Category: อาชญากรรม
-
หวิดปะทะ!ชาวบ้านนับร้อยประท้วงหลังห้ามใช้ศาลาประชาคมสร้างมากว่า40ปี
หวิดปะทะ! ชาวบ้านนับร้อยรวมตัวประท้วง หลังถูกขู่ห้ามใช้ศาลาประชาคมที่สร้างมากว่า 40 ปีหวิดปะทะ! ชาวบ้านนับร้อยรวมตัวประท้วง หลังถูกขู่ห้ามใช้ศาลาประชาคมที่สร้างมากว่า 40 ปีวันที่ ( 22 ก.ค. 69 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา มีชาวบ้านมากกว่า 100 ชีวิต ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิในการใช้พื้นที่ศาลาประชาคมที่ถูกสร้างเพื่อให้ใช้เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานกว่า 40 ปี โดยเหตุการณ์กล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นที่ บ.กระทม ( คุ้นจะแกโกน ) ม.4 ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์จากกนั้นผู้สื่อข่าวได้รุดพื้นที่ไปยังที่เกิดหตุ และได้พบกับนาย เอกพล หนึ่งในชาวบ้าน ได้เปิดเผยข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวว่า สาหตุที่วันนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านออกมารวมตัวกัน เพราะเพื่ออยากเรียกร้องสิทธิในการใช้ศาลาประชาคมของหมู่บ้าน เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านก็ใช้ศาลาประชาคมหมู่บ้านในการจัดกิจกรรมต่างๆ เทศกาลต่างๆมา โดยตลอดนานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ช่วงประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ มีผู้ที่ถือครองสิทธิโฉนดที่ดินสั่งห้ามชาวบ้านมาจัดกิจกรรม อ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคล ถ้าใครเข้ามาจะแจ้งความจับทันทีในข้อหาบุกรุก…
-
เพื่อนช่วยไม่ทัน! คนงานสาวพลาดตกเครื่องบดอะลูมิเนียม ดับอนาถกลางโรงงาน
เพื่อนช่วยไม่ทัน! คนงานสาวพลาดตกเครื่องบดอะลูมิเนียม ดับอนาถกลางโรงงานเพื่อนช่วยไม่ทัน! คนงานสาวพลาดตกเครื่องบดอะลูมิเนียม ดับอนาถกลางโรงงานวันที่ 22 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ ศูนย์วิทยุ ประจำสถานี ตำรวจตำรวจภูธรดอนตูม จังหวัดนครปฐม ได้รับแจ้งว่ามีคนงานชาวต่างชาติพลัดตกลงไปในเครื่องปั่นอะลูมิเนียมเสียชีวิต ภายในโรงงานไม่มีชื่อ ตำบลห้วยด้วน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมเข้าตรวจสอบและนำศพออกจากจุดดังกล่าวร่วมกับชันสูตรโรงพยาบาลดอนตูมที่เกิดเหตุเป็นโรงงานสำหรับคัดแยกอะลูมิเนียมและนำมาบด เพื่ออัดเป็นก้อนนำไปจำหน่าย โดยที่เครื่องบดพบศพหญิงชาวพม่า ทราบชื่อต่อมาคือนางสาว MYINT MYINT NAWE อายุ 28 ปี ตกอยู่ในเครื่องบดลักษณะนอนอยู่ใต้เศษอะลูมิเนียม ที่ได้รับการบดแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งนำร่างออกมาเพื่อตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 1 ชั่วโมงจากการสอบถามเพื่อนร่วมงานชาวพม่า บอกว่าช่วงก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าทำงานในการนำเศษอะลูมิเนียมเข้าเครื่องบด โดยยืนอยู่บริเวณด้านบน แต่จากนั้นไม่ทราบว่าเกิดอาการหน้ามืดหรือเหยียบขอบแท่นเครื่องพลาด ทำให้ตัวตกลงไปอยู่ในเครื่องบดที่กำลังทำงานอยู่ และบดร่างครึ่งตัวนอนนิ่งไป ก่อนที่พนักงานจะช่วยไปดับเครื่องยนต์ แต่ไม่ทันแล้ว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์และสอบถามเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะติดต่อส่งตัวไปผ่าชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ก่อนประสานให้ญาติที่อยู่ในประเทศนำตัวไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
-
ด่วน! เปิดภาพความเสียหาย ล่าสุด สภ.ตันหยง นราธิวาส หลังเกิดเหตุโจรใต้วางระเบิดคาร์บอมบ์
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใกล้ สภ.ตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส หลังคนร้ายใช้รถยนต์ต้องสงสัยก่อเหตุ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหลายจุด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ของวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจเอกจารุกิตต์ ศรีเดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตันหยง ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบก่อเหตุความไม่สงบ โดยใช้รถยนต์ต้องสงสัยบริเวณสถานีตำรวจภูธรตันหยง หลังเก่า หมู่ที่ 4 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่งเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันทีในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า ซึ่งจอดอยู่ในลักษณะที่ส่วนหน้าหันเข้าหาตัวอาคาร เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือได้เข้าสนับสนุนรถดับเพลิงเพื่อฉีดน้ำควบคุมสถานการณ์จนเพลิงสงบลงได้ อย่างไรก็ตาม แรงของการก่อเหตุส่งผลให้กำแพงรั้วที่ติดกับถนนพังเสียหายเป็นแถบ และมีซากชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง รวมถึงซากชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งกระจายเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อการตรวจสอบต่อไปต่อมา พลตำรวจโทปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พลตำรวจตรีประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุด EOD (เก็บกู้วัตถุระเบิด) จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในเบื้องต้น พบว่านอกจากรถยนต์เก๋งที่ถูกใช้เป็นอุปกรณ์ในการก่อเหตุแล้ว ยังมีรถยนต์กระบะอีก 1 คันได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ และตัวอาคารสถานีตำรวจได้รับความเสียหายจากสะเก็ดของวัตถุระเบิดในหลายจุด เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้ เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ…
-
ลุยล้างบาง! กทม.เอาจริง บุกรวบ 35 ต่างด้าว กลางห้างดัง แย่งอาชีพคนไทย ลุยเข้มกวาดล้างให้สิ้นซาก
กระทรวงแรงงานสนธิกำลังบุกตรวจค้นห้างดังย่านประตูน้ำ รวบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 35 ราย ย้ำนโยบายปกป้องอาชีพคนไทย พร้อมเตรียมมาตรการเข้มข้นต่อเนื่องกรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กระทรวงแรงงาน โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำผิดกฎหมายแรงงาน (สปป.รง.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และหน่วยงานด้านข่าวกรองจากกรมข่าวทหารบก รวมถึง ศ.ป.ป.ส. ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญย่านประตูน้ำ โดยมุ่งเป้าไปที่ศูนย์การค้าแพลตตินัม แฟชั่น มอลล์ และศูนย์การค้าอินทรา สแควร์ปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่แอบแฝงเข้ามาประกอบอาชีพสงวนสำหรับคนไทย และกลุ่มนอมินี จากการสุ่มตรวจ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวที่กระทำความผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 35 ราย แบ่งเป็นชาย 23 ราย และหญิง 12 ราย ซึ่งเป็นแรงงานจากหลากหลายสัญชาติ อาทิ เมียนมา อินเดีย ปากีสถาน และจีน โดยส่วนใหญ่มีความผิดฐานทำงานนอกเหนือสิทธิ์ตามมาตรา 8 และบางส่วนเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่เข้มงวดของกระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ได้กำชับให้มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปกป้องโอกาสในการทำงานของคนไทย แม้รัฐบาลจะมีความเข้าใจถึงสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานในบางภาคธุรกิจ แต่ก็ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงหลักการสำคัญว่า “ต่างด้าวต้องไม่แย่งอาชีพคนไทย” โดยเฉพาะในกลุ่มงานบริการและงานกรรมกร…
-
บุกรวบ 35 ต่างด้าว! กลางห้างดังประตูน้ำ แอบแฝงแย่งอาชีพคนไทย
ล้างบางประตูน้ำ! กระทรวงแรงงาน บุกจับต่างด้าว 4 สัญชาติ รวม 35 ราย ยึดแพลตตินัม-อินทราสแควร์ ขายของแย่งอาชีพคนไทยล้างบางประตูน้ำ! กระทรวงแรงงาน บุกจับต่างด้าว 4 สัญชาติ รวม 35 ราย ยึดแพลตตินัม-อินทราสแควร์ ขายของแย่งอาชีพคนไทยวันที่ 21 ก.ค.2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำผิดกฎหมายแรงงาน (สปป.รง.) กระทรวงแรงงาน,กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยสนธิกำลังการข่าวจากรมข่าวทหารบกและศ.ป.ป.ส. ร่วมกันลงพื้นที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเข้มขวด ยึดพื้นที่ย่านเศรษฐกิจสำคัญ ที่ ศูนย์การค้า แพลตตินัม แฟชั่น มอลล์ และ ศูนย์การค้า อินทรา สแควร์ ประตูน้ำ เพื่อปราบปรามกลุ่มที่แอบแฝงเข้ามาประกอบอาชีพสงวนของคนไทยและกลุ่มนอมินีจากการสุ่มตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 35 ราย แบ่งเป็นชาย 23 ราย และหญิง 12 ราย ซึ่งพบบรรดาลูกจ้างหลากสัญชาติ ทั้งเมียนมา อินเดีย ปากีสถาน และจีน โดยส่วนใหญ่เป็นการกระทำความผิดฐานทำงานนอกเหนือสิทธิ์ตามมาตรา 8 และบางส่วนแอบแฝงเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องในการปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้ดำเนินไปตามเข็มมุ่งและนโยบายเข้มของกระทรวงแรงงาน…
-
ด่วน! เสียงดังสะเทือนไปทั่ว คาร์บอมบ์ถล่ม สภ.ตันหยง เข็นไหลเข้าใส่ตูมสนั่นเปลวเพลิงลุกท่วม
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้น พบคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนอาศัยความความมืดเข็นรถเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้น พบคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนอาศัยความความมืดเข็นรถเก๋งโตโยต้าซุกซ่อนวัตถุระเบิดแสวงเครื่องไว้ภายในโดยปล่อยให้รถไหลเข้าไปภายในบริเวณโรงพัก สภ.ตันหยง (หลังเก่า) จากนั้นเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เสียงดังสะเทือนไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ตัวรถอย่างหนักและสร้างความเสียหายแก่พื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถน้ำดับเพลิงเข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิงทันที พร้อมสั่งปิดกั้นเส้นทางการจราจรบริเวณโดยรอบ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันเหตุซ้อนแฝง โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อยู่ระหว่างการปิดล้อมพื้นที่เตรียมให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาพยานหลักฐาน ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมเด้งฟ้าผ่า! 3 บิ๊กตำรวจแดนใต้ เซ่นปมบึ้มใต้ท้องรถสายตรวจ จากไปอย่างสมเกียรติ สดุดี ส.อ.อดิศร คำบุญช่วย ปกป้องชาติจนวาระสุดท้าย เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ คนร้ายลอบวางบึ้ม ทหารพราน จ.นราธิวาส
-
มอบตัวแล้ว! คู่รักแหกด่าน พุ่งชนไรเดอร์ อ้างตกใจ-หลับใน
มอบตัวแล้ว! คู่รักวัย 31 ปี แหกด่าน พุ่งชนไรเดอร์เจ็บ ยกมือไหว้ขอโทษ อ้างตกใจ-คิดว่าหลับใน ยืนยันพร้อมเยียวยา-ตร.จ่อแจ้งข้อหาหนักมอบตัวแล้ว! คู่รักวัย 31 ปี แหกด่าน พุ่งชนไรเดอร์เจ็บ ยกมือไหว้ขอโทษ อ้างตกใจ-คิดว่าหลับใน ยืนยันพร้อมเยียวยา-ตร.จ่อแจ้งข้อหาหนักวันที่ 21 ก.ค.2569 จากกรณีเพจ “สนามหลวงวันนี้” เผยแพร่คลิปเหตุการณ์รถยนต์ไฟฟ้า Tesla สีขาว ขับหลบด่านตรวจบนถนนพระราม 4 ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลวิมุตเทพธารินทร์ ก่อนเสียหลักพุ่งชนไรเดอร์ที่กำลังจะเดินไปรับออเดอร์อาหารบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ กล้วยน้ำไท เมื่อเวลาประมาณ 00.46 น. ทำให้ไรเดอร์ได้รับบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์เสียหาย ก่อนรถคันก่อเหตุเร่งเครื่องหลบหนี โดยตำรวจ สน.ทองหล่อ เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุนายธีรพงศ์ อายุ 23 ปี ไรเดอร์ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังลงจากรถเพื่อยืนยันออเดอร์อาหาร ก่อนเดินกลับมาที่รถก็ถูกรถยนต์พุ่งชนอย่างแรงจนภาพตัด มารู้สึกตัวอีกครั้งขณะนอนอยู่บนพื้น มีอาการมึนงง ชาตามร่างกาย และตัวสั่น โดยรถคู่กรณีไม่ได้ลงมาช่วยเหลือ แต่ขับหลบหนีทันทีผู้เสียหาย ระบุว่า จากคำบอกเล่าของเพื่อนไรเดอร์และผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่ารถคันดังกล่าวน่าจะขับหลบด่านตรวจก่อนมาชนตน ภายหลังได้เข้าแจ้งความที่…
-
“แต่งตั้ง ผบ.ตร.” มี “กฎหมายแม่บท” นำทาง แต่ “กติการอง” ยังตามไม่ทัน
การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนใหม่ แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ และที่ผ่านมาผู้พิจารณาคือ คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ตร. มักยืนยันว่า ผู้ที่มาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ จะเป็นคนที่เป็นอาวุโสตามลำดับชั้น เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่จะมานำพาองค์กรแห่งนี้ได้พ.ต.ท.ดร.ปรัชญ์ชา กระมลนิติธรรม สารวัตรกลุ่มงานคดีปกครอง กองคดีปกครองและคดีแพ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โพสต์บทความบนเพจ Dr.Chalaw Talk ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะมีขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ระบุว่าแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบบความอาวุโส คือ ทางเลือกที่ถูกต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมายตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎหมายปกครองเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นหน่วยงานรูปแบบพิเศษที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง และมี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 เป็นกฎหมายเฉพาะ (Specific Law) สามารถนำมาวิเคราะห์โครงสร้าง ปัญหา และแนวทางพัฒนาระบบคำสั่งทางปกครองในงานบุคคลของ ตร. ได้ 4…
-
นาทีบุกช่วย! นักศึกษา 19 ปี ถูกหลอก จัดฉากถูกควบคุมตัว เรียกค่าไถ่ตัวจากผู้ปกครอง สูญเกือบ 1 ล้านบาท
ศูนย์ ACSC ช่วยเหลือนักศึกษา 19 ปี ถูกมิจฉาชีพหลอกจัดฉากถูกควบคุมตัว เรียกเงินผู้ปกครองกว่า 9 แสนบาท พร้อมย้ำเตือนกลโกงล่าสุด และวิธีป้องกันตัวจากสายด่วน 1441เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เข้าให้ความช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง วัย 19 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นักศึกษาคนดังกล่าวถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้จัดฉากการถูกควบคุมตัวและกักขังตนเองภายในห้องพักโรงแรม พร้อมบังคับให้ถ่ายคลิปวิดีโอส่งให้ผู้ปกครอง เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงห้องพัก นักศึกษาอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง ตัวสั่น และร้องไห้อย่างหนัก พร้อมสอบถามย้ำว่าเจ้าหน้าที่เป็นตำรวจจริงหรือไม่ และมาช่วยพวกเขาจริงหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามปลอบประโลมจนนักศึกษามีอาการสงบลงภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ปกครองให้มารับตัวนักศึกษากลับ พร้อมทั้งอธิบายถึงกลโกงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว และแนะนำขั้นตอนการแจ้งความเพื่อให้เข้าพบพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกรณีนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 9 แสนบาทศูนย์ ACSC ยังได้เปิดเผยข้อมูลจากการช่วยเหลือผู้เสียหายในช่วงที่ผ่านมาว่า กลุ่มนักเรียนและนักศึกษามักตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ โดยมีรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายคลึงกัน คือ มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีความ ก่อนจะหลอกลวงให้แอดไลน์ปลอม จากนั้นจะควบคุมการกระทำของเด็กผ่านการวิดีโอคอล บังคับให้เด็กออกจากบ้านไปเปิดห้องเช่าอยู่คนเดียว และจัดฉากว่าตนเองถูกทำร้าย พร้อมสร้างเรื่องราวและบทพูดให้โทรศัพท์หลอกลวงผู้ปกครองให้โอนเงิน ก่อนจะนำไปสู่การเรียก ‘ค่าไถ่ทิพย์’ จากผู้ปกครองในที่สุด ซึ่งในแต่ละกรณีพบว่ามีความเสียหายสูงถึงหลักล้านบาทศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)…
-
ยกฟ้อง! ศาลอาญา พิพากษา “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีวางยา “พี่น้อย” แม่ค้าขายผัก
ยกฟ้อง! ศาลอาญา พิพากษา “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีวางยา “พี่น้อย” แม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอมไซยาไนด์คดีที่ 5 หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยกาฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ อายุ 39 ปี หรือ "แอม ไซยาไนด์" เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯโจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหารเพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ หรือ พี่น้อย แม่ค้าผัก ผู้ตาย โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการฆ่าล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตายจำนวน 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ผู้ตายนำมากิน ก่อนเป็นลมชัก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจำเลยให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีการเสียชีวิตหลายราย ที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์ ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ทำให้สามีของผู้เสียชีวิตสงสัยว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนางรสจรินทร์ ภรรยา เมื่อช่วงปี 2565 สามีของผู้ตายจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยกล่าวหาว่า เจตนาฆ่าผู้ตายโดยปลอมปนสารไซยาไนด์ลงไปในสลัดผัก…