Category: อาชญากรรม
-
รวบคารถ “หนุ่มใหญ่” รับฉีดเจ้าโลก-ฝังมุกเถื่อน เสิร์ฟทั่วไทย
ขนลุกถึงช่วงล่าง! ไม่รู้มือนี้ผ่านใครมาแล้วบ้าง ?(18 ต.ค. 68) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังปฏิบัติการจับกุมนายพิทยา หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ลักลอบให้บริการฝังมุกอวัยวะเพศชายให้ประชาชน พร้อมดำเนินคดีในความผิดฐาน“ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และรับอนุญาต”สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ. ได้เฝ้าระวังบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ที่โฆษณารับให้บริการผ่านสื่อออนไลน์พบผู้ใช้บัญชี Tiktok ให้บริการรับขลิบ ฝังมุก และฉีดเพิ่มขนาดให้บุคคลทั่วไป ซึ่งผ่าตัดเพื่อใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศ หากประชาชนรับบริการดังกล่าว อาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และประสบปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันได้จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวน จนทราบถึงตัวผู้กระทำผิดพบว่า มีการนัดหมายเพื่อทำการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย และฝังมุกโดยใช้การนัดหมายให้ผู้ใช้บริการไปตามจุดนัดหมายตามพื้นที่ต่าง ๆ หรือขับรถไปรับตามจุดนัดหมายและทำการฝังมุกภายในรถยนต์จริงต่อมา (18 ต.ค. 68) ชุดจับกุมสืบทราบว่า บุคคลดังกล่าวมีการนัดหมายประชาชน ไปรับตนซึ่งเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ ที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 แล้วไปจอดอยู่ริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร เพื่อทำการฝังมุกภายในรถยนต์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามและทำการตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้เป็นสถานที่ในการรับฝังมุกอวัยวะเพศ พบ นายพิทยา อายุ 51 ปี กำลังให้บริการลูกค้าที่นัดหมายผ่าตัดฝังมุก โดยรับว่าตนไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์…
-
ขโมยมือถือไป 1เดือน ผู้เสียหายจำจยย.คันที่ก่อเหตุได้ แจ้งตำรวจมาจับตัวโจร
สายตรวจพลับพลาไชย 1 รวบชายวัย62 ฉกโทรศัพท์ผู้เสียหายวางไว้ที่หมวกกันน็อก ผ่านไป 1 เดือน ผู้เสียหายเจอรถจยย.ที่ก่อหตุ เรียกตำรวจจับทันควันเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2568 พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รองผบก.น.6 พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 พ.ต.ท.ทัศพล สุขไพบูลย์ รองผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1 และ พ.ต.ท.พีระพัฒน์ อุดมตระกูลวงศ์ สวป.สน.พลับพลาไชย1 และชุดสายตรวจ สน.พลับพลาไชย1ร่วมกันจับกุม นายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร” พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ VIVO V27 สีเขียวหยก ราคาประมาณ 15,000 บาท รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า แกรนด์ฟีลาโน่ สีดำ รถผู้ต้องหาที่ใช้ก่อเหตุ หมวกกันน็อกสีน้ำเงิน หมวกของผู้ต้องหาที่ใช้ก่อเหตุ…
-
‘ผญบ.’ จับแม่ลูกอ่อนค้ายาบ้า 2 เม็ด ออกเงินช่วยประกันตัวกลับไปเลี้ยงลูก
อนาถ! ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 จ.พังงา นำกำลังรวบแม่ลูกอ่อนวัย 32 ปี ค้ายาบ้าในพื้นที่พร้อมของกลาง 2 เม็ด สุดสงสารใช้เงินตัวเอง 5,000 บาท ยื่นประกันตัวผู้ต้องหาให้ได้กลับมาเลี้ยงลูกเมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายเกรียงไกร ทองสม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านบางหมัก ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ได้นำกำลังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจับกุมตัว นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี หลังพบพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดภายในหมู่บ้าน ได้ของกลางยาบ้า 2 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วทุ่ง และได้พบว่าผู้ต้องหานั้นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูก 2 คน อายุ 5 ขวบ และอายุขวบเศษ ต่อมาผู้ใหญ่บ้านต้องใช้เงินส่วนตัวจำนวน 5,000 บาท ยื่นประกันตัวผู้ต้องหาให้ได้กลับมาเลี้ยงลูก และประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือล่าสุด นายสุระไชย ทองศรีรักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง…
-
รวบคารถ! หมอเถื่อน ฉีดเพิ่มขนาด-ฝังมุกเจ้าโลกเดลิเวอรี่
ตำรวจ CIB รวบหนุ่มใหญ่คารถเก๋ง ลักลอบฉีดเพิ่มขนาด-ฝังมุกเจ้าโลก เดลิเวอรี่ทั่วไทยตำรวจ CIB รวบหนุ่มใหญ่คารถเก๋ง ลักลอบฉีดเพิ่มขนาด-ฝังมุกเจ้าโลก เดลิเวอรี่ทั่วไทยวันที่ 20 ต.ค.2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการจับกุมหนุ่มใหญ่ลักลอบให้บริการฝังมุกอวัยวะเพศชายให้ประชาชน จับกุม นายพิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และรับอนุญาต” ตรวจยึดของกลาง จำนวน…
-
ตร. เร่งสอบข้อเท็จจริง ปมนางแบบเบลารุส อ้างถูกลวงเข้าแก๊งสแกมเมอร์ ก่อนถูกฆาตกรรม
ภาพไฮไลต์ตร. ประสานกระทรวงการต่างประเทศ – เมียนมา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนางแบบเบลารุส อ้างถูกล่อลวงมาไทย แล้วโดนบังคับเข้าทำงานแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ก่อนถูกฆาตกรรมวันที่ 19 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศรายงานเรื่องนางแบบชาวเบลารุส อ้างว่าถูกหลอกลวงให้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อทำงานเป็นนางแบบ แต่กลับถูกหลอกลวงบังคับทำงานเป็นสแกมเมอร์ในประเทศเมียนมา แล้วถูกฆาตกรรมในเวลาต่อมา ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังตรวจสอบ และดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ การหลอกลวงชาวไทยและชาวต่างชาติไปทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือ องค์กรอาชญากรรมอื่น ๆ ในประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว และให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงตามข่าว อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และทางการเมียนมา เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล สนับสนุนการสืบสวนหาความจริง เสริมสร้างมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ และการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานข้ามพรมแดนรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า ขอเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวัง เมื่อได้รับข้อเสนอการทำงานจากแหล่งที่มาที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในต่างประเทศโดยไม่มีการตรวจสอบเอกสารหรือความถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจนทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่พบเห็นหรือสงสัยว่าอาจมีการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งมั่นในการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และจะรายงานความคืบหน้าของคดีนี้ให้สาธารณชนทราบอย่างต่อเนื่องต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตร.…
-
สืบดอนเมือง จับทันควัน หญิงวัย44 หนุ่มวัย28 ตระเวนลักรถมอเตอร์ไซค์ ชำแหละขาย
สืบดอนเมือง จับทันควัน หญิงวัย44 หนุ่มวัย28 ตระเวนลักรถมอเตอร์ไซค์ ชำแหละขาย หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความวันที่ 19 ต.ค.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ต.ชยพัทธ์ หีบทอง สว.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมชุดสืบสวนสน.ดอนเมืองร่วมกันจับกุมนายเสกสรร หรือนิว อายุ 28 ปี และ น.ส.ลูกจันทร์ หรืออ้อม อายุ 44 ปีพร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีเขียว ทะเบียน ฬธน 771 กรุงเทพฯ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ่ สีเหลือง…
-
แห่แชร์ คนไทยในอังกฤษ เล่านาทีชีวิต “ถูกผลักให้รถบัสชน” หดหู่โดนทำร้ายซ้ำก่อนได้คนช่วย
คนไทยในอังกฤษถูกคนแปลกหน้าจงใจฆาตกรรม เล่าประสบการณ์เลวร้ายในต่างแดนเหตุเจอตั้งใจผลักให้รถบัสเหยียบ ใจกลางกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรกำลังเป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Tanapachara Richard Chusong เขียนเล่าเนื้อหาซึ่งแฝงความไม่ชอบมาพากล โดยระบุ รบกวนแชร์ออกไปทีนะคะ *** สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะมาเล่าและตามหาทนายที่ประเทศอังกฤษช่วยเราเรื่องนี้หน่อยค่ะเมื่อคืน 15/10/2025 เวลาประมาณ 1 ทุ่มตามเวลาประเทศอังกฤษ เราเกือบโดนคนแปลกหน้าฆ่า ! ตรงบริเวณพิคาดิลีเซอร์คัส (Piccadilly Circus) ใจกลางกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยพยายามผลักเราให้รถบัสชนค่ะ หลังจากเราล้มแล้วชายคนนั้นก็พยายามเข้ามาทำร้ายร่างกายเราต่ออีกค่ะ ชุดเราพังหมดเลยทั้ง pants, shirt and suit โชคดีที่มีพลเมืองดีเข้ามาแยกและเราโทรแจ้งตำรวจ หลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีตำรวจมาถึงพยาน 4 คนใจดีมากๆ เขาไม่ยอมไปไหนจนกว่าตำรวจจะมาถึง คนเป็นแม่เข้ามากอดเราแน่นสุดๆ (เราคิดถึงม่าม๊ามากเลย) พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็อธิบายทุกอย่างพร้อมรูปพรรณของคนร้ายให้ตำรวจ ด้วยความที่เรายังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยไม่ได้ขอช่องทางติดต่อ (Contact) ของพยานเอาไว้ (แต่เราคิดว่าตำรวจมี Video Record เอาไว้ตอนพูดคุยกับพยาน)ตำรวจให้เราขึ้นรถ ขับรถวนที่เกิดเหตุประมาณ 20 นาที ก็ไม่สามารถระบุพิกัดคนร้ายได้เลยค่ะ เขาเลยมาส่งที่สถานีรถไฟวอเตอร์ลู (Waterloo station)…
-
นรกส่งมาเกิด ! 2 ผัวเมียพนง.ส่งของ รุมยำสาวพิการ-ถอดขาเทียมทิ้งอ้างกลัวหนี
เกินมนุษย์ พนักงานส่งของบริาัทชื่อดัง รุมทำร้ายสาวพิการ หดหู่ถอดขาเทียมทิ้งสุดสลด อ้างกลัวสาวไม่สมประกอบหนี สังคมไม่ทนจี้บริษัทดังล่าตัวในโฉดลงโทษให้หนักสมความโหดที่ทำคนอื่นจากกรณีสำนักข่าว “สยามรัฐ” เปิดโปงเคสอุกอาจท้าทายความศักสิทธิ์ของกฎหมายบ้าน กฎหมายเมืองไม่น้อย เมื่อมีรายงานว่า 2 สามีภรรยาอาชีพพนักงานส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อเหตุทำร้ายสาวพิการต้องใส่ขาเทียมยุงเดิน ภายในห้องเช่าร้านเย็บผ้า ม.2 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลงอ.แกลง จ.ระยองพ.ต.ต.เจนณรงค์ ละครรัมย์ สว.สส.สภ.แกลง จ.ระยอง เปิดเผยความคืบหน้าหลังรับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายจึงนำกำลังตรวจสอบ พบผู้เสียหายนั่งร้องไห้สภาพช้ำทั้งตัว ตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านมือถือข้างเคียง พบภาพหลักฐานขณะสองผัวเมียพนักงานส่งของบุกเข้าร้านรุมกระชาก น.ส.กฤษฎา ออกมาหน้าร้าน ก่อนผลัดกัน ตบหน้า-ตีท้ายทอยอย่างไม่ยั้งมือ โดยฝ่ายชายถึงขั้น ถอดขาเทียมผู้เสียหายแล้วโยนพ้นตัว พลางพูดว่า “ถอดไว้ เดี๋ยววิ่งหนี”ต่อมาทราบชื่อผู้ก่อเหตุ น.ส.ปิยนุช และสามี (ยังไม่ระบุชื่อ) ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่โทรเรียกตำรวจมาก่อน อ้างว่าผู้เสียหายรับของแล้วไม่โอนเงิน แต่ผู้เสียหายยืนยันอีกอย่างว่า เธอโอนแล้วแต่โอนผิดบัญชีจึงเกิดปากเสียงกระทั่งเกิดเหตุรุมทำร้ายขึ้นน.ส.กฤษฎา สาวผู้พิการเปิดใจทั้งน้ำตาพยายามอธิบายทุกวิถีทาง แต่อีกฝ่ายไม่สนใจฟังให้เข้ากกหูใดๆ แถมยังถอด “ขาเทียม” ทิ้งทั้งๆ ที่สภาพแบบนี้คงหลบหนีหรือเคลื่อนไหวยังลำบาก เหตุถูกทำร้ายนี้ผู้เสียหายย้ำเสียงสั่นเครือ เธอกลัวมากที่สุดในชีวิต !“หนูพิการขาขาด วิ่งหนีไม่ได้อยู่แล้วจะถอดขาเทียมหนูไปทำไม หนูแค่พยายามอธิบายว่าโอนผิดบัญชี เขาก็ไม่ฟัง ทำไมต้องทำกับผู้หญิงพิการแบบนี้ หนูกลัวมาก…
-
รวบแม่เล้าหน้าเลือด ส่งเด็กเร่ค้ากามมาราธอน 8 ครั้ง/วัน หักค่าหัวคิว 70% พร้อมรวบผู้ซื้ออีก 6 ราย
รวบแม่เล้าหน้าเลือด ส่งเด็กเร่ค้ากามมาราธอน 8 ครั้ง/วัน หักค่าหัวคิว 70% พร้อมรวบผู้ซื้ออีก 6 ราย มีทั้งอส.-วิศวะ-เจ้าของเต็นท์รถเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.สั่งการให้พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.3 บก.ปคม.พ.ต.ท.ประเวศน์ แสงพรหม, พ.ต.ท.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ นิลมิตร สว.กก.3 บก.ปคม. พร้อมกำลังร่วมกันจับกุม น.ส.ณัฐฐาวีรนุช หรือเดียร์ อายุ 18 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5678/2568 ลง 26 ก.ย.68 ความผิดฐาน “ค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี โดยกระทำแก่เด็กอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ฯ”ได้บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ถนนธนะผล อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์นอกจากนี้ยังเข้าจับกุม นายวิชัย อายุ 53 ปี…
-
ชายเจ้าของรถกระบะ รับขาดสติ ล่าสุดตกงาน ถูกบริษัทเลิกจ้างแล้ว
ชายเจ้าของรถกระบะอ้างไม่มีจนท.ดูแลต้องเข็นแม่เข้าห้องฉุกเฉินเอง แต่ยอมรับขาดสติ โวยรพ.สื่อสารไม่หมด ล่าสุดตกงาน ถูกบริษัทเลิกจ้างแล้วชายเจ้าของรถกระบะอ้างไม่มีจนท.ดูแลต้องเข็นแม่เข้าห้องฉุกเฉินเอง แต่ยอมรับขาดสติ โวยรพ.สื่อสารไม่หมด ล่าสุดตกงาน ถูกบริษัทเลิกจ้างแล้วกรณีเพจของโรงพยาบาลปลายพระยา จังหวัดกระบี่ โพสต์เรื่องราวของผู้ป่วยรายหนึ่ง ที่เสียชีวิตลงเนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนย้ายขึ้นรถฉุกเฉินของโรงพยาบาล เพื่อส่งต่อไปรักษาได้ เพราะมีรถกระบะจอดปิดทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลายเป็นกระแสดรามาที่สังคมให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากผู้สื่อข่าวติดต่อไปที่ชายเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าว ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์ว่าวันเกิดเหตุ ตนเองพาแม่วัย 69 ปี มีอาการป่วยด้วยกรดไหลย้อน ทำให้จุกแน่นหายใจไม่ออก ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็คือโรงพยาบาลปลายพระยา ตอนที่ตนไปจอดส่งแม่ ก็ไม่มีจนท.ของโรงพยาบาลมารับตัว ตนจึงต้องให้ภรรยาไปเอารถเข็น และช่วยกันเข็นแม่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน เพราะแม่มีอาการอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนั้นตนเองก็ไม่ทราบว่ารถฉุกเฉินที่จอดอยู่เพิ่งเข้ามาจอดหรือเตรียมจะออกกันแน่ และไม่รู้ด้วยว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินรอขึ้นรถฉุกเฉินภรรยาต้องไปติดต่อทำประวัติกับพยาบาล ตนจึงต้องเข็นแม่ไปขึ้นเตียงในห้องฉุกเฉิน ช่วงนั้นไม่มีจนท.เข้ามาดูแลตน จึงต้องเรียกให้จนท.เข้ามาดูแลแม่ด้วย เป็นจังหวะที่จนท.มาบอกให้ตนไปเลื่อนรถ แต่ไม่ได้บอกว่ามีผู้ป่วยวิกฤตรอขึ้นรถฉุกเฉินอยู่ ตนเลยบอกกับจนท.ว่าตนขอพาแม่ขึ้นเตียงผู้ป่วยก่อน แล้วจะไปขยับรถให้ ตอนนั้นหากมีจนท.มารับแม่ตนไปขึ้นเตียงผู้ป่วยแล้วบอกตนว่าให้ตนไปขยับรถให้ผู้ป่วยอีกรายหนึ่งก่อนมันก็คงไม่เกิดปัญหานี้ขึ้นมา ตนจึงหันไปบ่นต่อว่ากับจนท.ว่า ทำไมถึงไม่แบ่งคนดูแล จากนั้นตนก็เดินออกจากห้อง เพื่อจะไปเลื่อนรถให้ แต่ตนก็ไม่เห็นผู้ป่วยฉุกเฉินดังกล่าวแล้วก็เข้าใจว่าจนท.น่าจะพาขึ้นรถฉุกเฉินไปแล้ว จังหวะที่เดินออกมา ตนก็เห็นลูกสาวของผู้ป่วยคนดังกล่าวมาพูดกับตนว่าให้ช่วยเลื่อนรถให้ตนก็เดินออกมาจะเลื่อนรถ แต่ก็เห็นว่ารถฉุกเฉินเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ทางญาติของผู้ป่วยรายดังกล่าวก็มายืนต่อว่าภรรยาตน ตนก็ต้องพูดคุยเพื่ออธิบายว่าแม่ของตนก็อาการหนักเหมือนกันเพราะหายใจไม่ออก หลังจากนั้นตนเองก็ไม่ทราบจริงๆว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวจะไปเสียชีวิตตรงไหนตามคำแถลงของโรงพยาบาล ก็ไม่ได้ระบุว่าผู้ป่วยไปเสียชีวิตที่ไหนยังไงเวลาไหน รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้อธิบายให้เข้าใจทั้งหมด มีเพียงภาพบางส่วนที่ทำให้เห็นว่าตนขัดขวางจนท.รวมถึงตอนที่ลูกสาวผู้ตายมานั่งอ้อนวอนขอให้ตนไปขยับรถตอนนั้นตนเองก็กำลังจะเดินไปขยับรถให้อยู่ แต่ทางโรงพยาบาลไม่สื่อสารให้เห็นทั้งหมด ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นการกราบอ้อนวอนขอ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรกับลูกสาวผู้ตายเลยอย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องตนเอง…