Category: อาชญากรรม
-
หลานสุดทน! น้าเมายา ขู่ฆ่ายาย -ด่าไม่เลิก แทงดับ
(1 ต.ค.68) พ.ต.ท.อลงกต งามกิ่ง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตุทำร้ายกันมีผู้เสียชีวิต 1 คน ภายใน จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน ชั้นเดียว พบร่างผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด ใส่เสื้อแขนยาว ลายพรางทหาร กางเกงยีนสีดำ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางบ้าน ทราบชื่อนายบัณฑิต อายุ 41 ปี มีบาดแผลถูกมีดฟันบริเวณใบหน้า อกขวา ชายโครงขวา แผลฉกรรจ์ จำนวนหลายแผล และข้างเท้า พบมีดพร้า จำนวน 1 เล่ม ขนาดความยาว 46 เซนติเมตร ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายธนาวุฒิ อายุ 20 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุจากการสอบถามนายธนาวุฒิ เล่าว่า สุดทนกับพฤติกรรมของนายบัณฑิต ซึ่งเป็นน้า เป็นคนเกเร และเสพยาเสพติดอยู่เป็นประจำ โดยก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมานายบัณฑิต ซึ่งเป็นน้าของตนเอง ได้เดินถือมีดพร้าเข้ามาในบ้าน ในอาการเมาและอาละวาด โวยวาย ซึ่งขณะนั้นมีตนเองและยายอยู่ในห้องนอนในบ้าน ตนเองจึงได้เดินออกมาจากห้อง…
-
รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายเปิดใจ
รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายออกมาเปิดใจ ไม่เจอกันนาน 10 ปี เคยเป็นลูกจ้างโรงงานเซรามิค ก่อนย้ายไปหางานทำที่กทม.รู้แล้วโครงกระดูก ศพปริศนาดับบนตึกร้างเป็นใคร? หลังเพื่อนผู้ตายออกมาเปิดใจ ไม่เจอกันนาน 10 ปี เคยเป็นลูกจ้างโรงงานเซรามิค ก่อนย้ายไปหางานทำที่กทม.จากกรณีพบ โครงกระดูกมนุษย์ บนตึกร้าง ย่านแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี และจากการตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์แล้วทราบว่า เป็นชาว จ.ลำปาง หลังจากมาทำงานที่ จ.นนทบุรีแล้วขาดการติดต่อไปล่าสุดวันที่ 1 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพื้นที่หมู่บ้านหนองหัวหงอก หมู่9 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย พบว่าวันนี้บ้านถูกปิดไว้ทราบจากเพื่อนบ้านว่า บ้านหลังดังกล่าว มีพี่ชายของผู้ตายเคยพักอาศัยอยู่ แต่พี่ชายของผู้ตายนั้นไปทำงานที่จ.อยุธยานอกจากนี้พบเพื่อนบ้านกำลังทำความสะอาดบ้าน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาทำความสะอาดบ้าน และทราบแล้วว่าผู้ตายเสียชีวิต และก็ได้ประสานไปทางพี่ชายของผู้ตายทราบว่า ขณะนี้เดินทางเข้าสู่ จ.นนทบุรี เพื่อเตรียมตัวไปรับศพมาทำพิธีทางศาสนา แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจจะทำการฌาปนกิจที่ จ.นนทบุรี และจะนำอัฐิมาประกอบพิธีที่จังหวัดลำปางหรือไม่ ต้องรอทางพี่ชายของผู้ตายตัดสินใจขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านประธานชุมชนบ้านหนองหัวหงอก ต.ชมพูพบกับนายภวัต ใจแก้วแดง ซึ่งเป็นประธานชุมชน และยังเคยเป็นเพื่อนของผู้ตาย โดยประธานชุมชน บอกว่า ไม่เจอผู้ตายมานาน…
-
ชายเก็บโทรศัพท์ เปิดใจเล่านาที ถ่ายรูปโครงกระดูกในตึกร้าง เผยเคยนอนชั้นล่าง
ชายเก็บโทรศัพท์เปิดใจ ถ่ายรูปโครงกระดูกมนุษย์ในตึกร้าง เผยเข้าไปถ่ายรูปเล่นจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพโครงกระดูกมนุษย์ปริศนาบนตึกร้างแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “รบกวนเช็กให้ทีครับว่าตึกไหน เรื่องมีอยู่ว่าผมได้ทำโทรศัพท์ตกหายตรงข้ามซอยทางเข้าแจ้งวัฒนะ 14 แล้วมีคนหนึ่งเหมือนจะเป็นคนสติไม่ดี เก็บได้ ผมเลยได้โทรเข้าเบอร์ตัวเองเครื่องที่หายแล้วเค้ารับสาย ผมเลยพยายามนัดไปเอาโทรศัพท์ผมคืน พอมาถึงห้องผมได้เปิดโทรศัพท์เช็กดู เห็นรูปถ่าย ไม่รู้ว่าอยู่ตึกไหน ทางผมได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ฝากทุกๆ ท่านช่วยพาเค้าได้กลับบ้าน ตามเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบด้วยนะครับ”ต่อมา สภ.ปากเกร็ด ได้ติดตามตัว ชาย อายุ 30 ปี คนเจอโทรศัพท์และเป็นคนถ่ายรูปโครงกระดูกดังกล่าวได้ที่บ้านหลังหนึ่ง เล่าว่า ตนเดินออกจากบ้านมา และไปเดินเล่นแถวห้าง เจอโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง จึงเก็บมา หลังจากนั้นตนก็เดินออกมาเรื่อยๆ และลองกดโทรศัพท์ดู แต่โทรศัพท์ล็อก ไม่สามารถเล่นได้ ถ่ายรูปได้อย่างเดียว ตนจึงเดินไปที่ตึกร้าง เพราะเคยเข้าไปนอนเล่นอยู่ภายในนั้นเมื่อปีที่แล้วก่อนหน้านี้ตนเคยโดนจับคดีลักทรัพย์ที่ สภ.ปากเกร็ด ก่อนโดนจับตนเข้าไปอาศัยในตึกร้างนี้มาก่อน ตอนที่เจอโทรศัพท์จึงไม่รู้จะไปที่ไหน ตัดสินใจไปที่ตึกร้าง และเดินถ่ายรูปเล่น ถ่ายเซลฟี่หน้าตัวเอง ซึ่งตึกนี้ที่ตนเข้าไปบ่อย ชอบไปเก็บของเก่า เอาขยะไปวางบ้าง แต่ไม่เคยเจอใครเข้ามาก่อนหน้านี้ และไม่เคยเห็นคนเข้ามาอาศัยในนี้ด้วย ซึ่งตึกนี้จะต้องปีนขึ้นไปเล็กน้อยถึงจะเข้าได้ ตนเคยไปนอนชั้นล่างประมาณ 2-3 ครั้ง ไม่เคยขึ้นไปข้างบนเลยแต่วันนี้ที่เก็บโทรศัพท์ได้…
-
สุดหลอน! ทำมือถือหายได้เครื่องคืนพร้อมภาพโครงกระดูก-พบศพในตึกร้าง
สุดหลอน! ทำมือถือหายได้เครื่องคืนพร้อมกับภาพโครงกระดูกสุดสยอง ก่อนพบศพในตึกร้างริมถนนแจ้งวัฒนะ คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 เดือนจากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา บนตึกร้างแห่งหนึ่ง ในกลุ่ม “ข่าวสาร-คนปากเกร็ด” พร้อมระบุข้อความว่า ใจความว่า เมื่อเช้ามืดวันนี้เขาได้ทำโทรศัพท์ตกหายตรงข้ามซอยทางเข้าแจ้งวัฒนะ 14 แล้วมีชายคนหนึ่ง (เหมือนคนสติไม่ดี) เก็บได้ และมีการโทรศัพย์เข้ามือถือที่หายเพื่อนัดไปเอามือคืน แต่พอเจ้าของมือถือเปิดโทรศัพท์เช็คดูเห็นรูปโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา ที่คนที่เก็บมือถือได้ไปถ่ายมา แต่ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนจึงขอให้คนในกลุ่มช่วยกันตรวจสอบจากนั้นเวลา 17.30 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพจิตร หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อมทีมงานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ปริศนาบนตึกร้างแห่งหนึ่ง ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรีบตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุเป็นตึกร้าง 4 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ (ขาเข้า) ใกล้เลียบคลองประปา บริเวณชั้น 3 พบโครงกระดูกมนุษย์ปริศนา คาดว่าเป็นเพศหญิง นอนเสียชีวิตคาซากอยู่บนที่นอน ลักษณะโครงกระดูกแห้งผุทั้งหมด ไม่สวมใส่เสื้อผ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือนโดย “กัน จอมพลัง” กล่าวถึงการเข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าว่า มีคนทักมาในเพจของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ว่าตนเองนั้นทำโทรศัพท์มือถือหาย…
-
โดนแล้ว! สน.บางซื่อ ลุยจับ แก๊งเคาะกระจกชวนคนต่อภาษี-ตรวจสภาพรถ เขตจตุจักร
โดนแล้ว! สน.บางซื่อ ล่าแก๊งเคาะกระจกชวนคนต่อภาษี เขตจตุจักร จับแล้ว 1 รายเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 29 กันยายน ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ สั่งการให้ฝ่ายป้องกันปราบปราม นำโดย พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.วุฒิเดช พ่อค้า สวป.สน.บางซื่อ พ.ต.ต.ณัฐวัตร์ ธงทันทีสวป.สน.บางซื่อพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ผู้ต้องหา นายสมพิศ อายุ 48 ปี ชาว จ.ปทุมธานี แจ้งข้อกล่าวหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะฯ โดยจับกุมได้ที่ บริเวณภายใน ซอยวิภาวดีรังสิต 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯสืบเนื่องจากตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสน.บางซื่อ ว่ามีบุคคลมีพฤติการณ์ก่อความเดือดร้อนรำคาญเคาะกระจกรถยนต์ชักชวนสอบถามให้ตนเป็นผู้นำพาไปต่อภาษีรถยนต์ทำให้ประชาชนที่ผ่านไปมาเกิดความรำคาญและหวาดกลัว บริเวณ ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำกำลังไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบ นายสมพิศ (ทราบชื่อ-นามสกุลจริงภายหลัง) ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ…
-
ขนลุก! คนเร่ร่อนเก็บโทรศัพท์ได้ ส่งคืนเจ้าของเปิดดูเจอภาพศพเพียบ
ขนลุก! คนเร่ร่อนเก็บโทรศัพท์ได้ พอเจ้าของไปตามเอาคืน เปิดดูเจอภาพศพปริศนาเต็มไปหมดขนลุก! คนเร่ร่อนเก็บโทรศัพท์ได้ พอเจ้าของไปตามเอาคืน เปิดดูเจอภาพศพปริศนาเต็มไปหมดผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า "เรื่องคือว่าเมื่อเช้ามืดผมได้ทำโทรศัพย์ตกหายตรงข้ามทางเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 14 พอตอนเช้าผมได้โทรติดต่อกลับไปขอคืน ผมก็ได้ขับรถไปรับแถวๆเซเว่นหน้าซิตี้รีสอท ได้เจอกับคนที่เก็บโทรศัพท์ไปครับ เค้าเหมือนเป็นคนสติไม่ดีครับ พอผมกลับมาถึงบ้านเปิดโทรศัพท์ดูก็เจอรูปนี้ครับ เหมือนว่าเค้าเอาไปถ่ายที่เกิดเหตุมา อย่างไรฝากช่วยประสานตามตำรวจหรือกู้ภัยไปเชคตามตึกร้างพิกัดที่ผมส่งรูปไปหน่อยนะครับเผื่อเค้าอยากได้กลับบ้าน"โดยภาพในโทรศัพท์เป็นสภาพโครงกระดูกและซากศพ ของคนปริศนา นอนเสียชีวิตบนที่นอนในตึกร้าง สภาพแห้งกรัง ไม่สามารถระบุตัวตนได้ล่าสุดกัน จอมพลัง และกู้ภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ถูกฆาตกรรมหรือว่าป่วยตาย
-
แม่พาลูกสาว ม.1 ดักรุ่นพี่ ม.3 พร้อมยืนคุมเชิงห้ามคนช่วย
(30 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก น.ส.เอ(นามสมมติ) ว่าน้องบี(นามสมมติ) หลานสาวตัวเองได้ถูกแม่ลูกคู่หนึ่งมาดักทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หารเทา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง จนทำให้หลานสาวได้รับบาดเจ็บต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปากพะยูน และอยู่ระหว่างรอดูอาการ อีกทั้งยังมีการข่มขู่ท้าทายให้ไปแจ้งความ และมีการพูดทิ้งท้ายว่ารู้จักกับตำรวจ ตำรวจทำอะไรพวกเค้าไม่ได้ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบกับแม่จุ๋ม(นามสมมติ) อายุ 43 ปี แม่ของน้องบี ซึ่งอยู่ที่บ้านบ้านพักในพื้นที่ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนที่แม่จุ๋มจะมอบหลักฐานคลิปวิดีโอที่ลูกสาวตนเองโดนรุมทำร้ายร่างกาย พร้อมกับภาพสองแม่ลูกที่มีการระบุข้อความ “ด้นกับใครก็ด้น อย่ามาด้นกับลูกกู เด๋วกูให้งูฉกหีทีเปรตๆวู้วว” และอีกภาพ ระบุข้อความว่า “มึงจำไว้ต่ะอีเปรต ด่าอะไรแม่กูมึงได้พบอีเปรต ด่าแม่ใครๆกะม่ายยอม เอาแม่มึงมาเจอกับแม่กูนิได้รู้อีเปรตแม่กูม่ายใช้ของเล่น มึงค่ะที่ให้มึงมาด่าเล่นเล่น #แม่ให้ท้ายค่ะม่ายต้องห่วง”จากการสอบถามแม่จุ๋มได้เล่าว่า ลูกตนเองเรียนอยู่ ม.3 เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลูกสาวได้มีการไลฟ์สดปกติจากนั้นมีเด็ก ม.1 เข้ามาคอมเมนต์ ในไลฟ์สดของลูกสาวโดยใช้คำที่ไม่สมควร ซึ่งลูกสาวไม่ได้รู้จักกับเด็กคนนี้เป็นการส่วนตัว เพียงแค่รู้จักหน้าเพราะว่าเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน จากนั้นบังเอิญแม่ของเด็ก ม.1 เข้ามาคอมเมนต์ด้วย จึงทำให้ลูกสาวของตนมีการด่ากลับทางไลฟ์สดจึงเป็นสาเหตุของเรื่องต่อมาเมื่อวานเป็นวันจันทร์และช่วงเลิกเรียน แม่ของเด็ก ม.1 ก็มาดักหน้าโรงเรียน และใช้ช่วงจังหวะลูกสาวเผลอเข้าไปกระชากผมจากทางด้านหลัง จากนั้นก็ยืนสั่งให้เด็ก ม.1 ทำร้ายร่างกายน้องบี…
-
ระทึก! หนุ่ม 21 ปีราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเอง-อาการสาหัส คาดน้อยใจแฟน
หนุ่มวัย 21 ปีก่อเหตุระทึก! ราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเอง-อาการสาหัส สร้างความตกใจแก่ผู้เห็นเหตุการณ์ คาดมีปัญหาน้อยใจแฟนผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาประมาณ 10.00 น. เกิดเหตุระทึกบริเวณริมถนนพหลโยธิน ด้านหน้ากรมพัฒนาที่ดิน ก่อนถึงแยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้น้ำมันราดตัวก่อนจุดไฟเผาตัวเอง จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นโดยภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ ขณะที่นักศึกษาหญิง 2 คน และชาวบ้านอีก 1 คนกำลังเดินไปที่ป้ายรถเมล์ แต่ชายผู้ก่อเหตุได้จุดไฟเผาตัวเองที่ด้านหลังป้ายรถเมล์ จนไฟลุกท่วมตัวและวิ่งออกไปยังกลางถนน ก่อนชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่ขับมาและล้มลงกลางถนนใต้สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคมจากนั้นมีรถเก๋งสีขาวของพลเมืองดีขับผ่านมาและจอดริมถนน และหยิบผ้าที่อยู่ท้ายรถไปช่วยคลุมตัวชายคนดังกล่าว แต่ไฟก็ยังลุกอยู่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจะรีบวิ่งนำถังดับเพลิงไปฉีดที่ตัวผู้บาดเจ็บ เหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที จากนั้นก็มีรถเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำตัวชายผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบคราบสารเคมีดับเพลิงจำนวนมากอยู่ที่ริมทางเท้าหลังป้ายรถเมล์ หน้ากรมพัฒนาที่ดิน และยังพบถังน้ำมันเชื้อเพลิงสีเหลืองความจุประมาณ 6 ลิตร กับไฟแช็คสีเหลืองตกอยู่จากการสอบถาม นายวี อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้าไปช่วย บอกว่า ตนเองเห็นตอนที่ชายคนดังกล่าวไฟลุกท่วมตัวแล้ว ตนเองได้ถังดับเพลิงจากร้านค้าที่อยู่ด้านข้างจึงรีบนำไปฉีดใส่ผู้บาดเจ็บ หลังไฟดับผู้บาดเจ็บยังมีชีพจร ขยับร่างกายได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร สภาพร่างกายเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้ทั่วตัว เสื้อผ้าไหม้เกือบหมด เหลือเพียงเศษกางเกงยีนส์ที่ไหม้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเบื้องต้นตนเองได้ยินจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะจุดไฟเผาตัวเองได้โทรศัพท์คุยกับใครบางคนและน่าจะมีอาการเครียดจึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวด้านพันตำรวจเอกมารุต สุดหนองบัว ผู้กำกับดาร สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า…
-
ตำรวจบางซื่อ จับหนุ่มวัย 48 ขี่รถจักรยานยนต์ เคาะกระจกรถ ชักชวนประชาชนไปต่อภาษีรถยนต์
ตำรวจบางซื่อ จับหนุ่มวัย 48 ขี่รถจักรยานยนต์ เคาะกระจกรถ ชักชวนประชาชนไปต่อภาษีรถยนต์วันที่ 29 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งว่ามีชายขี่รถจักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. โดยพฤติการณ์คือ ขับรถไปเคาะกระจกรถยนต์ชักชวนให้ตนเป็นผู้นำพาไปต่อภาษีรถยนต์ ทำให้ประชาชนเกิดความรำคาญและหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบชายไทย 1 ราย อายุ 48 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ขับรถจยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว-เทา แต่งกายสวมหมวกกันน็อคสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีเข้ม ตำรวจแสดงตัวตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากการสอบถาม ชายคนดังกล่าว รับว่า มารอประชาชนที่ต้องการต่อภาษีรถยนต์ แล้วเคาะกระจกรถเพื่อชักชวนจริงเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ” ผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
-
ตำรวจขอนแก่นตั้ง 3 ข้อกล่าวหาหนัก ชาย 35 ปี มือเผานั่งยางคนไร้บ้าน
ตำรวจขอนแก่นตั้ง 3 ข้อกล่าวหาหนัก ชาย 35 ปี มือเผานั่งยาง ฆาตกรรมคนไร้บ้านก่อนเผาอำพรางคดี เจ้าตัวรับสารภาพมีเรื่องทะเลาะกันเลยใช้แก้วแทงตำรวจขอนแก่นตั้ง 3 ข้อกล่าวหาหนัก ชาย 35 ปี มือเผานั่งยาง ฆาตกรรมคนไร้บ้านก่อนเผาอำพรางคดี เจ้าตัวรับสารภาพมีเรื่องทะเลาะกันเลยใช้แก้วแทงวันที่ 29 ก.ย. 68 ภาพจากกล้องวงจรปิดร้านค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนหลังศูนย์ราชการ สามารถบันทึกภาพกลุ่มควันที่เริ่มโพยพุ่งออกจากบริเวณตอม่อรถไฟ จากนั้นไม่นานควันดำได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนที่จะมีชายสวมใส่เสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงขาสั้น สวมหมวกสารสีส้มได้เดินออกมาจากกองไฟที่กำลังไหม้ โดยได้เดินออกไปทางถนนมิตรภาพ ก่อนที่จะเดินกลับเข้ามายังกองไฟที่กำลังลุกไหม้อีกครั้ง แล้วมายืนริมถนน และเดินข้ามมายังฝั่งตรงข้ามหลังจากนั้นชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาดับไฟ หลังเพลิงสงบ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนบนยางรถยนต์ หลังก่อเหตุตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องสงสัย หลังมีพยานแจ้งว่าเป็นชายสวมเสื้อสีแดง กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบ จากนั้นตำรวจสายตรวจได้พบชายต้องสงสัยอยู่ริมถนนมิตรภาพ ก่อนถึงสี่แยกสามเหลี่ยม ก่อนที่จะเข้าควบคุมตัว ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนุวัฒน์ อายุ 35 ปี รับสารภาพภายหลังว่าเป็นคนก่อเหตุฆ่าแล้วเผานายไม้ อายุ 35 ปี บริเวณตอม่อทางรถไฟริมถนนหลังศูนย์ราชการ เขตเทศบาลนครขอนแก่นจากการตรวจสอบพบของกลาง หมวกฟางสีเหลืองจำนวน 1 ใบ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีแดง…