราดภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเพจเฟซบุ๊ก Army Military Forceเพจเฟซบุ๊ก Army Military Forceเพจเฟซบุ๊ก Army Military Forceเรียบเรียง สยามนิวส์
-
ระทึก! เรือบรรทุกสินค้าจ่อจมกลางทะเลภูเก็ต จนท. เร่งช่วยลูกเรือ 16 คน
ระทึก! เรือบรรทุกสินค้าจ่อจมกลางทะเลภูเก็ต ใกล้เกาะแก้วน้อย เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือพร้อมกัปตันรวม 16 คนระทึก! เรือบรรทุกสินค้าจ่อจมกลางทะเลภูเก็ต ใกล้เกาะแก้วน้อย เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือพร้อมกัปตันรวม 16 คนเมื่อเวลา 15.50 น. (7 ก.พ. 2569) มีรายงานเหตุฉุกเฉินทางทะเลว่า เรือบรรทุกสินค้า 1 ลำอยู่ในสภาพใกล้จม บริเวณทะเลใกล้ เกาะแก้วน้อย ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เบื้องต้นทราบว่า มีลูกเรืออยู่บนเรือจำนวน 10 คน อยู่ระหว่างรอการช่วยเหลือ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหลังรับแจ้งเหตุ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 3 ได้เร่งจัดกำลังเข้าช่วยเหลือทันที โดยส่ง เรือ ต.272 และ เรือ ศรชล.4012 ออกปฏิบัติการไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือและประเมินสถานการณ์ของเรือที่กำลังประสบภัยขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าพื้นที่และรอรายงานผลการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไปทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้สูญหาย สามารถช่วยลูกเรือรวมกัปตันได้ทั้งหมด 16 คน ล่าสุด เรือไข่มุกอันดามันกำลังพาทั้ง 16 คน กลับเข้าฝั่งที่อ่าวฉลองแล้ว
-
วงจรปิดนาทีเครนถล่มเฉียดคนเดินเท้า ร้านค้าจี้เจ้าของโครงการรับผิดชอบ
เปิดภาพวงจรปิด! เครนถล่มกลางแยกอโศก ทำเอาพนักงานร้านค้าและคนเดินเท้าวิ่งหนีตายอุตลุด เศษวัสดุกระเด็นไกลถึงผิวจราจร หล่นใส่ร้านค้าเสียหายเปิดภาพวงจรปิด! เครนถล่มกลางแยกอโศก ทำเอาพนักงานร้านค้าและคนเดินเท้าวิ่งหนีตายอุตลุด เศษวัสดุกระเด็นไกลถึงผิวจราจร หล่นใส่ร้านค้าเสียหายวันที่ 7 ก.พ. 69 จากกรณี เกิดเหตุเหตุทาวเวอร์เครนหักทับคนงานได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย บริเวณไซต์งานใกล้เคียงห้างดังย่านอโศก ซอยสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.ต่อมาทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้าง อาคารทางศาสนาและที่จอดรถ 100 คันบริเวณสี่แยกอโศก มีเนื้อที่การก่อสร้าง 3,248 ตารางเมตรที่เกิดเหตุอยู่ริม ถนนอโศกมนตรีเขตวัฒนา ซึ่งภายในสังเกตเห็นโครงสร้างของเครนมีการหักที่บริเวณแขนของตัวเครน ทำให้โครงเหล็กถล่มลงมาด้านล่าง มีชิ้นส่วนเป็นอุปกรณ์สัญญาณไฟหล่นลงมาที่บริเวณร้านค้าของผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และได้กระเด็นลงบนพื้นผิวการจราจร ตามภาพวงจรปิดที่ปรากฏ โดยวงจรปิดมีพนักงานของร้านนั่งอยู่ จากนั้นได้เกิดเสียงดังขึ้นโดยพนักงานได้เกิดอาการตกใจและรีบวิ่งออกจากร้าน และประชาชนที่เดินสัญจรไปมาบนทางฟุตบาทก็ได้เกิดอาการตกใจและวิ่งหนีเช่นเดียวกันทั้งนี้ น.ส.เอ นามสมมติ ผู้ประกอบการร้านค้าย่านอโศกให้ข้อมูลว่า ตนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ได้รับการบอกเล่าจากพนักงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะทำงานตัดผมลูกค้าก็ได้ยินเสียงดัง คล้ายสิ่งก่อสร้างถล่มวัสดุ จากนั้นได้มีวัสดุของเครนได้หล่นถูกป้ายไฟของร้าน ทำให้ได้รับความเสียหาย สำหรับผู้ประกอบการยังไม่ได้รับการประสานงาน และติดต่อจากเจ้าของโครงการ ที่ผ่านมาการก่อสร้างจะเกิดแรงสั่นสะเทือน ทำให้รู้สึกมีความกังวลและความหวัดกลัวว่าวันหนึ่งจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่ามีเหตุการณ์เครนถล่มหลายครั้ง ทำให้มีความกังวลมาโดยตลอด และไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองในวันนี้ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งเจ้าของโครงการเพิ่มความระมัดระวังและความปลอดภัยในการทำงานสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบอย่างไรก็ตามข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณโดยรอบโครงการก่อสร้าง…
-
เข้าใจเลย! สาเหตุเสี่ยปรีชา ตัดสินไม่แจกอั่งเปาตรุษจีนตลอดไป หลังแจกต่อเนื่อง 40-50 ปี
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายปรีชา ชัยรัตน์ หรือ “เสี่ยปรีชา” อายุ 76 ปี เจ้าของกิจการโรงน้ำตาลเริ่มอุเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายปรีชา ชัยรัตน์ หรือ “เสี่ยปรีชา” อายุ 76 ปี เจ้าของกิจการโรงน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง บุคคลที่ชาวอุดรธานีรู้จักกันดีในฐานะ “เสี่ยใจดี” หรือ “เสี่ยแจกอั่งเปา” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ประกาศยุติการแจกอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ และจะยุติการแจกในปีต่อ ๆ ไป หลังจากทำต่อเนื่องมานานกว่า 40–50 ปีเสี่ยปรีชาเปิดเผยเหตุผลหลัก 3 ประการ โดยประการแรก เนื่องจากช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้อยู่ใกล้กับวันจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียงประมาณหนึ่งสัปดาห์ เกรงว่าจะเข้าข่ายหมิ่นเหม่ต่อการฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งประการที่สอง เป็นเรื่องของอายุ ปัจจุบันตนมีอายุ 76 ปีแล้ว และเห็นว่าการแจกอั่งเปาที่ตั้งใจทำมาเป็นเวลานานก็ถึงจุดที่เหมาะสมในการยุติลงประการที่สาม เสี่ยปรีชาระบุว่า ในแต่ละปีพบว่ามีประชาชนจำนวนมากมารอรับอั่งเปาตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00–04.00 น.…
-
โซเชียลเขมรแชร์ภาพ 5 คนไทย ถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่โอร์เสม็ด พบมีอีก 4 คน
โซเชียลเขมรแชร์ภาพ 5 คนไทย ถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่โอร์เสม็ด ขณะที่ชาวกัมพูชานำส่งตร. ทำเอกสารส่งผ่านสถานทูตพร้อมคนไทยอีก 4 คนถูกหลอกก่อนหน้านี้โซเชียลเขมรแชร์ภาพ 5 คนไทย ถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่โอร์เสม็ด ขณะที่ชาวกัมพูชานำส่งตร. ทำเอกสารส่งผ่านสถานทูตพร้อมคนไทยอีก 4 คนถูกหลอกก่อนหน้านี้(7 ก.พ. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. เฟซบุ๊กของชาวกัมพูชารายหนึ่งได้โพสต์คลิปวีดีโอ ภาพคนไทย 5 คน ประกอบด้วยผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 3 คน พากันมาอยู่บริเวณชุมชนโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ตรงข้ามกับด่านผ่านแดนจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยระบุว่าพวกตนเองถูกหลอกให้มาส่งทิ้งไว้อยู่บริเวณนี้ พวกตนอยากกลับบ้านที่ประเทศไทย พวกตนยอมเดินลัดป่าไปก็ได้ ขณะที่ชาวกัมพูชาบอกว่าเดินลัดป่าไม่ได้ต้องให้ตำรวจกัมพูชาทำเอกสารส่งผ่านสถานทูตไปขณะที่ผู้หญิงไทยบอกอีกว่า มีคนหลอกพาข้ามมาฝั่งกัมพูชาไม่รู้ข้ามมาช่องด่านไหน เขาบอกว่าจะพามาทำงานที่ฝั่งไทย แต่อยู่ๆ ก็พาข้ามมาฝั่งกัมพูชา และยึดทั้งบัตรประชาชนและโทรศัพท์ไป โดยชาวกัมพูชาระบุว่า เมื่อวานก็มีคนไทยถูกหลอกมาทิ้งไว้ 4-5 คน เดี๋ยวตำรวจกัมพูชามาเขาไม่ทำอะไรหรอก ประชาชนเหมือนกัน เขาไม่ทำอะไรหรอก โดยผู้หญิงไทยบอกว่าตนเอง…
-
ไรเดอร์เข่าแทบทรุด ถูกลูกค้าปฏิเสธรับอาหาร แค่เพราะไม่สวมยูนิฟอร์ม
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ผ่านกลุ่มRider Grab Phuket Go Go แกร็ป ภูเก็ต สู้สู้ หลังเดินทางไปส่งออเดอร์ให้ลูกค้าในพื้นที่ไสยวน แต่กลับถูกปฏิเสธรับอาหาร เนื่องจากไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มของบริษัทไรเดอร์รายดังกล่าวระบุว่า เมื่อไปถึงบ้านลูกค้าและยืนยันตัวตนว่าเป็นไรเดอร์ของแอปพลิเคชันตามที่สั่ง ลูกค้ากลับตั้งคำถามทันทีถึงการไม่สวมยูนิฟอร์ม พร้อมแสดงความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย และปฏิเสธรับอาหาร แม้เจ้าตัวจะพยายามอธิบายว่า รูปโปรไฟล์ในแอปตรงกับตัวจริง และยืนยันอายุ 18 ปี ถูกต้องตามเงื่อนไขการทำงานแล้วก็ตามท้ายที่สุด ลูกค้าระบุทำนองว่าให้ไรเดอร์รับผิดชอบค่าอาหารเอง ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้าน ส่งผลให้ไรเดอร์ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว ไรเดอร์เผยเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียใจไม่ใช่เรื่องเงินหรืออาหาร แต่เป็นถ้อยคำและน้ำเสียงที่รู้สึกว่าถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี ทั้งที่ตนเดินทางมาส่งอาหารเป็นระยะทางไกลจากตัวเมืองมายังพื้นที่ราไวย์ และไม่คาดคิดว่าจะต้องเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจไรเดอร์ มองว่าการปฏิเสธรับอาหารด้วยเหตุผลดังกล่าวเป็นการปฏิบัติต่อผู้ให้บริการอย่างไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคำถามถึงทัศนคติและการให้เกียรติแรงงานบริการ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า ลูกค้าอาจมีความกังวลด้านความปลอดภัย จึงอยากให้บริษัทแพลตฟอร์มมีมาตรการหรือแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแสดงตัวตนของไรเดอร์ เพื่อป้องกันปัญหาลักษณะนี้ในอนาคตภาพจาก กลุ่มเฟซบุ๊ก : Rider Grab Phuket Go Go แกร็ป ภูเก็ต สู้สู้