Category: อาชญากรรม

  • รวบอดีตสามีหึงโหด ปืนจ่อยิงหัวอดีตภรรยา โชคดีกระสุนไม่ออก ก่อนหนีซุกบ้านเมียใหม่

    กองปราบตามรวบ ผัวคลั่ง! จ่อยิงหัวเมียเก่า คาห้องเช่า ลั่นไก 3 นัดแต่กระสุนไม่ออก พลเมืองดีช่วยชีวิตทัน หนีซุกบ้านเมียใหม่ เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธวันที่ 23 มี.ค.2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุมนายวีระยุทธ อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.54/2569 ลงวันที่ 19 ก.พ. 2569 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้บริเวณริมถนนหน้าห้องเช่า ภายในซอยหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรีสืบเนื่องจากเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา น.ส.วาสนา ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม หลังถูกนายวีระยุทธ ซึ่งเป็นอดีตสามี บุกเข้ามาภายในบ้านพักพื้นที่ ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม ก่อนลงมือทำร้ายร่างกาย ด้วยการดึงศีรษะ และใช้อาวุธปืนพกสั้นจ่อยิงศีรษะในระยะประชิด พร้อมพยายามลั่นไกต่อเนื่อง…

  • ชาวบ้านเฮ ศาลสั่งบริษัท จ่ายเงินชดเชยจากผลกระทบเหมืองทอง กว่า 400 ชีวิต ได้สูงสุดรายละ 2 แสนบาท

    ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์เฮ ชนะคดี หลังศาลแพ่ง สั่งบริษัทจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านเกือบ 400 ชีวิต ที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกายจากการทำเหมืองทอง สูงสุดรายละ 2 แสนบาทเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2 /2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลยเรื่องละเมิด ขอค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทมานาน 20 ปี โดยวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษาโดยตัวแทนชาวบ้าน ยื่นฟ้องว่า จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัท ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง โดยการพัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ ที่ถูกกักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่น ๆ เช่นสารหนู, แมงกานีส,…

  • “ทักษิณ ชินวัตร” อยู่ใน 500 รายชื่อ ได้รับการพิจารณาพักโทษ 11 พ.ค.นี้ นับถอยหลังอีก 48 วัน

    ภาพไฮไลต์เผยรายชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อยู่ใน 500 รายชื่อ ได้รับพิจารณาพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติ 11 พ.ค.นี้ คณะกรรมการพิจารณาฯระดับชั้นเรือนจำ ประชุมหารือสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ก่อนชงคณะกรรมการระดับชั้นกรมราชทัณฑ์จากกรณี “การพักการลงโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 จะพ้นโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569 นั้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ในการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปสำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาด เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์เข้าข่ายได้รับการพิจารณาพักโทษ เพื่อจะได้จัดส่งรายชื่อเสนอไปยังคณะกรรมการระดับชั้นกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการระดับชั้นกระทรวงยุติธรรม ในลำดับสุดท้ายนั้นความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า เรือนจำกลางคลองเปรม โดยคณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับชั้นเรือนจำ มีกำหนดกรอบเวลาประชุมหารือถึงรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ โดยจะประชุมหารือกันในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ก่อนสรุปรายงานเสนอรายชื่อผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์พักโทษ ไปยังคณะกรรมการระดับชั้นกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการระดับชั้นกระทรวงยุติธรรม ให้การพิจารณาเห็นชอบต่อไป เพื่อผู้ต้องขังจะได้เข้าสู่กระบวนการพักโทษคุมประพฤติ("กรมราชทัณฑ์" ชี้แจงการคำนวณพักโทษ "ทักษิณ"…

  • แบรนด์เนมทองหล่อพ่นพิษ! 30 ผู้เสียหายแห่แจ้งความ สูญเงินรวม30 ล้าน

    ผู้เสียหายกว่า 30 ราย แห่แจ้งความตำรวจสอบสวนกลางลุยเอาผิด ร้านรับฝากขายแบรนด์เนมดังย่านทองหล่อ เบี้ยวเงินฝากขาย-อ้างหุ้นส่วนเชิดเงิน สูญรวมกว่า30ล้านผู้เสียหายกว่า 30 ราย แห่แจ้งความตำรวจสอบสวนกลางลุยเอาผิด ร้านรับฝากขายแบรนด์เนมดังย่านทองหล่อ เบี้ยวเงินฝากขาย-อ้างหุ้นส่วนเชิดเงิน สูญรวมกว่า30ล้าน24 มี.ค. 69 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ กลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 30 ราย รวมตัวกันนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อศูนย์รับแจ้งความกรมบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังประสบปัญหาจากการนำสินค้าแบรนด์เนมไปฝากขายและร่วมลงทุนกับร้านชื่อดังย่านทองหล่อ แต่กลับไม่ได้รับเงินตามกำหนด พบมูลค่าความเสียหายพุ่งสูงกว่า 30 ล้านบาท มีการสร้างโปรไฟล์หรูจ้างดารารีวิวซื้อขายสินค้าแบรนด์เนม ย้ายสาขาอ้างไฮโซร่วมหุ้นแต่เชิดเงินเชิดของหนีจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มาจากการที่เจ้าของร้านสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการแบรนด์เนมเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสินค้าแท้ ได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการประกาศขยายกิจการ โดยอ้างว่ามีบุคคลระดับไฮโซมาร่วมลงทุนด้วย พร้อมทำการย้ายหน้าร้านจากย่านสุขุมวิท 49 ไปยังตึกแถวสูง 4 ชั้นย่านซอยทองหล่อ 23 พร้อมตกแต่งร้านอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดลูกค้าและนักลงทุนทั้งนี้ผู้เสียหายเปิดเผยว่ามีสัญญาณอันตรายจากระบบการเงินที่ล้มเหลว ปกติแล้วทางร้านจะมีระบบการจ่ายเงินค่าสินค้าที่ชัดเจนทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา แต่สัญญาณเตือนเริ่มปรากฏชัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา เมื่อการโอนเงินคืนให้ผู้ฝากขายเริ่มล่าช้า โดยทางร้านพยายามบ่ายเบี่ยงและอ้างว่ามีปัญหาด้านระบบบัญชีกระทั่งความจริงเริ่มปรากฏเมื่อเจ้าของร้านอ้างว่าถูกหุ้นส่วนทิ้งและหอบเงินหนีไป รวมถึงมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการลงทุนเปิดร้านใหม่ภายใต้ชื่อ "แบรนด์เลิฟเวอร์" ซึ่งมียอดเงินลงทุนสูงถึง 20 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาหมุนเวียนคืนให้กับผู้เสียหายที่นำกระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแบรนด์เนมมาฝากขายได้พบความเชื่อมโยงคดีดัง-ผู้เสียหายเริ่มขยับ จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า รูปแบบพฤติการณ์มีความคล้ายคลึงกับกรณีที่เกิดขึ้นกับมารดาของนางเอกชื่อดังสังกัดช่องหลากสี ซึ่งผู้เสียหายบางรายได้ลงทุนไว้ทั้งสองแห่ง จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกันในเชิงธุรกิจหรือเป็นขบวนการเดียวกันปัจจุบันผู้เสียหายจำนวนมากเริ่มทยอยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ…

  • ชาย-หญิง ขับรถจยย.เสียหลักคว่ำร่างไถลกับพื้นถนน แท็กซี่ขับมาพอดีเบรกไม่ทัน ชนเสียชีวิตทั้ง 2 ราย

    เวลา 01.20 น. ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถแท็กซี่มีผู้เสียชีเวลา 01.20 น. ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถแท็กซี่มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเทศบาลสงเคราะห์ ฝั่งตรงข้ามตลาดประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.พระมงกุฎเกล้า และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเพศชายและหญิง ไม่มีเอกสารระบุชื่อ-นามสกุล อายุประมาณ 30-40 ปี สภาพทั้ง 2 มีบาดแผลกระโหลกศีรษะแตก นอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง สภาพหน้ารถขวามีรอยพุ่งชนพังยับเยินห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง สภาพล้มคว่ำไถลพื้นถนนอยู่ในช่องทางคู่ขนาน เจ้าหน้าที่จึงบันทึกรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานสอบถาม นายอ่อนศรี อายุ 49 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ให้การว่า ขับแท็กซี่มาปกติในช่องทางคู่ขนาน เมื่อมาถึงใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ ได้มีรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนรถจะเสียหลักล้มคว่ำไถล ทำให้ผู้ชายคนขี่และหญิงนั่งซ้ายท้ายร่างกระเด็น ขณะที่ตนขับแท็กซี่วิ่งผ่านมาเบรกไม่ทัน ทำให้รถพุ่งชนร่างชายหญิงทั้ง 2 รายเสียชีวิตเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม โดยนำคนขับแท็กซี่และเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย…

  • แชตสุดท้ายทำพิษ! ผู้ใหญ่บ้านน้อยใจสาว “พรุ่งนี้ค่อยโทร” ตัดสินใจลาโลก

    แชตสุดท้ายทำพิษ! ผู้ใหญ่บ้านน้อยใจสาวในไลน์ แชตสุดท้ายทำพิษ! ผู้ใหญ่บ้านน้อยใจสาวในไลน์ "พรุ่งนี้ค่อยโทร" ก่อนตัดสินใจลาโลกคาขื่อเมื่อเวลา 9.10 น. วันที่ 23 มี.ค.69 พ.ต.ท.โสภณ จีนะสุทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม ได้รับแจ้งว่า มีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีหลังรับแจ้ง พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลประจันตคาม หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญจุดประจันตคาม ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ นายสุทัศน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้าน ผูกคอเสียชีวิตด้วยเชือกกับขื่อบ้าน สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแขนยาวสีขาว สภาพร่างกายแข็งทื่อใกล้เสาบ้าน ข้างศพมีโต๊ะแบบปิกนิค มีกับแกล้ม เหล้า เบียร์ โซดา วางอยู่บนโต๊ะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาด้านล่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนหน่วยกู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลจากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิตและลูกสาว นั่งดื่มสุรากัน ตั้งแต่สาย ๆ จนถึงเย็น ก่อนที่ลูกสาวจะออกไปเที่ยวที่งานวัด ปล่อยให้ผู้เสียชีวิตนั่งดื่มเพียงคนเดียว และจากการตรวจสอบจากโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต พบว่ามีการแชตไลน์กับสาวรายหนึ่งหลายครั้ง และล่าสุดผู้เสียชีวิตได้มีการการโทรทางไลน์…

  • ครูพละหื่นเปิดใจแบบตะกุกตะกัก ปมอนาจารนักเรียน อ้างเอ็นดูเหมือนลูกหลาน

    ครูพละหื่น เปิดใจแบบตะกุกตะกัก ปมอนาจารนักเรียน อ้างเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ปัดล้วงควักแค่ลูบผ่านๆ ยอมรับถูกสั่งพักราชการแล้วครูพละหื่น เปิดใจแบบตะกุกตะกัก ปมอนาจารนักเรียน อ้างเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ปัดล้วงควักแค่ลูบผ่านๆ ยอมรับถูกสั่งพักราชการแล้ววันที่ 23 มี.ค. 69 หลังจากตกเป็นข่าวกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียนแบบไม่อายฟ้าดิน และทำมานานกว่า 20 ปี นายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปีครูวิทยาฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ครูสอนวิชาพละของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยความในใจแบบตะกุกตะกักเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยอมรับหรือไม่ว่าได้ไปอนาจารนักเรียนหญิง นายสราวุฒิ กล่าวแบบตะกุกตะกักว่า ก็ ก็ ก็ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เป็นการโอบกอดกันปกติ ส่วนการล้วงนั้น ตนทำได้แค่ลูบผ่านเฉยๆ ไม่มีอะไรมากเมื่อถามว่า ทำเด็กมาแล้วหลายรุ่นแล้วหรือไม่ นายสราวุฒิ ตอบว่า “ไม่มี เป็นลูกหลาน”ทั้งนี้ตนได้ติดต่อกับผู้ปกครองเด็กแล้ว แต่เขาไม่คุยด้วย ซึ่งอยากจะขอโทษที่ไปทำลูกเขาแบบนั้น อยากคุยด้วยว่ามันเป็นการคุยกันหยอกกันกับเด็กแค่ 2-3 คน และเพิ่งทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ส่วนเรื่องการติดศูนย์ ติดร. ตนจะให้เด็กมากวาดขยะมากกว่า ไม่เคยพาไปในที่โล่ง หรือที่แจ้งตามที่เป็นข่าว…

  • รวบแล้ว ‘บูม จิรภัทร’ เซียนพระชื่อดังกลางโรงพัก เซ่นปมอนาจารเด็กชาย 4 ขวบ

    ตำรวจภูกระดึง เลย จับกุม เซียนพระชื่อดังกลางโรงพัก ปมแม่เด็กชายวัย 4 ขวบ แจ้งความล่วงละเมิดทางเพศ อ่วมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก เจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างเมตตาเด็กเหมือนลูกหลานเมื่อวันที่ 23 มี.ค.69 พนักงานสอบสวน สภ.ภูกระดึง จ.เลย รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเลยออกหมายจับ นายจิรภัทร (สงวนนามสกุล) หรือ "บูม จิรภัทร" หรือชื่อในวงการ "บูม จักรเพชร นามเจ็ดสี" อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร เซียนพระชื่อดัง ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทันทีที่ สภ.ภูกระดึง ขณะเดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อขอรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายถือเป็นการจับกุมตามหมายจับเนื่องจากศาลอนุมัติเรียบร้อยแล้วสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ บ้านพักในพื้นที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย ขณะที่นายจิรภัทร ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นญาติห่างๆ ของฝ่ายหญิงในครอบครัวผู้เสียหาย ได้อาศัยจังหวะที่เด็กชายวัย 4 ขวบ…

  • ระทึก! หนุ่มขโมยสายไฟ M6 ปีนเสาสื่อสารหนีผิดสู้พายุ 5 ชม.

    ระทึก! หนุ่มขโมยสายไฟ M6 ปีนเสาสื่อสารหนีผิดสู้พายุ 5 ชม. แม่เกลี้ยกล่อมยังเมิน กลัวโดนจับระทึก! หนุ่มขโมยสายไฟ M6 ปีนเสาสื่อสารหนีผิดสู้พายุ 5 ชม. แม่เกลี้ยกล่อมยังเมิน กลัวโดนจับจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีคิ้ว ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลปีนเสาสื่อสารบริเวณบ้านดอนวัว หมู่ 10 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จึงรายงานให้พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบชาย 1 ราย ทราบชื่อนายสมศักดิ์ อายุ 32 ปี กำลังปีนอยู่บนเสาสื่อสารในระดับสูง เจ้าหน้าที่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมลงมาในช่วงเวลาดังกล่าวสภาพอากาศร้อนจัด ก่อนจะเกิดพายุฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุมีอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงยืนหยัดไม่ยอมลงจากเสาต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ประสานนำตัวแม่ของผู้ก่อเหตุเข้ามาช่วยพูดคุยเจรจาเพื่อให้ยอมลงจากเสาสื่อสาร แต่ผู้ก่อเหตุยังคงแสดงความหวาดกลัว เนื่องจากยอมรับว่าไปก่อเหตุขโมยทองแดงจากเสาไฟฟ้า บริเวณโครงการมอเตอร์เวย์ M6 และเกรงว่าหากลงมาจะถูกจับกุมและดำเนินคดีล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำเบาะลมขนาดใหญ่มาติดตั้งบริเวณด้านล่างเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเริ่มมีอาการอ่อนแรงและเกรงว่าจะเกิดอันตรายทั้งนี้ผู้ก่อเหตุได้ปีนขึ้นไปบนเสาสื่อสารตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น.จนถึงเวลา 17.00 น.รวมระยะเวลานานกว่า 5 ชั่วโมงก็ยังไม่ยอมลงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจล่าสุดเวลา 19.05 น.ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ยอมลงมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง…

  • โผล่มอบตัว เซียนพระ บ. ล่วงละเมิดเด็ก 4 ขวบ ช็อกเป็นญาติแท้ๆ แม่เอาเรื่องให้ถึงคุก

    โผล่มอบตัวแล้ว “เซียนพระ บ” ล่วงละเมิดเด็ก 4 ขวบ ช็อกเป็นญาติแท้ๆ แม่ลั่นเจรจาไม่เป็นผล ขอเอาเรื่องให้ถึงคุกความคืบหน้าล่าสุดของคดีสะเทือนขวัญที่เพจดัง “Survive – สายไหมต้องรอด” ออกมาแฉพฤติกรรมของ “เซียนพระ” ที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายวัย 4 ขวบ ล่าสุดมีความชัดเจนแล้วครับว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเลย และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือผู้ก่อเหตุเป็นคนใกล้ชิดในครอบครัวเองครับผู้เป็นแม่ ได้เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.ภูกระดึง จังหวัดเลย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเซียนพระชื่อดังวัย 34 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็น “ญาติ” ของครอบครัวเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ตนนำลูกชายไปฝากไว้ที่บ้านของเซียนพระรายนี้เพื่อจะออกไปซื้อของที่ตลาด แต่เมื่อกลับมาถึงและเปิดประตูเข้าไป กลับพบภาพที่บีบหัวใจคนเป็นแม่ เมื่อเห็นเซียนพระกำลังจูงมือลูกชายเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านในสภาพที่เด็กร้องไห้จ้าไม่หยุดเมื่อพยายามคาดคั้นถาม ลูกชายจึงยอมบอกว่า “เจ็บก้น พี่พาไปห้องน้ำแล้วมีเลือดออก” ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบรอยเลือดจริงๆหัวอกคนเป็นแม่ไม่รอช้า รีบพาลูกชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลภูกระดึงทันที (ซึ่งตรงกับหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่ถูกนำมาเปิดเผยก่อนหน้านี้) แพทย์ระบุชัดเจนว่าพบแผลฉีกขาดที่รูทวาร หลังเกิดเหตุทางฝั่งเซียนพระพยายามโทรศัพท์มาติดต่อขอเจรจายอมความ แต่นางสาวเพ็ญปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันว่าจะไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ และขอไปจบเรื่องนี้ที่ศาลเท่านั้น ก่อนจะตัดสินใจนำเรื่องราวทั้งหมดไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่านเพจสายไหมต้องรอดจนกลายเป็นข่าวดังสำหรับสภาพจิตใจของน้องวัย 4 ขวบ ล่าสุดกำลังใจเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการหวาดผวาและกลัวอย่างหนักหากต้องเข้าใกล้หรือเจอหน้าผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้เตรียมนัดหมายทีมสหวิชาชีพและนักจิตวิทยาเพื่อร่วมสอบปากคำและประเมินอาการของน้องอย่างละเอียดต่อไปในขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังเดินทางไปยังศาลจังหวัดเลยเพื่อขออนุมัติหมายจับ ปรากฏว่าเซียนพระผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยครอบครัว ได้ขับรถเดินทางมาที่ สภ.ภูกระดึง เพื่อขอเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้นด้วยตนเองเมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพสื่อมวลชน…