Category: อาชญากรรม
-
ลอบยิง! “สส.กมลศักดิ์” พรรคประชาชาติ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ รอดตายหวุดหวิด คนติดตามสาหัส 2
ลอบสังหารกลางดึก! ยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” #พรรคประชาชาติ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ รอดตายหวุดหวิด คนติดตามสาหัส 2วันที่ 20 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถกระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนใช้อาวุธปืนสงครามตามประกบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ เขต 5 จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ไม่ทราบเลขทะเบียน เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่โดยเหตุเกิดหน้าบ้านพัก ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอุชลัมห์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นคนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นตำรวจติดตาม ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสตามร่างกายหลายจุดหลังเกิดเหตุชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง…
-
ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส
ภาพไฮไลต์ด่วน! เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงรถ "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กลางดึกหน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังเดินทางกลับจากการประชุมสภา ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส 2 รายเมื่อเวลา 01.09 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะสีขาว 4 ประตูไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามตามประกบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ เขต 5 จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าสีดำ รุ่นอัลฟาร์ด เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่โดยเหตุเกิดหน้าบ้านพักพื้นที่ ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ชาว ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ…
-
เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก
ภาพไฮไลต์เปิดพฤติการณ์คนร้ายลอบยิงรถ "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้มุ่งสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ-หวังทำลายชีวิต หน่วยความมั่นคงปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ- เพิ่มความปลอดภัยแล้ว เร่งตามตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีจากกรณี เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ก่อเหตุลอบยิงรถยนต์ของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส 2 ราย ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส)ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คนร้ายใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีขาว เป็นพาหนะ ก่อนใช้อาวุธปืนซุ่มยิงใส่รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ขณะเดินทางกลับจากปฏิบัติหน้าที่…
-
กู้ชีพ ใน จ.อยุธยา ขอคืนเครื่องช่วยหายใจ รพ.เลย ไปเจอในตลาดมืด พบเป็นของที่ถูกขโมยมา
ภาพไฮไลต์กู้ชีพแห่งหนึ่งใน จ.อยุธยา ไปซื้อเครื่องช่วยหายใจตลาดมืด กทม. แต่เกิดชำรุดนำไปซ่อม สุดท้ายพบเป็นเครื่องที่ถูกขโมยมา จึงติดต่อขอส่งคืน รพ.เลย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนเรื่องคดีตำรวจจ่อออกหมายจับผู้ก่อเหตุ รวมถึงได้เบาะแสร้านค้าที่รับซื้อเครื่องช่วยหายใจแล้วสืบเนื่องจากกรณีตำรวจ สภ.เมืองเลย พบอุปกรณ์ทางการแพทย์ถูกทิ้งลงแม่น้ำเลย บริเวณตอม่อสะพานขอนแดง ต.นาอาน อ.เมืองเลย จำนวน 2 ตัว และที่แม่น้ำเลย สะพานฟากเลย-บ้านใหม่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จำนวน 3 ตัว และที่สะพานน้ำฮวย ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย เมื่อคืนวันที่ (18 มี.69) 10 ตัว รวม 15 ตัว จากการสอบสวนทราบว่า นายชินวัฒน์ ฉัตรรักษา อายุ 30 ปี ลูกจ้างของโรงพยาบาลเลย เป็นผู้ก่อเหตุขโมยอุปกรณ์ทางการแพทย์เครื่องช่วยหายใจของโรงพยาบาลไปขายที่ตลาดมืดในกรุงเทพฯ และ จ.ขอนแก่น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว หลังเมื่อคืนมีชาวบ้านพบขาเหล็กล้อเลื่อนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ ที่ถูกขโมยมาทิ้งที่สะพานน้ำฮวย…
-
บุกรวบ “อาซุน” หัวหน้าแก๊งคอลฯ กบดานคอนโดหรู-ยึดเงินสด 5 ล้าน
ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ประสานตำรวจนครบาลห้วยขวาง จับกุม เมื่อวันที่ 19 มี.ค. พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ประสาน พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง และ พ.ต.ต.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง สั่งการ พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง นำกำลังเข้าร่วมตรวจสอบเป้าหมายตามเบาะแสจากสายลับ ภายในคอนโดหรูย่านรัชดา กรุงเทพฯ ว่ามีผู้ต้องหารายสำคัญมาหลบหนีอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกระทั่งเจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา , สตม. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้วางกำลังปิดล้อมบริเวณคอนโดมิเนียมหรูดังกล่าว สามารถจับกุม นายเจี้ยนเฟิง ซุน อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลางกว่า 5 ล้านบาทจากการสอบสวนนายเจี้ยนเฟิง ซุน ยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำและเตรียมขยายผลต่อถึงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ต่อไป.
-
น้ำมันหมดผิดที่! รถบัสจอดขวางถนน ตร.ทางหลวงเข้าช่วย เจอโชเฟอร์พกยาบ้า-ฉี่ม่วง
ตำรวจทางหลวงจมูกไว! เข้าช่วยรถบัสรับส่งพนักงานจอดน้ำมันหมดบนสะพานยูเทิร์น ตรวจสอบใบขับขี่คนขับได้กลิ่นยาบ้าหึ่งเตะจมูก ค้นเจอยาบ้าในกระเป๋า สารภาพเพิ่งเสพก่อนขับไปรับพนักงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 177 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบรถบัสโดยสารรับส่งพนักงานจอดลักษณะกีดขวางการจราจรอยู่บนสะพานกลับรถ (ยูเทิร์นเกือกม้า) เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบเพื่อระบายการจราจรและให้ความช่วยเหลือจากการสอบถามนายพิพัฒน์ อายุ 35 ปี พนักงานขับรถ แจ้งว่ารถน้ำมันหมดและได้ประสานนายจ้างให้นำน้ำมันมาส่งแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนายพิพัฒน์มีอาการลุกลี้ลุกลนผิดปกติ จึงขอตรวจสอบใบขับขี่"วินาทีที่ผู้ต้องหายื่นเอกสารให้ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นยาบ้าติดมากับใบขับขี่อย่างชัดเจน" จึงนำไปสู่การขอตรวจค้นกระเป๋าสะพายจนพบของกลางยาบ้า 15 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายใน จากนั้นจึงนำตัวไปสอบสวนต่อที่ตู้ยามตำรวจทางหลวงนาดี และตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วงจากการสอบสวนเบื้องต้น นายพิพัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีหน้าที่ขับรถบัสรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมวันละ 4 เที่ยว โดยยาบ้าดังกล่าวซื้อมาจากวัยรุ่นในพื้นที่ราคาเม็ดละ 30 บาท และยอมรับว่าเพิ่งเสพไป 2 เม็ดในช่วงเช้าก่อนที่จะขับรถออกมารับพนักงานกะที่ 2 แต่มาเกิดเหตุน้ำมันหมดเสียก่อนจนถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา ครอบครองยาบ้า และเสพยาบ้า ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน…
-
ปคบ.บุกคลังน้ำมันอ่างทองพบซุกสต็อกกว่า3แสนลิตรหลังถูกร้องขายเกินราคา
ปคบ.นำกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันใน จ.อ่างทอง หลังถูกร้องเรียนขายเกินราคา พบซุกสต็อกกว่า3 แสนลิตร มูลค่า 12 ล้านบาทปคบ.นำกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันใน จ.อ่างทอง หลังถูกร้องเรียนขายเกินราคา พบซุกสต็อกกว่า3 แสนลิตร มูลค่า 12 ล้านบาทเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งว่า มีพฤติการณ์กักตุนสินค้าและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากการตรวจสอบภายในคลังน้ำมันโดยมีผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจ ตรวจสอบภายในคลังพบน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก แบ่งเป็น น้ำมันดีเซลประมาณ 48,000 ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 210,000 ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 อีกประมาณ 73,000 ลิตร รวมปริมาณทั้งหมดกว่า 331,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,520,400 บาทซึ่ง บริษัทดังกล่าวจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียง ในราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาทั่วไป โดยอ้างว่ารับซื้อมาจากต้นทางในราคาลิตรละ 39.50 บาทเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและหลักฐานการชำระเงิน กลับไม่สามารถนำมาแสดงได้…
-
ปิดล้อม 20 ชม.รวบหนุ่มภูพาน บุกแทงแฟนสาวดับแค้นปมชอบทวงเงินที่ใช้ร่วมกัน
ตำรวจ เต่างอย สกลนคร นำกำลังปิดล้อมเชิงเขาภูพาน นานกว่า 20 ชั่วโมง จับกุมฆาตกรโหด จ้วงแทงแฟนสาวชาวลาว ดับ สารภาพแค้นอยู่กันฉันสามีภรรยา กลับทวงเงินที่ช้ร่วมกันบ่อยครั้งเมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 พ.ต.อ.จีระวัฒน์ โพธินา ผกก.สภ.เต่างอย จ.สกลนคร นำกำลังเข้าปิดร้องจับกุม นายวัชระ อายุ 32 ปี ชาว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้ที่วัดแห่งหนึ่งแถวเชิงเขาภูพาน ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้มีดปลายแหลมเข้าชิงทรัพย์รถจักยานยนต์ที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งริมถนนสายสกลนคร-เต่างอย โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าของรถจักรยานยนต์ได้โทรศัพท์แจ้ง191 พร้อมแจ้งรูปพรรณสัณฐานคนร้ายตรงกับที่ก่อเหตุ ตำรวจจึงนำกำลังไล่ล่า โดยคนร้ายทิ้ง รถรถจักยานยนต์ทิ้งไว้ที่เชิงเขา แล้วเข้าไปซ่อนตัวในวัดแห่งหนึ่ง จนถูก ต้องล้อมจับกุมได้ดังกล่าว ใช้เวลานานกว่า 20 ชั่วโมงสืบเนื่องจากช่วงตี 3 วันที่ 18 มีนาคม เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดแทงหญิงสาวรายหนึ่งเสียชีวิต บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านดงหลวง ต.บึงทวาย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ด่อง อายุ…
-
ยังตกลงกันไม่ได้ “เอส กันตพงศ์” ฟ้องเพิกถอนอำนาจปกครอง “คิตตี้ คริสติน่า”
"เอส กันตพงศ์" ขึ้นศาลเยาวชนพร้อม "คิตตี้ คริสติน่า" แก้ไขสัญญาประนีประนอม แต่ตกลงกันไม่ได้ หลังฟ้องกลับ ขอเพิกถอนอำนาจปกครอง โดยศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 24 มี.ค.นี้เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีระหว่างนายกันตพงศ์ บำรุงรักษ์ และน.ส.คริสติน่า วิงเคลอร์ คดีสืบเนื่องจากที่น.ส.คริสติน่า ฟ้องเอส เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู และใช้อำนาจปกครองบุตรต่อมาศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ มีคำพิพากษาตามยอม โดยโจทก์และจำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ผู้เยาว์ร่วมกัน ต่อมามีการขออนุญาต ให้ศาลเรียกจำเลยมาไต่สวน เพื่อลงลายมือชื่อ อนุญาตให้บุตรกลับไปยังประเทศสหพันธรัฐเยอรมนี เพื่อใช้สิทธิสวัสดิการของรัฐ กรณีผู้มีสัญชาติเยอรมันโดยนัดพร้อมวันนี้ เพื่อแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความ หลังทั้งคู่เห็นตรงกันว่าสัญญาประนีประนอมยอมความมีบางส่วนต้องแก้ไข ซึ่งในระหว่างนัดพร้อม ปรากฏว่าทางเอส กันตพงศ์ ได้ยื่นฟ้อง คิตตี้ คริสติน่า อีกคดีหนึ่ง เป็นคดีขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองของโจทก์ ซึ่งโจทก์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ โจทก์จึงไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ยหรือแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความในวันนี้เมื่อคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ จึงไม่สามารถเปลี่ยนสัญญาประนีประนอมยอมความได้สำหรับคดีที่เอส กันตพงศ์ ฟ้องขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองของคิตตี้ คริสติน่า ศาลนัดชี้สองสถานหรือไกล่เกลี่ยในวันที่ 24 มี.ค.2569ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวมี ลักษณะพิเศษคือ แม้ภายหลังศาลจะมีคำคำพิพากษาตามยอมแล้ว…
-
ครูหื่น บังคับเด็กชายป.4 ดูหนังโป๊ ข่มขืน เครียดจนอยากโดดน้ำตาย
ครูป.4 กรุงเทพฯ ถูกจับ ล่วงละเมิดทางเพศ เด็กนักเรียนชายนานกว่า 1 ปี เครียดจนอยากฆ่าตัวตายเด็กชายวัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กล้าพูดความจริงออกมาในที่สุด หลังจากทนแบกรับเรื่องราวเลวร้ายคนเดียวมานานกว่าหนึ่งปี จนส่งผลให้กินข้าวไม่ได้ ไม่อยากไปโรงเรียน ถึงขั้นพูดว่าอยากกระโดดน้ำตายวันที่ 5 มีนาคม 2569 คือวันที่ย่าของเด็กชายรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อหลานพูดว่าอยากกระโดดน้ำตาย ย่าจึงไม่ปล่อยผ่าน ซักถามจนได้ความว่าครูประจำชั้น ซึ่งเป็นผู้ชายอายุ 50 ปี มักเรียกตัวเด็กไปที่ห้องพักครูในช่วงพักกลางวันเป็นประจำ โดยจะเลือกเวลาที่ไม่มีใครอยู่ในห้อง แล้วเปิดสื่อลามกให้ดู พูดคุยเรื่องทางเพศ บังคับให้เด็กทำอนาจารให้พฤติกรรมชั่วเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานกว่าหนึ่งปี จนเด็กเริ่มมีอาการผิดปกติ กินข้าวไม่ได้ รู้สึกคลื่นไส้ ไม่อยากไปโรงเรียนอีกต่อไปเด็กชายยังเล่าด้วยว่ามีเพื่อนอีกคนจากห้องอื่นที่เคยถูกเรียกไปพบครูคนนี้เช่นกัน ถูกกอดรัดจูบแก้ม นอกจากนี้เขายังบอกย่าว่าถ้าไม่เชื่อ ให้ไปดูในโน้ตบุ๊กของครู เพราะมีสื่อลามกเก็บไว้จำนวนมากสิ่งหนึ่งที่ย่าเล่าแล้วฟังแล้วสะท้านคือ หลานบอกว่าตัวเองชอบไปโรงเรียนมาก ไม่อยากขาดเลย ถ้าครูคนนี้ไม่อยู่ก็อยากกลับไปเรียนอีกย่าพาหลานเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ซึ่งประสานงานกับตำรวจสน.โคกครามอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พาทั้งคู่เข้าแจ้งความและสอบสหวิชาชีพ โดยเด็กชายให้การยืนยันเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจนวันที่ 18 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โคกครามรวบรวมพยานหลักฐานจนได้หมายค้น บุกตรวจบ้านของครู และพบสื่อลามกอนาจารจำนวนมากในครอบครอง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนและแจ้งข้อหาสามข้อหาคือ…