Category: อาชญากรรม
-
หัวใจสลาย! พ่อรับร่างผจก. เหยื่ออุ้มฆ่าเผาอำพรางกลับบำเพ็ญกุศลบ้านเกิด
หัวใจสลาย! พ่อรับร่าง หัวใจสลาย! พ่อรับร่าง "ท๊อป" ผจก.เครื่องมือแพทย์ เหยื่ออุ้มฆ่าเผาอำพรางลพบุรี กลับบำเพ็ญกุศลบ้านเกิด เปิดโลงดูหน้าลูกครั้งสุดท้ายสุดกลั้นจากกรณี แก๊งคนร้ายอุ้มฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท๊อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ กลางกรุง ก่อนนำร่างไปเผาทิ้งให้เหลือแต่โครงกระดูกไหม้เกรียม อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 69 พ่อของนายรุทธ์ ได้เดินทางมารับศพลูกชาย เพื่อนํากลับไปบําเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ณ วัดธรรมจริยาภิรมย์ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาครโดยคุณพ่อบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากครอบครัวยังโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ต้องมาเสียลูกชายไปแบบนี้ ซึ่งวันนี้ทางคุณแม่เองก็ไม่ได้เดินทางมารับศพลูกชายด้วย เนื่องจากต้องจัดเตรียมงานอยู่ที่วัด ระหว่างพูดคุยคุณพ่อได้แต่บอกว่า “ยังเศร้าใจ” ก่อนเดินเข้าไปดําเนินการเรื่องเอกสาร เพื่อติดต่อขอรับศพลูกชายจากนั้นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพชรเกษมได้ยกโลงออกมาจากห้องเก็บศพ หลังจากที่คุณพ่อดําเนินการเรื่องเอกสารแล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดโลงให้คุณพ่อดูร่าง เพื่อยืนยันศพ ระหว่างนั้นทางคุณพ่อ และญาติที่เดินทางมาด้วยได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายสภาพศพ ซึ่งคุณพ่อได้จับร่างของลูกชายบอกให้กลับบ้านด้วยกัน ก่อนปิดโลงและยกขึ้นรถของมูลนิธิเพชรเกษม ทันทีที่ยกโลงขึ้นคุณพ่อได้ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจก่อนจะเดินขึ้นรถ เพื่อนําร่างลูกชายกลับไปประกอบพิธีบําเพ็ญกุศลต่อไปทั้งนี้ทางมูลนิธิเพชรเกษมจะนําร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ…
-
เมียมืดแปดด้าน! “อดีตทหารยศพันเอก” ถูกยิงดับหน้าบ้านคาจักรยานคู่ใจ ทั้งที่ไร้ศัตรู
คนร้ายซุ่มยิงอดีตทหาร ยศพันเอก วัย 71 ปี ขณะปั่นจักรยานออกกำลังกายเสียชีวิต ทั้งที่ อีก 10 เมตรจะเข้าบ้านเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 เวลา 18.59 น. พ.ต.ท.ทองสุข พงษ์ขำ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองม่วง ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงบริเวณปากทางเข้าบ้านเลขที่ 31/3 หมู่ที่ 4 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจงานสืบสวน สภ.หนองม่วง ตำรวจงานสืบสวน ภ.จว.ลพบุรี แพทย์ รพ.หนองม่วง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูร่วมเดินทางไปยังที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุพบร่าง พันเอกสารเดช อายุ 71 ปี นายทหารนอกราชการ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณ หัวไหล่ , ลำคอ และโคนขาซ้าย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ร่างทับรถจักรยานเสือภูเขา สอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่า พันเอกสารเดช กำลังขี่จักรยานยนต์ออกกำลังกาย จากบ้านไปบริเวณรอบๆ ตามปกติแบบนี้ทุกวัน…
-
เพจบิ๊กเกรียน แฉต้นเหตุ อุ้มผู้จัดการท็อป จากคลิปหลุดอดีตเมีย พลั้งมือซ้อมหนักจนตาย
เพจบิ๊กเกรียน แฉเบื้องลึก ปมจ้างอุ้มฆ่าผู้จัดการท็อป โยงคลิปหลุดอดีตเมีย แฉพลั้งมือซ้อมหนักจนเสียชีวิตจากคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ “ผจก.ท็อป” ซึ่งตำรวจได้จับกุม “นายสรวีย์” ผู้บงการ และ “น.ส.เบญญาภา” คนสนิทไปแล้วนั้น ล่าสุด เพจข่าวชื่อดังอย่าง “บิ๊กเกรียน” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเชิงเล่านิทานเพื่อสรุปเบื้องหลังและแรงจูงใจของคดีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การบางส่วนที่ตำรวจเคยเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้1. ชนวนเหตุจาก “คลิปหลุด”เพจบิ๊กเกรียนระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากกรณีที่มีคลิปของอดีตภรรยาหลุดว่อนโซเชียล ทำให้คนเป็นอดีตสามี (นายสรวีย์) เกิดความโกรธแค้นและต้องการสืบหาตัวการว่าใครเป็นคนปล่อยคลิป และปัจจุบันอดีตภรรยากำลังคบหาอยู่กับใคร2. สั่งคนสนิทจ้างนักสืบเมื่อต้องการรู้ความจริง อดีตสามีจึงได้สั่งการให้หญิงคนสนิทที่เปรียบเสมือนเลขาฯ (คาดว่าเป็น น.ส.เบญญาภา ไปจัดการสืบเรื่องนี้ เลขาฯ จึงไปว่าจ้างทีมนักสืบเอกชน ซึ่งข้อมูลสุดช็อกที่เพจดังแฉคือ ในทีมนักสืบเอกชนนี้มี จ.ส.ต. สังกัดตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ร่วมรับงานอยู่ด้วยก่อนแล้ว3. จ้างแก๊งอุ้ม 3 แสนบาท หวังแค่สั่งสอนและหาคลิปเมื่อทีมนักสืบสืบจนรู้ว่าผู้ชายที่มาติดพันอดีตภรรยาคือ “ผจก.ท็อป” จึงได้มีการว่าจ้าง ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรือ “ไอ้อาร์ท” (หัวหน้าทีมอุ้มที่กำลังหนีไปลาว) ในราคา 300,000 บาท เพื่อให้จัดหาทีมงานไปดักอุ้มตัวเป้าหมาย มีจุดประสงค์หลักคือ…
-
ขุดประวัติ สรวีย์ สั่งอุ้มฆ่า ผจก.ท็อป โปรไฟล์สุดอึ้ง! โยงคดีดังสะเทือนประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก ในคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่และสร้างความฮือฮาให้กับสังคมอย่างมากวันที่ 6 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก ในคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่และสร้างความฮือฮาให้กับสังคมอย่างมากจากการสืบค้นประวัติของนายสรวีย์ พบว่าเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าข่าวสำคัญของประเทศไทยมาแล้วสำหรับประวัติของนายสรวีย์ หรือชื่อจริงคือ ซี รัฐพิทักษ์ถิรดา เป็นบุคคลที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ผู้การแต้ม อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก จะต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าก่อเหตุอุกอาจท้าทายกฎหมายเช่นนี้มีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมถึงประวัติของนายสรวีย์ว่า เขาคืออดีตสามีของสาวคนดังที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารประจำทางสาย มธ.ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2553นอกจากนี้ นายสรวีย์ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น…
-
สลด!ชายวัย 61 ปีจุดไฟเผาหญ้าในไร่อ้อย หนีไม่ทันไฟคลอกเสียชีวิต
สลด!ชายวัย 61 ปี จุดไฟเผาหญ้าในไร่อ้อย หนีไม่ทันสำลักควันหมดสติ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตสลด!ชายวัย 61 ปี จุดไฟเผาหญ้าในไร่อ้อย หนีไม่ทันสำลักควันหมดสติ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตวันที่ 6 มี.ค.69 เมื่อเวลา 12.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ภายในไร่อ้อย บริเวณบ้านสระหลวง ตำบลขามสมบูรณ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยพบศพนายสุพจน์ อายุ 61 ปี สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่กลางพื้นที่เกิดเหตุ ตามร่างกายมีร่องรอยถูกไฟไหม้จากการถูกเพลิงคลอกจากการสวบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.ผู้เสียชีวิตได้ออกจากบ้านพักไปตัดหญ้าในบริเวณไร่อ้อยดังกล่าว ก่อนที่เวลาประมาณ 12.00 น.ชาวบ้านใกล้เคียงจะสังเกตเห็นไฟไหม้ลุกลามเป็นวงกว้างในพื้นที่ จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนและประสานรถดับเพลิงเข้าช่วยระงับเหตุหลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในจุดเกิดเหตุ คาดว่าอาจเกิดจากการจุดไฟเผาหญ้าแล้วไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะพยายามดับไฟผู้เสียชีวิตอาจสำลักควันจนหมดสติ ก่อนถูกไฟคลอกเสียชีวิตเบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลคง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
-
เปิดหน้าแก๊งสังหาร อุ้มฆ่าผู้จัดการท็อป สางปมรักซ้อน คลิปลับ 4 สาว สืบรวบตัวการใหญ่
สรุปมหากาพย์คดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “ผู้จัดการท็อป” สางปมรักซ้อน สู่การรวบตัวการใหญ่ เปิดรายชื่อทีมสังหาร 8 คนนับเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญประชาชนทั้งประเทศกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของนายรุทธ์ หรือ “ท็อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ถูกแก๊งคนร้ายบุกอุ้มตัวไปอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ย่านรัชดาภิเษก ซอย 18ในเวลาต่อมาพบร่างของเขาถูกฆาตกรรม เผาอำพรางศพอย่างโหดเหี้ยมภายในตึกร้างที่จังหวัดลพบุรี ล่าสุดคดีนี้มีความคืบหน้า ทั้งการจับกุมผู้บงการและการเปิดเผยรายชื่อทีมอุ้มครบทั้งแก๊งรวบตัวการใหญ่คาบ้านพัก พร้อมเจอข้อหาหนักการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การขอศาลอนุมัติหมายจับตัวการใหญ่ 2 ราย คือ “นายสรวีย์” และ “นางสาวเบญญาภา” (เบ็น) เจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าจับกุมตัวทั้งคู่ได้เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พักนายสรวีย์ และนางเบ็นถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่ เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ, ทำลายหรือเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรเปิดรายชื่อ 8 ทีมสังหารสำหรับขบวนการที่รับจ้างมาลงมืออุ้มคุณท็อปนั้น ตำรวจสืบสวนพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 8 ราย แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ขณะนี้ 7 รายถูกจับกุมตัวและส่งศาลอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยคนที่ 1 คือ ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์…
-
พูดแล้ว! กิ๊กสาวเล่าหมดเปลือก ถึง ผจก.ท็อป เผยยิ่งตกใจ แม้คบกันได้แค่ 5 เดือน
ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มในคดีอุ้มสังหาร นายรุทธ์ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาใหม่ 2 รายคือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภาจากกรณี ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มในคดีอุ้มสังหาร นายรุทธ์ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาใหม่ 2 รายคือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ถูกออกหมายจับในฐานะผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมข้อหาร้ายแรงอื่น ๆ ได้แก่ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำลายหรือซ่อนเร้นศพ และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรต่อมาในช่วงกลางดึกวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พักขณะเดียวกันมีข้อมูลว่า ผู้จัดการหนุ่มผู้เสียชีวิตกำลังจะแต่งงานกับแฟนสาวในวันที่ 7 มีนาคมนี้ แต่ระหว่างเตรียมงานแต่ง มีความสัมพันธ์กับกิ๊กสาวอายุประมาณ 40 ปี โดยทั้งสองคบหากันมาประมาณ 7 เดือน ทั้งที่ฝ่ายหญิงทราบว่าฝ่ายชายมีแฟนและกำลังจะแต่งงานล่าสุด กิ๊กสาวเปิดเผยว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมอุ้มฆ่า และไม่รู้จักผู้ต้องหาคนใดเลย พร้อมยืนยันว่าแม้จะรู้ว่าฝ่ายชายกำลังจะแต่งงาน แต่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบตลอด…
-
คุมตัว “ผู้บงการใหญ่-หญิงคนสนิท” คดีจ้างอุ้มฆ่า “ผจก.” ค้นรถเจอชุดทหาร-บัตรทนายฯ
ตำรวจคุมตัว “ผู้บงการใหญ่-หญิงคนสนิท” คดีจ้างอุ้มฆ่า “ผจก.” นำร่างเผาในห้องน้ำบ้านร้างลพบุรี เบื้องต้นให้การปฏิเสธ เตรียมต่อสู้คดีแต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วนโยงปัญหาภายในครอบครัว ส่วน “ว่าที่ ร.ต.” อยู่ระหว่างการหลบหนี คาดข้ามแดนไปลาววันที่ 6 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมา ที่ สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บชน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 2 ชุดสืบสวนติดตามคดี ได้นำผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญาเข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือท็อป ผจก. บ.จำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยมี พลต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเองพลต.ต.โชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คนได้ขณะกำลังเดินทางออกจากที่พัก ช่วงเวลา…
-
จับแล้ว บอสใหญ่ – หญิงคนสนิท คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม อำพรางบ้านร้างลพบุรี
กลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สน.สุทธิสาร พร้อมตำรวจสืบสวนนครบาล ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาย 1 คนและหกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สน.สุทธิสาร พร้อมตำรวจสืบสวนนครบาล ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน ตามหมายจับศาลอาญา ในคดีจ้างวานอุ้มฆ่า นายรุทธ์มณีประเสริฐ หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ หลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ภายในไม่กี่ชั่วโมงตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวนนครบาล และฝ่านสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี โดยมี พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเองพลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เปิดเผยว่า…
-
ตร.สนธิกำลัง รวบผู้ต้องหา คดีจ้างวานฆาตกรรม พร้อมสาวคนสนิท “คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ ผจก.บริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์” ผู้บังคับการฯ รุดสอบด้วยตัวเอง
ตร.สนธิกำลัง รวบผู้ต้องหา คดีจ้างวานฆาตกรรม พร้อมสาวคนสนิท "คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ ผจก.บริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์" ผู้บังคับการฯ รุดสอบด้วยตัวเองเวลา 00.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวนนครบาล และฝ่านสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีโดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายสอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ถูกจับกุมในฐานะ "ผู้ใช้จ้างวาน" ให้ผู้อื่นฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาหนักอย่าง ร่วมกันเคลื่อนย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และอั้งยี่ซ่องโจรนาวสาวบอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สาวคนสนิทที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง, ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จากฐานความผิดที่แจ้งระบุว่า…