Category: อาชญากรรม

  • อัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์

    ภาพไฮไลต์อัยการคดีพิเศษ ยันไม่ได้เร่งยื่นคำร้องยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ไวเกินไป ชี้ทำตามกรอบ 90 วันตามกฎหมาย ระบุทรัพย์กว่า 73 ล้านบาทยึดไว้เพื่อคืน “เจ๊อ้อย” เตรียมอุทธรณ์หลังศาลยกคำร้อง ภายใน 30 วันวันที่ 24 ก.พ. นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เปิดเผยถึง การยึดทรัพย์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดมี 2 ส่วน ส่วนแรก คดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568 อัยการรับสำนวนมาเมื่อเดือน ก.พ.68 และได้ยื่นไต่สวนคำร้องเมื่อ 10 มี.ค.68 ทรัพย์สินเป็นเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพักอาศัย และที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาทส่วนที่สอง คดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568 ปปง.ส่งมาทีหลัง เมื่อ 30 ก.ค.68 เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 23 รายการ เช่น…

  • ภาพวงจรปิดชัด! แฟนเก่าจอดกระบะตู้ทึบดักรอ ก่อนพุ่งบี้ร่าง 2 ผัวเมียดับ

    ภาพวงจรปิดชัด! มัดตัวแฟนเก่า ซุ่มจอดกระบะตู้ทึบดับไฟหน้ารถ ก่อนพุ่งบี้ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับสยอง ตำรวจตรวจเจอฉี่ม่วง-จ่อฟันฆาตกรรมภาพวงจรปิดชัด! มัดตัวแฟนเก่า ซุ่มจอดกระบะตู้ทึบดับไฟหน้ารถ ก่อนพุ่งบี้ขยี้ร่างอดีตแฟนสาว-สามีดับสยอง ตำรวจตรวจเจอฉี่ม่วง-จ่อฟันฆาตกรรมจากกรณีอุบัติเหตุที่มีรถกระบะตู้ทึบ ซึ่งมีนายกฤษฎา อายุ 35 ปี เป็นคนขับ พุ่งชนรถจักรยานยนต์สองผัวเมีย คือ น.ส.พรรณนิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี และนายวิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี จนเสียชีวิตคาที่ ในสภาพที่นายวิเชษฐ์นั้นถูกล้อหลังทับร่างคาพื้นถนน ซึ่งคนขับรถกระบะตู้ทึบ ให้การอ้างว่า ตนเองหักหลบรถจักรยานยนต์ที่ตัดหน้าจนทำให้เสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ของสองผัวเมียคู่นี้ด้านญาติของผู้ตายฝ่ายหญิง หลังทราบเรื่องเดินทางมายังที่เกิดเหตุพอทราบตัวคนขับคู่กรณี ต่างพากันมั่นใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุทั่วไป แต่คาดว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากตัวของคนขับรถกระบะตู้ทึบ เป็นอดีตแฟนของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิต ส่วนฝ่ายชายที่เสียชีวิตก็คือสามีของฝ่ายหญิง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการขับรถไล่ชนสามีของฝ่ายหญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง และตัวผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมเลิกลา และตามราวีฝ่ายหญิงมาตลอดกระทั่งมาเกิดเหตุในครั้งนี้ล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้า พบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ โดยภาพวงจรปิดริมถนนเทพารักษ์ก่อนถึงที่เกิดเหตุไม่ไกล จับภาพได้ในช่วงเวลา 21.39 น.ของวันที่ 23 ก.พ. 69 จับภาพได้ในขณะที่นายกฤษฎาขับรถกระบะตู้ทึบคันเกิดเหตุมาจออดริมถนน ก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าออกห้องพักของฝ่ายหญิง…

  • ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน “ทนายตั้ม” คดี “เจ๊อ้อย”

    ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน ด่วน! ศาลแพ่งยกคำร้อง-สั่งคืนทรัพย์สิน "ทนายตั้ม" ทุกรายการ ชี้ปม "เจ๊อ้อย" ให้โดยเสน่หา ไม่ใช่การฟอกเงิน ไม่มีพฤติกรรมฉ้อโกงจากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม กับพวกเป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เศรษฐินีชาวไทย กว่า 100 ล้านบาท และถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึด และอายัดทรัพย์สินไว้ กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน จำนวน 3 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาทจากนั้นดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน ซึ่งตรวจพบในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (เพิ่มเติม) จำนวน 25 รายการ เช่น สินค้าแบรนด์เนม และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ รวมมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์ที่ใช้ชื่อว่า…

  • ศาลยกคำร้อง ปปง. ชี้หลักฐานไม่ถึง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม”

    ศาลแพ่งรัชดาฯ ยกคำร้อง ปปง. คดีขอให้ทรัพย์ 26 รายการ มูลค่า 74 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ชี้พยานฝ่ายผู้ร้องมีน้ำหนักไม่เพียงพอรับฟังว่ามีความผิดมูลฐาน สั่งคืนทรัพย์ทั้งหมดให้เจ้าของศาลแพ่งถนนรัชดาภิเษกอ่านคำพิพากษาคดีที่สำนักงาน ปปง. ยื่นขอให้ทรัพย์สินของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด และภรรยา ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง “เจ๊อ้อย” ลงทุนแอปฯ ลอตเตอรี่ 71 ล้านบาท ศาลวินิจฉัยพยานหลักฐานฝ่ายผู้ร้องมีเพียงพยานบอกเล่า น้ำหนักไม่เพียงพอรับฟังว่ามีความผิดมูลฐาน สั่งยกคำร้องและคืนทรัพย์สินให้เจ้าของเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิดกรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัด ทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดิน ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อยกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ…

  • ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้”ทนายตั้ม” คดีฉ้อโกง”เจ้อ้อย”

    เปิดเหตุผลศาลเเพ่ง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านให้ทนายตั้ม -ภรรยา ในคดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย หลังพบพิรุธ อัยการคดีพิเศษ นำ ปปง.สืบเเค่ปากเดียว ทำให้น้ำหนักน้อยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิดกรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดินในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อยกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(18) และความผิดฐานฟอกเงิน มาตรา 5 และ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ยึดและอายัดจำนวน 26 รายการ ของ ทั้งสองสำนวนรวมราคาประเมินทั้งสิ้น 74,198,527 บาทพร้อมดอกผล…

  • สะเทือนใจ! เปิดแชตด.ญ.วัย 14 ปี ขายบริการให้ตำรวจกลับถูกหลอกเอาฟรี

    สุดสะเทือนใจ! เปิดแชตด.ญ.วัย 14 ปี ส่งข้อความหาถึง “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เผยเคยขายบริการทางเพศให้ตำรวจดังสุพรรณบุรี ขับฟอร์จูนเนอร์สีขาว แต่กลับถูกโกงเงิน อ้างว่าหายจากกรณี “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” บุกช่วยสาววัย 14 ปี ในพื้นที่ จ.ชัยนาท ถูกสาวรุ่นพี่นางนกต่อลวงไปให้วัยรุ่นชาย 5 คน ผลัดกันรุมโทรมและอัดคลิปประจาน หลังแค้นไม่ยอมรับงานขายบริการทางเพศให้กับลุกค้า ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และบางส่วนยังเป็นคนมีสี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อความจากผู้เสียหาย ด.ญ.วัย 14 ปี รายหนึ่ง ที่ส่งให้กับ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” โดยระบุว่า "พอดี หนุเคยทำกับคนที่ออกข่าว กับตำรวจหนูก็เคยทำคะ มีรอบนึงเขาเคยโกงตังหนุไปคะ เขาบอกหายแต่ไม่รู้จริงรึป่าว หลอกหนูหลายรอบมากคะ เป็นตำรวจสุพรรณบุรีคะขี่ฟอร์จูนเนอร์สีขาว"ทั้งนี้ทาง “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้ถามกลับว่า "หนูอยู่ที่ไหนคะ ตำรวจที่ไหน รู้ชื่อ มั้ย มีรูปมั้ย หรือมีแชตมั้ย หนูมีหลักฐานอะไรบ้าง"

  • ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

    ภาพไฮไลต์ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จับหนุ่มขายอาหารนก-รับถ่ายคลิป “ประตูท่าแพ” กลางเมืองเชียงใหม่ หลังชูนิ้ว แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน อ้างโดนต่อว่าก่อนจากกรณีโซเชียลแชร์คลิป คนรับจ้างถ่ายภาพและขายอาหารนกให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณลานประตูท่าแพในตัวเมืองเชียงใหม่ โต้เถียงและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมใส่นักท่องเที่ยว มีการท้าทายแลบลิ้น ใส่นักท่องเที่ยว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่นั้นล่าสุด (23 ก.พ.69) พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.สืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนสามารถจับกุม นายสมชัย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงรายได้ที่บริเวณริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานจากการสอบสวน นายสมชัย ยอมรับว่า เป็นบุคคลในคลิปจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาขอถ่ายภาพพร้อมกัน 2 กลุ่ม ตนจึงเลือกให้บริการกลุ่มแรกก่อน ทำให้นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มไม่พอใจ และมีการต่อว่าเป็นภาษาจีน ซึ่งตนฟังและพูดภาษาจีนได้ จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และโต้ตอบกลับไปและชูนิ้วกลางตามที่ปรากฏในคลิปทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายสมชัย ได้มาเช่าโรงแรมหรู ฝั่งตรงข้ามกับข่วงประตูท่าแพพักอาศัย ช่วงกลางวันจะมารับถ่ายคลิปให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งรายได้ดีมาก วันละหลายพันบาท จนสามารถเช่าห้องพัก โรงแรมหรู ได้อย่างสบาย และปักหลักหากินบริเวณประตูท่าแพมาเป็นเวลานาน…

  • งามไส้! ‘นักเรียน-อยุธยา’ เปิดศึกไล่ฟันกลางถนน ขี่จยย.ชนคู่กรณี แต่ตัวเองเจ็บสลบ

    ว่อนเน็ต! คลิปวีดีโอกลุ่มนักเรียนชั้นมัถยมศึกษา โรงเรียนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดศึกใช้มีด-ดาบ ไล่ฟันกันกลางถนน แถมมีการขี่จยย.พุ่งชนคู่กรณี จนตัวเองบาดเจ็บนอนสลบแน่นิ่ง เหตุเกิดริมถนน สายอยุธยา–วังน้อย ช่วงก่อนถึงทางตัดถนนพหลโยธินเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 บริเวณถนนโรจนะ สายอยุธยา–วังน้อย ช่วงก่อนถึงทางตัดถนนพหลโยธิน พื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากภาพในคลิปพบว่า นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งสวมเครื่องแบบนักเรียนกางเกงขาสั้น บางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตทับ ขณะที่อีกกลุ่มสวมกางเกงวอร์ม เสื้อแจ็คเก็ต และรองเท้าผ้าใบสีดำแบบนักเรียน ทั้งสองฝ่ายใช้อาวุธมีดและอุปกรณ์ลักษณะคล้ายตะขอเกี่ยวหญ้า ไล่ทำร้ายกันกลางถนน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมา ระหว่างเกิดเหตุ ยังมีกลุ่มนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสมทบ ก่อนพุ่งชนคู่กรณี ส่งผลให้จักรยานยนต์ล้มคว่ำ นักเรียนชายที่ขับขี่ได้รับบาดเจ็บนอนสลบแน่นิ่งบนพื้นถนนทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า "…อยุธยาเอาอีกแล้ว นักเรียนเอ๊ย นักเรียน #อยุธยา #ถ้าพวกเธอเกิดไวกว่านี้กรุงศรีคงไม่แตก…" ซึ่งหลังเผยแพร่คลิปได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมความรุนแรงของกลุ่มนักเรียน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายและหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกภายหลังผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุ บนถนนมีร่องรอยพื้นถนนขูดเป็นทางยาว และบริเวณเกาะกลางถนนยังพบนาฬิกา ข้อมือ Casio สีดำสายนาฬิกาขาดตกอยู่ 1 เรือน…

  • ชายคลุ้มคลั่งวิ่งข้ามมอเตอร์เวย์ กระบะพุ่งชนบาดเจ็บสาหัส รถติดยาว

    ชายคลุ้มคลั่งวิ่งข้ามมอเตอร์เวย์ กระบะเบรกไม่ทันพุ่งชนบาดเจ็บสาหัส ทำรถติดยาวชายคลุ้มคลั่งวิ่งข้ามมอเตอร์เวย์ กระบะเบรกไม่ทันพุ่งชนบาดเจ็บสาหัส ทำรถติดยาวเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้า บริเวณถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 ตอน 5 ฝั่งขาเข้าชลบุรี ก่อนถึงพัทยาเหนือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายอายุประมาณ 30–35 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลถลอกตามร่างกายและศีรษะแตก อยู่ในอาการตกใจ พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปัทมาคุณ ใกล้กันพบรถกระบะ สภาพด้านหน้าฝั่งขวาพังเสียหายจากการเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากตำรวจทางหลวงว่ามีบุคคลได้รับบาดเจ็บไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเดินทางมาถึง ชายคนดังกล่าวเห็นรถกู้ภัยแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถ ก่อนปีนข้ามแบริเออร์ไปยังอีกฝั่ง ทำให้รถกระบะที่ขับมาทางตรงพุ่งชนอย่างแรงด้านคนขับรถกระบะ ให้การว่า ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน เมื่อพ้นช่วงสะพานมาถึงจุดเกิดเหตุ ชายผู้บาดเจ็บได้กระโดดข้ามแบริเออร์และวิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน อีกทั้งมีรถวิ่งตามหลังมาหลายคัน จึงไม่สามารถเบรกกะทันหันได้ แม้พยายามหักหลบแล้ว แต่ไม่พ้น จึงชนเข้าอย่างจังจนรถได้รับความเสียหาย

  • สุดสลด! 18 ล้อขยี้ “น้องนนท์” วัย 5 ขวบดับคาไฟแดงบางขวัญ

    สุดสลด! 18 ล้อขยี้ สุดสลด! 18 ล้อขยี้ "น้องนนท์" วัย 5 ขวบดับคาไฟแดงบางขวัญ แม่ขี่ จยย. พาลูกไปทำธุระ ก่อนถูกชนทับศีรษะต่อหน้าต่อตา ตร.เร่งเช็กวงจรปิดคลายปมจังหวะมรณะเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสามแยกไฟแดงบางขวัญ ถนนสายฉะเชิงเทรา–บางน้ำเปรี้ยว ต.บางขวัญ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุในที่เกิดเหตุพบรถพ่วงบรรทุกจอดอยู่กลางแยก สภาพด้านหน้ามีร่องรอยการชน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่บนพื้นถนน และพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ น้องนนท์ อายุ 5 ปี ซึ่งในวันนี้ไม่ได้ไปโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตนั้นทางนางศรีสุดา อายุ 29 ปี มารดาได้ขี่รถจักรยานยนต์พาน้องนนท์ไปทำธุระ โดยที่น้องนนท์ได้นั่งอยู่ด้านหน้ารถจักรยานยนต์จากการบอกเล่าของคนขับรถ 18 ล้อ ทราบว่า รถจักรยานยนต์ และรถ 18…