Category: อาชญากรรม
-
จับแล้ว! แม่ขายลูกสาววัย 12 ให้ร้านนวดในญี่ปุ่น หลังหลบหนีไปอยู่ที่ไต้หวัน
“ผบ.ตร.” เผยทางการไต้หวันจับกุมแม่ชาวไทยได้แล้ว หลังพาลูกสาววัย 12 ขวบ ไปขายให้ร้านนวดในประเทศญี่ปุ่น ก่อนถูกบังคับให้ค้าประเวณี เร่งประสานนำตัวกลับมาสอบสวนเมื่อวันที่ 8 พ.ย. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี หญิงอายุ 12 ขวบ ถูกแม่พาไปทำงานในร้านนวดที่ประเทศญี่ปุ่น และถูกบังคับให้ค้าประเวณี ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนไปร้องเรียนตำรวจญี่ปุ่นเข้าช่วยเหลือ และจับผู้เป็นเจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเอาไว้ได้ ก่อนเปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ตนได้รับรายงานว่า ทางการไต้หวันได้ควบคุมตัวแม่ของเด็กอายุ 12 ขวบ เอาไว้ได้แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ เร่งประสานกับทางการไต้หวัน เพื่อติดต่อขอตัวแม่ของเด็กอายุ 12 ขบว ซึ่งเป็นชาวไทยกลับมาสอบปากคำ สอบถามข้อเท็จจริงในกรณีที่เกิดขึ้นผบ.ตร. สั่งเร่งประสานญี่ปุ่นรับเด็กหญิงวัย 12 กลับไทย ชี้อาจเข้าข่ายคดีนอกราชอาณาจักรส่วนเด็กหญิงอายุ 12 ขวบ ที่อยู่ในการดูแลของประเทศญี่ปุ่นขณะนี้ ตนได้ให้ทางกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…
-
สะเทือนใจ ลูกสาว 71 ฆ่าแม่ 102 ปี สารภาพ ‘ไม่เหลือใคร’ ต้องดูแลตามลำพัง คนแห่สงสาร
คดีฆาตกรรมสะเทือนใจคนญี่ปุ่น “ภาวะแก่ดูแลแก่” ลูกสาวฆ่าแม่ป่วยติดเตียง 102 ปี “คิดไม่ออกว่าใครจะช่วยได้” เพราะหมดหนทาง หวังให้แม่ได้จากไปอย่างสงบตามธรรมชาติโตเกียว – ผู้หญิงวัย 71 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมแม่ของตัวเองวัย 102 ปี ได้ขึ้นให้การต่อศาล เผยว่า “คิดไม่ออกว่าจะมีใครมาช่วยได้ จึงคิดว่าต้องฆ่าเท่านั้น”ย้อนไป เดือนกรกฎาคม 2024 โค มิเนะ โยโกะ วัย 71 ปี ตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าแม่ ด้วยการรัดคอแม่ด้วยเชือกไวนิลที่บ้านพักในเมืองคุนิตาจิ กรุงโตเกียวในการสอบปากคำจำเลยต่อหน้าศาล โค มิเนะ โยโกะ ได้อธิบายถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุว่า “ฉันรู้สึกเหมือนเหลือตัวคนเดียวในโลก คิดไม่ออกว่าจะมีใครมาช่วยได้”เธอเล่าว่าต้องแบกรับภาระดูแลแม่ที่อายุมากเพียงลำพัง จึงทำให้คิดจนมุม จนตัดสินใจลงมือฆ่าแม่เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกในตอนนี้ จำเลยกล่าวด้วยความสำนึกผิดว่า “ฉันอยากให้ท่านได้เสียชีวิตตามธรรมชาติจากความเจ็บป่วยหรือความชราตามปกติ ฉันรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง”คดีนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ตอกย้ำถึงความซับซ้อน กับ ความหนักหน่วงของปัญหา “ภาวะแก่ดูแลแก่” ในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งผู้สูงอายุต้องดูแลผู้สูงอายุด้วยกันเอง โดยปราศจากความช่วยเหลือ กับ การสนับสนุนที่เพียงพอจากบุคคลอื่นหรือจากสังคมที่มา: 「助けてくれる人思い浮かばず、殺すしかないと」老老介護の末に母親殺害 71歳女が被告人質問で語るอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเด็กเรียนดีอายุ 17 ฆ่าแม่-พ่อเลี้ยง ทิ้งศพเน่าค่าบ้าน อึ้งเหตุผลสุดโรคจิต…
-
หนุ่มแต่งชุดเต็มยศ พันตำรวจเอก ไปเซอร์ไพรส์แฟนสาวงานรับปริญญา สุดท้ายเจอข้อหาหนัก
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่า พนักงานร้านของร้านจำหน่ายเครื่องแบบข้าราชการทุกหน่วยงานในเขตเมืองอุดรธานี เข้าแจ้งความกับวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่า พนักงานร้านของร้านจำหน่ายเครื่องแบบข้าราชการทุกหน่วยงานในเขตเมืองอุดรธานี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ หลังจากมีชายคนหนึ่งเข้ามาเช่าชุดเครื่องแบบตำรวจยศ พันตำรวจเอก พร้อมสแกนชำระเงิน จำนวน 12,000 บาท แต่เงินไม่เข้า และใส่ชุดตำรวจยศ พ.ต.อ.ออกไปจากร้านหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หากไม่ใช่ตำรวจจริงก็ให้ช่วยประสานมาชำระค่าชุดเครื่องแบบ จำนวนเงิน 12,000 บาท และจะได้สอบถามมาเช่าชุดตำรวจถึงยศ พ.ต.อ.เพื่อวัตถุประสงค์อะไรกันแน่โดยภายหลังการแจ้งความ ผู้ดูแลร้านได้พยายามติดต่อชายคนดังกล่าว แจ้งว่าเงินค่าเช่าชุดไม่เข้าและขอให้รีบนำมาชำระ หากยังไม่จ่ายจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน ชายรายนั้นได้กลับมาแสดงตัวและขอชดใช้ค่าชุดให้เรียบร้อยอย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าว ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “แต่งกายเลียนแบบเจ้าพนักงาน” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางร้านจำหน่ายเครื่องแบบข้าราชการยืนยันว่าไม่ติดใจเอาความเพิ่มเติมเพราะหนุ่มคนดังกล่าวจ่ายค่าเสียหายแล้วทางด้าน น.ส.ปูเปรี้ยว อายุ 40 ปี (นามสมมุติ) พนักงานร้าน เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันก่อน มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน…
-
เปิดคำสารภาพ เซียนพระโหด ถ่วงน้ำนักธุรกิจสาวใหญ่ ยืนยันก่อเหตุคนเดียว
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วยเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วยชุดคลี่คลายคดี แถลงผลการปิดคดีและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพบศพ น.ส.สกุลรัตน์ คำวิลาศ หรือ จัน อายุ 49 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร ถูกสังโหดและนำร่างมาถ่วงปูนทิ้งน้ำ โดยมาพบที่คลองส่งน้ำ การประปานครหลวง หมู่ที่ 6 ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาพล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยว่า…
-
กระบะ 2 คันขับซิ่ง เสียหลักพุ่งชนแรงงานสร้างถนน เสียชีวิต 3 คน
รถกระบะ 2 คันขับมาด้วยความเร็วเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ก่อนเสียหลักพุ่งเข้าชนกลุ่มแรงงานก่อสร้างถนนริมทางหลวงหมายเลข 12 จ.พิษณุโลก เสียชีวิตรวม 3 คน บาดเจ็บ 7 คน ขณะนี้ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถกระบะ 2 คันขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนเสียหลักพุ่งชนแรงงานก่อสร้างที่กำลังเฝ้าปูนบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่หมู่ที่ 7 อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลกเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากรถจักรยานยนต์ของพนักงานปั๊มขับออกไปเพียงไม่กี่วินาที โดยรถกระบะทั้งสองคันเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และเสียหลักพุ่งเข้าชนกลุ่มแรงงานที่กำลังทำงานอยู่ริมทางขณะที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก ตรวจสอบและเข้าช่วยเหลือ พบว่ามีผู้บาดเจ็บรวม 10 คน จึงเร่งคัดแยกผู้บาดเจ็บ และทำ CPR ผู้ที่หมดสติในที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน ได้แก่ นายคารม แรงงานก่อสร้าง, นางกำไร ผู้โดยสารมากับรถกระบะคันหนึ่ง จากนั้นได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพิ่มเติม ต่อมาทราบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 คนส่วนผู้บาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 7คน โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า รถสองคันขับแข่งกันมาด้วยความเร็วก่อนพุ่งเข้าชน ทำให้ไม่สามารถหลบหนีกันได้ทันพ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์…
-
สลด! แผ่นปูน 2 ตัน หล่นทับร่างคนงานดับคาที่ คาไซต์ก่อสร้างคอนโดฯ
สลด! แผ่นปูน 2 ตัน หล่นทับร่างคนงานดับคาที่ คาไซต์ก่อสร้างคอนโดฯ เพื่อนร่วมงานเผยนาทีมรณะ กำลังแหงนหน้าขึ้นไปมอง จนท.เร่งสอบสาเหตุดำเนินคดีเมื่อเวลา 15.22 น. วันที่ 7 พ.ย. 2568 ร.ต.ต.วิชัย เพียนอก รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุแผ่นกำแพงตกทับคนงานเสียชีวิต ภายในไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชและอาสาฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นอาคารกำลังก่อสร้างขนาดความสูง 20 ชั้น บริเวณข้างรถเครนยกแผ่นปูน พบศพนายกิตติศักดิ์ เชื่อมขุนทด อายุ 46 ปี ชาว จ.เชียงราย นอนหงายจมกองเลือดในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ หมวกนิรภัยหลุดจากศีรษะ เหลือแค่โครงหมวกติดอยู่ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ โดยมีแผ่นปูนซ้อนอยู่บนไม้พาเลททับร่างอยู่ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครนยกเอาแผ่นปูนออกสอบสวนนายชัยวิวัฒน์ ทิตเจียมพัว อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงาน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำแผ่นผนังห้องที่ทำจากอิฐมวลเบาขนาด 2.85×60 ซม. น้ำหนักประมาณแผ่นละ 100…
-
สุดสลด! สาวใหญ่ สิ้นหวัง เขียนจดหมายลา ก่อนโดดแม่น้ำจบชีวิต บอก เหนื่อยกับโลกใบนี้เหลือเกิน
สุดสลด! สาวใหญ่ สิ้นหวัง เขียนจดหมายลา ก่อนโดดแม่น้ำจบชีวิต บอก เหนื่อยกับโลกใบนี้เหลือเกินเมื่อเวลา 11.32 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ร.ต.อ.นราธิป สมเย็น รองสารวัตรสอบสวน สน.ปากคลองสาน ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้ท่าน้ำวัดทองธรรมชาติ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ จึงเร่งนำกำลังพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยด่วนเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างหญิงวัยกลางคน สภาพลอยคว่ำหน้าในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมรองเท้า ผิวขาว ผมยาว สูงราว 150 เซนติเมตร คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง ร่างถูกผูกไว้กับเชือกริมท่าน้ำใต้สะพานพุทธ เพื่อรอการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนจากการตรวจสอบย้อนหลังกล้องวงจรปิดบริเวณสะพานกรุงธนฯ พบภาพหญิงสาวแต่งกายชุดเดียวกัน เดินอย่างโดดเดี่ยวบนสะพานในคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน ช่วงเวลา 19.45-21.00 น. ซึ่งตรงกับคืนวันลอยกระทง โดยหญิงดังกล่าวได้เดินอยู่บนสะพานก่อนจะตัดสินใจปีนราวสะพานทิ้งร่างตนเองลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำคืนที่ผู้คนต่างขอพรให้ชีวิตสดใสขึ้น แต่สำหรับเธอ…กลับเป็นการขอพรครั้งสุดท้ายก่อนจากลาโลกใบนี้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าสะพายสีดำ ภายในมีบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.ศศิญา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย และจดหมายลาตายหนึ่งฉบับ…
-
ผบ.ตร. ไม่ปวดใจ บิ๊กโจ๊ก-อัจฉริยะ จับมือโจมตีตร. ยันข้อมูลเว็บพนันที่ร้องเรียน ‘ไม่ใช่ยุคผม’
ผบ.ตร.ยืนยัน ‘บิ๊กโจ๊ก–อัจฉริยะ’ จับมือโจมตีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ามีข้อมูลเว็บพนันที่ร้องเรียน ‘ไม่ใช่ยุคของผม’ พร้อมเร่งตรวจสอบโปร่งใสเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีการมานั่งเรียกร้องการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ แต่ขอร้องอย่าให้กระทบต่อพี่น้องประชาชน ถ้ามีข้อมูลก็สามารถส่งมาได้โดยตรง พร้อมจะดำเนินการตรวจสอบและเรื่องนี้ได้พูดในที่ประชุมว่า เรื่องของนายอัจฉริยะ ไม่ได้ทำให้ปั่นป่วนหรือปวดหัว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดูว่าข้อมูลที่พูดมามีมูลข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องเร่งดำเนินการ ขบวนการทั้งหมดจะทำอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เรื่องทั้งหมดที่คนนอกพูดมา ทางตนขอไม่โต้แย้งหรือโต้เถียง แต่หากให้ตนพูดจะเป็นเวลานานในการอธิบายในแต่ละเรื่อง หลังจากนี้จะให้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ หากตรวจสอบรายละเอียดแล้ว หากพบมีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการเอาผิดทันทีเมื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่าการขีดเส้นตายของนายอัจฉริยะ ในการเรียกร้องให้ปิดเว็บพนันออนไลน์อีกจำนวนหลายเว็บ ที่มีบุคคลสำคัญเข้าไปมีส่วนร่วมภายในวันอาทิตย์นี้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนได้สั่งการในที่ประชุมบริหารกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยเฉพาะการปิด URL เว็บพนันออนไลน์ ว่าสามารถทำได้ทันทีหรือไม่ หรือตรวจสอบว่าเว็บดังกล่าวยังมีการเปิดให้บริการอยู่หรือไม่ ถ้ามีจริงและหากตำรวจคนใดเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาสำหรับกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่า ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อย 41 ไปอยู่พื้นที่ทำเลทอง และมีความพยายามจะให้ผลประโยชน์กับ นายอัจฉริยะ เดือนละ 200,000 บาทพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ…
-
เปิดคำสั่งอสส. สอบเพิ่ม 8 ประเด็น ส.ส.ชนนพัฒฐ์ เอี่ยวเว็บพนัน หลัง ผบช.ภาค9 เห็นแย้งอัยการสงขลา
เปิดคำสั่ง อัยการสูงสุด ปี67สั่งสอบเพิ่มคดีชนนพัฒฐ์ สภ.หาดใหญ่เพียบ 8 ประเด็น หลังอัยการสงขลาสั่งไม่ฟ้อง เเต่ผู้บัญชาการภาค9 เเย้ง พบพิรุธหลายประเด็นพนักงานสอบสวนไม่ส่งอัยการเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบคดีของ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ที่ สภ.หาดใหญ่ ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน เเละ พรบ.คอมฯ พบว่าคดีมีการเคลื่อนไหวล่าสุด คือเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2567 นางอุมา ทองรอด อธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุดตำแหน่งในขณะนั้นปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุดได้มีหนังสือเเจ้งกลับไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เรื่อง “ชี้ขาดความเห็นแย้ง”ตามหนังสือส่งสำนวนคดีอาญาของ สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา นายชนนพัฒฐ์ กับพวกรวม 2 รายผู้ต้องหา ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น (ผ่านทางเว็บไซต์การพนันออนไลน์) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พร้อมความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง โดยเห็นควรสอบสวนเพิ่มเติม เสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาดนั้นอัยการสูงสุดพิจารณามาแล้ว เห็นว่า การสอบสวนยังไม่สิ้นกระเเสความ จึงให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้1.ให้สอบสวน…
-
รวบแล้ว “เซียนพระ” ต้องสงสัย ฆ่าสาวถ่วงน้ำ หลังซิ่งเก๋งแหกโค้ง ลงไร่อ้อย
ภาพไฮไลต์ตำรวจสืบภาค 7 รวบ "เซียนพระ" ผู้ต้องสงสัยฆ่าถ่วงน้ำในพื้นที่นครปฐม หลังซิ่งเก๋งแหกโค้ง ลงไร่อ้อย ที่ อ.เลาขวัญ กาญจนบุรี คุมตัวสอบ ดำเนินคดีเมื่อเวลา 04.20 น. วันที่ 7 พ.ย. 68 ที่ถนนเส้นทางติดต่อ บ้านหนองม่วง หมู่ 4 ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี กับบ้านหนองงิ้วโล้ง หมู่ 9 ชาวบ้านกำลังหาปลาอยู่ เห็นรถยนต์คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักแหกโค้งพุ่งลงข้างทาง บริเวณทางโค้งหักศอก รถพุ่งเข้าไปในดงอ้อย ก่อนที่ชายคนขับเดินออกมาจากรถ ท่าทางคล้ายบาดเจ็บ ก่อนเดินขึ้นถนนและหายไปในดงอ้อยข้างทางจากนั้น ชาวบ้านได้รีบแจ้งตำรวจ สภ.เลาขวัญ ผู้นำหมู่บ้านและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งโลกโซเชียล มีการแชร์ภาพของ นายศุภโชค เซียนพระรายหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยก่อเหตุฆ่าสาวมัดเสาปูนถ่วงน้ำที่บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งมีเบาะแสว่า หลบอยู่ในพื้นที่หมู่ 9 อ.เลาขวัญ จึงแจ้งให้ชาวบ้านเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากไม่ทราบว่ามีอาวุธปืนหรือไม่ต่อมา เวลา 10.30 น.…