Category: อาชญากรรม
-
รวบเพื่อนบ้านหื่น อุ้มด.ญ.7ปีเข้าพุ่มไม้ หวังทำมิดีมิร้าย โชคดีช่วยทัน
รวบเพื่อนบ้านเมาแล้วหื่น อุ้มด.ญ. 7 ปี เข้าพุ่มไม้หวังทำมิดีมิร้าย คาสวนสาธารณะอุบลฯ ตั้งใจให้เงิน 20 บาทปิดปาก โชคดีพลเมืองดีเห็นช่วยไว้ทันรวบเพื่อนบ้านเมาแล้วหื่น อุ้มด.ญ. 7 ปี เข้าพุ่มไม้หวังทำมิดีมิร้าย คาสวนสาธารณะอุบลฯ ตั้งใจให้เงิน 20 บาทปิดปาก โชคดีพลเมืองดีเห็นช่วยไว้ทันเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุ 191 ราชธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายพยายามข่มขืนเด็กหญิงแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะนำตัวไปทิ้งไว้ในพุ่มไม้ภายในสวนสาธารณะของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จึงประสาน ด.ต.ปราโมทย์ บุระพร หัวหน้าชุดสายตรวจตำบลขามใหญ่ และ ร.ต.อ.รวงศักดิ์ รุ่งเรือง ร้อยเวรป้องกันปราบปราม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบชาวบ้านกำลังช่วยกันควบคุมตัว นายจรุงกิต อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุ ในสภาพเมาสุราอย่างหนัก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายจรุงกิต ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุอุ้ม ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ…
-
ด่วน! คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา ‘ปู มัณฑนา’ คดีแจ้งเท็จ-หมิ่นประมาท ‘ลูกหมี’
ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี “ปู มัณฑนา” ไม่รอลงอาญา ในคดีแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่น และหมิ่นประมาท หลัง “ลูกหมี รัศมี” ยื่นฟ้องเป็นโจทก์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ “ลูกหมี” นางแบบและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีที่ลูกหมีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มัณฑนา หิมะทองคำ หรือ “ปู มัณฑนา” นักแสดงชื่อดังคดีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องในความผิดฐานแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่น และหมิ่นประมาท โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้นัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 10.00 น.ภายหลังการพิจารณา ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก น.ส.มัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาขณะที่เพจ “ทนายคลายทุกข์” ของทนายเดชา ได้เผยแพร่ภาพร่วมกับลูกหมีบริเวณศาล พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก ปู มัณฑนา สองปี แจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นและหมิ่นประมาท #ลูกหมีเป็นโจทก์”.
-
หนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.ชนขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง
สลดกลางทางด่วนหนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.พุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง ตร.บางมด เร่งเช็กกล้องวงจรปิดหนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.พุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง ตร.บางมด เร่งเช็กกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 19.32 น. วันที่ 21 มิ.ย. 69 ร.ต.ท.ปริตร ศรีหรั่งไพโรจน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทาง บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนดาวคะนอง) ก่อนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 300 เมตร แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่บนผิวจราจร สภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมัย อายุ 56 ปี สภาพมีบาดแผลรุนแรงจากแรงกระแทกหลายแห่ง โดยพบชิ้นส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะศีรษะกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดจากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าราวเหล็กกั้นขอบทางมีร่องรอยการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง รวมทั้งมีคราบเลือดติดอยู่บนโครงสร้างเหล็ก สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตอาจขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว…
-
สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน
22 มิ.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพักแต่อาการแย่ลงจึงขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางสาวภภัทรพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีบาดแผลปูดบวมที่เบ้าตาทั้งสองข้าง รวมถึงที่ศรีษะและจมูก มีร่องรอยเขียวซ้ำจากการถูกทำร้ายร่างกาย กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลและช่วยเหลือพาตัวส่งโรงพยาบาลบางพลีจากการสอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บรายนี้ นางสาวแก้ว เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่มาทำร้ายเพื่อนเธอคือสองแม่ลูกที่ทำงานที่เดียวกัน คือแคดดี้ในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งย่านบางพลี สาเหตุมาจากตัวของผู้บาดเจ็บ ก่อนหน้านี้เก็บโทรศัพท์ของคู่กรณีได้ และยังไม่ทันได้ส่งคืนเจ้าของ อีกทั้งยังนำเอาโทรศัพท์ไปติดต่อร้านโทรศัพท์ศัพท์เพื่อจะให้ทางร้านปลดล็อก iCloud ให้ แต่ทางร้านไม่รับปลดให้ ในระหว่างนั้นฝ่ายคู่กรณีตาม GPS มาเจอ จนมีการรุมทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีตำรวจของ สภ.บางพลีเดินทางมาถึง จึงเชิญทั้งสองฝ่ายไปพบพนักงานสอบสวนและมีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 บาท รวมถึงคืนโทรศัพท์ให้กับผู้เสียหายไปแล้ว ผู้บาดเจ็บจึงกลับมาที่ห้องพักเพราะอาการบาดเจ็บยังไม่แสดงอาการ กระทั่งเพื่อนข้างห้องกลับมาจากที่ทำงานจึงแจ้งเพื่อนว่าอาการทรุดลง จึงแจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลขณะที่ นางสาว ณภัทรพร ผู้บาดเจ็บ…
-
สกัดจับหญิงวัยเกษียณ ใช้ป้ายทะเบียนรถและป้ายเสียภาษีปลอม อ้างเซลล์ขายรถทำให้ ไม่รู้ว่าปลอม
สกัดจับหญิงวัยเกษียณ ใช้ป้ายทะเบียนรถและป้ายเสียภาษีปลอม อ้างเซลล์ขายรถทำให้ ไม่รู้ว่าปลอมตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นางสาวพิม (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” ซึ่งเป็นการกระทำความผิดที่พบซึ่งหน้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณกิโลเมตรที่ 33-34 ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเซีย (ขาออก) ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ได้พบเห็นรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ HONDA CR-V สีขาว ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ชพ-xx กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นป้ายประมูลกราฟิกขับขี่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวดูไม่เรียบร้อย และมีลักษณะกราฟิกผิดแปลกไปจากปกติ จึงทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเบื้องต้น ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลของทะเบียนรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อตรวจสอบแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถพบว่าไม่มีตัวอักษร ขส. อยู่ด้านหลังแผ่นป้าย และจากการตรวจสอบแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ก็พบว่าไม่มีข้อมูลในระบบของกรมการขนส่งทางบกเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้ยึดของกลางประกอบด้วย1. รถยนต์ HONDA CR-V สีขาว 1 คัน2. แผ่นป้ายทะเบียน ชพ-xx…
-
จับโป๊ะ “ไฮโซร้านกำมะลอ” นอกใจไม่พอ แอบกวาดทรัพย์สินสาวเกลี้ยงบ้าน
จับโป๊ะ จับโป๊ะ "ไฮโซร้านกำมะลอ" นอกใจไม่พอ แอบกวาดทรัพย์สินสาวเกลี้ยงบ้าน ตำรวจประวัติคดีติดตัวเพียบเพจสายไหมต้องรอด รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวรายหนึ่ง อ้างว่าถูกหนุ่มอ้างตัวเป็นไฮโซลูกเจ้าของร้านทอง และปรากฏชื่อในสื่อ สร้างโปรไฟล์หรูหรา อ้างทำโรงงานจิวเวอรี่ พฤติกรรมชอบทักจีบสาว ๆ ในไอจี พอพูดคุยจนตายใจ ก็อาศัยจังหวะเผลอ กวาดทองและเงินสดเฉียดล้าน มีเหยื่อถูกหลอกหลายราย ยังพบมีประวัติเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์อื้อโดยผู้เสียหายสาว อายุ 23 ปี เล่าว่า เธอถูกผู้ก่อเหตุทักผ่าน social media เมื่อช่วงกลางปี 2567 ในทำนองว่าสนใจและจะขอจีบพูดคุยด้วย ซึ่งตอนแรกเธอก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธที่จะพูดคุย แต่ฝ่ายผู้ก่อเหตุก็ส่งข้อความตื้อ อ้างว่าถ้าไม่พูดคุยด้วยก็จะทำร้ายตัวเอง จนเธอยอมคุยซึ่งในระหว่างที่จีบพูดคุยกันนั้น ฝ่ายชายก็อ้างว่าที่บ้านทำธุรกิจเปิดร้านจิวเวอรี่และรับซื้อทองคำ โดยได้ส่งรูปภาพเครื่องประดับจิวเวอรี่และทองคำมาให้ตน รวมทั้งทำเป็นส่งรูปภาพว่าอยู่บ้านหรูใหญ่โต ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างโปรไฟล์ว่าเป็นคนมีฐานะ นอกจากนี้ก็ยังเคยนัดเจอกันประมาณครั้งสองครั้ง ซึ่งเขาไม่ได้ดูท่าทางมีพิรุธผิดปกติแต่อย่างไร ทำตัวตามปกติ ไม่ได้แต่งกายเครื่องประดับ นอกจากนาฬิกาข้อมือเธอยอมรับว่าคุยไปคุยมาก็เกิดปันใจและตัดสินใจคบหากันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ซึ่งระหว่างที่คบหากันก็ได้พามารู้จักกับพ่อแม่ฝ่ายตนและยังได้รู้จักกับพ่อแม่ฝ่ายผู้ก่อเหตุด้วย ซึ่งพ่อแม่ฝั่งผู้ก่อเหตุก็พูดตรงกันว่าที่บ้านทำร้านทองและร้านจิวเวอรี่ จนครอบครัวฝั่งตนหลงเชื่อและเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจผู้เสียหาย เล่าอีกว่า ตนเริ่มมาเอะใจกับฝั่งชายเมื่อคบหากันได้ประมาณ 1-2 เดือน เขาก็มาขอยืมเงินตนจำนวน 300,000 บาท อ้างว่าธุรกิจที่บ้านเริ่มมีปัญหา จะเอามาหมุนธุรกิจที่บ้าน…
-
ล้นหอประชุม! ชาวบ้านกว่า 5,000 คน แห่แจ้งสิทธิทวงเงินฌาปนกิจคนตาย ค้างจ่าย 1,400 ล้านบาท
(21 มิ.ย. 69) ที่หอประชุมอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ประชาชนกว่า 5,000 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการดำเนินงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันรายชื่อสมาชิกผู้เสียชีวิต รวมถึงยอดหนี้ค้างจ่ายที่ถูกต้องตามขั้นตอนการชำระบัญชีหลังจากนายทะเบียนมีคำสั่งยุบเลิกสมาคม และศาลจังหวัดมหาสารคามแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเข้าดำเนินการสะสางปัญหา ภายหลังพบว่าสมาคมเพิกเฉยต่อการชำระบัญชีมานานกว่า 2 ปีบรรยากาศภายในหอประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หลายคนต้องต่อแถวยาวท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดเพื่อรอเช็กรายชื่อ แม้จะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยและความกังวล แต่ยังคงมีความหวังว่าจะได้รับเงินสงเคราะห์ที่ค้างจ่ายคืนนางสาวนงลักษณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เดินทางมายื่นแจ้งสิทธิในฐานะผู้รับผลประโยชน์ของคุณย่าที่เสียชีวิต โดยอยู่ในลำดับการรับสิทธิที่ 178 เดิมมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์จำนวน 3 ทุน ได้รับเงินแล้ว 2 ทุน คือ 50,000 บาท และ 100,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินในส่วนของทุน 200,000 บาท จึงต้องเดินทางมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะได้รับเงินส่วนที่เหลือหรือไม่ด้าน ทนายสิริ เอกโชติ สมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม ในฐานะคณะทำงานผู้ชำระบัญชีสมาคมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เปิดเผยว่า จากฐานข้อมูลของนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เทศบาลตำบลวาปี พบว่าทั้งสองสมาคมมีสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องรวมประมาณ 9,824 รายอย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบความผิดปกติหลายกรณี โดยมีสมาชิกบางรายเคยได้รับเงินสงเคราะห์ศพเบื้องต้นแล้ว แต่กลับไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้ที่ค้างรับเงิน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่สมาคมรายงานไว้ภายหลังผู้ชำระบัญชีมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิต่างๆ มายืนยันตัวตนแล้ว…
-
ให้ออกราชการแล้ว! ‘ร.ต.อ.’ คลั่ง ยิงปืนใส่ป้ายพรรคภูมิใจไทย
ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 สั่งให้ออกราชการ จากกรณี "ร.ต.อ." นายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ก่อเหตุบุกเข้าถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และเป็นคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่พบตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงป้ายที่ทำการศูนย์ประสานงาน ซึ่งมีภาพของนายพิชัย ถ่ายคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี กลางเมืองสุราษฎร์ธานี ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ในข้อหา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำ ร.ต.อ.เอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี รอง สว.ฝอ.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จากห้องควบคุมมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมจากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือด้วยดี โดยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น…
-
สะดุ้งทั้งโซเชียล! เอกภพ สายไหม ลั่นแรงขอให้เจอกับตัว ปม ตชด. ลั่นไกใส่วินห้วยขวาง
จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญยิงกันกลางดึกย่านห้วยขวาง ที่มี ส.ต.อ.รายหนึ่งตกเป็นผู้ก่อเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายจากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญยิงกันกลางดึกย่านห้วยขวาง ที่มี ส.ต.อ.รายหนึ่งตกเป็นผู้ก่อเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และสังคมยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดนั้นล่าสุด ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เอกภพ สายไหม โดยระบุว่า พี่ ๆ นักกฎหมายหลายคนออกมาให้ความเห็นเรื่อง ตชด. ว่าน้องทำเกินกว่าเหตุ แค่โดนรุมกระทืบทำไมต้องยิง สาธุ ขอให้พี่ ๆ เจอกับตัวบ้างนะครับโพสต์ดังกล่าวก่อนจะระบุเพิ่มเติมในคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า ผมไม่ได้บอกว่าพี่ ๆ นักกฎหมายที่เข้าข้างพี่วินผิดนะครับ แต่อยากให้พี่ ๆ ลองโดนลักเปิดถูกรุมกระทืบแบบที่น้อง ตชด. โดนดูบ้าง เผื่อจะมีความเข้าใจหัวอกเขาหัวอกเราคอมเมนต์ดังกล่าวเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมครอบครัวรับร่าง วินห้วยขวาง สะอื้นเผยลางบอกรักสุดท้าย คาใจโซเชียลเซฟ ตชด. ยันทำเกินกว่าเหตุ โดนข้อหาหนัก! ตชด. เปิดปากก่อนถูกฝากขัง…
-
จับแล้ว “ร.ต.อ.” บุกสาดกระสุน 13 นัดถล่มศูนย์ประสานงาน สส.ภูมิใจไทย
จับแล้ว “ร.ต.อ.” บุกสาดกระสุน 13 นัดถล่มศูนย์ประสานงาน สส.ภูมิใจไทย สุราษฎร์ฯ ก่อนพบพิกัดสุดท้ายจนมุมมุมตึกห้างดัง ขณะนั่งกินบุฟเฟ่ต์ชิลๆจับแล้ว “ร.ต.อ.” บุกสาดกระสุน 13 นัดถล่มศูนย์ประสานงาน สส.ภูมิใจไทย สุราษฎร์ฯ ก่อนพบพิกัดสุดท้ายจนมุมมุมตึกห้างดัง ขณะนั่งกินบุฟเฟ่ต์ชิลๆวันที่ 20 มิ.ย. 69 พล.ต.ต. สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐชนน เกิดก่อ รอง ผบก.ภ.จว.สฎ.รรท. ผกก.สภ.เสวียด ,พ.ต.ท.เชาวรัตน์ ใจห้าว รอง ผกก.ป.สภ.เสวียด เข้าตรวจสอบที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ม.6 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานของนาย พิชัย ชมพูพล สส. สุราษฎร์ธานีพรรคภูมิใจไทย และเป็นคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงเข้าใส่ป้ายที่ทำการและตัวอาคารได้รับความเสียหายจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ใช้ปืน ขนาด 9 มม. มีปลอกกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน…