Category: อาชญากรรม

  • ซอง ดูฮี มั่นใจน้องไม่ตายฟรี พบเงื่อนงำกกน.เปื้อนเลือดก่อนดิ่งสะพานขาว

    “ซอง ดูฮี” อินฟลูฯ ชื่อดัง มั่นใจน้องสาวไม่ตายฟรี หลังพบเงื่อนงำ “กกน.เปื้อนเลือด -โทรศัพท์ถูกซ่อน” ใต้เบาะรถ ก่อนดิ่งสะพานขาว มั่นใจมีเบื้องหลัง"ซอง ดูฮี" อินฟลูฯ ชื่อดัง มั่นใจน้องสาวไม่ตายฟรี หลังเงื่อนงำ "กกน.เปื้อนเลือด -โทรศัพท์ถูกซ่อน" ใต้เบาะรถ ก่อนดิ่งสะพานขาว มั่นใจมีเบื้องหลังวันที่ 20 ม.ค. 69 จากกรณีเหตุสลด นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ตัดสินใจจบชีวิตบริเวณสะพานขาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 โดยต่อมา นายศุกล เครือเสน หรือ “ซอง ดูฮี” ยูทูบเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นักกิจกรรมเพื่อสังคมชื่อดังชาวอีสาน ได้ออกมายืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ น้องสาวแท้ๆ ของตนเองต่อมา ซอง ดูฮี ได้ตั้งข้อสังเกตถึงเงื่อนงำบางประการก่อนเกิดเหตุ โดยโพสต์ข้อความว่า “อะไรดลใจให้กูเอ๊ะใจ อะไรดลใจให้กูช่วยมึง มึงไม่ตายฟรีน้อง กูสงสารมึงเด”ก่อนที่ครอบครัวได้ตัดสินใจนำร่างผู้เสียชีวิตส่งตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ รวมถึงประเด็นสิ่งของบางอย่างที่หายไป…

  • ล่าฆาตกรโหด! ย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมดับคาเคาน์เตอร์ก่อนชิงทรัพย์หนี

    ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพ ฆาตกรใจเหี้ยม! สุดโหดย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมไม่ยั้ง ดับคาเคาน์เตอร์ ก่อนกวาดทรัพย์สินหลบหนีลอยนวลชาวเน็ตแห่แชร์ภาพ ฆาตกรใจเหี้ยม! สุดโหดย่องทุบหัวพนักงานสาวโรงแรมไม่ยั้ง ดับคาเคาน์เตอร์ ก่อนกวาดทรัพย์สินหลบหนีลอยนวลวันที่ 20 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์ คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกลางเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการเผยแพร่ภาพชายต้องสงสัย อายุประมาณ 35-40 ปี ก่อเหตุทำร้ายพนักงานหญิงของโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จนเสียชีวิต ก่อนชิงทรัพย์แล้วหลบหนีไปโดยประชาชน และเพจข่าวต่างๆ ร่วมกันแชร์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Rung Rung Pos” โพสต์ข้อความระบุว่า “ช่วยแชร์หน่อยนะคะ สงสารน้องผู้เสียชีวิต ในรูป คือคนร้าย ที่ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ ในขณะที่ผู้ตายน้องผู้หญิงหลับในที่ทำงาน (ยังจับไม่ได้) โดยใช้ของแข็ง ในการลงมือ เหตุเกิดในอำเภอหัวหิน โปรดช่วยกันแชร์หรือสังเกตุบุคคลต้องสงสัย แล้วโทรแจ้ง191 เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อน”อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.07 น. วันที่ 19 ม.ค. 69 ขณะพนักงานสาวนั่งหันหลังอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรมแห่งหนึ่ง คนร้ายแอบย่องเข้าไป ก่อนปีนข้ามเคาน์เตอร์ไปด้านหลัง…

  • สุดโหด! คนร้ายย่องเข้าโรงแรม ใช้เหล็กกระหน่ำตีพนักงานสาวดับคาเคาน์เตอร์โรงแรมในหัวหิน ก่อนชิงทรัพย์แล้วหลบหนีตำรวจเร่งล่าตัว

    ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานคดีสะเทือนขวัญ หลังมีการเผยแพร่ภาพชายต้องสงสัย อายุประมาณ 35-40 ปี ก่อเหตุทำร้ายพนักงานหญิงโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเสียชีวิต ก่อนชิงทรัพย์แล้วหลบหนีไป โดยประชาชนและเพจข่าวต่าง ๆ ในพื้นที่ ช่วยกันแชร์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายจากการสืบสวนทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 03.07 น. ของวันที่ 19 มกราคม 2569 ขณะพนักงานสาวกำลังนั่งหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับ คนร้ายได้แอบย่องเข้าไปภายในโรงแรม ก่อนปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปด้านหลัง จากนั้นใช้อาวุธเหล็กกระหน่ำตีศีรษะกว่าสิบครั้ง จนพนักงานสาวทรุดลงกองกับพื้นเสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะชิงทรัพย์สินแล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วต่อมา พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แกะรอยเส้นทางหลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานจากพยานแวดล้อมอย่างละเอียด โดยมีคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลจังหวัดหัวหินออกหมายจับบุคคลตามภาพจากกล้องวงจรปิดได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมโหดเหี้ยม เป็นอันตรายต่อสังคมทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะใกล้เคียงกับภาพผู้ต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน หรือโทรศัพท์สายด่วน 191 ทันที

  • วิจารณ์หนัก! “เจ๊เอ๋” ประกาศห้ามทุกพรรคการเมือง ติดป้ายหาเสียงในชุมชน

    วันที่ 19 มกราคม 2569 นางณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือ เจ๊เอ๋ คนดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “เจ๊เอ๋ งอแง ตัวดี” ระบุว่า “ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครทุกพรรคมาติดแผ่นป้ายมาหาเสียงในชุมชน #ก่อนเข้ามาพูดคุยกัน”“เหตุผลพอไหมที่จะคุยกันก่อน พอถึงเวลาหาเสียงเข้ามาได้ทุกซอกทุกซอย พอชาวบ้านเดือดร้อน บอกไม่ใช่ส่วนรับผิดชอบเวลานั้นขอกันจัง เสียงก็ซื้อกันจริง หัวคะแนนหน้าเชิดอยู่บนหลังคา พอถึงเวลาซื้อเสียงค่อยคุยกับชาวบ้าน”หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ โดยส่วนใหญ่ระบุว่า การติดป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะไม่สามารถห้ามได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของรัฐ ไม่อยู่ภายใต้สิทธิ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงไม่สามารถยึดถือหรืออ้างอภิสิทธิ์เหนือพื้นที่สาธารณะได้ และอาจจะผิดกฎหมายการเลือกตั้งด้วยขณะนี้เพจดัง อย่าง “ท่านเปา” ได้เข้ามาคอมเมนต์ว่า “ถ้าเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะ แบบนี้กฎหมายเลือกตั้งเค้าให้ห้ามกันเองได้ด้วยเหรอถ้าไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว แบบนี้ถือว่ากีดกันการหาเสียง ระวังจะผิดกฎหมายเลือกตั้งนะ”ด้านเจ๊เอ๋ ตอบกลับว่า “เวลาชุมชนเดือดร้อนขออะไร สส.นักการเมือง ท้องที่ท้องถิ่นบอกไม่มีอำนาจ แต่เวลานี้มาหาเสียงเหรอ ห้ามแต่ต้องมาคุยกันก่อนแบบนี้ ข้อกฏหมายแบบไหนคะ”

  • จนมุมแล้ว มือยิงหัวหน้าวงดนตรี เปิดปากแผนสุดเหี้ยม 10 ล้อปิดทาง ก่อนลูกซองกรอกดับแค้น

    จับแล้ว 4 เหลืออีก 1 มือยิงหัวหน้าวงดนตรีโคราชเปิดปากสารภาพพฤติกรรมเหี้ยม ! วางแผนใช้รถ 10 ล้อ 6 ล้อจอดขวางปิดหัวท้าย บังคับหยุดรถก่อนลงไปยิงกรอกปากสังหารโหดหัวหน้าวงดนตรีดัง ชนวนเหตุเขม่นคิวงานและมีปากเสียงในร้านอาหารก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมงในที่สุดคดีสุดสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ที่ผู้ตาย นายพิเชษฐ์ อายุ 47 ปี มือกลองและหัวหน้าวงดนตรี “ร้ายกาจแบนด์” ถูกกลุ่มคู่อริลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยอาวุธปืนลูกซองจนเสียชีวิตสลดบริเวณแยกทางเข้าบ้านหนองพลวง ถนนสายด่านขุนทด-เทพารักษ์ จ.นครราชสีมาล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว และชุดสืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา แถลงผลการจับกุม นายนิรันดร์ อายุ 41 ปี มือปืน ผู้ลงมือสังหาร นายพิเชษฐ์ มือกลองและหัวหน้าวงดนตรี พร้อมพวกที่ร่วมขบวนการรวม 4 คน โดยกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันวางแผนฆ่าอย่างเป็นระบบรายละเอียดของแผนฆาตกรรมที่เหี้ยมโหดซึ่งนายนิรันด์ หัวหน้าแก๊งเปิดปากสารภาพ โดยเจ้าตัวเป็นหัวหน้าทีมและมือปืนที่ลงมือยิงกรอกปากผู้ตายด้วยปืนลูกซองเบอร์ 11 เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2569 โดยมี นายสินชัย (ขอสงวนนามสกุล) ทำหน้าที่ขับรถเก๋งสีดำจอดขวางเป็นคันแรก และนายชัย…

  • แฉ “DJ มือปลาหมึก” อ้างดันงานก่อนลากถ่ายเซ็กซี่-ขืนใจ เหยื่อโผล่โหนกระแส

    กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวขุดรากถอนโคน “ดีเจรุ่นใหญ่” โปรไฟล์หรู รับสอนดีเจบังหน้าแต่แฝงพฤติกรรมสุดโฉด ใช้โอกาสความเป็นครูสร้างความเชื่อใจ ก่อนลวงเหยื่อถ่ายภาพสยิวแบล็กเมล์หวังล่วงละเมิดทางเพศ พบเหยื่อโผล่เพียบ พฤติการณ์ซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมายกำลังเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากพร้อมใจกันออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของดีเจรายหนึ่งที่ได้รับฉายาว่า “ดีเจมือปลาหมึก” ซึ่งใช้ตำแหน่งหน้าที่และการเป็นที่รู้จักในวงการ มาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากหญิงสาวที่ฝันอยากก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีเนื้อหาล่าสุดจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ท่านเปา” เปิดโปงยับเยินวันนี้ (19 ม.ค.) ! โดยจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สลดมักเริ่มจากการที่เหยื่อติดต่อเข้าไปเพื่อขอเรียนทักษะการเป็นดีเจ หรือขอคำแนะนำเรื่องงาน โดยดีเจรายนี้จะสวมบทบาทเป็น “ครูผู้ใจดี” พร้อมอ้างสรรพคุณว่าตนเองมีพาวเวอร์เพียงพอที่จะช่วย “ดันงาน-ป้อนงาน” ในคลับและเทศกาลดนตรีชื่อดังพอเหยื่อเริ่มไวใจและมองว่าอีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณ ดีเจรายนี้จะเริ่มขยับแผนการด้วยการชักชวนไปถ่ายภาพแนวเซ็กซี่ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการสร้างโปรไฟล์ หรือการทำคอนเทนต์ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง OnlyFans เพื่อสร้างรายได้เสริมแต่แล้วความจริงที่น่าสะอิดสะเอียนก็ปรากฏขึ้น เมื่อถึงเวลาลงมือถ่ายทำจริง พฤติกรรมที่ควรจะเป็นการทำงานระดับมืออาชีพกลับกลายเป็นการคุกคาม ผู้เสียหายหลายรายระบุตรงกันว่าถูก ล่วงละเมิดและบังคับทางเพศ ในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งถูกกำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ทำให้เหยื่อหลายคนต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมเพราะหวาดกลัวว่าจะถูกนำภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอมาใช้กดดันและแบล็กเมล์ภายหลังภาพจาก FB. @ท่านเปาสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดและหวาดผวาให้แก่ผู้เสียหายมากที่สุดคือ หลังจากที่เหยื่อพยายามตัดขาด ไม่กลับไปเรียน และไม่รับงานใดๆ อีก ดีเจรายนี้กลับยังคงแสดงพฤติกรรมหน้าตาย ด้วยการติดต่อกลับมาหาเหยื่อรายเดิมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชวนกลับไปเรียน ชวนไปทำงาน หรือร่วมกิจกรรมต่างๆ ราวกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องปกติจากการรวบรวมข้อมูลพบว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือความพลาดพลั้งเพียงครั้งเดียว แต่เป็น “พฤติกรรมซ้ำซาก” ที่ดีเจรายนี้กระทำกับหญิงสาวมาแล้วหลายคน โดยใช้วิธีการเดิมๆ วนเวียนอยู่เช่นนี้ จนกระทั่งความลับที่ถูกปิดตายเริ่มพังทลายลงเพราะเหยื่อเริ่มกล้าที่จะออกมาส่งเสียงเพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไปเพิ่มอีกอัปเดตล่าสุด เรื่องนี้ไปถึงหู หนุ่ม…

  • รวบแล้ว 4 ราย คดีโหด “ยิงดับหัวหน้าวงดนตรีโคราช” มือลั่นไกยังลอยนวล

    รวบแล้ว 4 ผู้ต้องหา แก๊งสังหารโหดหัวหน้าวง “ร้ายกาจแบนด์” สารภาพ วางแผนดักเคลียร์ใจ แต่จบด้วยเหตุสลด ล่าสุดมือลั่นไกยังหนีกบดานเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 พ.ต.อ.พัฒนากร สูงนารถ ผกก.สภ.ด่านขุนทด พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดนครราชสีมา แถลงผลความคืบหน้าติดตามตัวกลุมคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารโหด นายพิเชษฐ์ อายุ 47 ปี นักดนตรีและหัวหน้าวงดนตรีชื่อดัง “ร้ายกาจแบนด์” บนถนนสายด่านขุนทด-เทพารักษ์ โดยกู้ภัยฮุก 31 ปริสุทโธ จุดอำเภอด่านขุนทดและตำรวจ สภ.ด่านขุนทด ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 04.45 น.ของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาล่าสุด ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้แล้ว 4 ราย โดยกลุ่มผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพว่า มีการเตรียมการเพื่อดักรอพบผู้ตายในเส้นทางกลับบ้านจริง ส่วนปมบาดหมางอ้างว่า ต้องการไปพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาความแค้นที่สะสมมานายืนยันว่าต้องการเคลียร์ใจ แต่สถานการณ์บานปลายจนมือปืนในกลุ่มตัดสินใจลั่นไกสังหารด้วยตัวเองแม้จะรวบตัวผู้ร่วมทีมได้เกือบยกแก๊ง แต่ตัวละครสำคัญอย่าง “มือปืน” ผู้ลั่นไกสังหารยังคงหลบหนีอย่างไรก็ดีล่าสุดตำรวจได้ยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดสีคิ้วออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเวลา 13.00 น. วันนี้ (19 ม.ค) พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา จะลงพื้นที่แถลงความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเองก่อหน้านี้สอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิต…

  • สาววัย 28 พกย้าบ้าเม็ดสุดท้าย ขึ้นโรงพักสีคิ้ว รับอยู่บ้านเลิกไม่ได้ เครียดมรสุมชีวิต

    สาวพกยาบ้าเม็ดสุดท้ายมอบตัวกับตำรวจ สภ.สีคิ้ว สารภาพทนแรงกดดันและความเครียดไม่ไหว ต้องโกหกแม่ไปวันๆ เพื่อหาเงินซื้อยาเสพติด ตัดสินใจขอเข้าเรือนจำหวังใช้ความสงบดัดนิสัยตัวเอง ย้ำไม่อยากให้ใครก้าวพลาดเข้าสู่วังวนนรกวานนี้ ( 18 ม.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว กำลังปฏิบัติหน้าที่ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟ จู่ๆ มีหญิงสาวรายหนึ่งเดินเข้ามาภายในโรงพัก พร้อมขอให้ตำรวจจับกุมตัวเอง พร้อมกับยื่นซองบรรจุยาบ้าในตัวส่งมอบให้จนท.ข้อมูลจากเรื่องเล่าเช้านี้ สารวัตรสืบสวนสอบถามทราบชื่อ นางสาวฉัตรชากร อายุ 28 ปี เป็นชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดย นางสาวฉัตรชากร ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็น รปภ.ที่นิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยาหญิงรายนี้กล่าวว่า เคยคบหาแฟนที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทำให้ตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวและเสพ จนในที่สุดถูกตำรวจจับกุมและต้องโทษอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 18 เดือนหลังพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่เกิดความเครียดสะสมจากหลายปัญหา ทั้งเรื่องพ่อแม่หย่าร้าง รวมถึงแฟนเก่าที่เคยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ตบตีทำร้ายร่างกายหลายครั้ง จนตัดสินใจเลิกราและย้ายไปอยู่กับแม่ซึ่งอายุ 46 ปี และเลี้ยงหลานอีก 2 คนนางสาวฉัตรชากร สารภาพตนต้องโกหกมารดาว่า จะนำเงินไปซื้อของใช้จำเป็น แต่ความจริงไปซื้อยาเสพติด เม็ดละ 60 บาท จากแหล่งในพื้นที่จ.สระบุรีซื้อมา 10 เม็ด…

  • สลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีต ขรก.วัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่

    สลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีตข้าราชการวัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่ ขณะวิ่งข้ามถนนย่านรังสิต-นครนายกสลด! เชฟร้านดังขับเก๋งพุ่งชน อดีตข้าราชการวัย 73 ร่างกระเด็นขาขาดดับคาที่ ขณะวิ่งข้ามถนนย่านรังสิต-นครนายกเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 ม.ค. 69 พ.ต.ต.ธนสรณ์ แช่มช้อย สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนหญิงสูงอายุขณะข้ามถนนเสียชีวิตคาที่ บริเวณคลอง9 ถนนรังสิต-นครนายก (ฝั่งขาเข้า) ม.1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบร่างของ นางสุชาสินี อายุ 73 ปี อาชีพอดีตข้าราชการบำนาญ นอนเสียชีวิตคาที่ ขาข้างซ้ายขาด อยู่ข้างการ์ดเรลถนนริมทางข้างออกไป เกือบ 200 เมตรพบรถเก๋งสีขาว ผู้ขับขี่ชื่อนายปฏิวัติ อายุ 47 ปี อาชีพเชฟของร้านชื่อดังย่านคลอง11 อ.ลำลูกกกาจากการสอบถามนายนเรศ นาคแสงทอง อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า ตอนตนมาถึงจุดเกิดเหตุได้สอบถามคนขับรถเก๋งได้ใจความว่า ป้าผู้เสียชีวิตข้ามถนนจากถนนรังสิต-นครนายกคลอง9 (ฝั่งขาออก) และข้ามบริเวณช่องข้ามถนนตรงแบริเออร์กลางถนน เพื่อข้ามฝั่งมาอีกฝั่งถนน…

  • สุดแสบ! แฉพฤติกรรม หัวหน้ารปภ.โรงแรม ใช้มาสเตอร์คีย์บุกเปิดห้องพักดีเจสาวกลางดึก

    19 ม.ค.2569-ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุม รปภ.แสบใช้คีย์มาสเตอร์ (Key Master) เปิดห้องพักโรงแรมของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 นางสาวเอ (นามสมมุติ) ดีเจสาว ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ว่า ขณะพักอาศัยอยู่ภายในห้องพักหมายเลข 2203 ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้มีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก และพยายามจะเข้าไปภายในห้อง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากผู้เสียหายได้ใส่สลักคล้องประตูด้านในไว้ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนอย่างรวดเร็ว กระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายคณิศร อายุ 39 ปี เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมดังกล่าวจากการตรวจสอบวันและเวลาเกิดเหตุ พบว่า ผู้ก่อเหตุได้ออกเวรตั้งแต่เวลา 16.00 น. แต่ไม่ได้เดินทางกลับบ้าน และได้แอบพักอาศัยอยู่ภายในห้องทำงานของโรงแรม ต่อมา ผู้ก่อเหตุได้แต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินไปยังหน้าห้องพักผู้เสียหายหมายเลข 2203 กดกริ่ง และใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก พยายามจะเข้าไปภายในห้อง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากประตูถูกล็อกสลักจากด้านใน หลังเกิดเหตุ…