Category: อาชญากรรม
-
สตม.บุกจับหนุ่มจีน หนีคดีจากบ้านเกิด เปิดมือถือดูเจอแจ็กพอต ได้ทลายบ่อนโป๊กเกอร์ต่างชาติอีก
สตม.บุกจับหนุ่มจีน หนีคดีจากบ้านเกิด เปิดมือถือดูเจอแจ็กพอต บ่อนโป๊กเกอร์ต่างชาติ เปิดกลางเมืองชลบุรี บุกทลายรวบได้ 9 คนวันที่ 10 ม.ค.69 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ, พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังไปสังเกตการณ์บริเวณพิกัดที่ได้รับทราบเบาะแส การจับกุมหนุ่มจีนเทาชื่อ นายต้าหัว ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในคดีลักลอบจำหน่ายแก๊สหัวเราะ และพบแก๊สหัวเราะจำนวนมากในบ้านพักซึ่งจากการจับกุม นายต้าหัว เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยตรวจสอบโทรศัพท์ พบรูปถ่าย และพิกัดที่ตั้งของบ่อนการพนันแห่งหนึ่งกลางเมืองในพื้นที่ จ.ชลบุรี นายต้าหัว ให้การว่า บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนโป๊กเกอร์แบบใช้ชิปแลกเงินสด เป็นบ่อนลอย ย้ายที่ไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ โดยนัดหมายกันทางโซเชียลมีเดียจากสังเกตการณ์บริเวณพิกัดมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สามชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และรั้วลูกกรงแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงได้นำโดรนปฏิบัติการขึ้นบินสังเกตการณ์จนพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่มากกว่า 10 ราย มีชาวต่างชาติคล้ายชาวยุโรป และชาวจีน ปะปนกัน น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นพนันประกอบกับหากเป็นการเนิ่นช้ากว่าจะนำหมายค้นมาได้ พยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลายไปเสียก่อน จึงได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าล็อกตัวคนดูต้นทางและเปิดประตูบุกเข้าตรวจค้นภายในบ่อนดังกล่าว พบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ หลายสัญชาติรวมนับสิบราย…
-
มือขโมยสารภาพสิ้น ใช้ 6 วันหยุดยาวปีใหม่ ย่องเปิดเซฟ ฉกทองคำร่วม 270 บาท โรงรับจำนำตรัง
วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่สภ.เมืองตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชรวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่สภ.เมืองตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รองผู้บังคับการฯ พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง ปลัดเทศบาลนครตรัง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลตรัง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนร้ายลักทรัพย์ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ จากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) มูลค่าทองคำจำนวน 270 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ต่อมาตำรวจจับกุมนายนิพิฐพนธ์ เจ้าหน้าที่โรงรับจำนำ ซึ่งเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟได้…
-
สลด ทหารยิงกรอกปากฆ่าตัวตายหน้าโบสถ์วัดดัง เมืองลำปาง
สลด พบทหารวัย 37 ปี ยิงกรอกปากตัวเอง เสียชีวิตภายในวัดดังเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุสลด พบทหารวัย 37 ปี ยิงกรอกปากตัวเอง เสียชีวิตภายในวัดดังเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุวันที่ 10 มกราคม 2569 เกิดเหตุสลดขึ้นภายในวัดชื่อดังแห่งหนึ่งกลางตัวเมืองลำปาง ในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในวัดหลังรับแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลำปาง และแพทย์เวรโรงพยาบาลลำปาง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 37 ปี เป็นทหารสังกัดหน่วยงานในจังหวัดลำปาง เสียชีวิตอยู่บริเวณใกล้ทางเข้าโบสถ์ของวัดจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ โดยพบอาวุธปืนอยู่ใกล้ตัวผู้เสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตมาได้ไม่นานจากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินเข้ามาภายในวัด และนั่งพักอยู่บริเวณดังกล่าวก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความเครียดส่วนตัวอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะรอสอบปากคำญาติและผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อประกอบสำนวนคดี
-
เชือดวินัยมหาโหด! ผบ.ตร. เตรียมใช้คำตัดสินศาลคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ เป็นโมเดลต้นแบบจัดการตำรวจ
เดินหน้าทำงานต่อแบบไร้กังวล! ผบ.ตร. ชี้คำตัดสินคดีดังคือบรรทัดฐานสำคัญในการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา ลั่นมุ่งมั่นทำงานด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม พร้อมนำบทเรียนนี้มาปฏิรูปวินัยตำรวจไทยให้เข้มแข็งกว่าเดิมจากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกคำร้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ซึ่งขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมาความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตนเองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง มีสมาธิในการทำงาน และไม่เคยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ว่าผลคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลจะออกมาในลักษณะใด ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องน้อมรับและปฏิบัติตาม เพราะถือเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องเคารพ พร้อมย้ำว่าการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง และความเป็นธรรมเป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำคำพิพากษาดังกล่าวไปใช้เป็นแนวทางและบรรทัดฐาน ในการดำเนินการทางวินัยและทางปกครองกับข้าราชการตำรวจที่กระทำความผิดในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา และกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัยทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะอ้างอิงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลจะเป็นในลักษณะใด ล้วนถือเป็นบทเรียนและแนวทางสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปศึกษา วิเคราะห์ และปรับใช้ในการวางกรอบการปฏิบัติงานในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย…
-
คุก 2 เดือนหนุ่มหัวร้อนเบิ้ลเครื่องชูนิ้วกลาง ริบ ‘บิ๊กไบค์’ ของกลาง ปรับ 4 พัน
หายห้าว! ศาลสั่งจำคุก 2 เดือน ริบรถหนุ่มหัวร้อนเบิ้ลเครื่องชูนิ้วกลาง ช่องทางหลักถนนวิภาวดีรังสิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. สั่งการ พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. และ พ.ต.ต.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. และงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี / ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. จับกุมนายอรรถพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี พร้อมของกลางจักรยานยนต์ suzuki gsx-s750 จำนวน 1 คัน ได้ที่ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครสืบเนื่องจาก นายอรรถพล ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามช่องทางคู่ขนานถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งเป็นทางสาธารณะ ต่อมาได้เปลี่ยนช่องทางจราจรเข้าไปในช่องทางหลักถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) ช่องทางเดินรถที่…
-
เปิดรายการทรัพย์สินซุกไทย ‘เฉินจื้อ CEO ปรินซ์กรุ๊ปฯ’ มูลค่ารวม 373 ล้านบาท
เปิดรายการทรัพย์สินซุกไทยของ “เฉินจื้อ CEO ปรินซ์กรุ๊ปฯ” มูลค่ารวม 373 ล้านบาท หลังถูก ”ปปง.“ ออกคำสั่งยึดทรัพย์จากคดีฟอกเงิน โยงสแกมเมอร์ข้ามชาติ ล่าสุดถูกกัมพูชาจับตัวส่งกลับจีนดำเนินคดี ขณะที่คดีสืบสวน “บ.ปรินซ์ฯ – เครือข่ายก๊กอาน” ของดีเอสไอล่าสุด ระบุ ยังไม่พบธุรกิจในไทยโยง “เฉิน จื้อ” ส่วน “ธุรกิจในไทยของลูกก๊กอานทั้ง 5 แห่ง” พบข้อมูล 1 แห่งตั้งอยู่บนตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ กทม. แต่ไม่มีการประกอบกิจการจริงจากกรณีเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.68 คณะกรรมการธุรกรรม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดและอายัดทรัพย์ นายเฉิน จื้อ นักธุรกิจกัมพูชาเชื้อสายจีน ในฐานะที่ปรึกษา ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายก๊ก อาน นักธุรกิจและสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา รวมทั้งเครือข่ายนักธุรกิจต่างชาติ รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยในการประชุมครั้งที่ 13/2568 ของคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer)…
-
รวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ. 14 ไปบ้านร้างหวังขืนใจ มีผู้นำท้องถิ่นเป็นเส้นสาย
รวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ.พิเศษ 14 ปี เข้าบ้านร้าง พ่อเหยื่อแฉประวัติโชกโชน-มีเส้นสายเป็นผู้นำท้องถิ่น ลั่นไม่ยอมความ แม้ปฏิเสธเสียงแข็งรวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ.พิเศษ 14 ปี เข้าบ้านร้าง พ่อเหยื่อแฉประวัติโชกโชน-มีเส้นสายเป็นผู้นำท้องถิ่น ลั่นไม่ยอมความ แม้ปฏิเสธเสียงแข็งวันนี้ (9 มกราคม 2569) เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.อ.ธีรรัฐ มีประเสริฐ รอง สว.สภ.มะเริง อ.เมืองนครราชสีมาได้ควบคุมตัว นายคุณานนท์ หรือหลง อายุ 29 ปี เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณซอยภายในหมู่บ้านคอนอินทร์ หมู่ที่ 4 ต.พะเนา อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 นางเก๋ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ได้นำ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาววัย 14 ปี…
-
สืบนครบาล 5 ทลายโรงงานพอตซอมบี้ พบชาวจีนยึดบ้านหรูย่านบางกรวย ผลิตขายทั่วกรุง
สืบนครบาล 5 ทลายโรงงานพอตซอมบี้ พบชาวจีนยึดบ้านหรูย่านบางกรวย ผลิตขายทั่วกรุงวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ช่วยราชการ บช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.กก.สส.บกน.5ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.นิเทศ พวงพิลา สว.กก.สส.บก.น.5 พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 4 ดำเนินการ หลังจากเจ้าหน้าที่ แกะรอยเครือข่ายพอตซอมบี้ กระทั่งพบพิกัด หลังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยใช้เป็นแหล่งผลิตพอตเคเพื่อจำหน่าย จนนำไปสู่การขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงบุกตรวจค้นบ้านหรูย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรีผลการตรวจค้นพบชาย 3 คน เป็นชาวจีน 2 คน และชาวเมียนมา 1 คน พร้อมตรวจพบอุปกรณ์การผลิต…
-
ประวัติ “มาดามปัท” เหยื่อถูกประกบยิงเสียชีวิตที่พัทลุง อดีตเจ้าแม่วงแชร์ สู่ลูกจ้างเขียงหมู
รู้จัก น.ส.ปัทมา หรือ มาดามปัท หญิงวัย 39 ปี ผู้กว้างขวางในธุรกิจแชร์และหวยใต้ดินจากกรณีเหตุคนร้ายประกบยิง น.ส.ปัทมา มณีสุวรรณ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในชื่อ “มาดามปัท” จนเสียชีวิต กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในจังหวัดพัทลุง ซึ่งตัวตนและภูมิหลังของเธอมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับมาดามปัท คือใคร?น.ส.ปัทมา เป็นชาวจังหวัดพัทลุง อายุ 39 ปี ชื่อเรียก มาดามปัท ไม่ได้มาจากฐานะทางสังคมระดับประเทศ แต่เป็นชื่อที่คนในพื้นที่เรียกติดปาก เนื่องจากในอดีตเธอเป็นผู้มีชื่อเสียงจากการ ขายหวย และเป็น เจ้ามือตั้งวงแชร์แบบขั้นบันได หลายวง ทำให้มีลูกแชร์และผู้รู้จักเป็นจำนวนมากในพื้นที่อำเภอป่าบอนราวปี 2567 ธุรกิจแชร์ของเธอประสบปัญหา แชร์ล่ม ส่งผลให้เกิดหนี้สินจำนวนมหาศาลและถูกเจ้าหนี้ตามทวงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่าเธอพยายามรับผิดชอบด้วยการนำทรัพย์สินส่วนตัว เช่น รถกระบะ และวัวพื้นเมือง ไปชดใช้หนี้บางส่วนแล้วหลังจากธุรกิจเดิมล่มสลาย เธอได้ผันตัวมาเป็น ลูกจ้างเขียงหมู ในตลาดสดเทศบาลตำบลแม่ขรี เพื่อทำงานรับจ้างและทยอยหาเงินชดใช้หนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักไปที่เรื่อง ความขัดแย้งเรื่องหนี้สิน เป็นหลัก โดยเฉพาะหนี้จากวงแชร์และหวยใต้ดินที่ยังเคลียร์ไม่จบ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหนี้บางรายจนนำไปสู่การลอบสังหาร อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวอื่น ๆ ทิ้ง และกำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอ่านข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมประวัติ “ณัฐยา…
-
“พ.ต.อ.เขมรินทร์” เผยจุดจบ “บิ๊กโจ๊ก” เพราะฟังกุนซือพาเรื่องยุ่งเหยิง
“พ.ต.อ.เขมรินทร์” เผยจุดจบ “บิ๊กโจ๊ก” เพราะฟังกุนซือพาเรื่องยุ่งเหยิง จนสุดท้ายถูกไล่ออก ย้ำ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ไม่มีความผิด"พ.ต.อ.เขมรินทร์" เผยจุดจบ "บิ๊กโจ๊ก" เพราะฟังกุนซือพาเรื่องยุ่งเหยิง จนสุดท้ายถูกไล่ออก ย้ำ "พ.ต.อ.ภาคภูมิ" ไม่มีความผิด(9 ม.ค. 2569) พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย น้องชายของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ต้องถูกดำเนินคดีและถูกกล่าวหาร่วมกันกับน้องๆ เพราะ ตนเป็นคนไปร้องขอให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ มาช่วยงาน ความรู้สึกส่วนตัวจึงอยากจะขอโทษพี่ชายในเรื่องนี้ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ถึงกุนซือที่ให้คำปรึกษาบิ๊กโจ๊ก มองว่า ที่ท่านต้องวุ่นวายตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาจนยุ่งเหยิง ถ้าท่านทำอีกลักษณะหนึ่ง อาจไม่ยุ่งเหยิงแบบนี้ก็ได้ ถ้าตรงไปตรงมาก็คงตกอยู่ในสถานะแบบนี้ เช่น กรณีที่บิ๊กโจ๊กถูกออกจากราชการมาจากกรณี สน.เตาปูน ที่ถูกกล่าวหาว่าไปพัวพันกับเว็บพนัน bnk เมื่อผู้กล่าวหาไปกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ก็มีการออกหมายเรียกเชิญท่านไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ท่านไม่มาก็เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนไปขออนุมัติศาลออกหมายจับ และพอท่านตกเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับก็เข้าข้อกฎหมายของ พรบ.ตำรวจ ที่ต้องถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงเพราะถูกดำเนินคดีเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเป็นเหตุให้ท่านถูกไล่ออกจากราชการ ซึ่งตนก็ไม่ทราบท่านฟังใคร…