Category: สังคม
-
ชาวตราดจี้ทหารจัดหนักเขมรรุกบ้านสามหลัง-ด่านท่าเส้น แอบถมถนนขนอาวุธ
ชาวตราดฮือ! จี้ทหารจัดหนักเขมรรุกบ้านสามหลัง-ด่านท่าเส้น หลังพบแอบถมถนนขนอาวุธประชิดชายแดน ขณะ ผบ.ฉก.นย.ตราด ยันยังปกติแค่เผาป่าชาวตราดฮือ! จี้ทหารจัดหนักเขมรรุกบ้านสามหลัง-ด่านท่าเส้น หลังพบแอบถมถนนขนอาวุธประชิดชายแดน ขณะ ผบ.ฉก.นย.ตราด ยันยังปกติแค่เผาป่าวันที่ 26 ม.ค. 69 หลังมีรายงานข่าวว่า ทหารกัมพูชาขุดคูเลตใกล้ชายแดนบ้านสามหลัง ตรงฐานจอมวยของกัมพูชา เพื่อเตรียมความพร้อมสถานการณ์ชายแดน ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างบอกว่า อยากให้ทหารจัดการเขมรให้เด็ดขาด เพราะจุดดังกล่าวเป็นดินแดนไทย ส่วนที่ด่านท่าเส้น กัมพูชาทำถนนแทนสะพาน เพื่อขนกำลังพล และอาวุธมาชายแดนชาวบ้านบอกว่า ต้องให้ทหารจัดการตัดถนนให้ขาดไปเลย เพราะเขมรไว้ใจไม่ได้เลย ให้ปิดชายแดนยาวไปเลยด้าน น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่รู้เรื่อง และชายแดนก็ยังปกติ ไม่มีเหตุเรื่องการขุดคูเลตของทหารกัมพูชา พร้อมกับบอกให้ผู้สื่อข่าวติดต่อกับ ผบ.กปช.จต.ที่ค่ายตากสิน เพื่อขอทราบรายละเอียดข้อเท็จจริ เนื่องจากตนเองไม่สามารถพูดอะไรได้ ส่วนบรรยากาศชายแดนไทยกัมพูชาช่วงนี้ ปรากฎว่าฝั่งกัมพูชามีการจุดไฟเผาป่า เพื่อทำการเกษตรทำให้กลุ่มควันลอยตลบอบอวลข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งเป็นปกติที่ชาวกัมพูชาจะต้องจุดไฟเผาป่า เพื่อทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งฤดูหนาวทุกๆ ปี
-
หลายคนเข้าใจผิด! ทะเบียนกลาง ตอบแล้ว สูติบัตรลูกเคลือบใสได้ไหม
พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า การนำ สูติบัตรหรือใบแจ้งเกิดของลูกไปเคลือบพลาสติก แม้จะเป็นความหวังดี แต่กลับอาจส่งผลเสียต่อการใช้งานเอกสารทางราชการในอนาคตพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า การนำ สูติบัตรหรือใบแจ้งเกิดของลูกไปเคลือบพลาสติก แม้จะเป็นความหวังดี แต่กลับอาจส่งผลเสียต่อการใช้งานเอกสารทางราชการในอนาคตจากแนวปฏิบัติและข้อมูลของ สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุชัดว่า เอกสารทะเบียนราษฎรที่เป็นต้นฉบับ เช่น สูติบัตร ไม่ควรนำไปเคลือบพลาสติก เพราะอาจทำให้เอกสารอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ และส่งผลต่อการตรวจสอบลายมือชื่อ ตราประทับ รวมถึงการแก้ไขข้อมูลในอนาคตสำนักทะเบียนกลางยังแนะนำให้ประชาชนเก็บรักษาสูติบัตรด้วยวิธีใส่ซองพลาสติกใสหรือแฟ้มเอกสารแทนการเคลือบ เพื่อให้เอกสารยังคงสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานทางราชการได้อย่างถูกต้องเหตุผลที่ไม่ควรเคลือบสูติบัตร- การเคลือบทำให้ตรวจสอบลายมือชื่อและตราประทับได้ยาก- ความร้อนจากการเคลือบอาจทำให้ตัวอักษรเลือนหาย- อาจถูกตีความว่าเอกสารถูกดัดแปลงหรือชำรุดเมื่อสูติบัตรถูกพิจารณาว่าอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำไปใช้ติดต่อราชการบางประเภทได้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น- ใช้ทำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางไม่ได้- ไม่สามารถแก้ไขข้อมูล เช่น การเปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มชื่อบิดา- หน่วยงานต่างประเทศหรือสถานทูตไม่รับเอกสารที่ถูกเคลือบ- ไม่ควรพยายามแกะออกเอง เพราะจะทำให้เอกสารเสียหายถาวรนอกจากนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี หากต้องเดินทางโดยเครื่องบิน จำเป็นต้องใช้สูติบัตรตัวจริงแสดงต่อสายการบิน หากเอกสารถูกเคลือบจนตรวจสอบไม่ได้ อาจสร้างปัญหาในการเดินทางวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง- ใส่ซองพลาสติกใสหรือซองถนอมเอกสาร- เก็บในแฟ้มแข็งเพื่อป้องกันการยับหรือความชื้น- ถ่ายสำเนาและสแกนเก็บไว้เป็นไฟล์สำรองหากผู้ปกครองท่านใดเผลอนำสูติบัตรไปเคลือบแล้ว แนะนำไม่ให้แกะออกด้วยตนเอง และควรติดต่ออำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อขอคำแนะนำในการคัดสำเนาหรือดำเนินการตามระเบียบราชการ
-
เพจดังโผล่แฉ! วีรกรรมพิธีกรดัง งานนี้ช็อกหนักกว่าปมทนาย
เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดังได้ออกมาเผยแพร่ภาพลับล็อตใหญ่ที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับ ทนายความชื่อดังเรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดังได้ออกมาเผยแพร่ภาพลับล็อตใหญ่ที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับ ทนายความชื่อดัง ซึ่งเป็นภาพหวิวในหลายมุม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่อมาทางเพจได้ออกมาชี้แจงว่า ล่าสุดทนายความคนดังกล่าวได้ติดต่อมายังเพจโดยตรง และยอมรับว่าภาพที่เผยแพร่นั้นเป็นภาพจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางเพจระบุว่า เมื่อมีการชี้แจงจากเจ้าตัวแล้ว จึงตัดสินใจ ยุติการนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทนายดังไว้เพียงเท่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมขณะที่กระแสเรื่องทนายดังยังไม่ทันจางหาย โลกโซเชียลกลับร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความแฉ วีรกรรมของพิธีกรชื่อดัง ซึ่งอ้างว่าเป็นข้อมูลที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องชีวิตครอบครัวและความสัมพันธ์ส่วนตัวผู้โพสต์ระบุข้อความในลักษณะเกริ่นนำว่า จบทนายดังก่อนนะ พิธีกรดัง รอแป๊บ คร่าว ๆ ตามนี้ ย้อนวีรกรรม อดีตมาถึงปัจจุบัน ก่อนจะลิสต์ประเด็นการแฉไว้ทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งเพียง 2 ข้อแรกก็สร้างความตกใจให้กับผู้ที่ได้อ่านเป็นจำนวนมากโพสต์ดังกล่าวหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวอ้าง คือ พิธีกรดังรายนี้ มีลูกแล้วถึง 2 คน แต่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวรายหนึ่งในลักษณะ เมียน้อย โดยมีข้อตกลงว่า ฝ่ายหญิงจะไม่กล่าวถึงครอบครัวและลูกทั้งสองคนของฝ่ายชายในที่สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้โพสต์ยังอ้างว่า พิธีกรดังให้เหตุผลกับสังคมว่า การไม่เปิดเผยเรื่องลูกเป็นเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวให้กับเด็กนอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่า พิธีกรดังส่งฝ่ายหญิงไปเรียนคอร์สทำอาหารระดับพรีเมียม ใช้งบประมาณรวมปีละประมาณ…
-
กรมอุตุฯ ประกาศแล้ว 24 ชม. ข้างหน้า ทั้งหนาวทั้งฝน เปิดจังหวัดโดนเต็มๆ เช้าวันนี้
วันที่ 26 ม.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสวันที่ 26 ม.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ยังคงหนาวเย็น รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วยสำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ไม่ดี และลมทีพัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลงพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า…
-
ตราดเดือด! กัมพูชาส่งแบคโฮรุกสันปันน้ำบ้านชำราก ขุดคูเลตรุกล้ำฝั่งไทย
ตราดเดือด! กัมพูชาส่งแบคโฮรุกสันปันน้ำบ้านชำราก ขุดคูเลตรุกล้ำฝั่งไทยชัดเจน แฉแอบถมถนนเตรียมลำเลียงทัพ-ยุทธโธปกรณ์ตราดเดือด! กัมพูชาส่งแบคโฮรุกสันปันน้ำบ้านชำราก ขุดคูเลตรุกล้ำฝั่งไทยชัดเจน แฉแอบถมถนนเตรียมลำเลียงทัพ-ยุทธโธปกรณ์วันที่ 26 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจาก ทหารแนวหน้าที่ประจำการในพื้นที่ จ.ตราด ระบุว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้มีการนำรถแบคโฮขึ้นมาบริเวณฐานจอมวย ฝั่งตรงข้ามฐานสังเกตการณ์บ้านชำราก และดำเนินการขุดคูเลตเพิ่มเติม ส่งผลให้แนวขุดล้ำเข้ามาในเขตแนวสันปันน้ำฝั่งประเทศไทยอย่างชัดเจนนอกจากนี้ยังพบว่า ทหารกัมพูชาได้มีการวางกำลังพลตลอดแนวพื้นที่ดังกล่าว สร้างความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่องสำหรับคลิปวิดีโอที่ ทหารกัมพูชาบันทึกไว้เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 ซึ่งเป็นช่วงที่ทหารไทยได้เดินเข้าไปพูดคุยสอบถาม และเจรจา เพื่อขอให้ทหารกัมพูชาถอยกำลัง และยุติการขุดคูเลต เนื่องจากเป็นการรุกล้ำแนวสันปันน้ำเข้ามาในฝั่งประเทศไทยอย่างไรก็ตามการเจรจาดังกล่าวยังไม่เป็นผล โดยภายในคลิปมีการระบุบทสนทนาหลายช่วง อาทิ “ในวิทยุบอกให้พี่น้องเตรียมตัว เพราะทหารไทยรุกล้ำเข้ามา” ผู้ถ่ายคลิปกล่าวว่า “ทหารไทยเดินเข้ามา ห่างจากรั้วมาไกลมาก” และอีกเสียงหนึ่งระบุว่า “อยู่สงบๆ ไม่ได้หรือไง นั่งอยู่ตรงนี้ ระแวงหมดแล้ว”สถานการณ์ดังกล่าวยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความพยายามของฝ่ายไทยในการใช้การเจรจา เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียด และปัญหาที่อาจบานปลายในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้จากภาพถ่ายบริเวณสะพานจัยจุมเนี้ยะยังพบว่า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการถมดินทำเป็นถนนข้ามผ่านลำน้ำ ส่งผลให้เส้นทางดังกล่าวสามารถใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลการส่งกำลังบำรุง รวมถึงยุทธโธปกรณ์กลับมาใช้งานได้ตามปกติอีกครั้งแหล่งข่าวด้านความมั่นคงประเมินว่า กัมพูชาอาจใช้ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงรถแบคโฮเข้ามายังพื้นที่ เพื่อดำเนินการขุดคูเลตรุกล้ำแนวสันปันน้ำฝั่งประเทศไทย
-
เขมรเริ่มอพยพออกจากช่องบก ส่วนใหญ่เป็นญาติของ ทหารบ้าน ที่ประจำการอยู่แนวหน้า
วันที่ 25 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก มังกร ซ่อนตัว ได้โพสต์ภาพชาวกัมพูชากำลังเกินทางออกจากช่องบก ระบุว่าวันที่ 25 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก มังกร ซ่อนตัว ได้โพสต์ภาพชาวกัมพูชากำลังเกินทางออกจากช่องบก ระบุว่า เขมรเริ่มอพยพออกจากช่องบก 25/1/2569มีรายงานว่าชาวบ้านกัมพูชากลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณแนวชายแดนฝั่งมุมไบ-ช่องบก ในพื้นที่แนวลึกติดชายแดนไทย เริ่มทยอยอพยพออกจากพื้นที่แนวหน้าไปยังแนวหลังและเขตที่ปลอดภัยมากขึ้นกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นญาติหรือครอบครัวของ ทหารบ้าน ที่ประจำการอยู่แนวหน้า โดยปกติแล้ว หากไม่มีสัญญาณผิดปกติหรือเหตุการณ์สำคัญ พวกเขาจะไม่ยอมทิ้งพื้นที่อย่างเด็ดขาดการอพยพครั้งนี้สะท้อนรูปแบบเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครั้งที่สถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียด-ทหารบ้านกัมพูชามักจะส่งสัญญาณเตือนและให้คนในครอบครัวถอนตัวออกมาก่อนเสมอคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ เป็นภาพจากชาวบ้านกัมพูชาซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่แนวหลัง ห่างจากชายแดนพอสมควร บันทึกภาพขณะชาวบ้านจากพื้นที่ใกล้ชายแดนเริ่มเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่องนี่ไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญนับเวลาถอยหลังได้เลยรึเนิน 745 ใกล้จะกลับมาอยู่กับคนไทยอย่างถาวร และตลอดไป?เรียบเรียง สยามนิวส์
-
ชาวเน็ตจี้ BTS ดำเนินคดี คนทำคอมเทนต์ฉกมือถือบนรถไฟฟ้า
ผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อกรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะยืนอยู่ภายในขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส ก่อนจะมีบุคคลปริศนาเข้ามาฉกโทรศัพท์มือถือไปต่อหน้าต่อตาผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อกรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะยืนอยู่ภายในขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส ก่อนจะมีบุคคลปริศนาเข้ามาฉกโทรศัพท์มือถือไปต่อหน้าต่อตา ในจังหวะที่ประตูปิดและรถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานี เจ้าของคลิปมีท่าทีตกใจ ยืนกุมหัวและงุนงง ราวกับไม่สามารถตามเอาโทรศัพท์คืนได้หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมองว่าเป็นการทำคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมและไม่สร้างสรรค์ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้าสาธารณะ รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยชาวเน็ตหลายรายตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้ทำคลิป และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ออกมาพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากคลิปดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการใช้บริการรถไฟฟ้าไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งระบุว่าหากเป็นเพียงการแสดง ก็ควรมีการอธิบายวัตถุประสงค์ของคลิปให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายล่าสุด เจ้าของโพสต์ได้แก้แคปชันในคลิป ระบุว่า คลิปนี้เป็นการแสดงเท่านั้น พร้อมกับอัดคลิปขอโทษในอินสตาแกรม โดยบอกว่า ขอโทษที่ทำคลิปคนหยิบโทรศัพท์บนรถไฟฟ้า แค่ทำคลิปเล่นๆ กับเพื่อน ไม่ได้คิดมาก่อนว่ามันควรจะต้องทำหรือเปล่า ผมผิดเอง 100% ขอโทษที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย ขอโทษที่ทำให้บริษัทขนส่งเสียหาย ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ใครเสียหาย จะไม่ให้มีคลิปอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก
-
ร้านแจงแล้ว! ปมแดนเซอร์ใส่ชุดมโนราห์เต้นโคโยตี้ในผับ
ร้านชี้แจงแล้ว! แดนเซอร์ใส่ชุดมโนราห์เต้นโคโยตี้ในผับ ยันเป็นการแสดงรำโนราห์ร่วมสมัย คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเป็นนักแสดงไม่ใช่แดนเซอร์ร้านชี้แจงแล้ว! แดนเซอร์ใส่ชุดมโนราห์เต้นโคโยตี้ในผับ ยันเป็นการแสดงรำโนราห์ร่วมสมัย คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเป็นนักแสดงไม่ใช่แดนเซอร์วันที่ 25 ม.ค.2569 จากกรณีโซเซียลได้มีการเผยแพร่ภาพแดนเซอร์ใส่ชุดมโนราห์เต้นโคโยตี้ในผับแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เมืองสุราษฎร์ โดยมีชาวสุราษฎร์ออกมาคอมเมนต์วิจารณ์ทั้งบวกและลบกันเป็นจำนวนมากต่อมานายบุญรอบ ศรีวิชัย หรือ เอกชัย ศรีวิชัย ศิลปินนักร้องและผู้กำกับภาพยนตร์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ เรื่องโนราห์,เทริดฯลฯ ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีผับชื่อดังแห่งหนึ่ งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี จัดให้มีดีเจเปิดเพลงและให้แดนเซอร์ผู้หญิง 4 คน สวมชุดเครื่องมโนราห์ออกมาเต้นประกอบเพลงในลักษณะโคโยตี้ “ผมใจหายมากและไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ผมรักและต่อสู้กับวัฒนธรรมมาตลอด แต่ผมเห็นการกระทำแบบนี้ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ มันไม่ใช่ของเล่น มันทำร้ายความรู้สึกเกียรติของวัฒนธรรมโดยสิ้นเชิง แต่ผมคงทำไม่ได้และคงไม่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปสั่งการแต่ขอให้พวกคุณมีสามัญสำนึกมากกว่าเอาสนุกและเรียกแขก”หลังจากมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวและมีความคิดเห็นแตกออกไปทั้งลบและบวก ทางบริษัทลูน่าเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้มีการออกแถลงการณ์ขอชี้แจงเจตนาการแสดงรำโนราห์ร่วมสมัยในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่โดยทางร้านมีความตั้งใจที่จะยกศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่ามานำเสนอให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น และเข้าถึงในบริบทของเทศกาลสำคัญเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งต่อคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย โดยไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นหรือไม่เคารพศิลปวัฒนธรรมไทยแต่อย่างใด ทางร้านขอชี้แจงเกี่ยวกับการแสดงรำโนราห์ร่วมสมัยดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นเฉพาะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพียงวันเดียวเท่านั้น การแสดงดังกล่าวเป็นการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมไทย โดยทางร้านขอยืนยันอย่างชัดเจนว่านักแสดงทุกท่านที่ร่วมทำการแสดงในครั้งนี้ มิใช่แดนเซอร์แต่เป็นการนำเสนอศิลปะการแสดงในรูปแบบร่วมสมัย ภายใต้ความตั้งใจที่จะเคารพในคุณค่าเดิมของศิลปวัฒนธรรมไทย ในส่วนของคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกไป ทางร้านขอเรียนชี้แจงว่าเป็นการตัดต่อเพียงบางช่วงของการแสดงซึ่งเป็นบรรยากาศการเฉลิมฉลองภายหลังช่วง countdown จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จากบริบทของการแสดงทั้งหมดด้านนางสาวจัสมิน ผู้จัดการร้านได้บอกว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นทางร้านได้ออกแถลงการณ์กรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมขอน้อมรับคำติชม ส่วนกรณีคุณเอกชัย ออกมาติงถึงความไม่เหมาะสมนั้น…
-
ค่าคึกคะนองจุกๆ! เปิดค่าเสียหายเหตุไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล หลังเด็กเล่นประทัด พ่อ-แม่ จ่ายเต็มๆ ราคา 15 ล้าน!
ค่าคึกคะนองจุกๆ! เปิดค่าเสียหายเหตุไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล หลังเด็กเล่นประทัด พ่อ-แม่ จ่ายเต็มๆ ราคา 15 ล้าน!วันที่ 25 ม.ค. 2569 เฟซบุ๊ก Nattawut Arttraprasit โพสต์ข้อความ ระบุว่า ยังจำเหตุการณ์นี้กันได้มั้ยครับผ่านมาเร็วๆ นี้ ที่ไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล สรุป เรื่องราว จากคำบอกเล่าของ ผู้ให้บริการเครนที่มาซ่อมแซม1.) เด็กอายุ 10-12 เล่นประทัดชนิดท่อยิงออกแล้วยิงย้อนเข้าท่อ เป็นเด็กแถวนั้น2.) พ่อแม่เด็ก ต้องรับผิดชอบเต็มๆตอนนี้อยู่ระหว่างคุมขัง3.) ค่าเสียหาย คาดการณ์ 15 ล้าน ค่าเครนขนาด 30 ตัน วันละ 13,000 บาท/วัน4.) ค่าสเตรงปูนด้านล่างที่โดนไฟไหม้ หายไป 2/3 (จากคำบอกเล่าของผู้ให้บริการเครนที่อยู่ในเหตุการณ์)5.) สีดำที่เห็น นั่นคือล้างแล้ว ถ้าจะออกให้หมดต้องขัดผิวปูนใหม่หมดทุกอย่างเกิดจากความคึกคะนองล้วนล้วน พ่อแม่ก็เลยต้องมารับผิดชอบแทนตามกฎหมาย 15 ล้าน ถือว่าถูกมาก ดีที่ไม่ต้องรื้อโครงสร้างปิดสะพาน
-
กู้ภัยทัพยั้งแม่จัน ขุดศพคืนญาติ หลังเกิดความเข้าใจผิด ชายที่คิดว่าเสียชีวิตกลับมาบ้าน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มกราคม 2569 หน่วยกู้ภัยทัพยั้งแม่จัน ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือให้เข้าดำเนินการขุดศพผู้เสีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มกราคม 2569 หน่วยกู้ภัยทัพยั้งแม่จัน ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือให้เข้าดำเนินการขุดศพผู้เสียชีวิต ภายในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อนำร่างส่งมอบให้กับญาติที่แท้จริง หลังเกิดเหตุสับสนผิดพลาดในการยืนยันตัวบุคคลผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีการนำศพมาประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ก่อนนำไปฝัง กลับปรากฏตัวเดินทางกลับมาที่บ้านอย่างปลอดภัย ทำให้ญาติๆ ต่างตกใจและตื่นตระหนกอย่างหนัก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะพบผู้ที่เชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วกลับมามีชีวิตอยู่ต่อหน้าภายหลังทราบข้อเท็จจริง ญาติได้ประสานหน่วยกู้ภัยทัพยั้งแม่จัน เพื่อให้เข้าดำเนินการขุดศพที่ฝังไว้ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตตัวจริง ส่งคืนให้กับญาติในพื้นที่ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่ออย่างถูกต้องต่อไปเบื้องต้นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบขั้นตอนการยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิต ว่าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคตทีมข่าว จังหวัดเชียงราย รายงาน