Category: อาชญากรรม

  • ผบ.ตร. สั่งด่วน เร่งช่วยอพยพปชช. 4 จว.ชายแดนไทย-เขมร ให้ ตชด.-ภ.จว. เตรียมพร้อม 100% ร่วมกองทัพตรึงกำลัง

    ผบ.ตร. สั่งด่วน เร่งช่วยอพยพปชช. 4 จว.ชายแดนไทย-เขมร ให้ ตชด.-ภ.จว. เตรียมพร้อม 100% ร่วมกองทัพตรึงกำลังเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนให้สถานีตำรวจในพื้นที่แนวชายแดนของ 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ช่วยอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัย หลังจากช่วงบ่ายวันนี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงในพื้นที่บริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน ทำให้ฝ่ายไทยต้องโต้ตอบ เกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทางกองทัพภาคที่ 2 ประเมินว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แนวโน้มที่การปะทะอาจขยายวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนดังกล่าวอพยพโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยโดยเฉพาะตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และตำรวจภูธร (ภ.จว.) ทั้ง 4 จังหวัด เตรียมพร้อมกำลัง 100% พร้อมร่วมยุทธการสนับสนุนกองทัพในภารกิจรักษาอธิปไตยทันทีที่มีการร้องขอ ขณะเดียวกันให้ดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งอำนวยการการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินยุทธการ และการสัญจรของพี่น้องประชาชนเป็นไปโดยสะดวกอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผบ.ตร. สั่งด่วน…

  • “ไอซ์ สารวัตร” ไม่รู้ “อัจฉริยะ” จ่อแจ้งความปมไซยาไนด์

    “ไอซ์ สารวัตร”งง! “อัจฉริยะ” จ่อแจ้งความปมไซยาไนด์ พร้อมมอบหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจแล้ว“ไอซ์ สารวัตร”งง! “อัจฉริยะ” จ่อแจ้งความปมไซยาไนด์ พร้อมมอบหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจแล้ววันที่ 7 ธ.ค.2568 นายสารวัตร กิจพานิช หรือไอซ์ ผู้ประกาศข่าว ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบหลักฐาน และให้ปากคำพนักงานสอบสวน สภ. บางกรวย กรณีการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวที่เสียชีวิต ถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะเข้าแจ้งความเจ้าตัวในกระเด็นไซยาไนด์ ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเป็นผู้นำออกไปและผิดในเรื่องข้อกฎหมาย ว่า เรื่องผิดถูกว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนตัวยังไม่เห็นเรื่องนี้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ส่วนถามว่ามีความกังวลหรือไม่นั้น ย้ำว่ายังไม่เห็นในรายละเอียด ว่าเขาจะทำอย่างไร เพราะยังไม่มีใครแจ้งมาส่วนกล้องวงจรปิดที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านำไปออกอากาศก่อนที่จะส่งมอบให้ตำรวจอาจจะมีความผิดด้านข้อกฎหมายนั้น นายสารวัตร กล่าวว่า เราได้แจ้งเจตนาต่อเจ้าหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่วันแรก และคนทำงานสื่อรู้อยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ซึ่งเจตนาของตนมีแค่นายณัฐวุฒิ โดยวันนั้นเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และตนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ วันนี้สิ่งที่อยากฝากคือเรื่องเจตนาที่เราวางไว้ คือวันแรกเราจะพิสูจน์อะไรเกี่ยวกับเรื่องของนายณัฐวุฒิ เพื่อหาความจริงตรงจุดนั้น อย่างไรก็ตามวันนี้การมอบหลักฐานให้กับตำรวจเรียบร้อยดี ตนได้มอบให้ทั้งหมด และไม่ได้มีการทำอะไรให้สูญเสียหรือสูญหายแต่อย่างใด

  • จ่อออกหมายเรียก “นายกิตติ” คนจัดหา “ไซยาไนด์” ให้กับ “นัทปง”

    ตำรวจ จ่อออกหมายเรียก “นายกิตติ” คนจัดหา “ไซยาไนด์” ให้กับ “นัทปง” เผยซองสารที่พบยังอยู่ในที่เกิดเหตุ รอญาติมาเปิดบ้าน 11 ธ.ค.นี้ตำรวจ จ่อออกหมายเรียก “นายกิตติ” คนนำ “ไซยาไนด์” มาส่งให้กับ “นัทปง” เผยซองสารที่พบยังอยู่ในที่เกิดเหตุ รอญาติมาเปิดบ้าน 11 ธ.ค.นี้วันที่ 7 ธ.ค.2568 เวลา 15:10 น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยความคืบหน้าการสอบปากคำคดีการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือนัทปง ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ว่า วันนี้ได้เชิญพยานบุคคลสำคัญที่อยู่แวดล้อมและรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ จำนวน 5 ปาก มาสอบปากคำ ซึ่งการสอบสวนใกล้ก็เสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมดให้ปากคำในทิศทางเดียวกันขณะเดียวกัน ได้เตรียมเชิญพยานบุคคลที่สำคัญอีก 1 คน ซึ่งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และแพทย์นิติเวชผู้ชันสูตรพลิกศพอีก 1 รายมาสอบปากคำ ซึ่งเมื่อสอบปากคำพยานทั้งหมดแล้วก็พอจะสามารถสรุปได้ว่ามูลเหตุที่นำมาสู่การเสียชีวิตนั้นเกิดจากอะไร แต่ทั้งนี้ขอสงวนว่าพยานบุคคลที่สำคัญอีก 1 ปากนั้นคือใครจนถึงตอนนี้เรายังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง…

  • “ไอซ์ สารวัตร” รับเคยดูโทรศัพท์ “นัทปง” แต่ไม่มีข้อมูลการตาย พร้อมแจงปมกุญแจบ้าน

    “ไอซ์ สารวัตร” รับเคยดูโทรศัพท์ “นัทปง” แต่ไม่มีข้อมูลการตาย คาดคนนำออกจากบ้านเป็นญาติ แจงไม่ใช่เจ้าทุกข์แต่เป็นตัวกลางประสาน หลังสะพัดถือกุญแจ เตรียมเปิดบ้านให้พฐ.ตรวจค้น รับรู้จัก 3 คนในที่เกิดเหตุ ส่วน “บิ๊ก” ไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้จักมาก่อนวันที่ 7 ธ.ค. ที่สภ. บางกรวย นายสารวัตร กิจพานิช หรือไอซ์ ผู้ประกาศข่าว ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรณีนายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิต ว่า เรื่องโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ก่อนหน้านี้ยอมรับว่ามีการเปิดดู แต่ไม่ได้มีข้อมูลในเรื่องการเสียชีวิตส่วนเรื่องกล้องวงจรปิด ตนไม่ได้ดูในรายละเอียดทั้งหมด เพราะรายละเอียดมีเยอะมากโดยเรื่องนี้ขอพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนในเรื่องของหลักฐาน ตนดูเฉพาะบางส่วนเท่าที่มารยาทในฐานะคนที่รู้จัก เพราะมือถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ครอบครัวก็ไว้ใจที่จะให้ตนเป็นตัวแทนนำมามอบให้ตำรวจเมื่อถามว่าใครเป็นคนนำโทรศัพท์ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ นายสารวัตร กล่าวว่า คาดว่าคนที่นำออกจากบ้านเป็นญาติ ซึ่งตนไม่แน่ใจ เพราะโทรศัพท์ตนได้รับโทรศัพท์อีกครั้งคือญาติของนายณัฐวุฒินำให้ และวันนี้ครอบครัวนายณัฐวุฒิ ไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ“สิ่งที่ตนอยากพูดในวันนี้ คือ เรื่องการค้นบ้านซึ่งตนไม่ได้นำกุญแจบ้านมาให้ หรือกุญแจบ้านอยู่ที่จังหวัดเชียงราย โดยเรื่องนี้อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อน ว่าตนนัดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะคนกลาง ไม่ได้เป็นเจ้าทุกข์หรือในฐานะอะไรก็ตาม ซึ่งเรื่องการนัดหมายจุดประสงค์คือเราเป็นตัวกลางประสานงานให้ตำรวจที่ต้องการตรวจค้นบ้าน ซึ่งครอบครัวณัฐวุฒิ ก็ไม่ได้ติดอะไร แต่ขนาดนี้ติดเรื่องของงานพิธีศพ จึงมีการนัดหมายในครั้งหน้า เพราะด้วยเวลานัดหมายของครอบครัวณัฐวุฒิ…

  • ไหม้ปริศนา! ไฟไหม้โรงงาน จ.ปราจีนบุรี เป็นโรงงานของทุนจีนที่ถูกสั่งปิด

    ไหม้ปริศนา! ไฟไหม้โรงงาน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงงานของทุนจีนที่ถูกสั่งปิด เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่แน่ใจว่าเป็นการเผาทำลายหลักฐานหรือไม่ไหม้ปริศนา! ไฟไหม้โรงงาน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงงานของทุนจีนที่ถูกสั่งปิด เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่แน่ใจว่าเป็นการเผาทำลายหลักฐานหรือไม่เมื่อเวลา 23.30 น. (6 ธ.ค. 2568) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ บ้านหนองหอย ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ ว่า ได้เกิดเพลิงไหม้ภายในโรงงานของทุนจีนที่เข้ามาทำเกี่ยวกับการหลอมเศษอิเล็กทรอนิกส์จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่บริเวณที่รับแจ้ง เป็นโรงงานแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.10 ต.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นโรงงานทุนจีนที่ถูกสั่งปิดและมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักลอบหลอมโลหะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพบด้านในบริเวณโรงงานมีแสงเพลิงกำลังลุกไหม้เศษวัสดุที่กองอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว โดยเกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า เจ้าหน้าที่พยายามใช้น้ำฉีดเพื่อที่จะให้ไฟที่กำลังลุกไหม้ดับ แต่ยิ่งฉีดกลับไม่มีทีท่าว่าจะดับง่ายๆจากการตรวจสอบวัสดุที่ไหม้ไฟอยู่นั้นเป็นขี้ตะกอนที่นำออกมาจากบ่อบำบัดของโรงงานและนำมากองไว้ เมื่อแห้งจะมีลักษณะเหมือนกับดินชนิดหนึ่งที่ติดไฟง่ายและค่อนข้างที่จะดับยาก เนื่องจากขั้นตอนของการหลอมโลหะจะมีประเภทกำมะถันผสมอยู่ ก่อนที่จะมาตกตะกอนเป็นขี้ตะกอนจึงทำให้ไฟดับค่อนข้างยาก เจ้าหน้าที่ใช้น้ำดับหมดไปหลายคันก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟที่ไหม้กองขยะดังกล่าวได้เบื้องต้นจากการตรวจสอบในบริเวณภายในโรงงานโดยรอบพบว่า ยังมีขยะอีกเป็นจำนวนมากที่มีทั้งขี้ตะกอนและเศษพลาสติกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กองอยู่เป็นจำนวนหลายร้อยกระสอบ โชคดีที่ไฟยังไม่ลุกลามมายังบริเวณดังกล่าวส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั้นยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากภายในบริเวณดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิด ไม่มีใครอยู่ภายในโรงงาน ประตูด้านหน้าก็ใช้กุญแจล็อคจึงไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไร คงต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอีกครั้งเนื่องจากขยะทั้งหมดเป็นของกลางที่เกี่ยวกับคดีโดยก่อนหน้านี้เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ได้เกิดไฟไหม้บ่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ไฟไหม้ไปไม่กี่กิโลเมตร จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการเผาทำลายหลักฐานหรือไม่

  • เพจดังสรุปแล้ว! คดี “นัทปง” ยังไม่จบ บอกเรื่องนี้ยังมีพิรุธ แม้หลักฐานกล้องวงจรปิดถูกเปิด

    เพจดังสรุปแล้ว! คดี "นัทปง" ยังไม่จบ บอกเรื่องนี้ยังมีพิรุธ แม้หลักฐานกล้องวงจรปิดถูกเปิดวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก อีซ้อขยี้ข่าว :อีซ้อ โพสต์สรุปคดีปริศนา “ณัฐวุฒิ” ผู้ประกาศข่าว จากคืนปาร์ตี้ สู่ศwในห้องใต้บันได ระบุว่า คืนสังหาsหรืออุบัติเหตุ? ความลับในมือถือและการตบหน้า “สารปริศนา” ที่เพื่อนรู้อยู่แล้ว ห้องใต้บันไดและเสียงปริศนา “ตาeยัง?” โทรแจ้ง 1669 แชทลับ “ก.ไก่” และคำสัญญา ตำรวจไม่เก็บหลักฐาน (วันแรก)คืนเกิดเหตุ: ความเมาและมือถือวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 “นัท-ณัฐวุฒิ” ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 กลับมาถึงบ้านในสภาพเมาหนัก เดินถือยาดมขึ้นไปนอนบนห้องชั้น 2 เวลา 05:30 น. โดยมีเพื่อนสนิทคือ “บิ๊ก” และ “ต้น” นั่งดื่มกันต่ออยู่ชั้นล่างระหว่างที่นัทขึ้นนอน บิ๊กได้ถือวิสาสะเช็กมือถือของนัท (บิ๊กยอมรับว่านัทให้รหัสไว้) บิ๊กไล่ดูแชทต่าง ๆ จนไปเจอความลับบางอย่างที่ทำให้อารมณ์เปลี่ยนบิ๊กตามขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อเคลียร์ใจ เกิดการโต้เถียงกัน…

  • ‘หมอสมิทธ์’ ย้ำ! สารอันตรายคร่าชีวิต ‘นัทปง’ ไม่ใช่ยา นิ้วคล้ำไม่ชี้ไซยาไนด์ ต้องตรวจเลือดยืนยัน

    แพทย์นิติเวชเผย หลังผลชันสูตรยืนยันการเสียชีวิตของ “นัทปง” ชี้ชัดสารชนิดนี้เป็นวัตถุอันตราย ไม่ใช่ยา แม้แต่แพทย์เองก็ครอบครองหรือจำหน่ายไม่ได้ ส่วนสภาพศพปลายนิ้วคล้ำไม่ได้บ่งชี้ว่าเกิดจากไซยาไนด์ ต้องตรวจเลือดเท่านั้นเพื่อยืนยันสาเหตุแน่ชัดภายหลังกรณีการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ “นัทปง” อายุ 35 ปี ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ซึ่งผลชันสูตรพบสาร ไซยาไนด์ ในเลือดและกระเพาะอาหาร ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงที่มาของสาร และลักษณะการตรวจพิสูจน์เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ อาจารย์ประจำสาขานิติเวชวิทยา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย เพื่อไขข้อสงสัย โดยยืนยันว่า ไซยาไนด์เป็นสารอันตราย ไม่ใช่ “ยา” และการครอบครองหรือจำหน่ายโดยบุคคลทั่วไปผิดกฎหมาย แม้ตามหลักการมีมาตรการควบคุมอยู่แล้ว แต่ยังพบการลักลอบซื้อขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นระยะ เช่นที่เคยเกิดกรณี “แอม ไซยาไนด์” ในอดีต ทำให้มีความพยายามควบคุมเพิ่มขึ้น แม้ยังไม่สามารถปิดช่องโหว่ได้สมบูรณ์ผศ.นพ.สมิทธิ์ ระบุว่า การจำหน่ายไซยาไนด์ มักใช้ชื่ออื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หากมีช่วงใดที่ข่าวแพร่หลาย สินค้าจะถูกนำออกจากตลาดชั่วคราวแล้วกลับมาอีก จึงจำเป็นต้องสอดส่องและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบการขาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารอันตรายดังกล่าวส่วนกระแสคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ที่ระบุว่า แพทย์ใช้ไซยาไนด์ในการรักษาคนไข้นั้น เจ้าตัวยืนยัน…

  • ความจริงจากปากเพื่อน! รู้แล้ว 2 โพสต์ของ นัทปง หายไปไหนหลังเสียชีวิต

    จากกรณี นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัทปง ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่เสียชีวิตภายในบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางกรวย ก่อนตรวจพบสารไซยาไนด์จากกรณี นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัทปง ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่เสียชีวิตภายในบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางกรวย ก่อนตรวจพบสารไซยาไนด์ ในกระแสเลือดและกระเพาะอาหาร ในระดับที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ต่อมามีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อพบว่าโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้เสียชีวิตในวันเกิดเหตุยังคงปรากฏอยู่แต่ขณะนี้โพสต์ดังกล่าวได้หายไปแล้วสร้างความคลางแคลงใจว่ามีการลบเมื่อใดและโดยใครล่าสุด กุ๊ก เพื่อนสนิทที่สุดของ นัทปง เปิดเผยว่า ตอนที่ทราบว่า นัทปง เสียชีวิต ก็รีบไปที่บ้าน แล้วพบกับบิ๊ก จึงถามว่า โทรศัพท์นัทอยู่ไหน บิ๊กก็บอกว่า ทะเลาะกับนัท แล้วนัทบอกรหัส กุ๊ก จึงขอมือถือมาเก็บไว้ ซึ่งทางบ้านของรนัทปงก็อนุญาตให้กุ๊ก เก็บมือถือของนัทไว้แต่เมื่อ กุ๊ก เห็นโพสต์ของ นัทปง ที่โพสต์ไว้ และมีคำหยาบ กลัวว่าเพื่อนจะดูไม่ดี จึงได้กดซ่อนโพสต์เอาไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น มีแค่เฟซบุ๊กของ นัทปง เท่านั้นที่จะเห็นโพสต์เหล่านี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ลบ โพสต์ดังกล่าวยังอยู่ แต่ถูกซ้อนไว้เท่านั้นที่มา ลุยชนข่าว

  • ชายอายุ 34 ปี ซ้อมแฟนสาววัย 19 ปี สิ้นใจในห้องพัก ใช้ชีวิตอยู่แบบนั้น 17 วัน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำยังขังแม่ตัวเองไม่ให้ออกไปไหน

    เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายสายยนต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี บิดา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ได้ออกมาเปิดเผยกับว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายสายยนต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี บิดา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ได้ออกมาเปิดเผยกับว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อนโทรศัพท์มาสอบถามว่า เจอลูกสาวบ้างหรือเปล่า จึงบอกว่าไม่เจอมา 2-3 สัปดาห์แล้ว เพื่อนคนดังกล่าวจึงให้รีบมาที่อาคารเอื้ออาทร คู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เพราะเพื่อนบ้านได้กลิ่นต้องสงสัยคาดว่า ลูกสาวถูกฆาตกรรมจากนั้นนายสายยนต์เข้าตรวจสอบที่ห้องนายธนาธัญ อายุ 34 ปี…

  • แปลกไม่แปลก! “ทนายเจมส์” ลั่น “นัทปง” จากไปไม่ถึง 24 ชม. มีคนโทรมาถามหาพินัยกรรม

    แปลกไม่แปลก! "ทนายเจมส์" ลั่น "นัทปง" จากไปไม่ถึง 24 ชม. มีคนโทรมาถามหาพินัยกรรมจากกรณีที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้มีการตรวจพบ "สารไซยาไนด์" ในร่างกายของผู้เสียชีวิต และได้ประสานทางญาติเพื่ออายัดศพ เพื่อตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด และเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการ โดยทางญาติได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ และได้ตกลงกันที่จะประกอบพิธีให้สำเร็จลุล่วงตามพิธีการทางพุทธศาสนา แต่ในกระบวนการสุดท้ายจะเป็น "พิธีเผาหลอก" ซึ่งจะมีการนำฟางข้าวมาทำเป็นหุ่นฟาง เพื่อแทนตัวผู้เสียชีวิต และนำมาทำพิธีเผาแทนศพจริง เมื่อเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาดังกล่าวก็จะมอบศพเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ไปตรวจพิสูจน์ต่อไปล่าสุด ทนายเจมส์ นายนิติธร แก้วโต ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจ ทนายเจมส์ LK ระบุว่า "ณัฐจากไปยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง มีคนโทรมาถามหาว่าพินัยกรรมของณัฐอยู่กับทนายเจมส์รึป่าว มันแปลกๆ มั๊ย"