Category: สังคม
-
ตาวัย 83 แจ้งความเงินในบัญชี 6.1 แสนถูกถอนปริศนา ซ้ำฝากเพิ่ม 2 ล้านยอดไม่ขยับ ตร.ตรวจวงจรปิดธนาคาร คดีพลิกหนักมาก
จากกรณีนายธนพล (ผู้เสียหาย) อายุ 83 ปี อดีตพนักงานบริษัท อ้างว่าถูกถอนเงินออกจากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาวัดพระยาไกร เกลี้ยงบัญชี รวมกว่า 615,600 บาท โดยที่ตนเองไม่เคยทำรายการ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า เงินฝากจำนวน กว่า 2 ล้านบาทจากกรณีนายธนพล (ผู้เสียหาย) อายุ 83 ปี อดีตพนักงานบริษัท อ้างว่าถูกถอนเงินออกจากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาวัดพระยาไกร เกลี้ยงบัญชี รวมกว่า 615,600 บาท โดยที่ตนเองไม่เคยทำรายการ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า เงินฝากจำนวน กว่า 2 ล้านบาท ที่เริ่มฝากตั้งแต่ปี 67-68 กลับไม่มีการปรับสมุดบัญชีดังกล่าว จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ยานนาวา เพื่อไว้เป็นหลักฐาน ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้นล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า คดีนี้เงินไม่หาย หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาคุณลุงไปติดต่อที่ธนาคารดังกล่าว สาขายานนาวาด้วยตนเอง…
-
สงสารยาย! ป่วยมะเร็ง ถูกลูกบุญธรรม ที่รับมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก สุดท้ายฮุบทุกอย่าง แถมยังไล่ออกจากบ้านอีก
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 คุณยายวัย 85 ปี ป่วยมะเร็งปอด จาก จ.อุบลราชธานี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังเจอเรื่องสุดเจ็บปวดในช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อลูกบุญธรรมวัย 50 ปี ซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุเพียงขวบเศษ ๆ และส่งเสียจนเรียนจบปริญญาโท กลับนำทรัพย์สินวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คุณยายวัย 85 ปี ป่วยมะเร็งปอด จาก จ.อุบลราชธานี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังเจอเรื่องสุดเจ็บปวดในช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อลูกบุญธรรมวัย 50 ปี ซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุเพียงขวบเศษ ๆ และส่งเสียจนเรียนจบปริญญาโท กลับนำทรัพย์สินและเอกสารต่าง ๆ ไป จนตัวเองต้องเผชิญทั้งปัญหาหนี้สินและคดีบุกรุกบ้านของตัวเองคุณยาย เล่าว่า เธอรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ดูแลอย่างดีเหมือนลูกแท้ ๆ ทั้งเลี้ยงดูและส่งเสียเรื่องการศึกษาจนเรียนจบถึงระดับปริญญาโท เพราะหวังว่าเมื่อแก่ตัวลงจะได้พึ่งพาอาศัยกัน แต่ในช่วงที่คุณยายกำลังป่วยเป็นมะเร็งปอด และมีปัญหาสายตาพร่ามัว กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด โดยลูกบุญธรรมนำเอกสารมาให้เซ็น พร้อมบอกว่าจะนำไปดำเนินการเรื่องเงินช่วยเหลือเกษตรกร คุณยายจึงเซ็นให้โดยไม่ได้คิดว่าจะเกิดปัญหาตามมาหลังจากนั้น คุณยายระบุว่า โฉนดที่ดินหลายแปลงถูกนำไปขายฝากจนหลุดจำนอง ขณะเดียวกันทรัพย์สินอย่างรถยนต์…
-
แฟนๆใจหาย คู่รักดังประกาศเลิกรา ความสัมพันธ์ 10 ปี เหลือสถานะพี่น้อง
เป็นอีกหนึ่งข่าวที่ทำเอาแฟนคลับใจหาย สำหรับคู่รักอินฟลูเอนเซอร์และเน็ตไอดอลสายฮาชื่อดัง “พี่ตี๋กับน้องบี๋เป็นอีกหนึ่งข่าวที่ทำเอาแฟนคลับใจหาย สำหรับคู่รักอินฟลูเอนเซอร์และเน็ตไอดอลสายฮาชื่อดัง “พี่ตี๋กับน้องบี๋” ที่ล่าสุดออกมาประกาศลดสถานะความสัมพันธ์ หลังใช้ชีวิตร่วมกันมานานถึง 10 ปี โดยจากสถานะแฟน เปลี่ยนเป็นพี่น้องและพาร์ตเนอร์ที่ยังคงทำคอนเทนต์ร่วมกันเหมือนเดิมพี่ตี๋เปิดใจทั้งหัวเราะและน้ำตาคลอว่า ขณะนี้ตนกับน้องบี๋ตัดสินใจเลิกกันแล้ว และไม่ได้อยู่ในสถานะแฟนกันอีกต่อไป โดยทั้งคู่ตัดสินใจเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว ก่อนจะออกมาบอกให้แฟนๆ ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ หลังช่วงที่ผ่านมาแฟนคลับหลายคนสังเกตเห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมพี่ตี๋ยังยืนยันว่า แม้ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไป แต่ทั้งคู่ยังคงทำคอนเทนต์ร่วมกันในช่องคู่ตามเดิม ขณะเดียวกันก็จะมีคอนเทนต์เดี่ยวของแต่ละคนให้ติดตาม โดยอยากให้แฟนคลับสนับสนุนทั้งคู่เหมือนที่ผ่านมา ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างใครด้านน้องบี๋เผยว่า ช่องคู่จะยังคงมีคอนเทนต์ต่อไป และอาจมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งคอนเทนต์เดี่ยวของน้องบี๋ คอนเทนต์เดี่ยวของพี่ตี๋ รวมถึงคอนเทนต์ที่ทั้งคู่ทำร่วมกันในฐานะพี่น้องและพาร์ตเนอร์สำหรับเส้นทางต่อไป น้องบี๋เตรียมเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ ขณะที่พี่ตี๋ยังคงอยู่ที่ประเทศไทย ทำให้คอนเทนต์คู่ในอนาคตอาจต้องขึ้นอยู่กับโอกาสและงานที่เข้ามา รวมถึงความสนใจของลูกค้าที่ต้องการให้ทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันในฐานะพี่น้องพี่ตี๋ยังกล่าวถึงช่วงเวลาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่า ทั้งคู่ได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว แม้อาจไม่ได้เดินทางร่วมกันไปจนถึงวันแต่งงาน แต่ก็ขอให้แฟนๆ ไม่ต้องเศร้าหรือเสียใจ พร้อมอวยพรให้น้องบี๋เติบโตและมีความสุขบนเส้นทางของตัวเองแม้บรรยากาศระหว่างการประกาศลดสถานะจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการหยอกล้อในสไตล์ของทั้งคู่ แต่หลายช่วงก็เผยให้เห็นถึงแววตาที่เศร้าและตาแดง รวมถึงมีจังหวะที่ทั้งคู่แอบปาดน้ำตา ท่ามกลางแฟนๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจอย่างล้นหลามหลายคนยอมรับว่าเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งคู่มาสักพักแล้ว และเมื่อได้ยินคำประกาศอย่างเป็นทางการก็รู้สึกใจหาย บางรายถึงกับบอกว่าอยากให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงการล้อเล่น พร้อมย้อนเล่าความทรงจำที่ติดตามทั้งคู่มาตั้งแต่ช่วงเริ่มทำคอนเทนต์อย่างไรก็ตาม แฟนๆ ต่างร่วมกันส่งกำลังใจให้ทั้งพี่ตี๋และน้องบี๋ พร้อมขอให้เส้นทางใหม่ของทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข แม้สถานะจะเปลี่ยนจากคนรักมาเป็นพี่น้อง แต่ความผูกพันและการทำงานร่วมกันยังคงเดินหน้าต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมชัดทุกคำ! เป๊ก สัณณ์ชัย เปิดใจพูดตรงๆ ถึง ความสัมพันธ์…
-
แม่ซื้อต่อจากลูกชาย ทุ่มสะสมจนไม่เหลือเงิน มั่นใจเป็นของมีค่า ตัดสินใจเอาไปขาย คนดูสงสารหลังรู้มูลค่าจริง
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจคลิปจาก TikTok บัญชี @namobanchangtongdaengso0 ซึ่งกลเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจคลิปจาก TikTok บัญชี @namobanchangtongdaengso0 ซึ่งกลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมกว่า 7 แสนครั้งภายใน 5 วัน หลังเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของแม่รายหนึ่งที่นำสิ่งของจำนวนมากมาให้ร้าน “ช่างนะโม” ช่วยตรวจสอบ หลังรับซื้อมาจากลูกชาย โดยหวังว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นทองคำและสามารถนำไปขายสร้างรายได้จากเรื่องราวที่เปิดเผย ลูกชายอ้างว่าสิ่งของทั้งหมดเก็บมาจากกองขยะกับกลุ่มเพื่อน ก่อนทยอยนำมาขายให้แม่ครั้งละ 1-2 ชิ้น พร้อมบอกว่าเป็นทองคำ บางชิ้นอ้างว่าเป็นทองคำขาว ทำให้แม่เชื่อและจ่ายเงินซื้อครั้งละหลักพันบาท โดยของทั้งหมดที่เห็นเป็นกองใหญ่เพิ่งทยอยซื้อมาภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีแม่เล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายบอกว่าสิ่งของเหล่านี้สามารถนำไปขายเป็นเศษเหล็กได้ ราคาประมาณกิโลกรัมละ 100-300 บาท จึงให้ลูกนำมาให้แม่ดู เผื่อจะมีบางชิ้นเป็นทองคำและสามารถนำไปขายต่อได้ จากนั้นแม่ก็นำของเหล่านั้นมาล้างทำความสะอาด และหากชิ้นไหนคิดว่าเป็นทองก็จะเก็บไว้ ก่อนนำบางส่วนไปฝากให้ลูกสาวเก็บไว้ในตู้เซฟหลังจากนั้นลูกชายยังคงนำสิ่งของมาขายให้แม่อย่างต่อเนื่อง บางครั้งมีการเล่าเรื่องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น อ้างว่าเพื่อนนำของบางส่วนไปขายและได้เงินถึง 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจึงนำมาขายให้แม่ ยิ่งทำให้แม่เชื่อว่าเป็นทองคำแท้…
-
ถูกหวยสร้างห้องคาราโอเกะ! เสียงเบสกระหึ่มสะเทือน เดือดร้อนเพื่อนบ้าน
สุดทน! เพื่อนบ้านรวยหวยโชคใหญ่ สร้างห้องคาราโอเกะเปิดเพลงเบสกระหึ่ม บ้านสั่นสะเทือน ร้องเรียนทุกหน่วยงานไร้ผล ทนไม่ไหวยกครอบครัวหนีไปนอนโรงแรมสุดทน! เพื่อนบ้านรวยหวยโชคใหญ่ สร้างห้องคาราโอเกะเปิดเพลงเบสกระหึ่ม บ้านสั่นสะเทือน ร้องเรียนทุกหน่วยงานไร้ผล ทนไม่ไหวยกครอบครัวหนีไปนอนโรงแรมวันที่ 21 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านม่วงคำ หมู่ 15 ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก จากกรณีเพื่อนบ้านจัดงานสังสรรค์ส่งเสียงดังรบกวนอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ตามปกตินายจักรพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งมาปลูกสร้างบ้านใหม่ ในพื้นที่ได้ประมาณ 1 ปี ต่อมามีเพื่อนบ้านโชคดีถูกรางวัลใหญ่ มาซื้อที่ดิน และสร้างบ้านอยู่ห่างออกไปราว 200 เมตร หลังจากบ้านของเพื่อนบ้านรายดังกล่าวสร้างเสร็จ ได้มีการปรับปรุงบ้าน ทำห้องคาราโอเกะ พร้อมติดตั้งระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง และเริ่มจัดงานฉลองสังสรรค์บ่อยครั้งผลจากการเปิดเพลงเสียงดัง ทำให้คลื่นเสียงเบสความถี่ต่ำส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงบ้านของตน สะเทือนทั้งหลังคา ผนัง และประตูบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กๆ จนสมาชิกในครอบครัวไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ ที่ผ่านมาตนเคยเดินไปตักเตือน ถึงหน้าบ้าน แต่กลับเกือบมีปากเสียงหลายครั้ง จนครอบครัวเกิดความหวาดกลัว ว่าเหตุการณ์จะบานปลายนายจักรพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองโดยการนำแผ่นโฟมมาติดเสริมบนเพดานบ้าน…
-
รู้แล้ว! สาเหตุที่แท้จริง คุณแม่วัย 32 เสียชีวิตพร้อมลูกน้อยกลางห้องคลอด โรงพยาบาลเผยนาทีวิกฤต
จากกรณี พี่ชายของนางจิราพร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ออกมาเปิดเผยถึงการสูญเสียน้องสาวและลูกชายที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะเข้ารับการคลอดที่โรงพยาบาลลี้ เมื่อช่วงวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับครอบครัว เนื่องจากนางจิราพรมีสุขภาพแข็งแรง และญาติระบุว่าโรงพยาบาลยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจนจากกรณี พี่ชายของนางจิราพร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ออกมาเปิดเผยถึงการสูญเสียน้องสาวและลูกชายที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะเข้ารับการคลอดที่โรงพยาบาลลี้ เมื่อช่วงวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับครอบครัว เนื่องจากนางจิราพรมีสุขภาพแข็งแรง และญาติระบุว่าโรงพยาบาลยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจนล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์รายนี้อายุ 32 ปี เป็นครรภ์ที่ 2 มีประวัติฝากครรภ์ที่ รพ.สต.บ้านห้วยต้ม และโรงพยาบาลลี้ รวมทั้งหมด 15 ครั้ง โดยเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ หมายถึงในช่วงเวลาที่ประเมินยังไม่พบปัจจัยเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และสามารถดูแลตามระบบฝากครรภ์ปกติได้วันที่ 17 สิงหาคม…
-
ปภ.เตือนภัยสูงสุด แม่สอด-ตากรับมือน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม บางจุดท่วมแล้ว
ปภ. เตือนภัยระดับสูงสุด หลายอำเภอชายแดนของ จ.ตาก รวมทั้งเขตเทศบาลนครแม่สอดน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ร้านค้าในเมืองเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำ บางจุดน้ำท่วมแล้วปภ.เตือนภัยระดับสูงสุด หลายอำเภอชายแดนของ จ.ตาก รวมทั้งเขตเทศบาลนครแม่สอดน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ร้านค้าในเมืองเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำ บางจุดน้ำท่วมแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ฝนตกที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่องหลายวัน และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนของจังหวัดตาก ทำให้น้ำในลำห้วย และในแม่น้ำเมยมีระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครแม่สอด ขณะนี้น้ำเริ่มท่วมหลายจุดตั้งแต่ช่วง 03.00 น. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ น้ำยังท่วมอยู่ แต่บางจุดลดลงบ้าง ทั้งนี้ประชาชนตามบ้านเรือน เริ่มเฝ้าระวังน้ำท่วม และร้านค้าหลายแห่งระดมคนงานได้ใช้กระสอบทรายปิดกั้นหน้าร้านค้า เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าไปในร้าน น้ำที่ท่วมอยู่บางจุดรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่โดยรวมยังไปมาได้ตามปกติ ขณะที่ตามลำห้วยมีสัตว์เลี้ยงเช่นสุนัขบางตัวหนีไม่ทัน ต้องถูกน้ำพัดไปโดยไม่ทราบชะตากรรมด้านนายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาล ได้สำรวจตามลำห้วย และจุดระบายน้ำต่างๆ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนในเขตนครแม่สอด ระมัดระวังน้ำท่วมในเขตนครแม่สอด ทั้งนี้เนื่องจากน้ำในลำห้วยแม่สอดล้นตลิ่ง ซึ่งทางเทศบาลนครแม่สอดได้เร่งระบายน้ำแล้ว โดยที่ผ่านมาก็ได้ขุดท่อระบายน้ำตลอดทั้งปี หากน้ำในแม่น้ำเมยยังไม่หนุนขึ้นมา น่าจะไม่ทำให้น้ำท่วมหนักล่าสุด ปภ.จังหวัดตากแจ้งเตือนระดับสูงสุด ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเมย…
-
ไม่ไว้หน้า! สามีงัดหลักฐานเด็ด มัดภรรยากับ ผอ. แอบแซ่บข้างเมรุวัด
จากกรณี บอยนักสืบ ออกมาเปิดเผยผลการติดตามสืบพฤติกรรมให้สามีรายหนึ่ง หลังได้รับการว่าจ้างให้ตรวจสอบภรรยา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแอบมีความสัมพันธ์กับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์จากกรณี บอยนักสืบ ออกมาเปิดเผยผลการติดตามสืบพฤติกรรมให้สามีรายหนึ่ง หลังได้รับการว่าจ้างให้ตรวจสอบภรรยา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแอบมีความสัมพันธ์กับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์แม้ชาวเน็ตส่วนใหญ่จะออกมาแสดงความเห็นใจฝ่ายสามี แต่ต่อมากลับมีบางส่วนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีการนำแชตจากบุคคลที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผย พร้อมระบุว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นการเต้าข่าวเพื่อเรียกเรตติ้ง อีกทั้งอ้างว่าเห็นเพียงชาย 2 คนอยู่ในรถ และไม่พบรถของทั้งคู่ตามที่มีการกล่าวถึง ส่งผลให้ฝ่ายสามีต้องเผชิญกระแสกดดันและคำตั้งข้อสงสัยจากคนรอบข้างอย่างหนักล่าสุด วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ฝ่ายสามีได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศตัดขาดและเตรียมดำเนินคดีจนถึงที่สุด โดยระบุข้อความว่า พอกันทีกับสิ่งที่ทนมาตลอดเป็นเวลาที่ยาวนาน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณสองคนต้องได้รับเวรกรรม นี่คือหลักฐานส่วนหนึ่งครับที่สามารถยืนยันได้ และยังมีหลักฐานอื่นอีกมากมาย ดูกันเอาเองครับว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก หลังจากนี้จะไม่คุยอะไรกับใครทั้งสิ้น ใครที่โทรคุยอะไรผมให้ทนายคุยอย่างเดียว ทนมามากพอแล้ว ความเจ็บปวดมันมากขนาดไหนที่ต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ พอกันที!!!!นอกจากนี้ ฝ่ายสามียังได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญหลายรายการ เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีใบสำคัญการสมรส ซึ่งระบุว่าทั้งสองคนจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยืนยันสถานะความเป็นสามีภรรยาขณะเดียวกัน ยังมีหลักฐานแชตระหว่างภรรยากับ ผอ.โรงเรียน รวมถึงภาพแคปหน้าจอการพูดคุย…
-
หนังคนละม้วน! ชาวบ้านเล่าเอง ปมนักสืบเอกชนจับโป๊ะ ผอ.มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมียคนอื่นข้างเมรุ
จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” เผยแพร่ข้อมูจากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” เผยแพร่ข้อมูลการติดตามสืบคดีชู้สาว โดยได้รับการว่าจ้างจากสามีรายหนึ่งให้ตรวจสอบภรรยา ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังสงสัยว่าภรรยาอาจมีพฤติกรรมสนิทสนมกับผู้อำนวยการโรงเรียนเกินความเหมาะสมข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า ภรรยามักขอออกจากบ้านในช่วงกลางคืน โดยอ้างว่าไปซื้อของที่ตลาด ประกอบกับมีข่าวลือจากคนรอบข้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับ ผอ.โรงเรียน ก่อนทีมงานนักสืบจะอ้างว่าพบภาพและคลิปที่มีลักษณะเชิงชู้สาว โดยสถานที่หนึ่งที่ถูกระบุถึงคือบริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งสร้างความตกใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอย่างมากอย่างไรก็ตาม ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว โดยที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ภรรยากรรมการวัด เล่าว่า หลังเห็นข่าวรู้สึกตกใจ เพราะยืนยันว่าเหตุการณ์ตามที่มีการนำเสนอไม่น่าจะเป็นความจริงโดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรถเก๋งนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ เข้ามาจอดบริเวณข้างเมรุของวัดเป็นเวลานาน ขณะนั้นมีชาวบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 7-8 คน และสังเกตเห็นชาย 2 คนลงจากรถมาถ่ายภาพบริเวณเมรุ วัด และป่าใกล้เคียงเมื่อชาวบ้านเห็นว่ารถจอดอยู่นานจึงเข้าไปสอบถาม ชายที่อยู่ในรถระบุเพียงว่า จอดรถเพื่อสูบบุหรี่และกำลังจะเดินทางต่อ ก่อนจะขับรถออกไป โดยรวมแล้วรถคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณวัดประมาณ 2 ชั่วโมงนางเอ ระบุว่า ภาพเมรุที่ปรากฏในข่าวเป็นเมรุของวัดจริง แต่ยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าวไม่พบผู้หญิงหรือ ผอ.โรงเรียนเข้ามาบริเวณดังกล่าว…
-
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ “ฮลุน โซโล่” พบแพทย์วันแรกที่ถึงจอร์เจีย
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ เปิดไทม์ไลน์ใหม่ "ฮลุน โซโล่" พบแพทย์วันแรกที่ถึงจอร์เจีย ครอบครัวยันไม่กดดัน จนท. แค่ต้องการความจริงจากกรณีการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของ "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ขณะเดินทางไปทำคอนเทนต์ที่ประเทศจอร์เจีย ล่าสุด Klose Mos พี่ชายของฮลุน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพื่ออัปเดตความคืบหน้าของคดีอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ทางสถานทูตได้รับแจ้งความคืบหน้าจาก กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย ตามหนังสือที่ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับสถานะการสืบสวนสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของน้อง โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ1. ความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวนขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวน และยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับคดี รวมถึงผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ โดยทางการจอร์เจียแจ้งว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด2. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันที่น้องเดินทางถึงจอร์เจียทางกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียได้แจ้งไทม์ไลน์เบื้องต้นของกรณี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ทางสถานทูตได้รับก่อนหน้านี้โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่น้องเดินทางมาถึงประเทศจอร์เจีย น้องได้เดินทางไปพบแพทย์ที่ LLC American Hospital Network ในกรุงทบิลิซี และทางโรงพยาบาลได้จ่ายยาให้น้องอย่างไรก็ตาม ในข้อมูลที่ได้รับขณะนี้ ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อหรือชนิดของยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลครับ3. การตรวจสอบสิ่งของส่วนตัวของน้องเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสิ่งของส่วนตัวของน้อง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลตนเอง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์…