Category: สังคม

  • สาวอุบลฯน้ำตาตก โดนโยงเป็นสาวเขมรเสื้อชมพูในคลิปดัง

    สาวอุบลฯน้ำตาตก โดนโยงเป็นสาวเขมรเสื้อชมพูในคลิปดังจากกรณีที่เพจดังในโลกออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหญิงสาวสวมเสื้อคลุมสีชมพู ซึ่งมีปากเสียงกับคนไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ พร้อมข้อความระบุว่าหญิงคนดังกล่าวเป็น หมอนวดที่พัทยา จนมีการเปิดวาร์ปและแอบอ้างว่าบุคคลในภาพคือพนักงานร้านนวดรายหนึ่งในพัทยาทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเมืองพัทยา และพบกับหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของการแอบอ้างในครั้งนี้นางสาวน้อย (นามสมมุติ) พนักงานร้านนวด อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า เธอรู้สึกแย่มากกับการที่ประชาชนเสพข่าวและแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จนสร้างความเสื่อมเสียให้กับเธอไปทั่วโลกโซเชียล นางสาวน้อยยืนยันว่า เธอเป็นคนไทย 100% พร้อมทั้งแสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน และไม่สามารถพูดภาษาเขมรได้เลยตามที่ถูกกล่าวอ้างหลังจากที่เกิดเรื่อง นางสาวน้อยได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่แคปรูปของเธอไปโพสต์จนสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง เธอเรียกร้องให้สังคมตรวจสอบข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกเรียบเรียงเนื้อหาโดย สยามนิวส์

  • ไทม์ไลน์ 8 ปี คดี “เมย ภคพงศ์” นตท.ปี 1 เสียชีวิต ใน รร.เตรียมทหาร

    ไทม์ไลน์ คดี “เมย” ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเตรียมทหาร หมดสติและเสียชีวิต เมื่อ 17 ต.ค.60 หลังถูกรุ่นพี่สั่งธำรงวินัยความคืบหน้า คดี "เมย" ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเตรียมทหาร หมดสติและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2560 หรือเป็นเวลากว่า 8 ปีมาแล้ว โดยครอบครัวยังคงต่อสู้เพื่อความยุติธรรมไทยพีบีเอส ออนไลน์รวบรวมไทม์ไลน์สำคัญในคดีดังกล่าวดังนี้1. ช่วงเวลาที่น้องเมยเข้าเรียน- พฤษภาคม 2560 : "เมย" ภคพงศ์ เข้าเรียนในฐานะ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 (นตท. ปี 1) รุ่นปีการศึกษา 2560นิติวิทยาศาสตร์มอบผลชันสูตร "เมย" ถึงมือญาติ ไม่เปิดเผยข้อมูลแพทย์นิติเวช ตั้งข้อสังเกต "เมย" เสียชีวิตเพราะเหนื่อยหนัก 3 เดือน คดี "เมย ภคพงศ์" ยังไม่มีเอกสารสรุปส.ค.6023 ส.ค.60-…

  • เปิด 7 อาชีพ ที่คนในเตือนให้หนีไป คนนอกมองดูดี แต่คนที่ทำอยู่แสนทรมาน

    เปิด 7 อาชีพ ที่คนในเตือนให้หนีไป คนนอกมองดูดี แต่คนที่ทำอยู่แสนทรมานต้องบอกเลยว่าในยุคปัจจุบัน การเลือกอาชีพที่ถูกใจและมีความมั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หลายคนมองเห็นความสำเร็จและความน่าสนใจของอาชีพต่าง ๆ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรคที่คนในวงการนั้นๆ เตือนว่า ไม่น่าเลย และนี่คือ 7 อาชีพที่มักจะมีเสียงสะท้อนเชิงลบจากผู้ที่ทำงานอยู่ พร้อมกับเหตุผลที่ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนจะตัดสินใจ1. นักข่าวเสียงสะท้อน : เวลางานไม่แน่นอน ชีวิตไม่มีความเป็นส่วนตัว เสี่ยงทั้งจากการทำข่าวและแรงกดดันที่ต้องแข่งกับเวลานักข่าวต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าวด่วนหรือติดตามข่าวสารในพื้นที่อันตราย ส่งผลให้ชีวิตส่วนตัวแทบไม่มี จากการสำรวจขององค์กรวิจัยแรงงาน พบว่า 68% ของนักข่าวทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะนักข่าวภาคสนามที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและความปลอดภัย2. แพทย์เสียงสะท้อน : กว่าจะเรียนจบ กว่าจะเป็นแพทย์ ต้องเสียสละเวลาส่วนตัวมากมาย ชีวิตถูกผูกติดกับโรงพยาบาลแทบตลอดแพทย์คืออาชีพที่มีความรับผิดชอบสูง ต้องเสียสละเวลาเรียนรู้ในช่วงการฝึกงานยาวนาน ทั้งต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการรับผิดชอบชีวิตคนไข้ โดยผลสำรวจจากสมาคมแพทย์เผยว่า 58% ของแพทย์ใหม่ประสบกับอาการเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ และหลายคนยอมรับว่าชีวิตส่วนตัวและครอบครัวถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพื่อการทำงาน3. ทนายความเสียงสะท้อน : ชีวิตคือการต่อสู้ในห้องพิจารณาคดีและการประชุม เสี่ยงต่อความเครียดสูงจากงานที่ต้องการความละเอียดรอบคอบการเป็นทนายต้องเผชิญกับความซับซ้อนของคดี ความกดดันจากการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น การทำงานในเวลาที่นานเกินมาตรฐาน ผลสำรวจของสมาคมนักกฎหมายระบุว่า 55% ของนักกฎหมายรายงานว่าพวกเขาเผชิญกับความเครียดสูงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตส่วนตัว4. พนักงานขายเสียงสะท้อน : งานนี้ไม่ใช่แค่ขาย แต่ต้องรับมือกับเป้าหมายและความกดดันทางยอดขายตลอดเวลาพนักงานขายอาจดูเป็นอาชีพที่มีโอกาสทำรายได้สูงจากค่าคอมมิชชั่น…

  • “พระเทพวชิรเวที”เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย แจงโดนกุข่าวประสบอุบัติเหตุขณะไปหาสีกา

    (21ก.ค.68) จากกรณีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งนำเสนอภาพอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งสีขาวประสบอุบัติเหตุ พร้อมข้อความว่า "สัญญากันก่อนนะ…ถ้ารู้แล้วเหยียบไว้ อย่าบอกใคร! " และข้อความประกอบในภาพว่า "เจ้าคณะจังหวัด…(ขีดทับชื่อ) แอบขับรถมากะพระด้วยกันมาหาสีกาคนสนิท รถพลิกคว่ำไม่เป็นอะไร ปิดข่าว"ต่อมามีสื่อนำเรื่องดังกล่าวไปนำเสนอพร้อมระบุว่าเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ของ จ.สุโขทัย รีบขับรถเก๋งกับอีกรูปเพื่อไปหาสีกาคนสนิทแต่ประสบอุบัติเหตุแต่ปิดข่าวไว้ รวมถึงมีชาวบ้านร้องเรียน ป.ป.ช.เรื่องยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีตัวเองแต่โดนดองเรื่องไว้ , นำพระพุทธรูปออกจากวัดมหาธาตุราชวรวิหาร ศรีสัชนาลัย(วัดพระปรางค์)โดยไม่ปรึกษาชาวบ้านหรือไวยาวัจกรของวัดและยังให้สีกาเข้ามาหายามวิกาลความคืบหน้าวันนี้ เวลา 13.20 น. พระเทพวชิรเวที เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร(วัดพระปรางค์) เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว โดยมีนางปณิตา ฝากเซียงซา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สุโขทัย , นายปวีณ หลวงใหญ่ ปลัดอำเภอ พร้อมกรรมการวัดและชาวบ้านบางส่วนร่วมรับฟังพระเทพวชิรเวที กล่าวถึงเรื่องอุบัติเหตุรถยนต์นั้นว่า เกิดขึ้นวันที่ 1 ก.ค. 67 กำลังเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการพระเครื่องที่โรงแรมไพลิน โดยมีลูกศิษย์ขับให้ เมื่อมาถึงบ้านท่าเกษม เขต อ.สวรรคโลก เป็นทางโค้ง รถเกิดอาการพวงมาลัยล็อกควบคุมไม่ได้จึงเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนรถพังพระเทพวชิรเวที กล่าวต่อไปว่า ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บฟกช้ำเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พาส่ง รพ.ศรีสังวร ซึ่งไม่ได้ไปหาสีกาตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องถูกร้องเรียน ป.ป.ช.ว่ายักยอกเงินวัดนั้น เป็นเรื่องเก่าตั้งแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองโว้ง ซึ่งมีการก่อสร้างหอประชุม…

  • หนุ่มโพสต์ถาม นี่ตัวอะไร เจอสัตว์ปริศนาเกาะเต็มใบจนขนลุก

    หนุ่มโพสต์ถาม นี่ตัวอะไร เจอสัตว์ปริศนาเกาะเต็มใบจนขนลุกต้องบอกเลยว่ากลายเป็นโพสต์ที่เรียกเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Harry Ptp ได้โพสต์ภาพสิ่งมีชีวิตปริศนาจำนวนมากที่กำลังเกาะอยู่บนต้นกุหลาบ ลงในกลุ่ม นี่ตัวอะไร ทำให้เกิดคำถามว่าสัตว์เหล่านี้คือตัวอะไรกันแน่จากภาพที่โพสต์เผยให้เห็นสัตว์คล้ายหนอนหรือแมลงขนาดเล็กจำนวนนับร้อยตัว เกาะอยู่ตามใบของต้นกุหลาบ ลักษณะลำตัวมีสีเขียวแต่มีขนแหลมคมสีเหลืองยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ใบกุหลาบที่ถูกเด็ดออกมาดูก็มีร่องรอยแหว่งเว้า ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่สัตว์ชนิดนี้กัดกินเป็นอาหารภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : Harry Ptpหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีสมาชิกในกลุ่มเข้ามาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าสัตว์ชนิดนี้มีชื่อเรียกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บุ้ง, หนอนร่าน, บุ้งร่าน, หรือ แมงบ้งหาน เป็นต้นที่สำคัญ หลายคนยังได้ออกมาเตือนให้ระมัดระวังพิษของมันอย่างยิ่ง เนื่องจากหากสัมผัสโดนตัวบุ้งร่านเหล่านี้ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคันรุนแรง และรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก ถือเป็นสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : Harry Ptpเรียบเรียงเนื้อหาโดย สยามนิวส์

  • แต่งตั้งข้าราชการฝุ่นตลบ สะพัดโยก เอกนิติ-พชร ข้ามห้วยนั่งเลขาสภาพัฒน์ฯ

    วงการราชการกำลังจับตาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ในหลายตำแหน่งสำคัญในกระทรวงด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ "สภาพัฒน์" ซี 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ซึ่งนายดนุชา พิชยนันท์ จะครบอายุการต่อวาระดำรงตำแหน่งครั้งที่ 1 ในเดือนตุลาคม 2568 นี้ อาจถูกโยกไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงอื่น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นที่ใด หรืออาจจะมีวาระการดำรงตำแหน่งรอบ 2 เพราะยังมีงานสำคัญที่ต้องทำคือการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14รายงานข่าวเปิดเผยว่า มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะทาบทาม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในสังกัดกระทรวงการคลังให้เข้ามารับตำแหน่งเลขาสภาพัฒน์ เพราะนายเอกนิติ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถด้านการวางแผนเศรษฐกิจมหภาคเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งระดับอธิบดีในหลายหน่วยงานของกระทรวงการคลัง ยังเหลืออายุราชการอีก 6 ปีดร.เอกนิติ นับเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีประสบการณ์บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวาง ด้วยวุฒิการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ ดร.เอกนิติเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะอธิบดีกรมสรรพสามิตระหว่างปี 2565-2567 และอธิบดีกรมสรรพากรในปี 2561-2565 ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บรายได้ของประเทศในภาคเอกชน ดร.เอกนิติเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในองค์กรชั้นนำ อาทิ ธนาคารกรุงไทย การบินไทย และปัจจุบันเป็นประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต นอกจากนี้ยังเคยเป็นกรรมการในหลายบริษัทสำคัญ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และ IRPCอีกคนที่มีชื่ออาจถูกโยกไปนั่งเลขาสภาพัฒน์ คือ นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีประสบการณ์บริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ด้วยวุฒิการศึกษา…

  • เปิดคำพูด อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ ก่อนลาสิกขา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสกลั้นน้ำตาไม่อยู่

    เปิดคำพูด อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ ก่อนลาสิกขา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เปิดเผยถึงการเตรียมเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่าย และสมุดบัญชีธนาคารรวมเกือบ 20 บัญชี ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน เพื่อรองรับการเข้าตรวจสอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและเจ้าคณะอำเภอ โดยเอกสารส่วนหนึ่งยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากสำนักงานบัญชีที่อดีตเจ้าอาวาสได้ว่าจ้างไว้วัดนครสวรรค์มีนโยบายเน้นความโปร่งใสในการบริหารจัดการด้านการเงิน โดยส่งบัญชีตรวจสอบภายนอกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 และกำลังพัฒนาระบบบริหารการเงินแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคและรายจ่ายของวัดได้ตลอดเวลา ทุกการบริจาคผ่านตู้ในพระอุโบสถจะมี QR Code สำหรับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง และข้อมูลการบริจาคจะเชื่อมต่อกับกรมสรรพากร เพื่อรองรับการขอใบอนุโมทนาบัตรสำหรับการลดหย่อนภาษี สะท้อนความตั้งใจของวัดในการบริหารทรัพย์อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้พระครูสุธีธรรมบัณฑิตกล่าวว่า ตนเพิ่งเข้ามาดูแลบัญชีวัดได้ประมาณ 6–7 เดือน จึงสามารถชี้แจงเฉพาะในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนข้อมูลก่อนหน้านั้นต้องรอเอกสารจากสำนักงานตรวจสอบบัญชี โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส ขณะนี้ได้ทำการปิดไว้เรียบร้อย ข้าวของส่วนตัวบางส่วนถูกนำออกไปแล้ว โดยพระครูสุธีธรรมบัณฑิตเน้นว่า ต้องแยกแยะระหว่างทรัพย์สินส่วนตัวกับทรัพย์สินของวัด และยืนยันว่าอดีตเจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่ พร้อมขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมในช่วงเวลาก่อนลาสิกขา อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณได้กล่าวฝากความรับผิดชอบต่อวัดไว้กับรองเจ้าอาวาส โดยระบุว่าหลวงพ่อครับ ผมได้พลาดไปแล้ว ขอไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและธรรมวินัย ขอนิมนต์หลวงพ่อดูแลวัดต่อด้วยนะครับคำพูดนั้นสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ทำให้รองเจ้าอาวาสที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจของวัดต่อ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่พร้อมทั้งกล่าวกับพระครูสุธีธรรมบัณฑิตให้ช่วยสานต่อการดูแลวัดด้วยเช่นกัน คำพูดดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยพระครูสุธีธรรมบัณฑิต ซึ่งยืนยันว่าแม้จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่อดีตเจ้าอาวาสยังยึดมั่นในพระธรรมวินัย และแสดงความรับผิดชอบต่อบทบาทของตนก่อนลาสิกขาอย่างชัดเจนในส่วนของโครงการก่อสร้างพุทธะอุทยาน ซึ่งดำเนินมากว่า…

  • ด่วน! เรือข้ามฟาก หม้อน้ำระเบิด ควันโขมง ผู้โดยสารแน่นเต็มลำ

    ด่วน! เรือข้ามฟาก หม้อน้ำระเบิด ควันโขมง ผู้โดยสารแน่นเต็มลำวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก เรารักพระสมุทรเจดีย์ รายงานว่า หม้อน้ำเรือระเบิด เรือข้ามฟากเจดีย์ เช้านี้ (21/7/68 เวลาประมาณ 07.00น.) รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ เรือให้บริการโดยสารข้ามฟากเจดีย์-ปากน้ำ หม้อน้ำระเบิด ระหว่างเดินทางช่วงปากร่องน้ำ บริเวณป้อมผีเสื้อสมุทร โดยมีผู้โดยสารค่อนข้างแน่น รับแจ้งว่า ไม่พบผู้ได้บาดเจ็บหนัก แต่มีผู้โดยสารโดนน้ำร้อนหลายคนฝากเตือนให้ระวังทุกครั้งที่ใช้บริการเรือข้ามฟาก หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้เครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัย อุบัติเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ป้องกันไว้ก่อนเพจเฟซบุ๊ก เรารักพระสมุทรเจดีย์

  • “ผู้การแต้ม”ชี้คลิป “ชั่งทอง” โต้คำสั่ง“ปลดบิ๊กโจ๊ก ”เพราะเหตุใด ย้ำทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

    “ผู้การแต้ม”ชี้คลิป “ชั่งทอง” โต้คำสั่ง“ปลดบิ๊กโจ๊ก ”เพราะเหตุใด ย้ำทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ เชื่อมือ “บิ๊กต่าย” จัดโผ ตร.ปีนี้ “ไร้การเมืองเเทรกเเซง”วันที่ 20 ก.ค.68 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.ยื่นฟ้องตุลาการศาลปกครองสูงสุดว่าไม่เป็นกลางในการพิจารณาการอุทธรณ์คดีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นคัดค้านมติก.ตร.เเละมติกพค.ตร.ที่เห็นว่าคำสั่งไล่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการนั้นชอบด้วยกฎหมาย ว่า “การดำเนินการของบิ๊กโจ๊กในครั้งนี้ไม่น่าจะมีนัยทางการเมือง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากคำสั่งปลดออกจากราชการที่ตัวเขาถือว่าไม่เป็นธรรม”“ บิ๊กโจ๊กถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและการพิจารณาของศาล การที่บิ๊กโจ๊กออกมาต่อสู้เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้ และถือเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี เรื่องนี้จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง หากเกี่ยวจริง ทุกฝ่ายก็จะได้รับผลกระทบทั้งหมด” พล.ต.ต.วิชัยกล่าวผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวในช่วงนี้ของบิ๊กโจ๊กมีเป้าหมายอะไรหรือไม่นั้น พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือสังคมควรตั้งคำถามว่า “ใคร” เป็นผู้นำคลิปวิดีโอออกมาเผยแพร่ และด้วยเจตนาใด (คลิปวิดีโอกฎหมายและคดีปกครองกับชั่งทอง โอภาศิริวิทย์) หากคลิปนั้นเกี่ยวข้องกับบิ๊กโจ๊กจริง ก็ควรเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อแสดงความจริงให้สังคมเห็น“แต่หากคลิปมีเนื้อหาพาดพิงศาลปกครอง ก็ต้องสอบถามว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยคลิปในช่วงนี้ และจะส่งผลกระทบต่อคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุดอย่างไร ซึ่งควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน”พล.ต.ต.วิชัยกล่าวเมื่อถามว่าประเด็นดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ผบ.ตร. กล่าวหาหรือรังแกบิ๊กโจ๊กหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า “ถ้าบิ๊กโจ๊กกระทำความผิดจริง และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก็ไม่ถือว่าเป็นการรังแก แต่หากไม่ได้กระทำผิดและถูกกล่าวหาโดยไม่มีมูล เรื่องนั้นจึงจะถือเป็นการรังแก…

  • แฉกันเองเพราะเตงนอกใจ เปิดหลักฐานฉาว ทิดสฤษดิ์ สวมวิกเซลฟี่ฉ่ำ ตร.เร่งสอบ ปมส่อทุจริตวัด

    error